00001
แข่งเสือหมอบไม่เห็นมันเลย
ผมไปแข่งงานมอเตอร์เวย์มา (30-39) ขี่ 5 รอบ ไม่เห็นว่าจะสนุกเลย ไม่มีผลัดกันนำหน้าเท่าไหร่เลย เห็นแต่ปล่อยให้คนนำก็นำกันไป ( นำหน้า) เช่น คนที่เอารถไทม์ไทรอัลมาแข่งต้องขี่นำบ่อยๆ ( และอีกบางคนที่จำไม่ได้) แต่เวลารอบสปรินทร์ หรือ รอบสุดท้าย ถึงค่อยมีคนมาขี่แซงหน้าคนนำ เราก็ขี่จนถึงรอบสุดท้ายถึงรู้ งงมากว่านี่คือเทคนิค ที่เราโง่เองไม่รู้ ข้อนี้หรือไงฟะ หรือว่า ชัยชนะเหนือสปิริต กันแน่ บางคนทำท่าไม่มีแรง จะหมดแรงแล้ว แต่ตอนก่อนเข้าเส้นใน รอบสปรินท์ กะรอบสุดท้ายเนี้ยะ แรงมาจากไหนกัน อย่างนี้ไม่ต้องขี่ 5 รอบหรอก ปล่อยตัวกันก่อนซัก 500 เมตรแล้วค่อยขี่แข่งกันก็ได้ แล้วไม่ต้องมาต่อว่าผมคิดแบบหวังแต่ชัยชนะ โดยไม่มีสปิริตนะ นักแข่งอาชีพช่วยตอบหน่อยเหอะ
By : มือใหม่เสือหมอบถูกตีหัว [ 11 ธ.ค. 45 - 09:41:52 น. ]

ความเห็นที่ 1
It is a game
From : sport rider [ 11 ธ.ค. 45 - 09:45:26 น. ]

ความเห็นที่ 2
ผมก็เคยไปแข่งนะ มีความรู้สึกว่าไม่มันเหมือนคุณเลย ชอบแข่งเสือภูเขามากกว่านะ แต่ว่าคนที่เขาปั่นเสือหมอบเขาคงชอบน่ะครับ เพราะมันต้องมีเทคติก มากกว่าเทคนิคนะครับ แต่ก็อย่างไปซีเรียส เลยครับ เล่นไว้เป็นกีฬาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพก็แล้วกันนะครับ
From : คนเคยแข่ง [ 11 ธ.ค. 45 - 10:07:00 น. ]

ความเห็นที่ 3
มันเป็นเกมส์ ครับ (ผมก็เคยคิดเหมือนคุณมือใหม่เสือหมอบถูกตีหัว แต่ได้คุยกับท่านผู้รู้เค้าบอกว่า
" ผู้ชนะ + เก่ง ไม่ได้ดูที่จะต้องเป็นผู้ขี่นำหน้าตลอด เขาดูกันตอนเข้าเส้นครับ ( เสือหมอบนะ ) "
อย่างคุณมือใหม่เสือหมอบถูกตีหัวว่าครับ " เรามันโง่ " ไม่งัน พี่Lance ไม่ชนะหรอกครับ
From : The [ 11 ธ.ค. 45 - 10:25:33 น. ]

ความเห็นที่ 4
จริงๆแล้วคงต้องศึกษาให้มากก่วาเดิมเอาให้รู้แท้ครับไม่งั้นเสือหมอบคงไม่ใด้รับความนิยมมานานขนาดนี้จริงๆแล้วกีฬาทุกประเภทไม่ใด้ชนะกันที่แรงอย่างเดียวมันต้องบวกทักษะเทคนิคการฝึกฝนผมเห็นด้วยกับ คห ที่1 ว่ามันคือเกมส์เกมส์ที่จะต้องใช้กำลังและสมองตลอด 5 รอบถ้าคุณซ้อมมาไม่ดีคุณก็เสร็จหรือเวลาสปรินท์ถ้าไหวพริบความว่องไวคุณไม่พอคุณก็โดนอีกผมว่านอกจากแรงแล้วกีฬาประเภทนี้มันหักเหลี่ยมกันดีนอกจากขี่คุณต้องคิด ถ้าแรงสู้ไม่ใด้คุณจะต้องเอาชนะใด้ยังไงทุกครั้งเวลาผมดูกีฬาจะคิดไปด้วยทุกครั้งไม่อย่างงั้น เฟอร์กี้( man u )คงเสร็จไปนานแล้ว ลองดูใหม่นะครับว่าระหว่าง 2 ขา กับ มันสมองและ 2 ขาใครจะชนะ กีฬาไม่เคยให้โทษแก่ใครแต่ใครละจะใช้มันให้เป็นประโยชน์มากที่สุดนะครับ
From : คนชอบแข่ง [ 11 ธ.ค. 45 - 10:54:16 น. ]

ความเห็นที่ 5
เคยอ่านในหนังสือ จักรยาน ว่า มันมีเทคนิค นะ ช่วงแรก เขาไม่ปล่อยหมด และเขามีทีมคอยบังลมกัน เวลาจะถึงเส้นชัยจึงปล่อยหมดและปล่อยคนเก่งออกมา สปริ้นท์ เข้าเส้นชัยเลย ข้อเท็จจริง ผู้รู้น่าจะ ให้ข้อกระจ่าง นะครับ มือใหม่ทั้งหลาย จะได้ความรู้เป็นวิทยาทานใน การแข่งต่อไป
From : นายจักรยาน สีเหลือง [ 11 ธ.ค. 45 - 11:17:23 น. ]

ความเห็นที่ 6
แข่งมอเตอร์เวย์มันไม่มีทีมนี่ครับ จะได้มีคนนำบังลมให้อย่าง อีริคซาเบล หรือ อามสรอง แข่งกันรุ่นนึงก็ 20 คน ตัวใครตัวมัน ถ้ามีทีมจะได้เปรียบ ก็เ้ข้าใจนะในกรณีมีทีม แต่ประเด็นของกระทู้บอกว่า ควรผลัดกันนำนะ ไม่ใช่ปล่อยให้คนอื่นนำ แล้วค่อยไปตีหัวเค้า ทราบหรือไม่ว่ารุ่นนี้ถูกรุ่น 41 นายบิลลี กะพี่เหลียง(รุ่น40)ไล่มาทันเพียงแค่รอบสองเท่านั้นแหละก็ทันแล้ว เพราะไม่ผลัดกันนำใช่ไหม เคยมีกรณีนี้ครั้งนึงแล้วในตอนที่จอมบึง รุ่น 30-39 ไล่ทันรุ่นทั่วไป หมายความว่าอย่างไรล่ะครับ ดังนั้นเทคติกของการขี่เสือหมอบก็ไม่ควรสลับกันนำควรกินห่อหมก หรือห้อยหลังตลอดให้พวกโง่แรงเยอะขี่นำหน้าอย่างเดียวก็พอ หรือพวกมือใหม่นำก็ได้ มือเก่าห้อยท้ายคอยพกไม้ไว้ตีหัวใช่ไหมครับ ต้องใช้สมองด้วยว่าไม่ต้องนำพกไม้อย่างเดียวพอไง กระทู้พูดถึงสปิริตนักกีฬาครับ ให้ผลัดกันนำบ้างครับ
From : คนเดิม [ 11 ธ.ค. 45 - 12:28:48 น. ]

ความเห็นที่ 7
เห็นด้วยกับ คุณนายจักรยาน สีเหลือง กับ คุณคนเดิม
เสมือนว่าแข่งฟุตบอล (ฟาวในเกม คนทำฟาวบางทีแค่ถูกเตือนอาจไม่ถึงใบเหลือง ถ้ารู้จักทำฯ แต่คนถูกทำฯ กลับเจ็บเกือบตายรึเปล่าไม่รู้ ) งง!!
From : The [ 11 ธ.ค. 45 - 13:29:05 น. ]

ความเห็นที่ 8
การแข่งที่มอร์เตอร์เวย์มีทีมส่งเข้าแข่งมากนะครับทั้ง ช่างสิบหมู่ สวนธน แสงทอง deepteam รร กีฬา ทอ ๆลๆ แต่ต่างคนต่างขี่มากก่วาไม่ค่อย teamwork เท่าไหร่อาจเพราะนักแข่งอยู่ต่างรุ่น หรือว่าแย่งอันดับกันเองเพื่อสร้างผลงานหรือเพื่อนร่วมทีมตามไม่ทันต่างๆเหตุผลแต่ผมเห็น 1 ทีมที่มีทีมเวิอร์คดีมากในรุ่นเสือหมอบทั่วไปที่หัวหน้าทีมคือคุณ herbert มีทีมอื่นแทรกเข้ามาใด้เพียงคนเดียวเท่านั้น โดยมีธเนศคอยยิงหนีคู่แข่งทีมนี้เตรียมตัวมาดีครับน่าเอาอย่างประสบความสำเร็จมากสำหรับสนามแรกไม่แน่นะครับอาจเป็นมิติใหม่เลยก็ใด้ กีฬาอย่าแค่ยืนดูครับคิดตามด้วย เรื่อง spirit เห็นด้วยครับให้ช่วยกันลากหน่อยหรือถ้าให้ดีเข้าแบบรักษาอันดับเรียงกันเข้าไปเลยครับ แฟร์กับคนลากดี
From : คนชอบแข่ง [ 11 ธ.ค. 45 - 13:31:18 น. ]

ความเห็นที่ 9
น่าจะมีแข่งแบบ เดี่ยวทาร์มไทร์ให้พวกแรงจริงได้แสดงบ้าง จะได้จัดอันดับกันถูก ว่าแต่ถ้าจัดขึ้นมาจะมีใครแข่งไหมครับ แข่งแบบนี้พวกชอบพกหลอดดูด ,ไม้ตีหัว ,เจ้าชายห่อหมกคงไม่ชอบ ลองช่วยกันเสนอแนะดูครับ
From : อ.ป.เปล่ง [ 11 ธ.ค. 45 - 13:54:14 น. ]

ความเห็นที่ 10
กีฬาถ้าไม่มีคนแนะนำ แล้วจะคิดตามได้อย่างไร ก็คงได้แค่ยืนดูแหละครับ ผมเองก็ได้แค่นั้น
ทีม เฮอร์เบริต เองที่ได้ที่ 1-4 นั่น เพราะที่ 1 นำตั้งแต่รอบแรกแล้วมั้ง ที่ 2-3 คงฉีกหนีมาในรอบต่อๆมา ที่4 เห็นมาสปรินท์หน้าเส้น / ก็ตามเกมผมก็เข้าใจไงว่ามันเป็นเกมเพราะทีมนี้ก็ไม่ต้องนำด้วยซ้ำไป ให้ทีมอื่นลากอย่างเดียวเพราะที่ 1 ทีมเดียวกันนี่หนีไปแล้ว จะไปไล่ทีมเดียวกันทำไม เพราะตามเกมแล้ว ทีมตัวเองหนี เราก็ไม่ไล่ แล้วที่ว่ามีหลายทีมน่ะ มีทีมอะไรบ้างล่ะ ที่ลงครบทีมในรุ่นเดียวกัน ส่วนเทคนิคต่างๆ คุณชอบแข่งช่วยอธิบายคนไม่ชอบลากหน่อยซิว่า มีสปริตไหม
From : คนเดิม [ 11 ธ.ค. 45 - 14:04:09 น. ]

ความเห็นที่ 11
ไม่ว่าหรอกครับ ใหม่ๆก็โดนเหมือนกัน หลังที่ไปแข่งเลย ขึ้นบ้าง ดูดบ้าง เกาะบ้าง ไม่ค่อยหวังผลแข่งขันหรอกครับ ผมชอบเพราะว่ารุ้จักเพื่อนใหม่ๆมากกว่านะ แล้วก็ชอบตรงที่ไปนั่งต่อราคาของให้เพื่อนๆครับ
From : ต่อแหลก [ 11 ธ.ค. 45 - 14:39:18 น. ]

ความเห็นที่ 12
อยากให้ผู้ที่รู้เรื่อง กฎ กฏิกา มารยาท และ สปิริตในการแข่งเสือหมอบออกมาแสดงความคิดเห็นหน่อยครับ ผมพึ่งจะเริ่มเล่นเสือหมอบและก็คิดจะเข้าแข่งในอนาคต จะได้เข้าใจการแข่งขันหน่อย
การตามดูดหลังคู่แข่งจนรอบสุดท้ายแล้วสปริ้นท์หนีเข้าเส้นนี่ ..ทำได้ไหม..ผิดกฎ กฏิกา..มารยาท
หรือเปล่า...
เมื่อจะมีการจัดแข่งเสือหมอบบ่อย ๆ เพื่อพัฒนาวงการจักรยานแล้ว น่าจะได้มีการพูดคุยเรื่องกฏิกา
และมารยาทในการแข่งด้วยนะ....คนพึ่งเล่นไม่รู้จะได้รู้และปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน
ถ้าเป็นไปได้ เปิดเป็นกระทู้เกี่ยวกับกฏิกา และสปิริต ในการแข่ง เสือหมอบ เลย น่าจะเกิดประโยชน์
ต่อวงการจักรยานนะ
From : tom [ 11 ธ.ค. 45 - 14:50:13 น. ]

ความเห็นที่ 13
ฮิ ฮิ ได้ศัพท์ใหม่เพิ่มขึ้น ...อ้ายกระพ้ม ก้อไม่เคยแข่งหรอก...ไม่ทราบบรรยากาศ สนามมอเตอร์เวย์เป็นอย่างไร...คงไม่ใช่ตรูเดอฟรองซ์แน่ แต่เห็นมีคนใส่เสื้อทีมแบบอาร์มสตรอง...นึกว่าจะมีการบังลม ดมกลิ่น เหมือน ตรู ...เห็นใจคนถูกดูดนะครับ ...อย่างนี้ต้องปล่อยควันพิษเสียให้เข็ด ...ชอบตามดมกลิ่นนัก ฮิ ฮิ
From : นายจักรยาน สีเหลือง [ 11 ธ.ค. 45 - 14:52:33 น. ]

ความเห็นที่ 14
นอกจากปล่อยควันพิษแล้ว ทำแบบเสลดพันคอบ้างก็ได้ ขี่ไปถุยไป เดี๋ยวได้ต่อยกันเอง 555 ล้อเล่นครับ อย่าทำนะครับ...นานาจิตตังครับ..อย่าซีเรียส
From : อ.ป.เปล่ง [ 11 ธ.ค. 45 - 15:08:22 น. ]

ความเห็นที่ 15
ดูพวกคุณพูดแล้วสนุกดีจัง
From : สรศักดิ์ สุบงกช [ 11 ธ.ค. 45 - 16:56:36 น. ]

ความเห็นที่ 16
ไม่เห็นมีใครตอบ คคห. ที่ 12 เลย น่าจะมีกฎ กติกา มารยาทนะ มีไหม อยากรู้จัง เผื่อมี ตรู เดอ ไทยแลนด์ มั่ง
From : มาอ่านเฉยๆ [ 11 ธ.ค. 45 - 18:56:58 น. ]

nbt
ความเห็นที่ 17 [ 11 ธ.ค. 45 - 19:32:47 น. ]

webmaster

รู้สึกว่าจะลงรุ่นเดียวกับผมเลยนะ รอบแรกผมก็ขึ้นไปนำบ้างเหมือนกัน พอเหนื่อยก็ปั่นช้าลง ก็มีคนอื่นมารับช่วงต่อเอง แล้วก็ปั่นตามตลอดเพราะแค่ปั่นตามก็ยังเอาตัวแทบไม่รอด ขี่ได้รอบที่ 4 ก็ตะคริวกินแล้ว การขึ้นนำกลุ่มมันก็เหมือนเป็นแทคติกหนึ่งครับ ข้อดีก็คือเรากำหนดความเร็วของกลุ่มได้ เอาความเร็วที่คุณขี่ได้สบายๆซิครับ หรือถ้าคุณแรงดีๆไม่อยากโดนดูดก็กระชากหนีไปเลย ถือเป็นการลากกลุ่มให้หมดแรงก็ได้ (ถ้าตัวเองไม่หมดแรงซะก่อน) และผู้ที่อยู่หัวขบวนยังมีโอกาสล้มได้น้อยกว่า สังเกต lance ซิครับ จะอยู่กลุ่มนำตลอด ลองอยู่ท้ายกลุ่มซิครับ โอกาสที่ใครซักคนล้ม แล้วพาเราล้มไปด้วย ที่ความเร็วสูงๆนี่น่ากลัวนะ แต่จริงๆแล้วเวลาแข่งถ้าแต่ละรุ่นไม่ได้อยู่ทีมเดียวกันแล้ว เกี่ยงกันนำแน่นอน แต่ยังไงก็ยังมีพวกไม้ประดับแบบผมขึ้นไปช่วยนำบ้างเหมือนกัน ถือว่าเป็นการแข่งแบบสนุกๆครับ

สักครู่นี้คุณตั๊ม spinbike แกบอกว่าได้พิมพ์ตอบกระทู้นี้อย่างยาวเลย เสียดายเนตหลุด หายหมดเลย .... รอแกกลับจากเชียงใหม่คงจะมาตอบอีกทีนะครับ


ความเห็นที่ 18
oyjoot


จากคห.ที่ 13 ก็รอ ท่านผู้รู้มาตอบเลย ก็เลยคิดเล่น เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ นะครับ อย่าถือสาอะไรเลย แต่คงไม่ช่วยผู้ตั้งกระทู้หาย จากความเสียความรู้สึก ดีๆ (ในการแข่ง ตามที่คาดหวังไว้) รอเกจิ มาตอบยาวๆครับ จะได้เพิ่มพูนความรู้ด้วย


From : นจย.สล. [ 11 ธ.ค. 45 - 22:15:48 น. ]


ความเห็นที่ 19
สวัสดีครับ ทุกๆ ท่านที่มีหัวใจจักรยานเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น เสือถนน หรือเสือภูเขา ที่ต้องเขียนว่าเสือถนน นั้นคงจะไม่แยกแล้วว่าเป็นรถฃนิดไหน เพราะมิติใหม่นั้น รถ MTB ก็แปลงกายมาซัดกันบนทางเรียบแล้วใช่ไหมครับ
เอาล่ะครับ พิมพ์ใหม่อีกทีก็ได้ ..
กีฬาจักรยานเป็นศาสตร์ และศิลปะชั้นยอด ที่ถ้าคุณศึกษาให้ดีและ ซึมซับไปกับมันแล้วจะรู้ได้ว่า กีฬาประเภทนี้ มีอะไรให้เรียนรู้อีกมากมาย อีกทั้งยังนำไปใฃ้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย เช่นถ้าคุณเหนื่อยหรือท้อ กับการทำงาน จงนึกเสมอว่า เวลาที่คุณขี่ไล่เพื่อนที่อยู่ข้างหน้า หรือ สู้กับความชันของขุนเขาแล้ว น่าจะเหนื่อยกว่า กับเกมส์การแข่งในบางครั้ง นั้นสาหัสมากนักเมื่อโดนคู่ต่อสู้ต่างทีม รุมกินโต๊ะจีน ถ้าสัมผัสได้ดังนี้ อะไรที่คิดว่าเป็นเรื่องยาก ถ้าเทียบกับเกมส์ของจักรยาน แล้วถือว่าเป็นเรื่องขี้ผงทันที ผมก็อาศัยหลักการคิดอย่างนี้แหละครับ เลยลุยมันไปเรื่อยๆ ถ้าไม่หยุดปั่นเราก็จะไปถึงเส้นชัยแน่นอน แต่ถ้าเรามัวแต่โทษ หมู หมา กา ไก่ ดิน ฟ้า อากาศ แล้วกินลูกท้อกลางทางหยุดปั่นดื้อๆ ก็คงจะไปไม่ถึงแน่นอน
กับเกมส์ของกีฬาที่ผมคิดว่าเป็น การต่อสู้กันแบบสุภาพบุรุษอย่างแท้จริง การแข่งจักรยานทางไกล หรือทางเรียบนั้น มันต้องมีอะไรดีๆ แน่ๆ ไม่ยังงั้น ทัวร์ฝรั่งเศส คงไม่สามารถจัดมาได้ถึง 89 ครั้ง ถึงทุกวันนี้ ถ้านักกีฬาทุกคนจ้องที่จะเข่นฆ่า กันและไม่มีสปิริตแล้ว ผมคิดว่าโลกนี้น่าจะมีแต่สงคราม เมื่อมันหลายชาติ หลายภาษา ถ้าเป็นนักจักรยานแล้ว หัวใจต้องเป็นเพชรฆาต แต่มีความอ่อนโยน และแทรกตัวอยู่ในสังคมได้ ในกลุ่มของนักจักรยาน เวลาที่แข่งกันอย่างดุเดือดนั้น กลับมีอะไรที่น่าสนใจมากกว่า อีกมากนัก ผมเห็นความสัมพันธ์กันระหว่างนักจักรยาน ต่างทีมบ่อยครั้งคือพวกเขาเหล่านั้นมีน้ำใจให้กัน จะเห็นหลายๆครั้งว่าเมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น หรือต้องการความช่วยเหลือการแบ่งปันน้ำกิน อาหาร เข็นท้ายเมื่อปวดฉี่ หรืออย่างกรณีทัวร์ออฟไทยแลนด์ ทุกคนที่ขี่อยู่ในกลุ่มนำ เห็นว่านักปั่นชาว ฮอลแลนด์ ถูกรถชน ทุกคนจอดและกลับมาช่วยดูอาการกันหมด เมื่อกลุ่มสองมาไล่ทัน ก็จะให้กลุ่มแรกออกไปก่อนตามเวลาที่เหมาะสม และไม่มีใครที่จะมั่วไปกับกลุ่มแรกเลย อย่างนี้เขาเรียกสปิริต หรือเปล่าครับ อามสตรองก็ทำให้เห็นแล้วครับว่าแข่ง กับอูลลิชแทบจะเป็นเงาตามตัว เมื่ออูลลิชกลิ้งลงข้างทางเขากลับเบาความเร็วรอ และถามว่า เป็นอย่างไรบ้าง เมื่ออูลลิชกลับมาเข้ากลุ่มก็เริ่มเปิดเกมส์แลกกันใหม่ เกมส์คือเกมส์ครับ เขาไม่ได้ห้ามไว้ในกติกาว่าคุณต้องขี่ขึ้นนำอย่างเดียว หรือว่าคุณห้ามจี้อยู่ข้างหลังมันเป็นทักษะของแต่ละคน จักรยานนั้นมีแรงอย่างเดียวชนะยากครับ ต้องมีสมองและ ประสพการณ์ด้วยถึงจะเอาชนะได้ แต่การเอาชนะนั้นคงต้องเป็นไปตามกติกา ไม่ใช่เห็นเพื่อนจะแซง ปาดซะเพื่อนกลิ้ง หรือเล่นวิธีสกปรกต่างๆ ผมคิดว่ากีฬาประเภทนี้คนที่มาเล่นมีพื้นฐานของจิดใจสูงอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยได้เห็น วิธีสกปรกเท่าไหร่ แต่ก็ต้องยมรับว่าก็มีบ้าง ทุกสังคมแหละครับ แต่ที่นี่น้อยที่สุดแล้ว
..อีกอย่างนึง ถ้าจะบอกว่า แข่งแค่ 500 เมตรก็พอ ผมว่ามันไม่เป็นเกมส์ที่สนุกนะครับ ถ้าคุณไม่ยากให้เขามาสปรินทร์ตีหัวคุณแตก ผมแนะนำให้ว่า คุณรู้โจทย์ และคำตอบ ดีอยู่แล้วว่าเขาจะถือไม้หน้าสามมารอทุบคูณหน้าเส้น คุณก็ต้องแสดงวิธีทำ โดยการซ้อมให้หนักหน่วงขึ้น สปรินทร์ให้แรงและเร็วจนไม่มีใครสามารถ ที่จะมาตีหัวหน้าเส้นคุณได้ คนที่จะมาแซงคุณได้แสดงว่าเขาก็ต้องเตรียมตัวมาดีพอสมควร แข่งระยะทางตั้งไกล เขาก็ขี่ระยะทางเท่ากันกับคุณนะครับ ไม่ได้ นั่งรออยู่ร้านขายน้ำ และรอมาสปรินทร์ แค่ 500 เมตรแล้วเอาชนะคุณใฃ่ไหมครับ ถ้าเขาไม่มีแรงพอที่จะเป็นผู้ชนะ เขาคงจะหลุดกลุ่มไปแล้ว คงมาไม่ถึงเส้นและมาทุบใครได้แน่นอน แต่ถ้าคุณไม่ฝึกซ้อมเลย ผมก็แนะนำให้ว่าควรจะเตรียมสำลี กะยาแดงไว้ทำแผลหัวแตกดีกว่า (อันนี้แซวเล่น ห้ามโกรธ)
..ตรงนี้อยากให้มองว่า เป็นความสนุกที่ มาสัมผัสกับเกมส์ของจักรยาน ที่มีทั้งการคุมเกมส์เมื่อสถานะการณ์เป็นต่อ และแก้เกมส์เมื่อตกเป็นรอง รุกและรับสลับเปลี่ยนกันไป ใครที่ขี่ถูกกติกาและเป็นผู้ชนะ ก็ควรได้รับการยกย่อง ผู้แพ้ก็เก็บเป็นการบ้านไปฝึกฝนต่อไป เพื่อแก้มือสนามหน้า เขาไม่ได้มีกติกาห้ามคุณลงมาจี้นะครับ อยู่ที่ตัวคุณเองว่าคุณควรจะวางตำแหน่งตัวเองอยู่ตรงไหนในกลุ่มมากกว่า และเมื่อคุณคิดว่าพวกที่อยู่ข้างหลังคุณเอาเปรียบ ทำไมคุณไม่ลงมาล่ะครับ คงไม่มีใครว่าใครได้ด้วยนะครับ
..เมื่อวานนี้ผมก็ลงแข่ง มีอยู่ตอนนึงมีนักขี่สูงอายุท่านนึง คงไม่มีกระจกส่องหลัง กลุ่มผมไปไล่ทัน ท่านก็เบรคกลางกลุ่มเลย ผมร่วงลงไปขี่ข้างทาง ซึ่งขอบถนนสูง แต่ไม่มีใครฉวยโอกาสหนีเลย กลับตะโกนบอกกันว่า เฮ้ย.. รอก่อน ไอ้ตั้มร่วงถนน ทุกคนก็เบารอ ผมก็ไล่เข้ากลุ่มได้เหมือนเดิม และพอรอบสุดท้ายผมก้มาสปรินทร์เข้าอีก ทุกคนก็มาจับมือแสดงความยินดีกัน เพราะผมไม่ได้แกล้งใคร และก็มีจังหวะที่จะทำความเร็วได้ดีกว่า เพราะขี่มานานกว่า ก็ไม่มีใครต่อว่าซักคน มันเป็นการแข่งครับ จังหวะใครสามารถทำได้ดีกว่า จะเป็นผู้ชนะ ผมว่าไม่ผิดนะครับ แต่จริงอยู่เรื่องของสปิริต ต้องปลูกฝัง คือถ้าผมหนีมากับกลุ่มนำ และไม่ยอมขึ้นนำหน้าลากกลุ่มเลย แล้วดันมาสปรินทร์ตีหัวชาวบ้านนั้น ลักษณะนี้ควรประนาม แต่การเป็นนักแข่งที่มีสปิริตนั้น ควรจะต้งช่วยนำครับ แต่ถ้าไม่มีการหนีกลุ่มและมาเล่นกันเป็นกลุ่มใหญ่ ก็เลือกเอาตามใจชอบครับ ว่าจะนำหรือ หมก คงว่ากันไม่ได้ครับ
...เอาล่ะครับ ไว้วันหลังจะมาเล่าเรื่อง กติกา มารยาทให้อ่านกันอีก วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ สวัสดี..
From : spin bike [ 11 ธ.ค. 45 - 22:41:47 น. ]

ความเห็นที่ 20
คุณ spin bike....เขียนให้เหตุผลได้ดีนะ ในช่วงวัยเรียนเราเล่นกีฬามาตลอด 10 ปี เฉลี่ยเล่นกีฬาปีละ 3 อย่าง คิดว่าเข้าใจความหมายที่ต้องการสื่อ
From : organ [ 11 ธ.ค. 45 - 23:18:59 น. ]

ความเห็นที่ 21
ชัดเจนครับ กับคำตอบของคุณตั้ม บางครั้งผมแอบภูมิใจเล็กๆขนาดที่เราอายุ 44 แล้ว มีเด็กรุ่นลูกตามเอาหลอดดูด แล้วรุมกินโต๊ะเราจนเราย่ำแย่ แต่นั่นหมายถึงโดยตัวเราเองแล้วเรายังมีความแข็งแกร่งกว่าถึงแม้ผลออกมาเราเป็นฝ่ายแพ้ก็ตาม
From : สมชาย ผสมทรัพย์ [ 12 ธ.ค. 45 - 08:28:37 น. ]

ความเห็นที่ 22
เอาแบบเนื้อ ๆ หน่อยได้เปล่าครับคุณspinbike เรื่อง กติกา มารยาท (ส่วนใหญ่มีแต่มารยาท ที่เล่ามา)
จะรอครับ
From : The [ 12 ธ.ค. 45 - 10:17:43 น. ]

ความเห็นที่ 23
สรุป...กีฬาทุกประเภท คงจะต้องร้องเพลง กราวกีฬา ของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี .."...รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย..." ครับ
From : นจย.สล. [ 12 ธ.ค. 45 - 11:47:01 น. ]

ความเห็นที่ 24
ต้องค้นหาตัวเองให้เจอว่าชอบอะไร แล้วไปให้ถึง อย่าเอากระแส หรือแฟชั่นมานำ เห็นเขาขี่ ขี่บ้าง เห็นเขาแข่งแข่งบ้าง แล้วไม่ใช่เรา ก็เลยโวยวาย ว่าไม่ดี ไม่ชอบ คุณลองหาอะไรที่คุณชอบซิ รับรองว่าจะไม่มีอะไรที่คุณจะบอกว่าไม่ดี
From : ข้อเสนอ [ 12 ธ.ค. 45 - 12:53:27 น. ]

ความเห็นที่ 25
เพิ่งรู้นะเนี่ยะ คราวหน้า จะแข่งบ้าง แล้วจะพกห่อหมกเยอะๆเลย รีบๆจัดหน่อยนะคุณครูปื๊ด

From : คนเดิม [ 12 ธ.ค. 45 - 23:37:17 น. ]

ความเห็นที่ 26
ถ้าไม่ชอบก็อย่าแข่งเลยครับ.......แข่งโดยไม่มีความสุข.....เสียดายค่าสมัครปล่าวๆ
From : 555 [ 13 ธ.ค. 45 - 01:44:56 น. ]

ความเห็นที่ 27
ย้อนหลังไปประมาณปี42-43 ที่ทางเรียบจอมบึง รุ่น30-39 นี่แหละ
ทุกคนช่วยกัน ผลัดกันนำหน้า ทั้งกลุ่่ม ใครแรงน้อยหน่อยก็นำน้อยหน่อย
สนุกมากครับ ตอนนั้นจำได้่ว่า คุณหนุ่ยแห่งสปินไบค์ ตะโกนบอกกันว่าให้ช่วยกันนำผลัดกันนำนะ ทุกคนก็เห็นพ้องต้องกันครับ ขี่เรียงแถวกันสนุกดีครับ คลับคล้ายคลับคาว่า ไปทันรุ่นทั่วไปด้วย หลังจากนั้นยังเห็นข้อความในหนังสือสปอร์ตสตรีท แซวเรื่องสปริต ของรุ่นทั่วไปเลยครับ
From : นน [ 13 ธ.ค. 45 - 08:54:07 น. ]

ความเห็นที่ 28
ขอบคุณครับ...สำหรับความรู้เรื่องการแข่งเสือหมอบ....จะหาโอกาศลงแข่งสักครั้ง
ตอนนี้ขอซ้อมแข่งกับตัวเองก่อน....
เห็นด้วยกับคุณตั้มครับว่าจักรยานเป็นกีฬาสุภาพบุรุษ...เล่นให้สนุก..เรียนรู้ที่จะเอาชนะ...แต่อย่าละทิ้งคำว่า..สปิริต..
ตอนที่ดู ตูร์ เดอ ฟรอง แรก ๆ ยังไม่รู้เรื่อง..ว่าบางสเตจทำไม อาร์มสตรอง จึงปล่อย
ให้อุลริช เข้าก่อน.ทั้งที่ดูแล้วสามารถสปินท์เข้าได้..และอุลริชก็ยื่นมือมาจับมือกับอาร์สตรอง ตอนเข้าเส้น....ดูแล้วประทับใจ
พึ่งจะปั่นเสือหมอบได้ไม่นาน...แต่ก็ติดใจครับ...เวลาอัดขึ้นดอยชัน ๆ ..แบบว่าจะไหวหรือไม่ไหว
พอเราผ่านไปได้...มันสะใจ...และมีความรู้สึกว่า..สมองมันโล่ง...ได้ปลดปล่อยเรื่องต่าง ๆ ไปหมด
มีแรงกับมาทำมาหากินต่อ....
From : tom [ 13 ธ.ค. 45 - 08:56:30 น. ]

ความเห็นที่ 29
สำหรับผู้ที่โดนตีหัวสนามนี้ น่าจะไปล้างตาที่เขาค้อนะ...สภาพทางชัน ๆน่าจะดูดกันยาก ผมว่าจะไป แต่คงลงเสือภูเขา ( ถ้าแข่งพร้อมกัน ) ถ้าคนละวัน คงเอาทั้งสองอย่าง ไม่ใช่แรงดีนะ....แต่เดินทางไปตั้งไกล...อยากปั่นให้คุ้มค่าน้ำมัน
From : tom [ 13 ธ.ค. 45 - 09:06:46 น. ]

ความเห็นที่ 30
เป็นไปได้เปล่า ถ้าแข่งจักรยานทางเรียบแต่ไม่มีการดูด (ห้าม) จะเป็นยังไง
From : The [ 13 ธ.ค. 45 - 09:39:49 น. ]

ความเห็นที่ 31
ขนาดแข่งรถที่มีเครื่องยนต์ยังใช้เทคนิคการดูดเลยครับ
ถ้าคุณไม่อยากให้ใครดูดหรือไม่ชอบดูดใคร ก็อัดให้เขาดูดคุณไม่ได้ก็สิ้นเรื่อง
หรือเปลี่ยนไปเป็นวิ่งสิครับผมไม่เคยได้ยินว่าใครพูดวิ่งดูดกันไป
ทั้งหมดนี้เป็นเทคนิคในเกมส์การแข่งขันครับ
อาจไม่มีสอนในห้องเรียนหรือที่ใหนๆแต่ศึกษาได้จากสนามแข่งเป็นประสบการณ์ครับ
ผมรู้จักเทคนิคนี้ตอนยังชอบแข่งรถยนต์เป็นการดูดหรือเกาะคันหน้าให้เค้าบังลม
เมื่อมีโอกาสจึงฉีกแซงหนีไป ในการแข่งจักรยานก็เหมือนกัน
คุณเลือกได้ที่จะเกาะ(ดูด)เขาเพื่อพักแรงของคุณหรือเพื่ออะไรก็ตาม
หากคนที่นำหน้าคุณเขาขี่เร็วคุณก็ต้องขี่เร็วตาม บางคนตามไม่ไหวก็หลุด
หรือคนที่นำเค้าหมดหรืออยากพักเค้าก็ผ่อน มันอยู่ที่ตัวคนนำว่ารู้จักประเมินสถานการณ์หรือเปล่า คุณนำอย่างเดียวโดยไม่ผ่อนผมว่าคุณเก่ง แต่คุณขาดการวางแผนและศึกษาข้อมูลคู่ต่อสู้
ว่าเค้าขี่กันในลักษณะใด ถ้าแข่งจักรยานทางเรียบแต่ไม่มีการดูด (ห้าม) ผมว่าคุณน่าจะชอบ ทามไทร์ นะครับคิดว่าเหมาะกับคุณ
From : ปุ๋ย [ 13 ธ.ค. 45 - 11:20:52 น. ]

ความเห็นที่ 32
สมมุติเล่น ๆ แต่จริงก็ได้ คือ เอาอย่าง จักรยานไตรกีฬา เขาห้ามดูด (เว้นระยะประมาณ 10 ม. ) แข่งแบบปกตินี้ละครับ คุณปุ๋ย
From : The [ 13 ธ.ค. 45 - 13:08:06 น. ]

ความเห็นที่ 33
ผมว่าการแก้ปัญหาต้องเริ่มที่ตนเองนะครับ เกมส์จะเป็นอย่างไร นั่นคือเกมส์ ผมเองก็ประสพกับความล้มเหลวหลายครั้ง แต่ความล้มเหลวที่เกิดขึ้น ผมจะนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการฝึกซ้อมให้มากขึ้น เรียนรู้ให้มากขึ้น ศึกษากีฬาประเภทนี้มากขึ้น และก็มีความสุขทุกครั้งที่มาแข่ง ไม่ว่าจะแพ้หรือไม่แพ้ก็ตาม แต่ที่แน่ๆ กีฬานี้ แข่งกับตนเองต่างหาก(จริงมั๊ยครับ) ทุกๆครั้ง ผลการแข่งขัน ผมไม่ค่อยให้ความสนใจมากไปกว่าสุขภาพที่เราได้มา ผมเองก็อยู่ในกลุ่ม 30-39 ก็เห็นความมีน้ำใจของเพื่อนๆ ทุกๆคน ไม่ว่าจะมาเป็นทีมหรือไม่ ก็ช่วยกันตามกำลัง ผมอยากให้ทุกๆท่านมีความสุขกับกีฬาที่ตนชื่นชอบ ครับ
From : น้องเฝือก [ 13 ธ.ค. 45 - 16:02:29 น. ]

ความเห็นที่ 34
1) เห็นคนเข้ามากระทู้นี้มีแต่คนดีๆทั้งนั้นเลย ไม่มีพรรคมารเลยเหรอ หวังว่าคงไม่อยู่ตามสนามแข่งนะ เช่น บอกให้ซ้อมเยอะๆ เองจะได้ชนะ หรือการไม่หวังรางวัลบ้างล่ะ ถามใหม่ ถ้าทุกอย่างเท่ากันหมด ทั้งการฝึกซ้อม และอุปกรณ์ แตกต่างที่สปิริตไม่เท่ากัน ไม่เห็นบอกกันบ้างว่าควรทำอย่างไร หรือนักแข่งระดับนานาชาติ เค้ามีวิธีการอย่างไร ฝรั่งไม่ทำกันหรือไง ผมว่าเค้าทำแน่ๆ ไม่ได้มีสปิริตเต็มร้อยหรอก
2) ถามใจพวกคุณจริงๆเหอะ ถ้าคุณคิดว่ามีโอกาสที่จะได้รางวัลแต่สปริตสูงขี่นำเพื่อน แล้วมาแพ้พวกตามจี้ไม่นำ อย่างนี้คุณจะปลงได้หรือไม่ ผมว่าบางทีคุณอาจเปลี่ยนพฤติกรรมไปก็ได้เป็นเหลือแต่ตามจี้กันตลอด ปล่อยให้หน้าใหม่มานำ
3)จากคห19 หมายความว่าถ้ายังคงอยู่ในเพโลตอนอยู่การไม่ขึ้นนำ หรือหมกอยู่ตลอด ก็หมายถึงการทำถูกแล้ว หรือเป็นการแสดงการเป็นนักกีฬาที่มีความสามารถแล้วใช่ไหมครับ
From : มารยา [ 13 ธ.ค. 45 - 19:54:49 น. ]

ความเห็นที่ 35
คุณมารยา กระทู้34 คร้บ ถ้าขี่เสือหมอบด้วยใจรักแล้ว เราไม่สนว่าใครจะเอาเปรียบเราหรอก แต่กลับดีใจที่ทำให้ใครคนหนึ่งในกลุ่มมีความสุข เคยเจอกะกลุ่ม เสือหมอบ ที่ ชร. ครั้งเดียวเองรู้สึกแปลกๆกะความรู้สึกนี้ อธิบายยากนะ แต่รู้สึกดีมากๆ ทราบว่ากลุ่มนี้เข้าแข่งที่ ชม.เกมส์ในขณะนี้ทั้งหมด
From : เจอกลางทาง [ 13 ธ.ค. 45 - 21:11:53 น. ]

ความเห็นที่ 36
วิธีแก้ง่ายๆก็คือ ถ้าพวกข้างหลังเอาแต่หมกอย่างเดียวแล้วเราขี่นำมาพอนานพอควรก็ไม่มีใครขึ้นมาแทน ก็ต้องใช้วิธีบังคับเอาล่ะครับ ก็คงต้องลดความเร็วลงมาเรื่อยๆๆ ถ้าข้างหลังยังลดตามอีก เราก็ลดไปอีก เดี๋ยวข้างหลังอึดอัดเขาก็ต้องขึ้นมาเองล่ะครับ พอเขาเริ่มขึ้นนำเราค่อยกลับไปดูดแทน ผมว่ายังไงก็ต้องมีคนขึ้นมานำแทนแน่นอนเพราะไม่อย่างนั้นคงจะไม่มีโอกาสตามกลุ่มนำได้แน่นอน

แต่ความรู้สึกผมผมว่าที่จริงแล้วไม่ว่าอยู่กลุ่มนำหรือกลุ่มหลัง ก็ควรจะผลัดกันนำอยู่ดีนั่นแหละ เพราะกลุ่มนำต้องผลัดกันนำเพื่อที่จะฉีกหนีกลุ่มหลังให้ขาด ส่วนกลุ่มหลังก็ต้องผลัดกันเพื่อตามกลุ่มแรกที่ฉีกหนีให้ได้ เพราะถ้าเอาแต่ดูดเดี๋ยวกลุ่มแรกก็ถูกกลุ่มหลังตามทัน หรือกลุ่มหลังถ้าไม่ตั้งกลุ่มกันก็ต้องถูกกลุ่มแรกทิ้งขาด ยกเว้นกลุ่มหลังจะมีแต่พวกที่ถอดใจแล้ว ไม่ได้หวังตำแหน่งอะไร ก็เลยเอาแต่ดูดไปเรื่อยๆเพื่อขี่ให้จบ อย่างนี้ก็คงจะไปหวังอะไรไม่ได้ ....ไม่ทราบผมคิดอย่างนี้ถูกไหมครับเพื่อนๆ
From : yoo [ 14 ธ.ค. 45 - 10:55:26 น. ]


ความเห็นที่ 37
ก้อเห็นมีมาตั้งนานแล้วนี่ครับพวกชอบหมกในระดับชาติก้อมี....แต่ไม่เห็นเค้าจะมานั่งบ่นกันเลยว่าแพ้เพราะโดนดูดมาตลอด...ถ้าแรงคุณดีจริงคุณก้อตั้งกลุ่มหนีไปก่อนก้อได้นี่ยิงสักสามสี่ทีเดี่ยวกลุ่มก้อแตกเองเพราะตั่งแต่ผมขี่จักรยานมาผมไม่เคยเห็นใครที่จะประสบความสำเร็จด้วยการดูดอย่างเดียวแล้วชนะด้วยการตีหัวหน้าเส้นทุกครั้ง....สปิริตของนักกีฬาผมว่าเหมือนกันทุกประเภทนะครับคือ..การที่เท่าเทียมกันในการแข่งที่เท่าเทียมกัน...และถ้าคุณอยากจะสนุกกับจักรยานก็อย่าคิดมากเลยครับกับการแพ้ชนะยังไงพวกที่แข่งกับคุณมันก้อยังเป็นพวกที่ชอบจักรยานเหมือนคุณนะแหละแข่งกับตัวของคุณเองดีกว่า
From : จ้อยabc [ 14 ธ.ค. 45 - 11:35:33 น. ]

ความเห็นที่ 38
ชอบแนวคิดคุณมารยาจริง ๆ ( จริง ๆ ) ส่วนตัวผมก็คงประมาณนั้น แต่ก็ไม่ทั้งหมด ถ้าตั้งกฏจริง ๆ โดยไม่มีการจี้ตูดกัน มันจะเป็นการแข่งจักรยานรึเปล่าครับ คุณมารยา หรืออท่านอื่นๆ มีความเห็นว่าไง
คำถาม ข้อ3 อยากให้คห ที่19 ตอบจัง อยากทราบความเห็นผู้ขี่มานาน ๆ จริง
From : The [ 14 ธ.ค. 45 - 13:57:28 น. ]

ความเห็นที่ 39
หวัดดีเพื่อนๆนักจักรยาน ผมแข่งเสือหมอบมาตั้งแต่2501 ก็คงจะพอเรียกว่าขี่มานาน.
ขอให้รุ่นน้องๆที่เพิ่งเริ่มขี่อย่าเพิ่งท้อ เพราะโดนตีหัวหน้าเส้น ความจริงแล้วยังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้อีกมาก ที่จำเป็นต้องใช้เวลาอย่างน้อยผมว่า3-4 ปี ถึงจะเข้าใจ การแข่งเสือหมอบ ไม่ได้ใช้แรงอย่างเดียวต้องศึกษาผู้ที่จะร่วมแข่งกับเราด้วยว่ามีใครลงแข่งบ้างปรกติขี่ดีกว่าเราหรือเปล่า แรงสปรินท์เป็นอย่างไร เราต้องแก้ไขจุดด้อยเราตรงใหน แผนการซ้อมก่อนแข่ง อาหาร และรายละเอียดอี่นๆอีกแยะ อยู่ที่ว่าคุณจะจริงจังกับมันเท่าใด ผมเคยเห็นฝรั่งนักแข่งวันทั้งวันมีแต่เรื่องจักรยานในสมองตั้งแต่เช้ายันเข้านอน ผมเองว่าบ้าๆ(จักรยาน)ยังต้องชิดขวาเลย.
การที่คุณโดนตีหัวก่อนเข้าเส้น ความจริงแล้วผมว่าคุณไม่ได้อยู่ในสายตาเขาหรอก เขาคุมพวกที่แรงดีที่สุด หรือผู้ที่สปรินท์แรงสุดอยู่ ถ้าคุณคิดว่าแรงคุณดีจริงคุณต้องฉีกหนีให้ขาดจนกลุ่มไล่ไม่ทัน ซึ่งต้องฝึกซ้อมอย่างหนัก รวมทั้งเทคนิกการฉีกหนีจากกลุ่ม ตอนแข่งไม่มีใครขึ้นไปขี่นำโดยไม่มีผลประโยชน์หรอกครับ (ไม่เกียวกับสปิริต) พวกที่สปรินท์เก่ง ก็ต้องพยายามทุกวิธีทางเพื่อให้มาถึง200เมตรสุดท้าย สรุปคือเสือหมอบมีอะไรให้เรียนรู้เพิ่มเติมตลอด อุปกรณ์ เทคนิค เพื่อนใหม่.
ขออย่าได้ท้อแต่ต้องฝึกขี่กับกลุ่มอย่างสมำเสมอถึงจะเรียนรู้เพิ่มได้.
From : หุ่น [ 14 ธ.ค. 45 - 16:42:40 น. ]

ความเห็นที่ 40
สวัสดีครับ คุณหุ่น คุณแข่งเสือหมอบมาก่อนผมเกิดตั้ง 9 ปีแนะ...
อ่านความเห็นของคุณแล้วได้อะไรดี ๆ เกี่ยวกับการแข่งเสือหมอบเพิ่มขึ้นเยอะเลย
ผมพึ่งจะเริ่มเล่นเสือหมอบ ( ขี่เสือภูเขามาก่อน ) ตอนนี้กำลังสนุกกับเสือหมอบ
คิดว่าจะขอความรู้..คำแนะนำ..ในการแข่งเสือหมอบ...จากคุณหน่อย..
ว่า ในการแข่ง...ควรวางตัวอยู่ตรงไหน...ช่วงไหนควรฉีก..ช่วงไหนควรตาม..
ตอนนี้ผมซ้อมเอาแรงอยู่ครับ...ถ้ามีสนามแข่งใกล้ๆบ้านก็จะลองลงแข่ง..
ไม่ได้หวังผลหรอกครับ...แต่มาเล่นแล้วก็อยากลงแข่ง...จะได้รู้ว่าเราพัฒนา
ไปถึงไหนแล้ว...
ถ้าไม่เป็นการรบกวน จะลงในกระทู้นี้..หรือ..E-MAIL ก็ได้ครับ pframe11@hotmail . com
จากที่ได้รถมาและปั่นไม่ถึงเดือน...ผมว่าผมชอบตอนอัดขึ้นเขานะ...ตอนนี้ยืนอัดได้ยาว ๆ
จำได้ว่าเคยอ่านกระทู้คุณเกี่ยวกับโรคหัวใจที่กำเริบกระทันหันตอนไปดู ตูร์ ใช่หรือเปล่าครับ
From : tom [ 14 ธ.ค. 45 - 17:55:16 น. ]

ความเห็นที่ 41
ช่วยตอบทีครับคุณหุ่น(ความเห็นที่ 40) ผมก็อยากรู้ ไม่ต้องไปเสียเวลานาน (หลักสูตรเร่งรัด) ผมยังไม่เคยโดยตีหัว เพราะยังไม่เคยลงแข่งกะเขาสักครั้ง จริง ๆ
ชอบแนวตอบของคุณ จะ ๆ บางคนตอบเหมือนนักเขียน อ่านแล้ววิ่งตามไปด้วย ยังรีบตอบนะครับ อยากรู้
ขอบคุณล่วงหน้า

From : The [ 15 ธ.ค. 45 - 15:35:18 น. ]

ความเห็นที่ 42
กระทู้นี้สงสัย มันส์ กว่าแข่งเสือหมอบแล้วมั้ง
คนดีเต็มกระทู้เลย(อย่างที่ คหของมารยาบอก) ไม่มีใครหวังรางวัลเลย ขี่แข่งกับตัวเองบ้าง ฯลฯ แล้วซ้อมแทบตายกันทำไม สปรินท์กันแทบตายทำไม ไม่เหมือนพรรคมารอย่างผมมั้ง หวังรางวัลเพื่อความภูมิใจของตนเอง ถ้ามีโอกาสก็ขอได้ไปยืนบนแท่นบ้าง

From : ตัวป่วน [ 15 ธ.ค. 45 - 16:55:25 น. ]

ความเห็นที่ 43
ช่วยๆไปแข่งกันหน่อยเถอะครับ....เดี๋ยวไม่มีคนจัดให้แข่ง....นี่คือการแข่งขันของคนนะครับ "ไม่ใช่ควาย" จะได้ใช้แรงอย่างเดียว
From : คนชอบแข่ง [ 16 ธ.ค. 45 - 03:39:57 น. ]

ความเห็นที่ 44
กลัวเค้าว่าเป็นควายครับ + ทุนน้อย + บ้านไกลครับคุณคนชอบแข่ง
แล้วคุณคนชอบแข่ง เป็นอะไรครับ ??
From : The [ 16 ธ.ค. 45 - 08:38:31 น. ]

ความเห็นที่ 45
จักรยานเสือหมอบนี่เค้ามีแข่งกันมานานแล้วนะ ทำไมคนรุ่นใหม่ที่พึ่งมาแข่งถึงได้มีปัญหากัน
ศึกษาดูสิว่าเค้าแข่งกันยังไง ไม่ใช่ให้เค้าเปลี่ยนมาแข่งอย่างที่เราต้องการ
From : ไม่ใช่เทพ-ไม่ใช่มาร [ 16 ธ.ค. 45 - 11:00:30 น. ]

ความเห็นที่ 46
คุณtom หายไปไหน ช่วยตอบเรื่อง ที่คุณตั้งปัญหาเอง ทีซิ ไม่มีใครตอบเลย อยากรู้จริง ๆ
From : The [ 16 ธ.ค. 45 - 11:11:19 น. ]

ความเห็นที่ 47
เอ๊ะ เอ๊ะ!!!!!! คุณ"คนชอบแข่ง"ตัวปลอม ในความเห็นที่ 43 นะที่ แอบอ้างใช้ชื่อผม "คนชอบแข่ง"ตัวจริงในความเห็นที่ 4 แล้งยังใช้ถ้อยคำไม่สุภาพที่ชาวเสืออย่างพวกเราเกลียดมาก ๆ อีกคุณจงใจทำลายสังคมจักรยานหรือครับถึงใด้แอบอ้างเป็นผมและใช้ความอยาบคายเยี่ยงนี้ในวงการจักรยานเวลาเรามีปัญหาหรือไม่เข้าใจกันเราก็จะปรึกษาหารือกันแบบผู้ดี ๆ ไม่ด่าทอหรืออยาบคาย.....สงสัยต้องพึ่งทาง webmaster เสียแล้วว่าใน คห 43 คุณคือใครต้องลากคอมาให้ใด้....ถ้าไม่กลับมาอ่านซ้ำไม่รู้เลยนะว่าถูกสวมรอย .......เตือนเพื่อน ๆด้วยครับบางทีอาจมีคนสวมรอยทำให้คนอื่นเข้าใจผิดใด้และช่วยกันเป็นหูเป็นตาดูแลด้วยเดี๋ยวมีแอบแฝงเข้ามาอีก.....คนดีต้องรักษาไว้คนชั่วต้องขจัดออกไปอย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวลๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
From : คนชอบแข่ง ( ตัวจริง ๆ เป็น ๆ ) [ 16 ธ.ค. 45 - 13:48:58 น. ]

ความเห็นที่ 48
ครับผม ผมนาย tom ครับ ยังไม่หายไปไหนเข้ามาอ่านอยู่ รอคำตอบอยู่เหมือนกัน
แต่จากที่สรุปเอาเองจากคำแนะนำของคุณตั้มและคุณหุ่น ผมได้คำตอบของผมเองแล้วครับ
คือ ระยะทางเท่ากัน...สองล้อที่ใช้แรงจากขาสองข้างเหมือนกัน....ถ้าอยากจะชนะเค้าก็ต้องซ้อมให้หนักกว่าเค้า แล้วก็หาวิธีที่จะชนะเค้าโดยอยู่ในกรอบกฏิกา.....ที่สำคัญอย่าคิดแต่ชนะจนลืมความสนุกครับ....เรามันแค่สมัครเล่น...ไปซีเรียส มาก เล่นให้มันส์..เล่นให้สนุก...สักวันก็ชนะเค้าเองแหละ
" ความพยายามอยู่ที่ไหน...ความพยายามก็อยู่ที่นั่นแหละ ..." อิอิ...
From : tom [ 16 ธ.ค. 45 - 14:24:56 น. ]

ความเห็นที่ 49
ใช่ครับ ผมเพิ่งผ่าตัดหัวใจมา เรื่องเรียนรัดสำหรับเสีอหมอบผมว่าไม่มีนะ คุณต้องเรียนรู้จากการผึกซ้อมและแข่งเท่านั้น ผมชอบที่คุณSpin Bike บอกว่าเสือหมอบมันเป็นทั้ง ศาสตร์และศิลป์ บวกกับอะไรอีกหลายๆอย่าง เมื่อเข้ามาแล้วจะหลงไหลมันแบบสุดๆเลย ผมเองพิมพ์ไม่เก่ง ไว้ให้คุณSpin bike ตอบดีกว่าแต่ตอนนี้รู้สึกจะอยู่ที่เชียงใหม่ ถ้าสามารถมาซ้อมที่ Motor way ได้ทุกเสาร์ อาทิตย์ 8 โมงเช้าก็จะเรียนรู้ได้เอง ถ้าใครต้องการคำแนะนำ หรือสอนต้องบอกก่อน จะได้แนะนำให้รู้จักนักจักรยานทีมชาติทั้งอดีดและปัจจุบัน ให้ช่วยกันดูแล ผมเองเคยแนะนำรุ่นน้องเวลาขี่ เขามองผมเหมือนจะบอกว่าแล้วมึงเป็นใคร มาสอนกู ผมเลยไม่กล้าพูดอะไรเวลาขี่ ต้องบอกก่อนว่าสิ่งที่ผมพูดบางอย่างผมก็ทำไม่ได้ เกิดจากการซ้อมผิดๆ สมัยก่อน เพราะไม่มีใครรู้จริงรวมทั้งการเก็บตัวกับสมาคมสมัยนั้นด้วย ก็ยินดีที่มีคนอยากเรียนรู้เรื่องเสือหมอบครับ
From : หุ่น [ 16 ธ.ค. 45 - 20:07:21 น. ]

ความเห็นที่ 50
ไม่ใช่เค้ามีปัญหาอะไรมากมายนี่ คุณคห45 เพียงแต่คนใหม่ๆที่สนใจเค้ายังไม่เข้าใจบางเรื่องก็เท่านั้น
หรือคุณพี่เก๋ามาก เลยรำคาญหน้าใหม่ๆ ถ้ารุ่นพี่ๆเป็นอย่างนี้หมดเสือหมอบเมืองไทยคงเจริญยากมั้ง ดูอย่างพี่หุ่นยังพยายามประคับประคองน้องใหม่ๆเลย น่านับถือกว่าคุณพี่ตั้งเยอะ อีกอย่างเจ้าของกระทู้เค้าไม่ได้ให้เปลี่ยนมาแข่งอย่างที่เค้าต้องการกันซักหน่อย เค้าสงสัยเรื่องมารยาท ทำนองนั้นมากกว่า
From : มารยา [ 17 ธ.ค. 45 - 23:17:25 น. ]

ความเห็นที่ 51
จาก คห ที่ 45 ขอโทษด้วยครับ อาจใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม พิมพ์แล้วโพสต์ไปก่อนคิด
มาอ่านทีหลังอยากเข้าไปแก้เหมือนกันครับ....คือความต้องการที่จะสื่อไปคือให้แข่งไปตามเกมส์และกฏิกาเท่านั้น แต่ไปใช้คำพูดที่ดูเหมือนรำคาญ
อยากให้วงการจักรยานพัฒนาเหมือนกัน ไม่ว่าจะเสือหมอบเสือภูเขา....เพราะเราชาวจักรยานจะได้
ประโยวน์ ถ้ากีฬาจักรยานบูมขึ้นมาก ๆ คิดว่าราคาจักรยานอุปกรณ์ต่าง ๆ จะถูกลง สนามแข่งขันก็จะมีให้แข่งเยอะ
สุดท้าย ต้องกล่าวคำขอโทษอีกทีครับคุณมารยาและผู้ที่อ่านทุกท่าน คราวหลังจะคิดให้มากก่อนโพสต์
From : ไม่ใช่เทพ-ไม่ใช่มาร [ 18 ธ.ค. 45 - 08:17:38 น. ]


กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ