00001
กลุ่มรวมมิตร......คุยกันสัพเพเหระ (ภาค ๑๑)



มีข่าวคราว เรื่องอะไรก็ได้ เข้ามาคุย มาแลกเปลื่ยนความคิดเห็นกัน คุยได้ทุกเรื่องไม้จิ้มฟันยันดาวเทียม....


ภาพหมู่กลุ่มรวมมิตรปั่นจักรยานไปประเทศลาว เมื่อปี พ.ศ. 2550


กลุ่มรวมมิตร......คุยกันสัพเพเหระ ภาคก่อนนี้
[เอก] [ทวิ] [1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10]


By : สมหมาย ชารัตน์ [ 12 มี.ค. 50 - 11:36:02 น. ]

ความเห็นที่ 1
เรื่องราวของชีวจิต นำมาเล่าสู่กันอ่าน


ชีวจิตคืออะไร

ชีวจิต คือ ร่างกายและจิตใจ จุดประสงค์ของชีวจิตคือ ความสุขสมบูรณ์ทั้งกายและใจ โดยยึดเอาวิธีปฏิบัติและความคิดในแนวธรรมชาติเป็นหลัก

ในด้านของร่างกายและจิตใจนั้น ชีวจิตถือว่าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ร่างกายมีผลต่อจิตใจ และจิตใจก็มีผลต่อร่างกาย ด้วยความสุขสมบูรณ์ที่แท้จริงซึ่งขึ้นอยู่กับความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของร่างกาย ( Wholeness As Perfection )

ความคิดเช่นนี้ตรงกันกับทฤษฎี เรื่อง Body and Mind ของ Dr. Norman Cousin แห่งสหรัฐอเมริกา และตรงกันกับหลักการของโฮลิสติค

( Holistic ) และที่น่าอัศจรรย์ก็คือตรงกันกับหลักการของแพทย์แบบจีนเมื่อหกพันปีก่อน และก็ตรงกันกับหลักปรัชญาของเต๋าเมื่อกว่า 2500 ปีมาแล้วเช่นกัน

ความคิดในเรื่องความสุขทั้งกายและใจโดยยึดหลักธรรมชาติเป็นหลักนี้ ซึ่งตรงกันทั้งของเก่าและของใหม่ ถือได้ว่าเป็นสัจธรรมแท้จริงได้อย่างหนึ่ง

การปฏิบัติตามแนวชีวจิต

จะมุ่งไปในด้านการสร้างสุขภาพกายและใจก่อน โดยการใช้ อาหารสุขภาพ การใช้เครื่องอุปโภคที่มาจกาธรรมชาติ หรือใกล้กับธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ในขณะเดียวกัน ชีวิตความเป็นอยู่ก็ต้องเป็นไปตามธรรมชาติ คือใช้ชีวิตที่บริสุทธิ์และเรียบง่าย และโดยเหตุที่สังคมได้เปลี่ยนไป ยึดเรื่องวัตถุนิยมมากเหลือเกิน จึงควรพยายามละเรื่องวัตถุนิยมให้มากที่สุดที่จะมากได้ สิ่งไหนที่จะเปรัยบความหลงผิดของสังคมได้ก็ให้เปลี่ยน ถ้าเปลี่ยนไม่ได้ก็อย่าไปยึดติดกับสังคมนั้น

ชีวิตที่เป็นไปตามธรรมชาติ จะเป็นชีวิตที่มีอายุยืน แข็งแรง มีความสุข สดชื่นตลอดเวลา

ชีวิตในสังคมปัจจุบันไม่เป็นแบบนั้น บางคนอาจจะอายุยืนแต่สุขภาพของเขาอ่อนแอ เจ็บป่วยออดแอด ร่างกายเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ทรมาน สมองและสติปัญญาไม่สมประกอบ ความจำเลอะเลือน นี่ไม่ใช่อายุยืนตามทัศนะของชีวจิต

เมื่อมีการปฏิบัติทางกายแล้ว ก็ต้องมีการปฏิบัติทางใจด้วย ในด้านจิตใจ เป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือความสงบ ความสงบทางกายซึ่งอาศัยธรรมชาติเป็นปัจจัยจะทำให้เกิดความสงบทางใจ เกิดปัญญามองเห็นสัจธรรมของโลกและชีวิต

จุดสูงสุดของสัจธรรมนี้คือความหลุดพ้นซึ่งแต่ละคนย่อมมีหนทางและแนวทางเป็นของตนเอง ชีวจิตสัญญาไม่ได้ว่าเราจะพาคุณไปถึงจุดนี้ แต่เราสัญญาได้ว่าถ้าคุณปฏิบัติตามแนวของชีวจิต ชีวจิตจะเป็นผู้เปิดประตูซึ่งนำไปสู่ความหลุดพ้นอันนี้ ประตูชีวจิตจะเป็นผู้นำคุณได้ง่ายกว่าที่อื่น แต่เมื่อคุณเข้าประตูไปแล้ว ก็อยู่ที่ตัวคุณเองว่า คุณจะเดินไปถึงความหลุดพ้นนั้นได้เร็วช้าประการใด

ความเจ็บไข้ได้ป่วย

ในเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บ จากความรู้ จากการค้นคว้า จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เราได้ค้นพบว่า วิธีบำบัดที่ดีที่สุดนั้น คือการผสมผสานกันในเรื่องสิ่งต่างๆเหล่านี้

ใช้ธรรมชาติเป็นยา
ใช้อาหารเป็นยา
ใช้แนวการแพทย์แบบผสมผสาน
แผนปัจจุบัน Conventional Orthodox Allopathic
Wholistic ( Holistic )
Macrobiotics
แบบจีนและการฝังเข็ม
อายุรเวชและโยคะ
สมุนไพร
การกดนวดจุด การนวดฝ่าเท้า และบริหารโดอิน
แบบอื่นๆ
การบริหารและการออกกำลัง

ใช้แบบผสมผสาน

โดอิน / โยคะ / นวดกดจุด
การยืด ส่ง และดัน
Chiropratice ( การจัด บีบนวดกระดูกโดยไม่ผ่าตัด )
การใช้ตะบอง

บทความ โดย ดร.สาทิส อินทรกำแหง


From : สมหมาย ชารัตน์ [ 12 มี.ค. 50 - 11:40:58 น. ]


ความเห็นที่ 2
ข้อแนะนำบางอย่างเพื่อให้เกิดสุขภาพที่ดีมีจิตใจสงบ

เข้าใกล้และสัมผัสธรรมชาติ

มีความรักและมีความโอบอ้อมอารี

เคี้ยวอาหารให้ละเอียด กลุ่มแมกโครไบโอติกส์ให้เคี้ยวถึง 50 ครั้งต่อคำ เพื่อให้ย่อยง่าย ไม่เป็นภาระแก่กระเพาะและทำให้เห็นคุณค่าของอาหารแต่ละคำ
เข้านอนไม่เกินสี่ทุ่ม และตื่นแต่เช้าตีสี่หรือตีห้า
ตื่นขึ้นแล้วทำจิตใจให้บริสุทธิ์ จะสวดมนต์ไหว้พระหรือนั่งสมาธิแล้วแต่ความชอบ จากนั้นออกกำลังกายแถมด้วยการเดินเท้าเปล่าบนหญ้าหรือบนดิน ให้ถูกแสงแดดอ่อนๆ ถ้าทำสวนพรวนดินก็ไม่ควรใส่รองเท้า หรือมิฉะนั้นก็ทำงานในบ้าน ทำความสะอาดบ้าน ทำความสะอาดทั้งกายทั้งใจ ทั้งบ้านพร้อมกันไปด้วย
สวมเสื้อผ้าที่ทำจากพืช เช่นผ้าฝ้าย อย่าใช้ผ้าจากใยสังเคราะห์ อย่าตกแต่งเครื่องประดับร่างกายจนเกินความจำเป็น จนกลายเป็นตู้เพชรตู้ทองเคลื่อนที่ ไม่ใส่อะไรเลยดีที่สุด
ไม่ควรใช้เครื่องสำอางค์ หรือน้ำหอมซึ่งผลิตจากเคมี แม้แต่ยาสีฟันก็ใช้ยาสีฟันแบบเก่าๆที่ทำจากเกลือ จากสารส้มดีกว่า
อย่าดูทีวีหรือเล่นเครื่องคอมพิวเตอร์มากจนเกินไป
ไม่ควรใช้เครื่องหุงต้มหรือเตาไฟฟ้าหรือไมโครเวฟ ให้ใช้เตาถ่านเตาแก๊สดีกว่า
ปลูกต้นไม้มากๆ ถ้าไม่มีที่ทำสวนก็ใช้ปลูกต้นไม้ ดอกไม้กระถาง ( ไม่ใช้พลาสติกเด็ดขาด ) ในบ้านหัดฟังเสียงนกร้องเกี้ยวกันเสียบ้าง หาโอกาสเข้าป่าปีละหลายๆครั้ง ถ้าได้วันละครั้งยิ่งดี ( ก็หมายความว่าให้ไปอยู่ป่านั่นแหละ )
อย่าอาบน้ำร้อน ให้อาบน้ำเย็น ถ้าจะใช้ความร้อนให้ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำร้อนถูตัวให้ทั่วทั้งเช้าทั้งเย็น
มองทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความรักและขอบพระคุณ ให้สำนึกว่าเราเป็นหนี้บุญคุณต่อทุกคน และทุกสิ่งทุกอย่างในโลก
ให้ขอบคุณอาหารทั้งก่อนกินอาหารและหลังกินอาหาร
คุณมีโลกใกล้ตัวและโลกไกลตัว ก่อนจะเป็นเจ้าของโลก รักษาโลกใกล้ตัวไว้ให้ดีเสียก่อน โลกใกล้ตัวคือ พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ พี่น้อง ลูกหลาน เพื่อนฝูง รักษาน้ำใจติดต่อใกล้ชิดอย่าให้ขาด
ร้องเพลงเพราะๆทุกวัน ไม่รู้จะร้องเพลงอะไร ร้อง Happy birthday ให้ตัวเองทุกวันก็ยังได้
ตั้งใจว่าจะอยู่อย่างมีความสุขทุกวัน สุขทั้งกายทั้งใจ และอย่าลืมตรวจ FASJAMM ของตัวเองทุกวัน

บทความ.....โดย ดร.สาทิส อินทรกำแหง
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 12 มี.ค. 50 - 11:42:45 น. ]


ความเห็นที่ 3
สูตรสร้างตัวเองให้เป็นคนใหม่ภายใน 14 วัน

อาหาร

งดน้ำชา กาแฟ และบุหรี่ ให้ดื่มชา สมุนไพร เช่น ชาเก๊กฮวย มะตูม คำฝอย แทน
ผู้ที่น้ำหนักเกิน 60 กก. วันแรกของรายการให้งดอาหาร ดื่มน้ำมะนาวสดๆคั้น 4 ลูกตอนเช้า เย็นหลังจากนั้นให้ดื่มน้ำเปล่าให้ได้อย่างน้อย4 ขวดต่อวัน จะดื่มชาสมุนไพรสลับบ้างก็ได้ และวันแรกของรายการให้นอนพักตลอดวัน
รับประทานอาหารตามสูตรชีวจิต แต่ 3 วันแรกของรายการ ปรับปรุงตัวให้เป็นอาหารผัก - ข้าว ทั้งหมด วันที่ 4 - 5 - 6 รับประทานชนิดเบาๆ ก่อน วันที่ 7 ขึ้นไปจนครบ 14 วัน จึงรับประทานเต็มที่ ( มีอาหารทะเลได้ ) ตลอดรายการห้ามปรุงอาหารรสจัด น้ำตาล และรสหวานห้ามเด็ดขาด
ดื่มน้ำคั้นจากผัก เช่น น้ำแตงกวา น้ำคึ่นไช่ หรือ เซลเลอรี่ ครั้งละ 1 แก้ว วันเว้นวัน
ตั้งแต่วันที่ 4 เป็นต้นไป รับประทานวิตามินและแร่ธาตุเสริมได้ แต่จะรับประทานอะไรบ้าง ขอให้ปรึกษาชมรมเสียก่อน

สูตรข้างบนนี้เป็นสูตรกลางๆสำหรับผู้ที่สนใจจะเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงสุขภาพของตัวเอง แต่ได้มีบางคนบอกว่าเมื่อปฏิบัติตามแล้วรู้สึกว่ายังเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ไม่เร็วทันใจ ผม ( ดร.สาทิส ) ลองพิจารณาดูแล้ว เห็นว่าควรจะเพิ่มสูตร สำหรับผู้ที่อยากปฏิบัติตัวให้เคร่งครัดและได้ผลเร็วกว่านี้ จึงอยากจะเสนอการปฏิบัติตัวอีกข้อหนึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิม คือการทำ Detoxification หรือเรียกสั้นๆว่า Detox
ขอบอกไว้ล่วงหน้าครับว่า 14 วันซึ่งจะรวม Detox ไว้ด้วยนี้ ไม่ใช่เพื่อลดความอ้วน แต่เพื่อปรับร่างกายทุกส่วนและทุกระบบให้ดีขึ้น แข็งแรงขึ้น สดชื่นขึ้นทั้งกายและใจ ส่วนเรื่องลดความอ้วนมันจะเป็นของแถม คือเมื่อคุณปรับทุกระบบของคุณได้แล้ว ความอ้วนก็จะปรับตัวของมันเอง ตามไปด้วย
ในช่วงระยะวันที่ 1-3 คุณจะลองใช้วิธี Detox ควบไปด้วยก็ได้ สูตรน้ำยา Detox คือ ใช้ผงกาแฟบริสุทธิ์ ( ซึ่งไม่ได้รับการปรุงแต่งเลย ) 2 ชต. ต้มกับน้ำ 1 ลิตรจนเดือด เมื่อเดือดแล้ว กรองกากออก ผสมกับน้ำเย็นให้ได้น้ำอุ่นพอดี 1,400 cc สำหรับผู้ชายหรือ 1,300 cc สำหรับผู้หญิง ใส่ถุงหรือหม้อสวน
แขวนถุงให้สูงประมาณ 1.50 เมตร ทาปลายท่อด้วยวาสลินจนลื่น นอนตะแคงขวา สอดปลายท่อเข้าทวารหนัก ลึกประมาณ 2 นิ้ว แล้วปล่อยน้ำ Detox ให้เข้าจนหมด เมื่อน้ำหมดแล้ว นอนหงาย ใช้มือนวดท้องจากขวาไปซ้าย นวดอยู่ประมาณ 5 นาที แล้วจึงนั่งส้วมถ่าย เวลาถ่ายอย่าเบ่ง ปล่อยให้น่ำออกสบายๆจนหมดน้ำ
ถ้าคุณลองทำดูแล้วสัก 3 วัน เห็นว่าสบายมากๆ และพวกไขมันต่างๆออกหมดแล้ว ก็หยุดทำได้ แต่ถ้ายังเห็นว่าไขมันยังมีมากอยู่ จะลองทำต่อไปอีกสัก 2 วันก็คงไม่ผิดกฏหมายถึงกับตำรวจมาจับหรอกนะ ผมว่า อย่าลืมนะครับว่า ที่ให้ทำนี้ ไม่ใช่เป็นการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ แต่เป็นการปรับระบบของร่างกายให้คุณดีขึ้นเท่านั้นเอง
และในระหว่างที่เริ่มทำวันแรกนั้น อย่าลืมว่าต้องทำตัวให้สบาย ให้ร่างกายหย่อนคลาย ให้คลายเครียดของตัวเองให้ได้ด้วย เมื่อคลายเครียดได้แล้ว จะใช้วิธีฝึกนั่งสมาธิไปด้วยก็จะประเสริฐนักแล

ร่างกาย

นอน 3 หรือ 4 ทุ่ม และตื่นตี 5 ทุกวัน
หัดวิธีหลับสนิทจากชีวจิต
ออกกำลังกาย - บริหารทุกเช้าจะด้วยวิธีไหนก็แล้วแต่ ขอให้ "Growth Hormone" หลั่งออกมาเป็นใช้ได้
หัดท่าบริหารสำหรับรักษาข้อบกพร่องโดยเฉพาะ เช่น ปวดต้นคอ ปวดเข่า ปวดหลัง ปวดศรีษะ เป็นต้น วิธีบริหารขอให้ปรึกษาชมรมก่อน
ขอให้สร้างโปรแกรมการออกกำลังเพื่อความสนุกสนานกับครอบครัวเพื่อนฝูงไว้ในโปรแกรม 14 วันนี้ด้วย
ความเครียดและความกดดัน

1. ขอให้สร้างโปรแกรมปฏิบัติเพื่อลดความดันโลหิตสูง เสริมการหมุนเวียนของโลหิต รักษาระดับการเต้นของหัวใจ การขับสารจากต่อมต่างๆ ลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ลดอุณหภูมิของร่างกายและเพิ่มประสิทธิภาพของการหายใจ

2. ทุกคืนก่อนจะนอน ขอให้ทบทวนการปฏิบัติตามข้อที่หนึ่ง ว่าทำไปแล้วอย่างไร ก้าวหน้าหรือถอยหลังไปกว่าเดิม วันต่อไปจะแก้ไขปรับปรุงอย่างไร

3. ศึกษาวิธีลดความเครียดแบบต่างๆ แล้วมาปรับปรุงวิธีที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง

4. ศึกษาหาสาเหตุของความเครียดความกดดันของตัวเองให้พบแล้วหาวิธีแก้ ถ้ายังนึกไม่ออก ปรึกษาชมรมได้

บางคนหาทางออกของความเครียด เป็นไปโดยไม่รู้ตัว เช่น กัดเล็บ เขย่าเท้า กระพริบตา ขอให้หาข้อบกพร่องให้พบ แล้วปรึกษาชมรมถึงวิธีแก้ไขเรื่องเหล่านี้ด้วย

5. ฝึกวิธีหายใจที่ถูกต้องตามแนวชีวจิต

6. ฝึกสมาธิและวิธีสร้างจินตภาพทางบวก

สิ่งแวดล้อมในบ้านและที่ทำงาน

หาต้นไม้ดอก ไม้ใบ ( ต้นไม้จริง ) ใส่ไว้ในบ้านและห้องทำงาน
อย่าใช้พรมปูเต็มห้องนอน ถ้าจำเป็น ต้องเอาพรมตากแดดทุกอาทิตย์
ให้ของใช้ในห้องนอน ได้รับแสงแดดอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 - 4 ครั้ง เปิดหน้าต่างทุกวัน
ระวังยาฆ่าปลวก ฆ่าแมลง ใช้ให้น้อยที่สุด หรือไม่ใช้เลย
วิถีชีวิตต้องให้เข้ากับธรรมชาติ ที่อยู่อาศัย อากาศโปร่ง การระบายน้ำและของโสโครก ต้องสะอาด น้ำต้องบริสุทธิ์ ชีวิตประจำวันเข้ากันได้ดีกับสิ่งแวดล้อม
รักเพื่อนของท่านให้เท่ากับรักตัวเอง ทุกวันมีเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งคน ให้ความรักแก่เพื่อน ท่านจะได้รับกลับคืนเป็นสองเท่า
อาหารที่จะช่วยแก้โรคทุกอย่างเกี่ยวแก่ระบบย่อย นอกจากจะกินอาหารตามสูตรแล้วขอให้เพิ่มผักชนิดที่มีกาก และประเภทคาร์โบไฮเดรตที่จะหล่อลื่นด้วย

ผักที่มีกากที่เราเรียกว่าไฟเบอร์ เช่น ผักบุ้ง ผักคะน้า บร๊อกเคอรี่ และใบไม้ที่กินได้ชนิดต่างๆ เช่น ใบขี้เหล็ก ใบแต้ว ยอดมะตูม เป็นต้น

คาร์โบไฮเดรตที่จะหล่อลื่นลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ คือ มันชนิดต่างๆ เช่นมันฝรั่ง มันเทศ มันไข่ เป็นต้น

นอกจากนั้นที่จะหล่อลื่นและเป็นอาหารชูกำลังเป็นอย่างดีอีกอย่างหนึ่ง คือ งาดำบดผสมข้าวต้มซ้อมมือ ใส่น้ำผึ้งเล็กน้อย ( เป็นตำรับจาก คุณพนมลักษณ์ ปัทมราชวิเชียร เหรัญญิกของชมรม )

และอย่าได้ลืมดื่มน้ำวันละ 4 - 6 แก้ว อย่าดื่มพร้อมกับอาหาร แต่ดื่มก่อนหรือหลังอาหาร ประมาณ 1 ชั่วโมงขึ้นไป

บทความ....โดย ดร.สาทิส อินทรกำแหง

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปอ่านได้ที่นี่ครับ http://www.geocities.com/HotSprings/Villa/4528/Chewajit/chejit.html
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 12 มี.ค. 50 - 11:49:48 น. ]


ความเห็นที่ 4
วันอาทิตย์ที่ 18 มี.ค. 2550 กลุ่มรวมิตรมีปั่นจักรยานครับ สนใจเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ตามนี้ http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=136834

วันอาทิตย์ที่ 1 เม.ย. 2550 กลุ่มรวมมิตรมีปั่นจักรยานเข้าสวนบางกรวย กินเข้าเที่ยงที่ร้านข้าวแกงอาหารปักษ์ใต้ บ้านผม....ระยะทาง 40 โล ครึ่งวันจบทริป...

ส่วนวันอาทิตย์ที่ 25 มี.ค.2550 จะมีทริปปั่นไปมอบอุปกรณ์กีฬาที่โรงเรียนหนองตะเข้ อ.หนองแค จ.สระบุรี (จากร้านต้นไทรคลอง6 - เลียบคลอง10 - อ.หนองแค = 45 กม.) รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการขายเสื้อ4ชมรม ..เดี๋ยวเปิดทริปสัปดาห์หน้าครับ..
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 12 มี.ค. 50 - 11:57:13 น. ]


ความเห็นที่ 5

เข้ามารายงานตัวครับ
สมาชิก912

From : Real [ 12 มี.ค. 50 - 12:09:19 น. ]

ความเห็นที่ 6
เรียนเชิญพี่สมหมาย และเพื่อน ๆ ชาวรวมมิตร ไปทำบุญร่วมกันในวันที่ 6 พ.ค. นี้ด้วยนะครับ
From : พ่อใหญ่สวนธน GOLD CITY [ 12 มี.ค. 50 - 12:10:03 น. ]

ความเห็นที่ 7

ขอบคุณครับน้าสมหมายที่เปิดกระทู้แทน

ขอบคุณพ่อใหญ่ที่เชื้อเชิญมา....ลงชื่อไว้แล้วครับ
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=137708

From : สมพิศ [ 12 มี.ค. 50 - 13:17:58 น. ]


ความเห็นที่ 8

เช้าวานนี้ที่เชียงใหม่
หลายท่านคงอยากทราบว่ามลพิษทางอากาศที่เชียงใหม่เป็นอย่างไร...อากาศก็มัวๆ สลัวๆ สนามบินเปิดไฟที่รันเวย์ทั้งวันเพื่อนำทางให้เครื่องลงจอด...อากาศก็พอหายใจได้นะ...
From : หนูเบนท์ [ 12 มี.ค. 50 - 15:35:05 น. ]

ความเห็นที่ 9
เข้ามารายงานตัวค่ะ
สมาชิกคนที่ สองร้อยกว่า
From : กะปิ [ 12 มี.ค. 50 - 15:55:03 น. ]

ความเห็นที่ 10
เข้ามารายงานตัวครับ สมาชิก 085 และติดตาม เรื่องราวของชีวจิต ที่คุณสมหมายคัดนำมาเล่าสู่กันอ่าน เป็นประโยชน์มากเลยครับ ที่รู้แล้วก็มี แต่ที่ยังไม่รู้ก็เยอะ ได้รับประโยชน์ดีมาก ๆ ขอบคุณ ครับ
From : วิโรจน์ [ 12 มี.ค. 50 - 19:52:35 น. ]

ความเห็นที่ 11
อ่านความเห็นที่ 8 ของคุณหนูเบนท์เมื่อตอนบ่ายไม่รู้ว่าพูดเรื่องอะไร
มาตอนค่ำดูทีวีจึงรู้ว่ามีปัญหาไฟป่าในเขตจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน ทำให้มีฝุ่นละอองในอากาศปริมาณมาก เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจของราษฎร และทำให้ทัศนวิสัยในการบินไม่ดี
วัดความเข้มข้นของฝุ่นละอองในอากาศได้มากกว่า 260 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
เกินกว่าค่าปลอดภัยที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรไปมาก
ในสภาพอากาศที่ร้อนแล้งอย่างนี้ การจะคลี่คลายปัญหาก็ลำบาก.. เฮ้อออ...
From : ธานินทร์๙๙ [ 12 มี.ค. 50 - 20:11:42 น. ]

ความเห็นที่ 12
สวัสดีตอนกลางคืนครับทุกท่าน ผมมีข่าวเล็กๆน้อยๆมาฝากครับ

พบหลักฐานใหม่ แหล่งน้ำ "ดาวอังคาร!"

นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่า ครั้งหนึ่งเคยมีแหล่งน้ำบนดาวอังคาร และสันนิษฐานว่าอาจเคยมีสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร

คณะนักวิทยาศาสตร์ที่ร่วมศึกษาดาวอังคารเขียนบทความในวารสารธรรมชาติของอังกฤษ ซึ่งได้รับการเผยแพร่วานนี้ระบุว่า ผลการสำรวจดาวอังคารขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ (นาซ่า) ก่อนหน้านี้พบสารซัลเฟรดตกตะกอนบริเวณที่ราบแห่งหนึ่งบนดาวอังคารที่เรียกว่า "ที่ราบเมอริเดียนี" ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการระเหยของน้ำทะเลในบริเวณดังกล่าว

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ยังเห็นพ้องว่า บรรยากาศบนดาวอังคาร คล้ายบรรยากาศบนโลก และสันนิษฐานว่า อาจมีสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร โดยอย่างน้อยอาจเป็นแบคทีเรีย คณะนักวิทยาศาสตร์นาซ่ายังเคยเปิดเผยว่า พื้นผิวบางจุดของดาวอังคารมีน้ำขังอยู่ ซึ่งคาดว่าจะซึมขึ้นมาจากแหล่งน้ำใต้ดิน

นอกจากนี้ ภาพถ่ายดาวอังคารของสหรัฐเมื่อปี 2548 ยังบ่งบอกลักษณะว่าเป็นเส้นทางน้ำด้วย ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า น้ำ เป็น 1 ใน 3 ปัจจัยสำคัญของสิ่งมีชีวิต เช่นเดียวกับพลังงานจากแสงอาทิตย์ และอากาศ


ข้อมูลจาก..ข่าวสด



From : สมหมาย ชารัตน์ [ 12 มี.ค. 50 - 20:36:25 น. ]


ความเห็นที่ 13
ขอขอบคุณพ่อใหญ่ สวนธน ได้ชวนเชิญชาวรวมมิตรทุกท่านไปทำบุญกัน สำหรับผมถ้าไม่ติดธุระอะไรหนักหนา..ก็จะไปครับ ดูก่อนว่าจะไปอย่างไร แบบใหน

สวัสดีหนูเบนท์ครับ ที่ส่งสายยาวมาจาก..มาจากแดนใกล บอกเล่าเรื่องราวของอากาศที่กำลังจะเปลื่ยนไป ฟังข่าวแล้วน่าเป็นห่วงครับ..
สวัสดีตอนกลางคืนคุณธานินทร์99..อย่าลืมทริปบางคล้านะครับ
สวัสดีคุณวิโรจน์ แล้วพบกันอาทิตย์ที่18 มี.ย. 2550..กับสู้แค่หมด...
สวัสดีกะปิ ตอนนี้ได้กระโหลกใหม่ คงปั่นลื่นซินะ สงมะสัยว่ากระผมจะปั่นตามไม่ทันสะแล้ว...
สวัสดี ดช.เรียว แล้วพบกันที่ร้านสู้แค่หมด นะครับ
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 12 มี.ค. 50 - 20:48:24 น. ]


ความเห็นที่ 14
สวัสดียามเช้าครับพี่ๆน้องๆทุกท่าน
From : หนุ่ย 2 k [ 13 มี.ค. 50 - 08:29:57 น. ]

ความเห็นที่ 15

สวัสดียามบ่ายครับ วันนี้งานวุ่นทั้งวัน แทบไม่ได้เข้าเน็ต....

ผมได้ออกแบบโลโก้ของกลุ่มรวมมิตร คิดอยู่สองวัน..สร้างแค่สิบนาที....

เป็นไงครับ วิจารณ์กันหน่อย ติชมได้ พร้อมเสนอความคิดเห็น....

ความหมายของภาพ..อันนี้ผมคิดเองนะ

1..คำว่ากลุ่มรวมมิตร ยังคงให้เป็นภาษาไทย และผสมคำว่า mountain bike อยู่ด้านล่าง
2.สีเขียว แทนความอุดมสมบูรณ์ หรือความอบอุ่น
3.สีแดง แทนรัศมี ยกสีแดงให้สูงขึ้นมานิด โดยเพิ่มแสงเงาตกกระทบ ออกเทาดำ....จบแล้วครับ

From : สมหมาย ชารัตน์ [ 13 มี.ค. 50 - 14:27:03 น. ]


ความเห็นที่ 16
มีบุญมาบอก โหน่งแม่ลาให้ช่วยประสานงานเรื่องชมรมทางเชียงใหม่จะจัดผ้าป่ามาทอด ณ วัดประโชติ ที่จ.สิงห์บุรี ในวันที่ เสาร์ที่ 12 พ.ค.50 ขอเชิญร่วมทำบุญด้วยนะครับ รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

From : หนุ่ย 2 k [ 13 มี.ค. 50 - 14:44:18 น. ]

ความเห็นที่ 17
ในเมื่อมีโลโก้ของกลุ่มรวมมิตรแล้ว ก็น่าจะมีเสื้อออกตามมาด้วยเด้อ
ข้อยจะตามซื้ออ่ะนะ ฝากออกแบบให้เจ็บๆๆ หน่อยเด้อ พี่สมหมาย
From : กะปิ [ 13 มี.ค. 50 - 14:45:38 น. ]

ความเห็นที่ 18
เข้ามารายงานตัวครับ
สมาชิก897

From : น้าหมึก คู้บอน(รามอินทรา) [ 13 มี.ค. 50 - 15:32:20 น. ]

ความเห็นที่ 19

ขออนุญาตครับ

ผมเองเป็นเพียงสมาชิกรุ่นแรกๆ (E 19)* ที่ได้ดำเนินกิจกรรมกับกลุ่มรวมมิตรเสมอมา จากการรับรู้แนวทางของผู้ก่อตั้งกลุ่มรวมมิตรบางคน คือ พี่สมชาย เขมะรังสี และพี่วิเชียร สุภาพ ทราบว่า "กลุ่มรวมมิตร" ต้องไม่มีเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์เป็นของตนเอง ต้องไม่บ่งบอกว่านี่คือกลุ่มรวมมิตร เพราะ "กลุ่มรวมมิตร" ประกอบมาจากหลายสิ่งเข้าด้วยกัน ......อธิบายยากจัง!!

ก็คือว่า กลุ่มรวมมิตร มาจากสมาชิกที่เป็นสมาชิกจากกลุ่มหรือชมรมต่างๆ หรือเป็นนักปั่นอิสระ (ไม่มีสังกัด) ........ทุกคนประกอบเข้าด้วยกันเป็นกลุ่มรวมมิตร รวมตัวปั่นจักรยานกันอย่างเดียว ไม่มีคณะกรรมการ ไม่มีตำแหน่งใดๆ แต่ละคนอาสาทำงานเพื่อส่วนรวม

ตัวอย่าง ขนมรวมมิตร ......

.......มาจากหลายสิ่ง อาทิเช่น ขนุน มะพร้าว ทับทิมกรอบ ข้าวโพด ลอดช่อง กะทิ น้ำหวาน ฯลฯ (เริ่มหิวแล้ว ) ......

นานมาแล้ว......พี่วิเชียรเคยบอกว่า มีผู้เสนอทำเสื้อให้กลุ่มรวมมิตร ฟรี!!....โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แต่เรา(กลุ่มรวมมิตร) ขอปฏิเสธ .......กลุ่มรวมมิตรต้องไม่มีสัญลักษณ์ของตัวเอง .......ถ้ามี ก็คงไม่ใช่ "รวมมิตร"

เคยมีผู้เสนอจะ ทำเวบไซต์ให้กลุ่มรวมมิตร แต่เราขอปฏิเสธเหมือนกัน......เพราะกลุ่มรวมมิตรเติบโตมาจาก ThaiMTB.com .......(อันนี้นอกประเด็นแค่ยกมาให้รู้เฉยๆ - ขอโทษเจ้าของกระทู้เดิมด้วยครับ)

ส่วนน้าสมหมาย ชารัตน์ ก็เป็นผู้ก่อตั้งคนหนึ่ง รวมทั้งพี่เกษม ฯ (เกษมสำราญ สิงหสุต) น้าก้อง ซานตาครูซ และอีกหลายคนที่ห่างๆ กันไป เช่น คุณเจริญ รฟก. คุณสมศักดิ์ (เฒ่าเทอร์โบ) คุณบุญประสิทธิ์ คุณนุช ฯลฯ

สรุป - ไม่เห็นด้วยครับ

* (คำอธิบาย : E คือสมาชิกที่ทำงานอยู่ EGAT มีรายละเอียดทุกอย่างในฐานข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์ กฟผ.)

From : สมพิศ [ 13 มี.ค. 50 - 17:13:09 น. ]


ความเห็นที่ 20
ผมแค่ทำเล่นๆครับน้า ตามประสา คนชอบคิดโน้นคิดนี่ไปเรื่อย..... งานจักรยานเป็นงานอดิเรกไม่ใช่งานหลัก......
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 13 มี.ค. 50 - 17:27:28 น. ]

ความเห็นที่ 21

ที่ผมเขียนน่ะ ผมว่าน้ารู้แล้วล่ะ ผมก็เขียนไปอย่างนั้นเอง......ก็น้าเป็นคนชวนผมมาปั่นกับกลุ่มรวมมิตรเองนี่นา

From : สมพิศ [ 13 มี.ค. 50 - 17:52:38 น. ]

ความเห็นที่ 22
พี่สมพิศ, พี่สมหมาย
ผมเคยไปปั่นกับรวมมิตร 3-4 ครั้ง
ยังไม่มีเลขสมาชิกเลย จะทำไงดีครับ
From : อ.ช่าง [ 13 มี.ค. 50 - 18:01:06 น. ]

ความเห็นที่ 23

ขอบคุณครับ อ.ช่าง.....เอ!! มาปั่นหลายครั้งแสดงว่ายังไม่เคยเจอตัวพี่วิเชียร สุภาพ เพราะพี่วิเชียรจะเป็นคนแจกเบอร์ให้สมาชิก....บังเอิญทริปนี้พี่วิเชียรติดธุระมีนัดกับหมอ ขอเป็นโอกาสต่อไปครับ......แว่วๆ มาว่าพี่สมหมายจะพามุดสวนเมืองนนท์หลบลมร้อนในวันอาทิตย์ที่ 1 เมษานี้ครับ

From : สมพิศ [ 13 มี.ค. 50 - 18:10:05 น. ]

ความเห็นที่ 24
...น้าหมาย โลโก้คำว่าเมาท์เทน ตัวไอกับตัวเอมันสับที่กันน่ะ ก็คงอย่างอาสมพิศว่า คือปล่อยให้มันว่าง ๆ ไว้ดีกว่า อิสระและเปิดกว้างดี ....ถ้ามีสัญลักษณ์อะไรขึ้นมา มันก็จะเป็นการแบ่งว่าคนมีสัญลักษณ์ใช่กลุ่มรวมมิตร คนไม่มีไม่ใช่อะไรทำนองนั้น

From : เกษม ฯ [ 13 มี.ค. 50 - 19:31:54 น. ]

ความเห็นที่ 25
เรื่องสมาชิกของกลุ่มรวมมิตรก็เช่นกัน ใครมาปั่นก็ถือว่าเป็นสมาชิกแล้ว ส่วนตัวเลขนั้น เดิมพี่วิเชียร จะเป็นผู้จดชื่อผู้ร่วมทริป เพื่อจะได้รายงานทริปทางอินเตอร์เนต พี่วิเชียรทำการจัดเรียงตัวเลขไว้ เพื่อสะดวกในการจด เพียงบอกหมายเลขพี่วิเชียรก็จะติ๊กไว้ในบัญชี ก็จะรู้ว่ามีใครมาร่วมทริปบ้าง แต่บัญชีรายชื่อของพี่วิเชียร อาจมีเบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่ด้วย ทั้งนี้เพื่อสะดวกในการติดต่อประสานงาน และกรณีเกิดอุบัติเหตุจะได้แจ้งทางบ้านได้ถูก ไม่ทราบว่าที่ผมว่ามานี่ถูกหรือเปล่า
From : เกษม ฯ [ 13 มี.ค. 50 - 19:39:31 น. ]

ความเห็นที่ 26

ผู้ก่อตั้งกลุ่มรวมมิตรครับ




From : สมพิศ [ 14 มี.ค. 50 - 08:44:11 น. ]


ความเห็นที่ 27
สวัสดียามเช้าครับ น้าสมพิศ....

ดูรูปผู้ก่อตั้งกลุ่มรวมิตรแล้ว ตอนนี้ไม่รู้จะเหลือสักกี่คน...ดูภาพแล้วน่าใจหาย
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 14 มี.ค. 50 - 08:49:33 น. ]


ความเห็นที่ 28
สวัสดียามเช้าครับ พี่สมพิศ พี่สมหมายและชาวรวมมิตรทุกท่าน
From : หนุ่ย 2 k [ 14 มี.ค. 50 - 08:55:29 น. ]

ความเห็นที่ 29

ผมมาทีหลัง รู้จักผู้ก่อตั้งในรูปไม่กี่คน
ในรูปมีสุภาพสตรีคนเดียว ระบุชื่อคุณอุบลวรรณ ส่วนในความเห็นที่ 19 มีระบุชื่อคุณนุช
ก็คงหมายความว่าเป็นคนเดียวกัน และคนเดียวกับที่ไปร่วมปั่นในทริปภูเพียงบอละเวนวันที่ ๑๑-๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ใช่ไหมครับ

From : ธานินทร์๙๙ [ 14 มี.ค. 50 - 11:20:29 น. ]

ความเห็นที่ 30
ถูกต้องแล้วครับพี่ธานินทร์ ๙๙ คุณอุบลวรรณ ชื่อเล่นเธอชื่อ นุช ครับ
From : เกษม ฯ [ 14 มี.ค. 50 - 13:25:53 น. ]

ความเห็นที่ 31
สวัสดีชาวจย.กลุ่มรวมมิตรทุกๆ ท่าน...

ในบรรดา charter member ของกลุ่มรวมมิตร ผมเคยรู้จักก่อนนั้นเพียงคนเดียว คือ คุณชาติชาย
แต่ไม่แน่ใจว่ารู้จักคุณชาติชายในวันอาทิตย์ที่ ๑๐ ส.ค. ๔๐ หรืออาทิตย์ ที่ ๒๒ ก.พ. ๔๑
เพราะทั้งสองวันนั้น TCC มอบให้ผมวางเส้นทางทริปเริ่มจากหลังสวนจตุจักร เยื้องร้าน "ริมสวน" (ตอนนั้นยังไม่มีสวนรถไฟ) ไปปากเกร็ด - อ้อมเกร็ด - ท่าอิฐ - พระนั่งเกล้า
ที่จำได้แม่นก็เพราะคุณชาติชายเพิ่งซื้อจย.มาขี่เป็นทริปแรก และมาโดนตะคริวกินแถวๆ บางกำลัง ผมเลยทำทีเป็นหมอบีบอยู่ครู่นึง
เจอคุณชาติชายอีกทีในงานกลางคืนในกฟผ.บางกรวย ซึ่งพี่วิเชียรฯ นัดสังสรรค์กลุ่มรวมมิตรไปด้วยในตัว
คืนนั้นดูคุณชาติชายสดใสมาก และบอกผมว่าตะคริวไม่จับอีกแล้ว เพราะขี่จย.บ่อยแทบทุกวัน
แต่เมื่อครึ่งหลังของปีที่แล้วนี่ซี... ตัวผมเองกลับโดนตะคริวจับข้างเข่าซ้ายบ่อยๆ คงเพราะอ่อนซ้อม เอ็นข้างขาจึงตึงจัด เลยไปให้หมอบีบคลายเส้นมา ๓ ครั้งแล้ว

ถ้าสังคมไทยได้รู้ได้เห็นว่า..มีการใช้จักรยานขี่กันไปเป็นกลุ่มใหญ่ในทุกวันหยุดแล้วหละก้อ...
หลายต่อหลายครั้งในจำนวนนั้น..ก็เป็นกิจกรรม(ให้เปล่า)เพื่อสังคม โดย "กลุ่มรวมมิตร" ครับ...

From : ชยุต (Pc) [ 14 มี.ค. 50 - 14:36:51 น. ]


ความเห็นที่ 32
สวัสดีตอนกลางคืนครับ คุณpc... วันนี้นำข่าวสารต่อเนื่องจากคุณหนูเบนท์มาฝากครับ

เชียงใหม่เข้าขั้นวิกฤติ ฝุ่นร่วม 400 ไมโครกรัม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หมอกควันที่ปกคลุมทั่วเมืองเชียงใหม่ ในวันนี้ (14 มี.ค.) ตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก เฉลี่ยใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สูงถึง 343 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยเฉพาะสถานีตรวจวัดอากาศที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ในตัวเมืองเชียงใหม่ ตรวจวัดฝุ่นละอองสูงถึง 383 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และนับเป็นสถิติสูงสุดในช่วง 2 สัปดาห์ที่มีหมอกควันปกคลุมเชียงใหม่ ซึ่งสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 ได้รายงานตัวเลขให้รัฐบาลรับทราบเพื่อเร่งแก้ปัญหาแล้ว

ขณะเดียวกัน เทศบาลนครเชียงใหม่ ได้เปิดศูนย์เฉพาะกิจควบคุมมลพิษทางอากาศ 24 ชั่วโมง โดยจะมีเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนเฝ้าระวังมลพิษ หากพบการเผาที่ก่อให้เกิดควัน จะเข้าทำการดับทันที นอกจากนี้ ยังมีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศด้วย

นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ กล่าวว่า จะเร่งรณรงค์ให้ประชาชนช่วยกันฉีดน้ำรอบบริเวณบ้าน เพื่อลดมลพิษและเพิ่มความชื้นให้อากาศ ขณะเดียวกัน จะเปิดน้ำพุรอบคูเมืองเชียงใหม่ เพื่อลดมลพิษและเพิ่มความชื้นในอากาศ

อย่างไรก็ตามล่าสุด ทางจังหวัดเชียงใหม่ ประกาศเพิ่มความเข้มงวด ลดการเผาทุกรูปแบบ รวมถึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดับไฟป่าในพื้นที่ นอกจากนี้ ให้องค์กรท้องถิ่นทุกแห่งใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำในชุมชน เพื่อบรรเทาหมอกควันที่ปกคลุมด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- ควันไฟปกคลุมแม่ฮ่องสอน ทำท่องเที่ยวอัมพาต
- เชียงใหม่ประกาศ 2 อำเภอเป็นเขตภัยพิบัติหมอกควัน
- หมอกเหนือหนาแน่นหายใจติดขัด เชียงใหม่งดหลายเที่ยวบิน
- มลพิษทางอากาศเชียงใหม่ยังวิกฤติ!! จับ-ปรับชาวบ้านเผาขยะ
- เชียงใหม่วิกฤต!! ฝุ่นคลุมทำอากาศเป็นพิษ

ข้อมูลจากไทยรัฐ... ....

From : สมหมาย ชารัตน์ [ 14 มี.ค. 50 - 21:17:42 น. ]


ความเห็นที่ 33

An Inconvenient Truth : โลกร้อน...ความจริงที่ไม่มีใครอยากฟัง
จริงหรือ?

ถึงเวลาแล้วหรือยัง? เหล่ามวลมนุษย์ชาติจะตระหนักและตระหนกกับเสียงแผ่วเตือนจากนักวิทยาศาสตร์และนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมจากทั่วทุกมุมโลกเกี่ยวกับวิกฤตสภาวะอากาศที่ผิดเพี้ยนเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง รวดเร็ว จนส่งผลให้อุณหภูมิโลกร้อนขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่!!

เกิดคลื่นความร้อนแผ่กระจายในหลายพื้นที่ส่งผลให้ปริมาณหิมะในบางพื้นที่ค่อยๆ มลายหายไป เกิดภัยแล้ง พายุถล่มเมือง อุทกภัย และภัยธรรมชาติต่างๆ นานาสารพัด

หากแต่ต้นเหตุแห่งสภาวะโลกร้อนล้วนมาจากฝีมือ มนุษย์....แล้วมนุษย์จะรับมือกับวัฏจักรความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาตินี้อย่างไร?

อัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นผู้หนึ่งที่ลุกขึ้นมาประกาศตัวแบบดังลั่นว่าถึงเวลาแล้วที่ประชากรโลกต้องตระหนักในเรื่องวิกฤตสภาวะอากาศ และร่วมกันรับมือกับภาวะโลกร้อนอย่างจริงจังจนเป็นประเด็นต่อสู้ทางการเมืองที่จบลงด้วยการถูกเขี่ยตกเวทีการเมืองในการช่วงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเมื่อ ค.ศ.2000

จากนั้น อัล กอร์ จึงตัดสินใจออกเดินสายทั่วโลก เพื่อปราศรัยเรื่องสภาวะความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับผลกระทบจากมนุษย์ที่มีต่อธรรมชาติ จนเป็นที่มาของผลงานหนังสือเรื่อง An Inconvenient Truth ที่เปิดโปงวิกฤตภาวะโลกร้อน มหันตภัยร้ายที่กำลังคุกคามโลกอยู่ขณะนี้ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ ปริมาณมหาศาลที่มนุษย์เป็นผู้ก่อถูกปล่อยออกมาสู่ชั้นบรรยากาศโลกหนาขึ้นเท่าไร ก็จะส่งผลให้อุณหภูมิของบรรยากาศโลก มหาสมุทร สูงขึ้นจนถึงระดับอันตรายผืนน้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเหนือและธารน้ำแข็งบนภูเขาทั้งหมดทั่วโลกค่อยๆ ละลายลงเรื่อยๆ และอาจจะทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นถึง 20 ฟุต

วิกฤตโลกร้อนจึงเป็นหายนะ! ที่มวลมนุษย์ต้องร่วมมือกันแก้ไข คุณก็เป็นคนหนึ่งที่จะหมุนโลกไปในทิศทางถูกต้องได้!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- “ภาวะโลกร้อน” ความจริงช็อกโลก!!!
- พิษวิกฤตโลกร้อนน้ำตกแห้ง-ป่าลด
- เผย กทม.ปีนี้ ร้อนทะลุ 40 องศา
- "โลกร้อน"พาโลกมนุษย์ ย้อนกลับสู่ยุคไดโนเสาร์!
- ไทยมีเอี่ยวทำโลกร้อน ติดอันดับ 9 โลกปล่อยก๊าซสูงสุด
- ปี 2549 ทำสถิติ ปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์


ข้อมูลจากมติชน....

From : สมหมาย ชารัตน์ [ 14 มี.ค. 50 - 21:24:53 น. ]


ความเห็นที่ 34

การใช้กระแสไฟฟ้าเมื่อวาน ทำลายสถิติเมื่อปีที่แล้ว แต่วันนี้ทำลายสถิติเมื่อวาน!! แล้วพรุ่งนี้ล่ะ ?? ................


3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีระเบิดมียิงกันทุกวัน



แม่น้ำเจ้าพระยา น้ำก็เน่าปลาตายเกลื่อน



ภาคเหนือตอนบนหลายจังหวัดก็มีแต่ฝุ่นควันพิษ



ที่ทำงานผมก็เริ่มร้อนระอุอีกแล้ว

......มนุษย์ เป็นผู้สร้างหรือเป็นผู้ทำลาย ??!!

From : สมพิศ [ 14 มี.ค. 50 - 22:08:43 น. ]


ความเห็นที่ 35

น้าสมหมายดู An Inconvenient Truth หรือยังครับ......ถ้ายัง ปั่นจักรยานมาที่ทำงานผมสิ จะเลี้ยงข้าว 1 มื้อแล้วเอา DVD ไปดู

From : สมพิศ [ 14 มี.ค. 50 - 23:12:52 น. ]

ความเห็นที่ 36
รับทราบครับน้า...วันนี้ทั้งวันคงวุ่นๆ พรุ่งนี้น่าจะมีเวลา แล้วจะติดต่อไปอีกที
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 15 มี.ค. 50 - 04:20:05 น. ]

ความเห็นที่ 37
อยู่บ้านดูทีวีทู้กวัน..โลกเราตอนนี้มันวุ่นวายพิลึกเลยนะคะ กลุ้ม..ทำอะไรไม่ถูก...เลยทำความสะอาดบ้านไปพลางๆ
From : โรจนา. [ 15 มี.ค. 50 - 16:06:26 น. ]

ความเห็นที่ 38
แล้วเจอกันที่การท่าครับ สู้แค่หมด
From : lotus [ 15 มี.ค. 50 - 16:13:28 น. ]

ความเห็นที่ 39

สวัสดียามเช้าชาวรวมมิตรทุกท่าน
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 16 มี.ค. 50 - 06:47:17 น. ]

ความเห็นที่ 40
สวัสดีครับคุณสมหมาย และ เพื่อน ๆ ชาวจักรยานทุก ๆ ท่าน อากาศร้อนมาก ๆ แต่อย่าทำอะไรให้ใจมันร้อนนะครับ
From : วิโรจน์ [ 16 มี.ค. 50 - 09:58:40 น. ]

ความเห็นที่ 41

สวัสดีตอนเที่ยง ฉันได้รับอีเมล์จากคุณเวช จากสวีเดนส่งภาพ 2 ชุด เอามาเทียบกับฤดูเมืองไทยมีฤดูร้อน แตกต่างคนละขั้วโลกค่ะ

คุณเวชบอกว่าถ่ายภาพหิมะตกตั้งแต่เมืองสองอาทิตย์ที่แล้ว เดือนมีนาคมนี้ก็ใช่เป็นฤดูหนาวจับแข็งแล้วค่ะ
From : oiltirps [ 16 มี.ค. 50 - 11:44:23 น. ]


ความเห็นที่ 42

สภาพจักรยานที่จอดไว้ริมฟุตบาทกลายเป็นขี้หิมะความหนามาก ทำให้เกิดขี้สนิมเร็วขึ้น คุณเวชไม่ได้ขี่จักรยานตอนนี้หรอกค่ะ

คุณธานินทร์๙๙ อยู่ไหนหน่าย.....ฉันได้รับอีเมล์จากผู้เขียน "มาวซัคเวียตนาม" แล้ว เขาจะส่งแผนที่ต้นฉบับจริงมาให้แล้วค่ะ
From : oiltirps [ 16 มี.ค. 50 - 11:47:39 น. ]


ความเห็นที่ 43
สวัสดียามบ่ายครับ ทุกท่าน อาทิตย์นี้อดปั่นอีกแล้วต้องทำหน้าที่ลูกผู้ชาย (พาพ่อตาไปทำบุญ)
From : เกษม ฯ [ 16 มี.ค. 50 - 13:12:20 น. ]

ความเห็นที่ 44
สวัสดียามเย็นค่ะ ทุกท่าน อาทิตย์นี้อดปั่นอีกตามเคย
ต้องทำหน้าที่ของลูก... (พาแม่ตัวไปพบหมอ)
คิดถึงทุกท่านค่ะ
From : ยายนุ้ย [ 16 มี.ค. 50 - 17:22:18 น. ]

ความเห็นที่ 45
สวัสดียามเช้าชาวรวมมิตรทุกท่าน..



From : สมหมาย ชารัตน์ [ 17 มี.ค. 50 - 06:34:17 น. ]


ความเห็นที่ 46

เตือน! ชมสุริยุปราคา 19 มี.ค. นี้ ห้ามดูด้วยตาเปล่า

เมื่อวานนี้ (15 มี.ค.) น.ส.ประพีร์ วิราพร เลขาธิการสมาคมดาราศาสตร์ไทย เปิดเผยว่า สุริยุปราคาที่จะเกิดในวันที่ 19 มี.ค.นี้ เป็นสุริยุปราคาบางส่วน หมายความว่าเงามืดของดวงจันทร์ไม่ได้ตกกระทบพื้นผิวโลก มีแต่เงามัวเท่านั้นที่พาดผ่านผิวโลก ประเทศไทยมีโอกาสเห็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาครั้งนี้ ตั้งแต่เวลา 07.38-08.57 น. ตามเวลาในประเทศไทยของวันจันทร์ที่ 19 มี.ค.นี้ ซึ่งสามารถมองเห็นได้ทั่วประเทศ แต่จะเห็นส่วนที่ถูกดวงจันทร์บังไม่เท่ากัน และเวลาในการเริ่มสัมผัสก็แตกต่างกัน

สุริยุปราคาบางส่วนครั้งนี้ มองเห็นได้เกือบทั่ว ประเทศยกเว้น จังหวัดชายแดนภาคใต้ บริเวณที่เห็นดวงอาทิตย์แหว่งมากที่สุดคือด้านตะวันตกเฉียงเหนือของภาคเหนือ ส่วนกรุงเทพฯ ดวงจันทร์จะเริ่มบดบังดวงอาทิตย์เวลา 07.48 น. และออกเวลา 08.57 น. ดวงอาทิตย์แหว่งมากที่สุดในเวลา 08.21 น. ด้วยสัดส่วนร้อยละ 16 สามารถดูรายละเอียดการบดบังของแต่ละภาคได้ที่ เว็บไซต์ สมาคมดาราศาสตร์ไทย

ดวงอาทิตย์ที่มองเห็นได้จากที่ต่าง ๆ ขณะถูกบังมากที่สุด



น.ส.ประพีร์ แนะนำวิธีดูปรากฏการณ์ สุริยุปราคาอย่างปลอดภัย ว่า การดูทางตรงผ่านฟิล์มขาว-ดำ ต้องตรวจดูประสิทธิภาพความ สมบูรณ์ของฟิล์มไม่ให้ชำรุด และห้ามใช้ฟิล์มสี เนื่องจากไม่สามารถกรองรังสีและแสงได้ 100 เปอร์เซ็นต์ หากดูผ่านกระจกลนไฟก็ต้องลนไฟจนมีเขม่าดำติดหนาทึบสม่ำเสมอ และห้ามดูผ่านฟิล์มเอกซเรย์ที่ใช้งานแล้ว เพราะสีไม่ดำสนิท ซึ่งการดูโดยตรงด้วยวิธีดังกล่าวให้มองได้ครั้งละไม่เกิน 1 นาที เพื่อรักษาสายตา และควรมองเพียง 2-3 ครั้งเท่านั้น

ย้ำ!ว่า ห้ามดูด้วยตาเปล่าเด็ดขาด แม้จะดูแค่เสี้ยววินาทีก็ตาม ส่วนคนที่ต้องการดูอย่างต่อเนื่อง แนะนำให้ดูทางอ้อม คือดูผ่านเงาของแสงแดดที่รอดผ่านใบไม้ หรือ ดูเงาในน้ำ ซึ่งช่วยป้องกันดวงตาได้ดีที่สุด ทั้งนี้ ประเทศไทยเคยเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2538 ครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นวันที่ 11 เม.ย. 2613 หรือนับจากวันนี้ก็อีกประมาณ 63 ปี ส่วนสุริยุปราคาบางส่วนจะเกิดขึ้นในประเทศไทยครั้งต่อไปเย็นวันศุกร์ที่ 1 ส.ค. 2551


ข้อมูลจาดเดลินิวส์....
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 17 มี.ค. 50 - 10:28:34 น. ]


ความเห็นที่ 47

วันนี้ไปเจอเพื่อนใหม่ที่แยกไฟแดงบางกรวย ชื่อคุณ choo_bma ( http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=138591 ) จึงชวนไปปั่นด้วยกัน เขามีเวลาให้ 2 ชั่วโมง แต่ทำไปทำมาเกินเวลาไปชั่วโมงกว่า......พาไปดื่มกาแฟที่วัดใหม่ผดุงเขต ทานก๋วยเตี๋ยวเป็ดใกล้ๆ วัดโคนอนมหาสวัสดิ์ แล้วพาไปส่งข้ามเรือฝั่งตรงข้ามหอนาฬิกาเมืองนนท์........วกไปวนมาได้ 78 กม. ครับ

From : สมพิศ [ 17 มี.ค. 50 - 14:56:16 น. ]

ความเห็นที่ 48

ขอบคุณครับน้าสมหมาย โชคดีที่ไม่มืดมากไม่อย่างนั้นต้องเตรียมไฟติดจักรยานปั่นไปทำงานด้วย

From : สมพิศ [ 17 มี.ค. 50 - 15:00:02 น. ]

ความเห็นที่ 49
สวัสดียามค่ำคืนครับเพื่อนพี่น้องชาวรวมมิตรทุกคน
From : NTi [ 17 มี.ค. 50 - 21:30:35 น. ]

ความเห็นที่ 50
สวัสดีครับคุณ NTi อาการเจ็บที่นิ้วเท้าหายดีหรือยังครับ เมื่อไรจะกลับมาเปิดทริปมันส์ ๆ ให้เพื่อน ๆ ได้ปั่นกันอีกครับ วันนี้ไปร้านสู้แค่หมด คุณสมหมายยังถามถึงว่าทำไมคุณณัฐหายไปไหนไม่มาเปิดทริป ยังไงขอให้หายเจ็บไว ๆ แล้วกลับมาเปิดทริปใหม่นะครับ อาทิตย์หน้าสนใจไปกินก๋วยจั๊บใส่ใบกุ๊ยฉ่ายนครปฐมหรือเปล่าละ
From : วิโรจน์ [ 18 มี.ค. 50 - 20:34:23 น. ]

ความเห็นที่ 51

* เมื่อวันเสาร์ไปดื่มกาแฟที่วัดใหม่ผดุงเขต......ลุงเขาถามหาคุณณัฐว่าหายหน้าไปไหน เมื่อก่อนนั้นถึงแม้ว่าจะไม่ได้ปั่นจักรยานก็ยังขับมอเตอร์ไซค์มาคุยด้วย......ผมก็เพิ่งรู้ว่าคุณณัฐไม่สบาย ขอให้หายเร็วๆ ครับ

* ขณะนี้......กำลังเกิด

.....สุริยุปราคา แต่มองไม่ค่อยเห็นครับเพราะเมื่อเช้าฝนตกลงเล็กน้อย ทัศนวิสัยไม่ดี
-> http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9500000031462

From : สมพิศ [ 19 มี.ค. 50 - 08:44:46 น. ]


ความเห็นที่ 52

หนึ่งภาพแม้นอาจแทนล้านคำเอ่ย
ล้านคนเคยได้สุขสนุกสนาน
หกสิบล้านพึ่งบรมโพธิสมภาร
ขอกราบกรานพระมหาบพิตรไธ

เคยรับใช้ใต้เบื้องยุคลบาท
รับใช้ราษฎร์หวังผดุงมั่นมุ่งหมาย
หวังคลายทุกข์เติมสุขทั้งใจกาย
โลกมลายมิมืดมิดจนจิตมัว

มาวันนี้มีเหตุต้องให้คลาด
ต้องนิราศร้างเรือนเบือนทางหนี
ร้างพระบาทไปไกลไทยธานี
ขอสุขีจงมีแด่พระองค์

ถ้าไม่ตายข้าฯ นั้นจักคืนกลับ
หมายมารับโทษทัณฑ์ไม่ขวัญหนี
ให้โลกรู้ว่าทำดีไม่ได้ดี
ให้มันรู้ปฐพีไม่มีธรรม

เกิดแต่ดินถิ่นนี้ไม่มีจบ
ขอดินกลบหน้าสักน้อยไม่คล้อยหาย
ถึงจวบจนภพนี้ชีวาวาย
จักขอตายใต้พระบาทเพื่อชาติไทย
_______________________________________________________________

ข้อความดังกล่าว มาจากเวบไซต์ http://www.hi-thaksin.net/ ซึ่งเป็นเวบที่มาแรงในหมู่คนเชียร์อดีตนายกทักษิณ......ผมไม่ได้เชียร์นะแต่อยากให้พวกเราได้รับรู้ไม่ตกเทรนด์ อิ..อิ

From : สมพิศ [ 19 มี.ค. 50 - 09:11:49 น. ]


ความเห็นที่ 53

สรุปทริปกลุ่มรวมมิตรชวนปั่นจักรยานไปร้านสู้แค่หมด อ. 18 มี.ค. 2550
-> http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=139114

From : สมพิศ [ 19 มี.ค. 50 - 13:32:37 น. ]


ความเห็นที่ 54
สวัสดียามเช้าครับ สองวันมานี่ไม่ได้เข้ากระดานนั้งเล่นเลยครับ สรุปทริป - ย่อรูป - ส่งรูป - บรรยายข้อความใต้ภาพ ตั้งใจจะทำให้ดีเท่าที่อุปกรณ์และความสารถที่มีอยู่ บางคนกระซิบว่า กลุ่มรวมมิตรทำไมมีแต่คนแก่ๆ..555555 ...ผมว่าความแก่กับความคิดสร้างสรรค์ที่อยู่ในสมองมันคนละเรื่อง..เด็กหนุ่มคิดอ่านทำอะไรไม่เป็นก็มีออกถมไป...

น้าลิงค์ภาพพาโนราม่าอลังการ สุดยอด เลยครับ.....ภาพชัดทุกคนที่นั้งอยู่ตรงนั้น..แต่..เอ่..ทำไมไม่มีผมสักภาพเลยครับ..ฮิ ฮิ...
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 20 มี.ค. 50 - 05:24:16 น. ]


ความเห็นที่ 55
สวัสดียามเช้าครับ
From : เกษม ฯ [ 20 มี.ค. 50 - 05:43:02 น. ]

ความเห็นที่ 56

สวัสดียามเช้าครับพี่เกษม ฯ น้าสมหมาย

น้าสมหมายก็อยู่ในรูปทั้ง 2 รูปนั่นแหนะ สังเกตดูดี ๆ ทุกคนจะมองน้าแล้วก็ยิ้มให้น้าอย่างมีความสุขครับ

From : สมพิศ [ 20 มี.ค. 50 - 07:09:01 น. ]


ความเห็นที่ 57
สวัสดีมิตรรักนักปั่นทุก ๆ ท่านครับ
From : viroj [ 20 มี.ค. 50 - 09:49:44 น. ]

ความเห็นที่ 58
สวัสดียามเช้าหรือบ่ายดีนะ...บ้านบนดอยมันมึนๆ ซึมๆ ครึ้มๆ ไปหมด..วันเสาร์ปั่นไปยอดกิ่วลมทำเวลาได้ดีกว่าเดิม...ไม่เหน็ดไม่เหนื่อยแสดงว่า...การหมั่นปั่นหมั่นซ้อม..ตะคริวไม่กล้ามาแหยม..อย่างท่าน Pc ว่าจริงๆ
From : หนูเบนท์ [ 20 มี.ค. 50 - 10:27:31 น. ]

ความเห็นที่ 59
สวัสดียามบ่ายครับ พี่หนูเบนท์และเพื่อน ๆ ทุกท่าน ผมอ่อนซ้อมไม่กล้าปั่นไกล กลัวตะคริวมันจะมาแหยมเอาครับ
From : เกษม ฯ [ 20 มี.ค. 50 - 13:59:22 น. ]

ความเห็นที่ 60
วันนี้ปั่นจักรยาน(คันสีแดง..จ่ายกับข้าว)ไปหาน้าสมพิศกับคุณถวิลที่ทำงาน น้าสมพิศฝากแผ่น(ให้ยืม) dvd มาหลายแผ่น เฉพาะแผ่นที่ของประเทศไทย กับเพลงของ john denver ..ก็หายเหนื่อยแล้ว ขอขอบคุณครับกับกาแฟเย็นๆรสชาดกลมกล่อมและขนม(จำชื่อไม่ได้แล้ว)...โดยเฉพาะแผ่นที่ภายภาคหน้าคงต้องใช้ประโยชน์อีกมาก......ส่วนเพลงของจอนน์ เนนเวอร์ จะนำไปใช้ประกอบกับงาน animation cartoon......ค่อนข้างจะลงตัวเสืยนี่กระไร
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 20 มี.ค. 50 - 15:49:52 น. ]

ความเห็นที่ 61
สวัสดียามเช้าครับ
From : เกษม ฯ [ 21 มี.ค. 50 - 03:22:27 น. ]

ความเห็นที่ 62
สวัสดียามเช้าครับ..มาช้ากว่าลุงเสมเป็นชั่วโมง
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 21 มี.ค. 50 - 05:34:52 น. ]

ความเห็นที่ 63
สวัสดี..ยามสายๆ
วันนี้บ้านบนดอยอากาศแจ่มใสขึ้นมาแล้ว...เป็นข่าวดีสำหรับน้าเจ...ที่จะปั่นมาแอ่วอุทยานแห่งชาติแม่เงา....
From : หนูเบนท์ [ 21 มี.ค. 50 - 10:31:18 น. ]

ความเห็นที่ 64

พี่ฑูรย์ครับ เสื้อ4ชมรม(ของพี่และของพี่วิโรจน์)ผมฝากไว้กับพี่ตุ้มนะครับ ถ้าพี่ไปอุโมงค์วันพฤหัสนี้รับได้กับพี่ตุ้มที่อุโมงค์ครับ

From : Real [ 21 มี.ค. 50 - 10:45:27 น. ]

ความเห็นที่ 65
รับทราบและขอบคุณครับ พี่หนูเบนท์
From : น้าเจ [ 21 มี.ค. 50 - 13:49:26 น. ]

ความเห็นที่ 66

นี่ใข่ไหมครับ??...
From : ธานินทร์๙๙ ณ เวียงจันทน์ [ 22 มี.ค. 50 - 00:52:20 น. ]

ความเห็นที่ 67

...อุทยานแห่งชาติแม่เงา??
From : ธานินทร์๙๙ ณ เวียงจันทน์ [ 22 มี.ค. 50 - 00:53:20 น. ]

ความเห็นที่ 68
สวัสดียามเช้าครับ
...เห็นรูปน้ำเงาแล้วคิดถึงอดีตจัง เมื่อก่อนยังไม่เป็นอุทยานผมเคยไปตรวจไม้ อาศัยชาวบ้านนอนพัก น้ำเงาจะใสมาก ที่พื้นทรายใต้น้ำมักจะมีตะพาบตัวใหญ่ ๆ อาศัยอยู่จะเห็นรอยมันขุดทรายเป็นวงกว้าง พักกับชาวบ้านเขาก็จะไปหาปลาในลำน้ำเงามาให้เรากินไม่ขาดปาก มีครั้งหนึ่งมาพักที่นี่ พอดีเป็นวันไหว้ผีของพวกกะเหรี่ยง ผมไปนั่งกินนอนกินกับเขาจนเมาไม่รู้เรื่อง เขากินกันสามวันสามคืน ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นป่าที่อยู่ทางขวาของแม่เงาในรูป ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดตาม ส่วนฝั่งซ้ายเป็นเขต จ. แม่ฮ่องสอน
From : เกษม ฯ [ 22 มี.ค. 50 - 04:59:04 น. ]

ความเห็นที่ 69
...เดี๋ยวนี้พิมพ์ผิดอยู่เรื่อยเลยสงสัยฮอร์โมนคงจะลดลง จังหวัดตากพิมพ์เป็นจังหวัดตาม .....จึงขอแก้ไขใหม่นะครับ ..."ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นป่าที่อยู่ทางขวาของแม่เงาในรูป ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดตาก ส่วนฝั่งซ้ายเป็นเขต จ. แม่ฮ่องสอน"
From : เกษม ฯ [ 22 มี.ค. 50 - 05:03:02 น. ]

ความเห็นที่ 70

สวัสดีตอนเช้าครับ ลุงเสมและคณะนินทร์99...และทุกๆท่าน...เช้านี้อากาศเย็นสะบาย ไม่อบอ้าว...วันนี้ผมมีภาพดอยม่องจองมาฝาก.

ภาพดอยม่อนจอง....อยู่ที่ใหนไม่รู้ครับ เจ้าของภาพเขาบอกอย่างนั้น

ดอยม่องจอง 2.

ดอยม่องจอง 3.

ดอยม่องจอง4.. ขอสี่ภาพพอครับ...
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 22 มี.ค. 50 - 07:50:11 น. ]


ความเห็นที่ 71
อ้ามพิมพ์ชื่อคุณธานินทร์99ผิด..สงสัยจะเป็นโรคเหมือนลุงเสมสะแล้ว...
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 22 มี.ค. 50 - 07:52:13 น. ]

ความเห็นที่ 72

วันนี้โดดงานโอทีกลับเร็ว ฉันจะไปดูงานไอทีคอมพ์เปิดงานวันแรกที่ศูนย์การประชุมสิริกิติติ์ เพื่อหมายตาโน้ตบุคส์ที่ใช่เล่น เพสพี3, ดีวีดีที่น้าพิศเคยบอกใช้กับเครื่องคอมพ์ไม่ได้, เครื่องพริ้นต์สำหรับงานถ่ายภาพทำหนังสือประกอบ ฯลฯ ค่อยคิดซื้อให้คุ้มค่าค่ะ

คุณธานินทร์๙๙ ไปอยู่ดอยม่อนจอง อยู่อำเภออมก๋อย เชียงใหม่ ติดร่องรอยเทือกเขาแม่ฮ่องสอนค่ะ

พรุ่งนี้เป็นวันเกิดฉันเอง ขอเก็บเงียบอยู่คนเดียว อีกอาทิตย์ถัดไปสิ้นเดือนมีนานี้จะได้พ้นงานโอทีเสร็จแล้ว สามารถปั่นจักรยานได้เหมือนเดิมค่ะ
From : oiltirps [ 22 มี.ค. 50 - 08:34:17 น. ]


ความเห็นที่ 73
สวัสดียามเช้าฯ
แม่นแล้วพี่เกษมฯ อุทยานแม่เงาฯ ซ้ายมือเป็นแม่ฮ่องสอน ฝั่งขวามือเป็นเขตอำเภอท่าสองยางจังหวัดตาก....เด๋วนี้มีที่ทำการอุทยาน.จัดบริเวณสวยงามน่าเท่องเที่ยว..มีห้องน้ำ-ห้องอาบน้ำใหญ่ไว้บริการหลายห้อง...มียามดูทางเข้าออกทำให้ดูน่าปลอดภัยสำหรับคนกางเต้นท์...ใกล้ๆ แม่น้ำมีลานกางเต้น.ร่มรื่น...เป็นถิ่นที่เคยกินเคนนอนของหนูเบนท์เหมียนกัลลล


From : หนูเบนท์ [ 22 มี.ค. 50 - 08:39:54 น. ]


ความเห็นที่ 74
คนบนดอยฝาก
Happy Birth Day เสือออย...
สุขสันต์วันเกิดเน้อ...
From : หนูเบนท์ [ 22 มี.ค. 50 - 08:49:51 น. ]

ความเห็นที่ 75

23 มีนา Happy Birthday น้องออย .....วันเกิดทั้งทีเก็บตัวเงียบอยู่คนเดียว ตั้งใจจะอยู่ในชุดวันเกิดสิ

From : สมพิศ [ 22 มี.ค. 50 - 09:21:10 น. ]

ความเห็นที่ 76

ฮือๆ ๆ ๆ ป่านนี้ฉันอยากอยู่คนเดียวค่ะ โฮ!!!!
From : oiltirps [ 22 มี.ค. 50 - 10:18:55 น. ]

ความเห็นที่ 77
พี่ธานินทร์ เพิ่มผ่านไปมาหรือครับ น้ำแม่เงาน้อยไปหน่อยนะครับช่วงนี้
From : น้าเจ [ 22 มี.ค. 50 - 10:20:18 น. ]

ความเห็นที่ 78
สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดครับ เสือออย
From : เกษม ฯ [ 22 มี.ค. 50 - 12:33:08 น. ]

ความเห็นที่ 79

สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดครับ เสือออย


From : วิทย์ [ 22 มี.ค. 50 - 13:24:10 น. ]


ความเห็นที่ 80
สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดครับ เสือออย

From : ฑูรย์ บางสีทอง [ 22 มี.ค. 50 - 13:42:03 น. ]

ความเห็นที่ 81

สุขสันต์วันคล้ายวันเกิด ไม่เจ็บ ไม่จน และ สุขภาพแข็งแรงนะครับ เสือออย

From : น้าโรจน์ [ 22 มี.ค. 50 - 14:20:07 น. ]

ความเห็นที่ 82

สุขสันต์วันเกิดครับ.. เสือออย..

ตอบน้าเจ.. ผมแวะไปแถวนั้นเมื่อกลางเดือนเมษายนปีที่แล้วครับ ช่วงวันหยุดสงกรานต์

From : ธานินทร์๙๙ @ เวียงจันทน์ [ 22 มี.ค. 50 - 22:57:58 น. ]


ความเห็นที่ 83

...ทุกปีที่เคยเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดของคุณพ่อตา ก็จะจัดเค๊ก ปีนี้ครบรอบ 80 ปี ผบ.กลับสั่งลูกชุบที่ทำเหมือนลูกท้อ ไปแทนเค๊ก คนจีนเขาเรียกว่าสิ่วท้อ แปลว่าอายุยืนน่ะ อาหารก็ต้องสั่งผัดมี่ซั่วแบบไม่ตัดเส้น อายุจะได้ยาวเหมือนเส้นหมี่ 555

From : เกษม ฯ [ 23 มี.ค. 50 - 05:30:17 น. ]

ความเห็นที่ 84

สุขสันต์วันเกิดครับ.. เสือออย..

From : สมหมาย ชารัตน์ [ 23 มี.ค. 50 - 05:38:43 น. ]


ความเห็นที่ 85
สวัสดีครับทุกๆท่าน..
ขอบคุณเสือเรียว
ขอบคุณพี่ตุ้ม
ขอบคุณตานพ...ได้รับเสื้อ * 6-8 แล้วครับ..
From : ฑูรย์ บางสีทอง [ 23 มี.ค. 50 - 10:45:59 น. ]

ความเห็นที่ 86

ขอขอบคุณสำหรับน้าพิศ คุณหนูเบนท์ คุณธานินทร์๙๙ พี่สมหมาย ชารัตน์ ลุงเกษม พี่ฑูรย์ บางสีทอง น้าโรจน์ และคุณวิทย์ที่ให้อวยพรวันเกิดวันนี้ ฉันก็พอใจแล้ว คืนนี้จะไปดูหนังโรงใหญ่ "โกสต์ ไรเดอร์" คนเดียวค่ะ
From : oiltirps [ 23 มี.ค. 50 - 11:27:05 น. ]

ความเห็นที่ 87
สุขสันต์วันคล้ายวันเกิด นะ เสือออย แข็งแรงและท่องเที่ยวอย่างมีความสุขต่อไป

From : น้าเจ [ 23 มี.ค. 50 - 13:38:41 น. ]

ความเห็นที่ 88

กลุ่มรวมมิตร ขอเชิญชวนปั่นจักรยานลุยสวนบางกรวย จ.นนทบุรี วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน 2550
-> http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=139720

พรุ่งนี้วันเสาร์ที่ 24 มี.ค. นัดกันไปวางเส้นทางทริปวันอาทิตย์ที่ 1 เม.ย. .....07.00 น. ที่ กฟผ.ครับ

วันอาทิตย์ที่ 24 มี.ค. มีรายการปั่นให้เลือก 2 ทริป คือ + - เปิดทริป 4 ชมรมชวนปั่นไปมอบอุปกรณ์กีฬา/เลี้ยงข้าวกลางวัน ณ โรงเรียนหนองตะเฆ่ อ.หนองแค (อา.25 มี.ค.50) - + และ ชวนปั่น ทริปเล็กๆ กับ Local Road อาทิตย์ 25มี.ค50 เส้นทาง เลียบคลองพระอุดม ชมตลาดบางเตย เลยเข้าวัดจันทร์กระพ้อ .......ผมเลือกไปกลุ่ม Local Road เพราะต้องถนอมสุขภาพไว้ครับ

น้าสมหมาย ชารัตน์ กำลังเตรียมการจัดทริปไป อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ........ประสานงานกับคุณเอ้ บ้านโป่ง อยู่ครับ.......เกิน 200 โล ชัวร์

วันอาทิตย์ที่ 6 พ.ค. ทริปใหญ่ "สวนธน"ชวนปั่นไปทำบุญทอดผ้าป่า...อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี.....6 พฤษภาคม 2550 .....ทริปนี้ไม่พลาดครับ.......200 โล

From : สมพิศ [ 23 มี.ค. 50 - 14:12:17 น. ]


ความเห็นที่ 89
อาทิตย์ที่ 8 เม.ย. 2550..ได้สอบถามไปทางเสือเรียวแล้ว ไม่มีการแข่งขันจักรยาน และไม่มีทริปกลุ่มพันธมิตร คุณอ้ บ้างโป่งรับปากแล้วจะนำทริปให้ จากนครปฐม - บ้านโป่ง ..สรุปความว่าเหลือแต่เปิดกระทู้ชวนปั่นจักรยาน...กำลังเลือกว่าจะใช้ชื่ออะไรดี...
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 23 มี.ค. 50 - 16:03:12 น. ]

ความเห็นที่ 90
ขอขอบคุณน้าเจสำหรับอวยพรสมปรารถนาดีค่ะ

From : oiltirps [ 23 มี.ค. 50 - 18:21:54 น. ]

ความเห็นที่ 91

23 Mar. Happy Birthday To KhunOiltrips
ติดตามมาดูพี่ๆ คุยกัน และได้ทราบวันนี้เป็นวันพิเศษของพี่oiltrips พี่ๆหลายคนอวยพรวันเกิด น่ารักมากๆค่ะ ดูแล้วรู้สึกดีจัง หนูขอถือโอกาสนี้มาสวัสดีและอวยพรวันเกิดด้วยค่ะ แม้จะพึ่งผ่านมา.. แต่ด้วยความเคารพค่ะ
From : น้องสาวพี่ค่ะ [ 23 มี.ค. 50 - 19:05:19 น. ]

ความเห็นที่ 92

อรุณสวัสดิ์ครับ

วันนี้ตื่นตั้งแต่ตีสี่ ออกทริปทีไรนอนไม่ค่อยจะหลับ.....5 ปีแล้วยังตื่นเต้นอยู่อีก

รูปของคุณ 'น้องสาวพี่ค่ะ' สีสวยสดใสดีจังนะครับ

From : สมพิศ [ 24 มี.ค. 50 - 05:29:03 น. ]


ความเห็นที่ 93

หวัสดีตอนเช้าครับ.....

วันนี้ตื่นปกติ ไม่ได้ออกทริปหรือจะออกทริปก็ยังหลับเหมือนเดิม มันคงชินสะแล้ว....

รูปของคุณ 'น้องสาวพี่ค่ะ' สีสวยสดใสดีจังนะครับ


From : สมหมาย ชารัตน์ [ 24 มี.ค. 50 - 05:42:39 น. ]


ความเห็นที่ 94
มารู้จัก “น้ำตกแองเจล” น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก กันเถอะ

แปลและเรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

ใครรู้บ้างน้ำตกที่สูงที่สุดในโลกชื่อว่าอะไร … มีความสูงเท่าไหร่… อยู่ที่ไหน? .. อ่ะ อ่ะ ไม่รู้ใช่ไหมล่ะ? งั้นจะช้าอยู่ใย ไปดูเฉลยดีกว่าค่ะ . . . สำหรับน้ำตกที่ขึ้นชื่อว่าสูงสุดในโลก คือ “น้ำตกแองเจล” มันมีความสูงถึง 3,212 ฟุต (โดยประมาณ) ตั้งอยู่บริเวณประเทศเวเนซูเอลา ทวีปอเมริกาใต้

เดิมทีชาวพื้นเมืองเรียกน้ำตกนี้ว่า ชูรันเมรู (Churun Meru) แต่ปัจจุบันเรียกกันว่า น้ำตกแองเจล (Angel Falls) ตามชื่อผู้ค้นพบคนแรกที่ชื่อว่า เจมส์ ครอว์ฟอร์ด แองเจล นักบินชาวสหรัฐอเมริกาที่บินผ่านเหนือพื้นที่นี้ในปี ค.ศ. 1935 แองเจลได้ลงสู่พื้นดินบนยอดของภูเขาสูง เพื่อค้นหาทองคำ แต่เครื่องบินของเขากลับไปติดในป่ารก ที่เป็นหนองน้ำบนยอดเขา แต่สิ่งที่น่าตกตะลึงที่สุดก็ คือ น้ำตกอันแสนสวยงามตระการตา พากันถาโถมดิ่งลงมาสู่พื้นหลายพันฟุต

หลังจากนั้น แองเจลและเพื่อนนักบินอีก 3 คนต้องเดินทางด้วยเท้าถึง 11 วันเพื่อกลับเข้าสู่ตัวเมือง โดยทิ้งเครื่องบินที่ติดอยู่ในป่าไว้เป็นอนุสาวรีย์ แห่งการค้นพบของเขา และปัจจุบันได้ถือเป็นสมบัติประจำชาติของเวเนซูเอลาไปแล้ว อีก 1 ปีต่อมาแองเจลก็ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับครอบครัว คราวนี้เขาได้จอดเครื่องบินบนยอดของน้ำตกเลย หลังจากนั้นผู้คนทั่วโลกก็รับรู้ว่านี่คือ “น้ำตกแองเจล” น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก

การมาชมทัศนียภาพอันสวยงาม ของน้ำตกแองเจลแห่งนี้ วิธีที่ดีที่สุดคือ เครื่องบิน ซึ่งท่านจะได้ภาพที่สวยงามและตระการตาของน้ำตก ที่ดิ่งตัวลงสู่พื้นเบื้องล่างที่ลึกสุดลูกหูลูกตา นอกจากนั้นยังสามารถไปเยือนและชมทิวทัศน์บริเวณตอนล่างของน้ำตก ได้โดยนั่งเรือประมาณ 3-4 ชั่วโมง และต่อด้วยการเดินเท้าเข้าป่าอีก 1 ชั่วโมง

ข้อมูลจาก

- angel-falls.com
- en.wikipedia.org
- wonder7th.com




From : สมหมาย ชารัตน์ [ 24 มี.ค. 50 - 05:51:11 น. ]


ความเห็นที่ 95
สวัสดีเช้าวันเสาร์...ปั่นเบาๆ แล้วหาก๋วยเป็ดทานซะหน่อยเน้อ...
From : หนูเบนท์ [ 24 มี.ค. 50 - 09:09:01 น. ]

ความเห็นที่ 96
สวัสดีครับ

เดี๋ยวเส้นทางนครปฐม-โพธาราม-บ้านโป่ง ผมจะจัดให้ครับ ผ่านบึงกระจับ-โรงสีข้าว-ถนนงู-วัดโบสถ์-ค่ายหลวงบ้านไร่-โพธาราม-วัดขนอน-บ้านโป่ง เตรียมแรงไว้ให้พร้อมครับ ปั่นชมนกชมไม้ไปเรื่อย ...
From : เอ้ บ้านโป่ง [ 24 มี.ค. 50 - 09:42:12 น. ]


ความเห็นที่ 97

อากุ้ย...ชื่อของแมวตัวนี้น่ารักมาก เป็นแมวมหัศจรรย์ที่พูดได้ อยู่ประเทศจีนเจ้าค่ะ ฉันอยากได้อากุ้ยจังมาเลี้ยงด้วย

*ขอขอบคุณสำหรับคำอวยพรจากคุณน้องสาวพี่ค่ะ ... ฉันก็ปลื้มใจที่ได้ข่าวพี่ติ๋วกลับมาจากอินโดนีเซียโทรเรียกให้ฉันได้ไปกินข้าวมื้อหนักที่สะพานพระราม 8 ในเย็นวันนี้ เอาของฝากจากเกาะบาหลีให้ฉันด้วย
From : oiltirps [ 24 มี.ค. 50 - 10:43:57 น. ]


ความเห็นที่ 98
ความเห็นที่ 89
อาทิตย์ที่ 8 เม.ย. 2550..ได้สอบถามไปทางเสือเรียวแล้ว ไม่มีการแข่งขันจักรยาน และไม่มีทริปกลุ่มพันธมิตร คุณอ้ บ้างโป่งรับปากแล้วจะนำทริปให้ จากนครปฐม - บ้านโป่ง ..สรุปความว่าเหลือแต่เปิดกระทู้ชวนปั่นจักรยาน...กำลังเลือกว่าจะใช้ชื่ออะไรดี...
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 23 มี.ค. 50 - 16:03:12 น. ]

พี่สมหมายครับ วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน มีรายการปั่นเพื่อสังคม ของ TCC ครับ ตามนี้เลย

http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=140135


From : วิทย์ [ 24 มี.ค. 50 - 13:04:09 น. ]


ความเห็นที่ 99

รับทราบครับคุณวิทย์ ทริปโพธารามเป็นทริปส่งท้ายทิ้งทวนก่อนจะหยุดยาว ต้อนรับมหาสงกรานต์...โพธารามยังมีเส้นทางปั่นจักรยานที่สวยงามหลายเส้นทาง ใครที่เคยไปปั่นมาแล้วยังประทับใจไม่รู้ลืม....... ถึงตอนนี้ต้องเลือกเอานะครับ จะปั่นกินควันรถยนต์ในเมือง หรือว่าจะไปสูดอากาศบริสุทธิ์นอกเมือง...............
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 24 มี.ค. 50 - 18:44:43 น. ]

ความเห็นที่ 100
วันนี้ผมได้เป็นสมาชิก เลขที่ 975 ดีใจจัง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ
From : choo_bma [ 24 มี.ค. 50 - 19:31:31 น. ]

ความเห็นที่ 101

ขอต้อนรับน้องใหม่และขอแสดงความยินดีที่ได้เลขสวยครับ

เป็นสมาชิกกลุ่มรวมมิตรแล้ว ก็ควรสมัครเป็นสมาชิก ThaiMTB.com ด้วยครับคุณชู......ในอนาคตจะมีการใช้ระบบ Login

สมัครได้ที่ .-

มุมสมาชิก : http://www.thaimtb.com/

From : สมพิศ [ 24 มี.ค. 50 - 19:50:16 น. ]


ความเห็นที่ 102
ขอต้อนรับน้องใหม่และขอแสดงความยินดีด้วยครับ
From : วิโรจน์ [ 24 มี.ค. 50 - 20:01:55 น. ]

ความเห็นที่ 103
ยินดีต้อนรับครับ คุณน้องสาวพี่ค่ะ และคุณ choo_bma
...ผมชอบดอกกุหลาบขาว ในความเห็นที่ 91 ของคุณน้องสาวพี่ค่ะจังเลย ดูแล้วสดชื่นเหมือนยืนอยู่บนยอดดอยเชียงดาวเลย
From : เกษม ฯ [ 24 มี.ค. 50 - 20:34:28 น. ]

ความเห็นที่ 104

พักสายตา ที่นี่ Amsterdam.. เมืองเล็กๆที่มีคลองมากมายสำหรับสัญจร อยู่ในประเทศHolland ยุโรป นักท่องเที่ยวชอบไปเยือน..copy มาฝากพี่ๆค่ะ เพราะหนูคิดว่าสวยดี


From : น้องสาวพี่ค่ะ [ 24 มี.ค. 50 - 20:51:55 น. ]


ความเห็นที่ 105
สวัสดีพี่ๆทุกท่านอีกครั้ง นะคะ และอยากบอกว่าเข้ามาห้องนี้อบอุ่นสบายใจที่สุด ขอบคุณที่กรุณา และ warm welcome เย่! ดีใจ
ขออภัยสำหรับชื่อ oiltirps ที่เข้าใจผิดเองว่าเป็นแบบนี้ oiltrips แฮ่!
From : น้องสาวพี่ค่ะ [ 24 มี.ค. 50 - 21:05:17 น. ]

ความเห็นที่ 106

สวัสดีตอนเช้าครับ คุณน้องสาวพี่ค่ะและชาวรวมมิตรทุกท่าน เช้านี้และวันนี้กระดานข่าวคงจะเงียบนิดหน่อย เพราะเพื่อนๆทั้งหลายจะออกไปปั่นจักรยานกันหมด....กว่าจะกลับถึงบ้าน...มืด..มีผมอยู่บ้านคนเดียว ฮิ ฮิ...
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 25 มี.ค. 50 - 07:17:59 น. ]

ความเห็นที่ 107
ภาพสวยๆดอยปุย....ลากมาให้ชม..มีอยู่สองภาพ


From : สมหมาย ชารัตน์ [ 25 มี.ค. 50 - 07:23:55 น. ]


ความเห็นที่ 108
เข้ามานั่งอ่าน
From : eak 0818256352 [ 25 มี.ค. 50 - 10:17:16 น. ]

ความเห็นที่ 109
เข้ามาดูรูป อิอิ
From : น้องสาวพี่ค่ะ [ 25 มี.ค. 50 - 16:18:34 น. ]

ความเห็นที่ 110
สวัสดีค่ะ ชาวรวมมิตรทุกท่าน
ฝาก Happy Birthday ย้อนหลังให้เสือออยด้วยนะ
เห็นบอกว่าวันนี้ไปปราจีนกับพี่ติ้ว แล้วได้ทุนไปคิบานาลูด้วย
เมื่อวานหนีไปปั่นคนเดียวแบบคนที่โดดเดียว ไปจนถึงสะพานพระราม 4 แล้วกลับมาคิดหาทางว่า
จะหางานทำใหม่ที่ไหนดี ใครพอมีงานให้ทำบ้างค่ะ
รู้สึกเศร้าจังไม่รู้ว่าจะมีใครให้งานทำไหม รู้สึกเกลียดตัวเองจัง
From : กะปิ [ 25 มี.ค. 50 - 17:01:44 น. ]

ความเห็นที่ 111

มาแลเรือไททานิคเวอร์ชั่นใหม่..เหมือนยกเมืองมาทั้งเมือง มาใส่ในเรือ......


From : สมหมาย ชารัตน์ [ 25 มี.ค. 50 - 17:03:35 น. ]


ความเห็นที่ 112
สวัสดียามค่ำ
กลับจากปั่นไปแอ่วปางช้างแม่ตามาน และล่องแก่งที่กึ๊ดช้าง...เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมไปกัน...ที่ อ.แม่แตง..ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่สามารถไปกลับประมาณร้อยกว่าโล...เหลือๆ สำหรับกลุ่มรวมมิตรเนอะ...


From : หนูเบนท์ [ 25 มี.ค. 50 - 21:22:34 น. ]


ความเห็นที่ 113
สวัสดีตอนกลางคืนครับหนูเบนท์...เดียวนี้ปั่นจักรยานเป็นร้อยโลแล้วหรือครับ....โอ้..เกร่งจริงๆ

ก่อนนอนวันนี้ผมมีเกล็ดเล็กๆน้อยๆมาฝากครับ... ว่ากันด้วยเรื่อง 7สิ่งที่ไม่ควรทำหลังการกินอาหาร..

7 สิ่งที่ไม่ควรทำหลังการทานอาหาร

1. อย่าสูบบุหรี่ !!

จากผลการทดลองของผู้เชี่ยวชาญพบว่าการสูบบุหรี่หลังอาหาร เทียบได้กับการสูบบุหรี่ยามปกติถึง 10 มวน ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งมากขึ้น ซึ่งสูบปกติก็มีโอกาสเป็นอยู่แล้ว

2. อย่ากินผลไม้ทันทีหลังอาหาร !!

เพราะมันไปพองในท้องคุณ ให้กินผลไม้ 1 หรือ 2 ชม. ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้จะดีกว่า

3. อย่าดื่มน้ำชา!!

เพราะว่าใบชามีความเป็นกรดสูง ทำให้โปรตีนในอาหารที่เรากินกระด้างขึ้นทำให้ย่อยยาก

4. อย่าขยายเข็มขัดหลังกินอิ่ม !!

เพราะเป็นเหตุให้ลำไส้ไม่ปกติ

5. อย่าอาบน้ำหลังกินข้าว !!

เพราะการอาบน้ำ จะทำให้โลหิตไหลเวียนไปที่มือ และเท้าทั่วร่างกาย เป็นเหตุให้ปริมาณโลหิตไหลเวียนบริเวณท้องก็เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ไม่เต็มที่

6. อย่าเดินหลังอาหาร !!

แม้คุณจะเคยได้ยินว่ากินข้าวแล้วให้เดินสัก 100 ก้าวจะทำให้อายุยืนถึง 99 ปี !?! การเดินทันทีทำให้การย่อยเพื่อดูดซึมสารอาหารทำได้ไม่ดี ควรรออย่างน้อยสักชั่วโมงค่อยเดินถ้าต้องการ

7. อย่านอนทันที!!

อาหารที่รับประทานเข้าไปไม่สามารถย่อยได้เต็มที่ อาจทำให้เกิดลมหรือแก๊สในทางเดินอาหาร


From : สมหมาย ชารัตน์ [ 25 มี.ค. 50 - 21:45:20 น. ]


ความเห็นที่ 114
สวัสดีครับ หนูเบนท์ คุณสมหมาย ขอบคุณครับสำหรับข้อมูล 7 สิ่งที่ไม่ควรทำหลังการทานอาหาร ดีมาก ๆ ครับ แต่ไม่มีข้อ ห้ามขี่จักรยานหลังทานอาหารทันที นะครับ
From : วิโรจน์ [ 25 มี.ค. 50 - 22:08:24 น. ]

ความเห็นที่ 115
โทษนะครับน้าสมหมาย ตกลงหลังกินข้าวผมทำอะไรได้มั่ง..?
From : choo_bma [ 26 มี.ค. 50 - 04:35:37 น. ]

ความเห็นที่ 116

สวัสดีตอนเช้าครับคุณchoo-bma ทำได้ทุกอย่างเท่าทีใจอยากนึก..ฮิ ฮิ.....

สวัสดีตอนเช้าทุกๆท่าน......
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 26 มี.ค. 50 - 06:14:24 น. ]


ความเห็นที่ 117
มาทักทายสวัสดีทุกๆท่านค่ะ ดอกไม้ที่ห้องนี้สวย .. วิวก็ดี น่าไปเที่ยว เคยคิดเล่นๆว่าต้องมีตังค์ในเป๋ากี่บาทจึงจะหยุดทำงานสักระยะ < 1ปี ละกัน > แล้วไปเที่ยวทั่วประเทศและบางประเทศ..
เฮ้อ! ร้อนค่ะ ร้อนมั่กๆ แฮ่
From : น้องสาวพี่ค่ะ [ 26 มี.ค. 50 - 09:50:23 น. ]

ความเห็นที่ 118
สวัสดีตอนเที่ยงครับ ทุกๆท่าน.....

พึ่งจะสร้าง animation เสร็จ...ถ้าเป็นขนมปังเขาเรียกสดๆร้อนๆจากเตา
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 26 มี.ค. 50 - 13:07:17 น. ]


ความเห็นที่ 119
ถึงคุณน้องสาวพี่ค่ะ ถ้าอยากได้ดอกไม้สวยๆเก็บไว้ดูเล่นลองเข้าไปดูในนี้ก็ได้ครับ http://www.flowerpictures.net/Flowerpictures/daylily_2006/index.htm
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 26 มี.ค. 50 - 13:12:14 น. ]

ความเห็นที่ 120
ลองตามเข้าไปแล้วเปิดไม่ได้ลองอันใหม่ http://www.flowerpictures.net/Flowerpictures/Flower_gallery.htm ถ้าเปิดไม่ได้อีกจนปัญญาแล้วครับ..
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 26 มี.ค. 50 - 13:16:11 น. ]

ความเห็นที่ 121
สวัสดี..ยามเที่ยงๆ
เพิ่งสังเกตได้ว่าบ้านบนดอย..เย็นสบายกว่าเชียงใหม่ก็วันนี้แหละเพราะเพิ่งกลับจากไปแอ่วมาสดๆ อืมหลังทานข้าวแล้วถ้าเจอ วิท เจ้าพ่อคลอง 4 ก็มีหวังถูกชวนเล่นรัมมี่เข็กเข่าอีกตามเคย...เอ้าพี่วิโรจน์ตั้งวงเลย...
From : หนูเบนท์ [ 26 มี.ค. 50 - 13:35:17 น. ]

ความเห็นที่ 122

ขอบคุณค่ะ ..แล้วจะเข้าไปดูดอกไม้แน่นอน ชูแว็ป!
From : น้องสาวพี่ค่ะ [ 26 มี.ค. 50 - 20:15:50 น. ]

ความเห็นที่ 123
พี่สมหมาย เท่ห์มั่กๆ..อยากทำการ์ตูนทำภาพ animation ได้บ้างจัง ทำยากมั้ยคะ?
From : น้องสาวพี่ค่ะ [ 26 มี.ค. 50 - 20:23:42 น. ]

ความเห็นที่ 124
สวัสดีครับหนูเบนท์ แล้วกันให้ผมตั้งวงซะแล้ว เดี๋ยวผมก็เจอข้อหาหนักละครับ ผมแค่แทงอย่างเดียวก็เสียไม่รู้เท่าไรแล้วครับ ถ้าตั้งวงละก็ยกให้วิท เจ้าพ่อคลองสี่ หรือไม่ก็ สันต์ พระรามสี่ละกันครับ
From : วิโรจน์ [ 26 มี.ค. 50 - 21:39:49 น. ]

ความเห็นที่ 125
ถึงน้องสาวพี่ค่ะ งาน animation เล่าแล้วเรื่องยาว ว่างๆจะเล่าให้ฟัง..ก่อนอื่นต้องเตรียมคอมฯสำหรับงาน กราฟฟิกซ์ โดยเฉพาะประเภทสุดๆ เพื่อประมวลภาพไม่ช้าจนน่าเบื่อ....

นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆน้อยๆ
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 26 มี.ค. 50 - 22:08:02 น. ]


ความเห็นที่ 126
สวัสดีครับ ทริปโพธารามผมขอย่อส่วนติดกล้องน้าสมหมายไปละกันนะครับ กลัวเป็นภาระเพื่อนๆ ดูรูปของน้าสมหมายก็เหมือนไปเองแล้วครับ
From : choo_bma [ 27 มี.ค. 50 - 04:40:40 น. ]

ความเห็นที่ 127
สวัสดีตอนเช้าครับคุณ choo_bma ได้ครับเดียวผมจะย่อรูปให้จะเอาเท่าไหร่ดีละ
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 27 มี.ค. 50 - 05:45:02 น. ]

ความเห็นที่ 128
สวัสดีครับเพื่อนๆชาวรวมมิตร รบกวนขอเวบแผนที่กทม.รวมปทุมฯ,นนทบุรี หน่อยครับ จะเอาไปเลือกเส้นทางปั่นจากร้านครูอ้อไปตลาดน้ำไทยน้อย ให้ทริปทีซีซี วันอาทิตย์ที่ 29 เมย. นี้ครับ งานนี้วางเส้นทางแบบอ้อมเอามันเข้าว่า 555.
From : ช้าง [ 27 มี.ค. 50 - 10:23:23 น. ]

ความเห็นที่ 129
น้าสมหมาย ผมหมายถึงย่อตัวผมให้เล็กๆแล้วแอบเข้าไปอยู่ในกล้องน้า มองผ่านเลนซ์เวลาที่น้าเก็บรูปมาฝากน่ะครับ ต้องขอโทษด้วยที่สื่อความไม่ชัดเจน
From : choo_bma [ 27 มี.ค. 50 - 10:41:06 น. ]

ความเห็นที่ 130

.....................................
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 27 มี.ค. 50 - 13:08:39 น. ]

ความเห็นที่ 131

คุณธานินทร์๙๙ อยู่ไหน? ฉันขอถามหน่อยว่า ตอนเช้าได้มีมือถือลึกลับโทรส่งข้อความภาษาฝรั่งจาก กรุงอิสสามมาบัด ประเทศปากีสถาน ดูแล้วไม่ใช่เบอร์คุณธานินทร์๙๙เดิมเนี่ย....นึกได้ว่า ไปปากีสถานเอาอีกแล้ว ลืมฝากซื้อหนังสือคาราโครัมไฮเวย์ของจริงที่ฉันอยากได้รอนานแล้วค่ะ ...แปลว่าเป็นใคร ? ไม่ได้ลงชื่อท้ายข้อความสุดท้าย ฉันพิมพ์ส่งตอบกลับไปแล้ว อยากถามว่าคุณธานินทร์๙๙ไปไหนค่ะ ฉันรู้คาดว่าไปกรุงเวียงจันทน์บ่อย ฉันก็งงงวยแปลกใจที่เบอร์ลึกลับส่งมาบอกฉันค่ะ
From : oiltirps [ 27 มี.ค. 50 - 14:04:57 น. ]

ความเห็นที่ 132
หวัดดีตอนเช้าครับ ชาวรวมมิตรทุกท่าน
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 28 มี.ค. 50 - 05:58:57 น. ]

ความเห็นที่ 133
สัวสดีตอนสายสำหรับเพื่อนชาวรวมมิตรทุกท่านค่ะ

...ย้อนกลับมาเมื่อวานนี้ ฉันไปสืบเบอร์โทรจากปากีสถาน เลยมาบอกคุณธานินทร์๙๙ เรื่องนี้กลายเป็นโอละพ่อ...ที่ว่าเป็นเบอร์ใหม่มาจากท่านพระสงฆ์ "เปี๊ยก" ส่ง SMS อังกฤษจากกรุงอิสสามาบัด ฝากข้อความแจ้งข่าวให้ฉันไปบอกพี่ติ๋ว เชียงใหม่ เป็นญาติกันพอดี ฉันนึกได้บางอ้อ...ขอโทษคุณธานินทร์๙๙ด้วยค่ะ ฉันเลยส่งข่าวไปเจาะข้อมูลเมืองอิสสามมาบัด อาจจะมีที่พักวัดไทยเป็นไปได้ เพราะท่านพระเปี๊ยกไปจำวัดมาเป็นเดือนๆ ท่านพระจึงส่งข่าวผ่านมือถือฉันค่ะ
From : oiltirps [ 28 มี.ค. 50 - 09:24:11 น. ]


ความเห็นที่ 134

กระทู้ที่น่าจับตามองครับชาวรวมมิตรทุกท่าน

เมื่อไหร่จะมีงาน เลี้ยงสังสรรค์ ThaiMTB.com อีกครับ
-> http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=140221

From : สมพิศ [ 28 มี.ค. 50 - 10:32:44 น. ]


ความเห็นที่ 135
สวัสดีครับชาวรวมมิตรทุกท่าน
From : หนุ่ย 2 K [ 28 มี.ค. 50 - 10:46:48 น. ]

ความเห็นที่ 136
เมื่อไหร่จะมีงาน เลี้ยงสังสรรค์ชาวรวมมิตร...หาร้านอาหารดีๆ ฟังเพลงเพราะๆ
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 28 มี.ค. 50 - 11:41:22 น. ]

ความเห็นที่ 137
คห.125 ดูแล้วเสมือนหัวหมุนได้ ตัวเป็นเกลียวเลย ค่ะ จ้องนานไป แฮ่! ขอบคุณค่ะ
From : น้องสาวพี่ค่ะ [ 28 มี.ค. 50 - 12:57:20 น. ]

ความเห็นที่ 138
กลางคืนแล้ว..เราจะนำเรื่องผีๆมาให้อ่านกันนนนนนน......หวื๊วววว.....

ลองอ่นกันดูผมยังอ่านไม่จบเลยครับ ฮิ ฮิ ..


ห้องผีสิง การ ลองของ ในห้อง คนตาย เรื่องเล่า ประสบการณ์ ขนหัวลุก"ธมกร" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกเมื่อลองของกับห้องผีสิง

dtz,ไม่เคยเล่าเรื่องสยองขวัญนี้ให้ใครฟังมาก่อนเลย ถึงแม้มันจะไม่ใช่ความลับก็จริง แต่เราก็รู้ๆ กันอยู่แค่ 5 คนเท่านั้นเอง ใครจะเชื่อเราล่ะคะ?

ปัจจุบันดิฉันอายุ 40 ปี มีครอบครัวและลูกๆ ที่กำลังน่ารักน่าเอ็นดู แต่เหตุการณ์แปลกประหลาดครั้งนั้น ดิฉันกับเพื่อนๆ ไม่เคยลืม และไม่มีวันลืมได้เด็ดขาด.. มันทั้งคาใจ ทั้งเป็นบาดแผลที่แม้ไม่มีใครไปสะกิดสะเกา มันก็เจ็บแปลบได้เสมอ

ตอนเรียน ม.ปลายอยู่โรงเรียนชื่อดัง ดิฉันซ่าน่าดู และเป็น 1 ในกลุ่มแก๊ง 6 สาวที่ร่ำลือกันว่า สวย เท่ และสุดแสบ ชอบทำอะไรบ้าๆ พิเรนทร์ๆ ตามประสาเด็กวัยรุ่น โดยเลียนแบบพฤติกรรมจากหนังฝรั่ง บางครั้งก็เกินเลยจนดูใจร้าย อย่างการชอบเอาคนที่จ๋องๆ อ่อนแอกว่ามาล้อเป็นตัวตลก

แหม! นึกย้อนไปแล้วก็อายตัวเองบอกไม่ถูกค่ะ เวลาเจอเพื่อนคนนั้นในงานเลี้ยงรุ่น ดิฉันยังเคยไปสารภาพบาปและขอโทษเธอ แต่เธอผู้นั้นกลับหัวเราะไม่ถือสาและรักดิฉันในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง น่าละอายจริงๆ เลย

ความแผลงทำให้กลุ่มดิฉันเจอเรื่องราวร้ายกาจ กลายเป็นตราบาป เพราะคราวนี้ไม่มีใครมาให้อภัยอย่างเพื่อนคนนั้น

คุณพ่อคุณแม่ดิฉันเป็นนักธุรกิจระดับเศรษฐี ต้องติดต่อและเดินทางไปต่างประเทศเสมอๆ บ้านหรือคฤหาสน์ของเราอยู่สุขุมวิทช่วงต้นๆ มีบ่าวไพร่เพียบพร้อม ทั้งคนรถ คนสวน คนรับใช้ แม่ครัวและผู้ช่วย รวมแล้ว 5-6 คนได้ค่ะ

ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องมีเรือนคนใช้อยู่ภายในบริเวณบ้าน แยกต่างหากจากตึกใหญ่ โดยปลูกเป็นลักษณะบังกะโล 3 หลัง โดยหลังหนึ่งเป็นที่อยู่ของครอบครัวคนรถ อีกหลังเป็นของคนสวนกับแม่ครัวซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ส่วนสาวใช้อยู่ที่เรือนไม้สีขาวหลังเล็ก มีแค่ห้องนอนและห้องน้ำ แถมยังอยู่ห่างออกไปชิดรั้วหลังบ้าน

เมื่อพ.ศ. 2524 เรามีสาวใช้อายุ 17 ปี เท่าๆ ดิฉันตอนนั้น เธอชื่ออ้อย เป็นสาวเมืองเหนือ มีจริตจะก้านที่ดิฉันค่อนขอดอย่างหมั่นไส้เงียบๆ แค่ในใจ แต่ภายนอกก็เสแสร้งทำดีกับเธอ

ดิฉันบาปจริงๆ ค่ะ ความหมั่นไส้ทำให้หลอกล่อเธอไปในทางตกต่ำลงทุกทีๆ เช่น สอนให้เธอดื่มเบียร์ผสมน้ำผึ้งกับมะนาว หรือผสมเข้ากับโค้ก

เมื่อมีช่างก่อสร้างข้างบ้านมาติดพันเธอ ดิฉันนี่แหละเป็นคนยุยงส่งเสริม แอบเอากุญแจรั้วให้เธอยืมไขประตู ลอบไปเที่ยวกับผู้ชายยามดึกดื่นค่อนคืน..ไม่นานอ้อยก็ท้องป่องขึ้นมา

แทนที่จะสงสาร ดิฉันกลับกระหน่ำซ้ำเติมความเสียขวัญของเธอด้วยคำพูด เช่น เธอต้องแย่แน่! พ่อแม่ต้องเล่นงานเธอแน่! ชาวบ้านต้องนินทาว่าร้ายให้พ่อแม่เธออับอายจนแทบจะเอาปี๊บคลุมหัว..สารพัดสารพัน

ในที่สุด อ้อยก็ผูกคอตายในห้องนอนที่เรือนไม้สีขาวริมรั้วนั่นเอง!

ดิฉันใจหาย พยายามแก้ตัวให้ตัวเองฟังว่า อ้อยมันไม่รักดีเองต่างหาก ไม่ใช่เพราะคำพูดของเราสักหน่อย

3-4 เดือนหลังจากอ้อยตาย เรือนไม้ซึ่งถูกใช้เป็นห้องเก็บสัมภาระก็กลายเป็นที่ลองของของดิฉันและกลุ่มแก๊งอีก 5 คน เพราะปิดเทอมใหญ่พอดี และคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องไปเมืองนอก

ดิฉันชวนเพื่อนร่วมแก๊งทั้งหมดมาค้างที่บ้าน เราสนุกกันมากๆ จนคนรถ คนสวน และแม่ครัวต่างเอือมระอาไปตามๆ กัน

สุดท้าย ดิฉันท้าให้ใครก็ตามที่ใจกล้า ใจถึง ไปนอนห้องที่อ้อยผูกคอตาย โดยมีเงื่อนไขว่า..ต้องถูกขังล็อกกุญแจด้านนอกไว้ตลอดคืน ปรากฏว่า แอน-สาวห้าวที่สุดในกลุ่มรับคำท้าค่ะ

ป้าสายที่เป็นแม่ครัวแกโมโหและห้ามปราม แต่เราก็ไม่ยอมฟัง กลับหัวเราะกรี๊ดกร๊าดกันยกใหญ่

รุ้งเช้าเราไขประตู ปล่อยแอนออกมา..

ดูเธอเปลี่ยนไปค่ะ ถามอะไรก็ไม่ตอบ ไม่ยอมบอกว่าเจออะไรบ้าง เราเลยคิดว่าไม่มีอะไร..แต่แอนไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เธอกลับมีบางสิ่งบางอย่างในกิริยาท่าทางเหมือนกับอ้อยขึ้นทุกที ทั้งๆ ที่แอนไม่เคยรู้จักอ้อยเลย

ดิฉันยอมรับว่ากลัวแววตาของเธอมากจริงๆ ค่ะ เพราะชอบแอบจ้อง พอหันไปสบตาเธอแล้วขนลุกซ่าไปทั้งตัว ต้นคอเย็นวาบไปถึงไขสันหลัง..

ให้ตายเถอะ! มันเป็นแววตาของอ้อยชัดๆ

และแล้ว ก่อนที่เราจะเรียนจบเทอมสุดท้ายของ ม.6 นั่นเอง แอนก็ท้อง! พวกเราช็อกสุดขีด เหตุการณ์ยิ่งเลวร้ายหนักขึ้น เมื่อแอนหาทางออกด้วยการผูกคอตายเหมือนอ้อยไม่มีผิด

พวกเราทั้ง 5 คน แทบสติแตกไปตามๆ กันเมื่อทราบข่าว

ดิฉันแทบช็อก ทั้งตกใจและหวาดกลัว สำนึกตัวว่าเป็นผู้ผิดตั้งแต่แรก แต่ก็ไม่อาจแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว..ก๊วนเราสลายไปตั้งแต่นั้น ดิฉันทำบุญใส่บาตร อุทิศส่วนกุศลให้แก่อ้อยและแอนตลอดมาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ

ที่มา : คอลัมน์ ขนหัวลุก
ใบหนาด
- ข่าวสด หน้า 38 - ฉบับวันที่ 23 สิงหาคม 2547
ผีที่หอพัก 1
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงกับตัวเราและก็เพื่อน
ตอนนั้นเราพึ่งจบจากโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งใกล้บ้านและไปต่อ ปวส.ที่โรงเรียนรัฐบาลในตัวเมือง พอไปก็ต้องไปอยู่หอพักโรงเรียนซึ่งเป็นหอไม้สองชั้น เราไปอยู่กะเพื่อนสองคน ในห้องเดียวกัน แรกๆก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีเด็กหอมากมาย ซึ่งมีแต่เด็กผู้หญิงเพราะหอพักที่นั่นเป็นหอหญิงล้วน

จนมาคืนนึง หลังจากกลับจากโรงเรียนเราก็ทำกิจกรรมที่เราทำเป็นประจำตามปกติ เพื่อนของเราคุยโทรศัพท์อยู่กะแฟนจนฉันเผลอหลับ ไป รู้สึกตัวขึ้นมาอีกที ก็เห็นเพื่อนรักนอนอยู่ข้างๆ เหลือบไปดูที่นาฬิกาก็ ปาเข้าไป 5 ทุ่มแล้ว เราจึงตัดสินใจปลุกเพื่อนเพื่อที่จะไปอาบน้ำเพราะเรายังไม่ได้อาบน้ำกันเลยแต่เพื่อนเจ้ากำก็ไม่ยอมตื่น เราก็คิดว่าไปอาบก่อนดีกว่าเดี๋ยวมันก็คงตามไป และเราก็ลงมาชั้นล่างเพื่อไปเข้าห้องน้ำซึ่งห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวม

ข้างล่างเงียบสงัดและมืดสนิท เราก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะปกติเป็นคนที่กล้าอยู่แล้วก็เลยเดินตามความมือเพื่อไปเปิดไฟห้องน้ำแล้วก็เข้าไปอาบน้ำ อ้อ ห้องน้ำของหอพักมีอยู่ 5 ห้องซึ่งเราเข้าไปอาบน้ำในห้องที่2 พอกำลังจะเตรียมตัวอาบ จู่ๆก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องน้ำและคิดว่าน่าจะเป็นห้องที่ 3 เราเลยคิดว่าคงเป็นเพื่อนแน่ๆ และก็พูดขึ้นว่า ทำไมมาช้าจัง ......ไม่มีเสียงตอบแต่ได้ยินแต่เสียงน้ำลาดลงพื้นซึ่งเหมือนเสียงคนอาบน้ำ แล้วเราก็เลยพูดขึ้นว่า โกรธเราเร๋อที่เราไม่ปลุกเราสมควรจะโกรธเธอมากกว่านะที่ไม่ยอมปลุกเราคุยโทรศัพท์เสร็จก็หลับไปกับเค้าเลยนะ.....ไม่มีเสียงตอบอีก เราก็ไม่สนใจแต่ก็อาบน้ำจนเสร็จ..

และก็ออกมาจากห้องน้ำ ..แต่เราก็ต้องแปลกใจ ที่

ทำไม.......ห้องน้ำทุกห้องประตูเปิดหมด และไม่มีห้องไหนแลยที่จะมีล่องรอยของคนอาบน้ำ......เราทั้งอึ้ง ทั้งงง และจู่ๆขนก็พร้อมใจกันลุกขึ้นทันที.....

เราก็ไม่รีรอรีบวิ่งขึ้นห้องโดยไม่คิดชีวิตคิดแต่ว่า เจอดีเข้าแล้วสิเรา และเข้าไปในห้องก็เห็นเพื่อนสาวสุดที่รักนอนหลับอย่างมีความสุข......

คืนนั้นเรากลัวจนนอนไม่หลับเลยถ้าเป็นเพื่อนๆล่ะจะทำยังไงถ้าเปนสถาานการณ์นี้
ที่หอพัก2
เพื่อนๆคงจะจำกันได้นะคะ

หลังจากที่เจอผีในห้องน้ำนะ เราก็ไม่กล้าไปอาบน้ำคนเดียวเลย

พอกลับไปบ้าน ก็ขอพ่อย้ายมาอยู่ที่บ้าน โดยจะขึ้นรถ ไปโรงเรียน

แต่พ่อไม่อนุญาติ และให้หาพระ ไปใว้กราบก็ได้ และยังว่า เราคิดมาก

แต่พอหลังจากที่เล่าให้เพื่อนร่วมห้องฟังนะเพื่อนก็ไม่เชื่อเรา จนกระทั่งคืนนึง........................

หลังจากที่เราสองคน นอนเล่น ประมาณ 3 ทุ่มกว่า เราได้ยินเสียงคนคลาง บนเพดานห้อง เหมือนมีอะไรซักอย่างอยู่บนฟ่า เราสองคนต่างหันมองหน้ากันและเสียงนั้นก็ค่อยๆดังขึ้น จนได้ยินชัดว่าเป็นเสียงของผู้หญิงแก่

เรารู้ว่าตอนนั้น ขนเราลุกไปทั้งตัว และรู้ดีว่าคงเจอดีแน่ๆเลย เรากับเพื่อนพร้อมใจกันลุกขึ้นโดยอัตโนมัติโดยไม่มีใครชวนใครลุกขึ้นก่อน เราวิ่งไปคว้าไม้แขวนผ้าที่แขวนอยู่ ส่วนเพื่อนเราวิ่งออกไปนอกห้อง แต่เราอยาผม้เหลือเกินว่าต้นเหตุของเสียงนั้นคืออะไร และกำลังจะเอาไม้แขวนผ้าไปตีที่ฟ่านั้น

....และก้อมีมือนึงที่เย็นยะเยือกมาจับที่แขน เราตกใจแทบช๊อก ......

แต่พอหันไปดันเป็นเพื่อนซี้เราเอง เพื่อนบอกว่า ขอร้องอย่าไปเล่นกับอะไรที่มันมองไม่เห็น และเสียงนั้นก็หายไป

แต่ให้ตายเถอะ เรากับเพื่อนได้ยินเสียงนั้นชัดมากๆ จนไม่กล้าที่จะอยุ่หอนั้นแล้ว จึงย้ายออก

และ ก่อนจะย้าย คนข้างหอเค้าเล่าให้ฟังว่า เคยมี ผู้ดูแลหอ เป็นคนแก่ ผูกคอตาย ที่หอนี้ เพราะอะไรก็ไม่รู้สาเหตุ แต่หอนี้โดนปิดมานาน พอเรื่องซา ก็เปิดให้อยู่โดยที่คิดค่าหอ แบบถูกๆ

เคยมีเด็กหอที่นี่เจอ หลายคนและก็มาเล่าต่อๆกันให้ฟัง

ใว้คราวหน้าเราจะเล่าให้ฟังอีกนะ เพราะหอนี้ น่ากลัวมากเลย......

คัดลอกมาให้อ่านกันเพลินๆ....


From : สมหมาย ชารัตน์ [ 28 มี.ค. 50 - 22:12:34 น. ]


ความเห็นที่ 139
สวัสดีครับ เรื่องเล่าสนุกดีครับ
From : choo_bma [ 29 มี.ค. 50 - 06:04:13 น. ]

ความเห็นที่ 140

รายการปั่นวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม 2550 (ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 5 ปีกุน)


06.15 น. รวมพลที่สี่แยกไฟแดงบางกรวย (หลังป้อมตำรวจใต้สะพาน)

ไปจุดนัดพบที่หนึ่ง ...... ระยะทางประมาณ 19.00 กม. ดังนี้



ความเห็นที่ 515

ลองวางโปรแกรมคร่าว ๆ โปรแกรมนี้สามารถปรับเปลี่ยนได้....

.....พี่ไชยยันต์ผู้นำทริป....

จุดนัดพบที่หนึ่ง 07:30 น. ...ร้านอาหาร จุดตัดระหว่าง ถนน 345 กับ ถนนราชพฤกษ์ ...โดยผู้ที่ปั่นมาจากถนนราชพฤกษ์จะต้องขึ้น ramp นี้ช่วงข้ามถนน 345 แล้วม้วนลงจะเป็นถนน 345 ปั่นตรงไปอีก 100 เมตรก็เจอร้านอาหารนี้ซ้ายมือเป็นลานโล่ง ๆ จะเห็นเด่นชัด

แล้วจะปั่นผ่านวัดท่าเกวียน ไปคลองพระอุดม แล้วไปกินข้าวเช้าที่ ร้านอาหารตลาดบางเตยอาหารจานเดียวอร่อยมาก.....08:30 น.

ปั่นไปชม "สวนผักน้ำไฮโดรโพนิค" ที่ลาดบัวหลวง แล้วไปกินข้าวเที่ยง สลัดผักไฮโดรโพนิคจานใหญ่ ก๋วยเตี๋ยว ข้าวหน้าเป็ด ข้าวมันไก่ตอน

ปั่นกลับเลียบคลองขุนศรี บรรยากาศดีมาก ไม่ร้อน(เท่าไหร่) ผ่านไทรน้อย ดอนตะลุมพุก วัดโมลี วัดสวนแก้ว สู่จุดหมาย......ศาลาพักใจบางสีทองกรุ๊ปเซ็ท เวลา บ่าย 3:45 น.

รวมระยะทางประมาณ 100 กิโล......

From : ลูน [ 28 มี.ค. 50 - 21:02:14 น. ]

อ้างอิงมาจาก : http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=136904&st=515




ระยะทางประมาณ 130 กม.

From : สมพิศ [ 29 มี.ค. 50 - 06:47:24 น. ]

ความเห็นที่ 141
วันที่31 มี.ค.2550 ผมต้องเผ้าบ้าน..เขาไปเชงเม้งกันหมด....ค่ำคืนงานเลี้ยงศาลาพักใจ อย่างผมไม่ได้ไปลาว จะขอร่วมแจมได้หรือเปล่าครับ
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 29 มี.ค. 50 - 08:35:16 น. ]

ความเห็นที่ 142

ยอดเขาคินาบาลู บนเกาะเบอร์เนียว ในถิ่นดินแดนนักรบเผ่าล่าหัวมนุษย์ต่างถิ่น ลือชื่อว่าเป็น ขุนเขาแห่งความตาย ตรงนี้ที่ฉันอยากจะไปขึ้นบนยอดคินาบาลูให้ได้ค่ะ

แวะมาทักน้าพิศ กะลุงเกษมด้วยค่ะ วันนี้รู้สึกสนุกด้วยเล่นแชทกับคุณคมรัฐ นักเดินป่าผู้ยิ่งใหญ่ ให้ฉันได้ไปปีนบนยอดเขาคินาบาลู สูงเหนือเมฆ เขาเตรียมจัดการเรื่องตั๋วแอร์เอเซีย+ที่พักบนเขาคินาบาลู+อาหาร 15 มื้อ ให้ฉันหมดไป 16,124 บาท แต่ฉันได้จ่ายมัดจำไป 8 พันบาทแล้ว ที่เหลือจ่ายในวันเดินทางทันที เพื่อฉันจะได้ส่องหาที่ทางจักรยานบนรัฐซาบาร์ มาเลเซียให้เต็มที่ค่ะ ที่จริงอยากจะไปพิชิตเอเวอร์เรสต์โน่น ต้องมาเรียนรู้เรื่องธรรมชาติให้มากกว่าที่มนุษย์ยังทำไม่ได้ค่ะ
From : oiltirps [ 29 มี.ค. 50 - 11:56:42 น. ]


ความเห็นที่ 143
สวัสดีค่ะคุณoiltirps
ขอให้สนุก & เดินทางปลอดภัยค่ะ <Take very good care of yourself ,Please.>
นู๋จะคอยดูรูปสวยๆนะคะ
From : น้องสาวพี่ค่ะ [ 29 มี.ค. 50 - 14:31:56 น. ]

ความเห็นที่ 144
แหะๆ ยังไม่ได้ออกเดินทางเดือนนี้หรอก แต่จะไปสิ้นเดือนมิถุนายนนี้เองค่ะ คุณน้องสาวพี่ค่ะ ตอนนี้วางมัดจำเฉยๆไว้ เดี๋ยวมีคนมาจองเต็ม 12 คน ก็ปิดรับทันทีค่ะ ฉันกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับคินาบาลูอยู่ใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ค่ะ
From : oiltirps [ 29 มี.ค. 50 - 14:39:10 น. ]

ความเห็นที่ 145
คุณสมหมาย ชารัตน์ ไปสิครับ ผมอยากคุยด้วยจังเลย ไม่ได้เจอตั้งนานแล้ว
From : B2M [ 29 มี.ค. 50 - 20:56:40 น. ]

ความเห็นที่ 146
สวัสดียามค้ำคืน น้าสมหมาย ชารัตน์
แว่วข่าวว่าจะมีงานเลี้ยง...ทำเอาคนบนดอยมีอาการชักกระตุก...ยิ่งที่ศาลาพักใจด้วยแล้ว...มีครบทั้งเพื่อนทั้งพี่ทั้งน้องที่รู้ใจ....คราวก่อนหนูเบนท์หลงไปร่วมทริปที่เขาซ้อมปั้นไปทริป สี่แผ่นดิน ไทย จีน ลาว เวียตนาม...เขาก็ต้อนรับเราเป็นแขกอย่างดี..ไม่มีเก็บตังค์ด้วย...ยังนึกขอบคุณไม่หาย...สุดท้ายด้วยเนื้อนาบุญเลยทำให้หนูเบนท์ มีโอกาสปั่นไปกับทริปสี่แผ่นดินจริงๆ...ยังงงตัวเองไม่หายว่าปั่นไปได้อย่างไร...สนุกเหมือนฝันก็ไม่ปาน

From : หนูเบนท์ [ 29 มี.ค. 50 - 21:21:06 น. ]

ความเห็นที่ 148
โอ้วววว...น้ำลายไหลจริงๆ เห็นทางปั่นจักรยานไปเอเวอร์เรสต์ น่าจะไปเนปาลจริงๆ ค่ะ
From : oiltirps [ 30 มี.ค. 50 - 10:47:55 น. ]

ความเห็นที่ 149

ขอเชิญร่วมแข่งขัน อบต. คูคต เสือภูเขา
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=141371

From : ชมรม คูคต [ 30 มี.ค. 50 - 12:03:19 น. ]

ความเห็นที่ 150

ฉันไปสืบข้อมูลเกี่ยวกับจักรยาน มีฝรั่งผู้กล้าแบกจักรยานขึ้นยอดเขาคินาบาลูได้ ฉันนึกกะว่าต้องไปถามทางอุทยานฯ คินาบาลูว่า อนุญาตนำจักรยานขึ้นไปบนคินาบาลูได้มั้ย...เผื่อเอาไว้ปีหน้าไปอีกค่ะ

อ่านข้อมูลฝรั่งบ้าจักรยานไปคินาบาลูตรงนี้ค่ะ

http://www.imageadventure.co.uk/sagas/Kinabaluconquered.html
From : oiltirps [ 30 มี.ค. 50 - 12:17:09 น. ]


ความเห็นที่ 151


ปีนี้ร้อนจริง ๆ ไม่ได้โม้ ที่จังหวัดแพร่ 42 องศาแล้วจ้า (ปี 49 อำเภอเมืองตาก 42.2 องศา)

-> http://www.tmd.go.th/programs/uploads/forecast/2007_1_คาดหมายฤดูร้อน50(New222).pdf

From : สมพิศ [ 31 มี.ค. 50 - 04:37:44 น. ]


ความเห็นที่ 152
ถือว่าเราโชคดีเป็นคนชอบออกกำลังกาย ไม่อ้วน บางคนอยากผอมไปกินยาลดความอ้วน กินยามากไปหน่อย ตาย...ครับ..ลองอ่านดู..
สลด! เด็ก ม.4 อยากผอม กินยาลดจนช็อกตาย

เมื่อวานนี้ (29 มี.ค.) ที่วัดสุทธจินดา อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีพิธีฌาปนกิจศพ น.ส.ศิรัญญา อุกาวงศ์ หรือ "น้องตาล" อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนสุรนารีวิทยา อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบ พบญาติพี่น้อง ครู อาจารย์ รวมทั้งเพื่อนนักเรียนหลายร้อยคน ต่างพากันจับกลุ่มพูดคุยถึงการเสียชีวิต และบางรายก็ร้องไห้

จากการสอบถาม นายศิลปสิทธิ์ ทับทิมธงไชย ผู้อำนวยการโรงเรียนสุรนารีวิทยา กล่าวว่า สาเหตุการเสียชีวิตน.ส.ศิรัญญา น่าจะเกิดจากการที่ลูกศิษย์ซึ่งเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของโรงเรียน เป็นมีหน้าตาสะสวย รูปร่างดี รักสวยรักงาม จึงอยากลดความอ้วน และด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงแอบไปหาซื้อยาลดน้ำหนัก มารับประทานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานนับปี

กระทั่งก่อนเสียชีวิต ผู้ตายมีอาการปวดท้องอย่างหนัก ผู้ปกครองได้นำส่งโรงพยาบาล แต่ น.ส.ศิรัญญา ปวดท้องและอาเจียนตลอดเวลา แพทย์ พยาบาลก็ให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ โดยแพทย์ระบุสาเหตุเกิดจากไตวายเฉียบพลัน

สำหรับลูกศิษย์รายนี้เป็นที่น่าเสียดายมาก เนื่องจากเด็กคนนี้เรียนดี ผลการเรียนเกรดเฉลี่ย 3.5 พฤติกรรมเรียบร้อย ร่าเริง สนุกสนาน เป็นที่รักของครู อาจารย์ และเพื่อนๆ นอกจากนี้ ยังชอบช่วยเหลือกิจกรรมของโรงเรียนโดยเป็นเชียร์ลีดเดอร์ รวมทั้งเป็นตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งขันตามโรงเรียนต่างๆ เป็นประจำ

"อยากฝากไปถึงบรรดาวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา ให้ดูสาเหตุการเสียชีวิตของน้องตาลเป็นอุทาหรณ์ช่วยเตือนใจ และจะเป็นการกระตุ้นให้หน่วยงานต่างๆ ออกมารับผิดชอบออกกวดขันร้านขายยา และคลินิกลดน้ำหนักด้วย" นายศิลปสิทธิ์ กล่าว



From : สมหมาย ชารัตน์ [ 31 มี.ค. 50 - 08:08:33 น. ]


ความเห็นที่ 153
สวัสดีทุกท่านครับ.. ขอบคุณสำหรับข่าวคราวและข้อมูลความรู้ดีๆที่เอามาฝากกัน
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาผมไปๆมาๆแถวนครพนม - ท่าแขก -นากาย เพิ่งกลับมาครับ.. เสือออย ก็ดีแล้วที่หาเจอว่าข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือนั้นมาจากใคร
อากาศร้อนๆอย่างนี้แย่ นี่ก็เจ็บคออยากนอนอย่างเดียว บ่ายนี้ต้องไปงานเผาศพ แล้วคงกลับบ้านอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อบางๆไปศาลาพักใจตอนค่ำๆ แต่คงอยู่ได้ไม่นานดอกครับ
From : ธานินทร์๙๙ [ 31 มี.ค. 50 - 10:59:15 น. ]

ความเห็นที่ 154
พี่ธานินทร์ เจ็บคอนี่เอง มิน่าล่ะเมื่อคืนวันศุกร์ต้องออกมาหาเครื่องดื่มเย็น ๆ แก้เจ็บคอ
From : วิทย์ [ 31 มี.ค. 50 - 11:56:53 น. ]

ความเห็นที่ 155
ข่าวการไป"ศาลาพักใจ" ของพี่ธานินทร์ ๙๙ ทำให้นึกถึงเพลงขี่ไม้กวาด...ที่พี่ธานินทร์ ๙๙ นำไปสร้างบรรยากาศงานเลี้ยงเมื่อปีก่อน...ขอให้สนุกกับเพื่อนๆ ชาวจักรยาน และไวน์เย็นๆ เน้อ...
From : หนูเบนท์ [ 31 มี.ค. 50 - 15:04:52 น. ]

ความเห็นที่ 156
มีภาพทุ่งหญ้าเขาแหลม มาฝาก ยามเช้าครับ.....


From : สมหมาย ชารัตน์ [ 1 เม.ย. 50 - 05:53:38 น. ]


ความเห็นที่ 157
ร้อนจริงๆ เข้ามาบ่น

From : ไชยยันต์ [ 2 เม.ย. 50 - 08:51:56 น. ]

ความเห็นที่ 158
ร้อนจริงๆพึ่งจะหากระทู้พบ....มันหายไปใหน?....
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 2 เม.ย. 50 - 10:22:13 น. ]

ความเห็นที่ 159
ร้อนจริงๆ มีหนังมิสเตอร์บีนขี่จักรยานไปแข่งทัวร์ตูดองฟอร์ได้

http://www.beansholiday.com/flash.html

ฉันยังไม่ได้ไปเที่ยวแบบมิสเตอร์บีนค่ะ
From : oiltirps [ 2 เม.ย. 50 - 11:53:34 น. ]


ความเห็นที่ 160


นอกจากจะร้อนจนหัวจะระเบิดแล้ว...ยังมีแผ่นดินไหวทำเอาโลกเกือบระเบิดเหมือนกันเน้อ

From : สมพิศ [ 2 เม.ย. 50 - 12:02:12 น. ]

ความเห็นที่ 161

รวมลิงค์กระทู้ครับ





งานเลี้ยงเล็กๆ กลุ่มที่ไปลาว ณ ศาลาพักใจ
-> http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=141797




กลุ่มรวมมิตร สรุปทริปปั่นจักรยานลุยสวนบางกรวย จ.นนทบุรี วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน 2550
-> http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=141786




ประกาศเตือนภัย...."พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน" นับแต่วันที่ 3 เมษายน 2550
-> http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=141900

From : สมพิศ [ 2 เม.ย. 50 - 15:07:51 น. ]


ความเห็นที่ 162
สวัสดีครับชาวรวมมิตรทุกท่าน แฮ้งค์ ครับ
From : หนุ่ย 2 K [ 2 เม.ย. 50 - 16:03:30 น. ]

ความเห็นที่ 163

จะ 24 ชั่วโมงแล้วนาน้าหนุ่ย



มีข่าวมาฝาก 2 ข่าวครับ

1. “พระพยอม” ปลง! พ่ายคดีที่ดินวัดสวนแก้ว - เปรตยังลอยนวล!
-> http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9500000038041

2. เปิดเว็บล่าชื่อปลดป๋าโดยเสรี “พล.อ.สุรยุทธ์-นายพล 4 ดาว 5 ดาว” สบายใจอยู่หรือ
-> http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9500000037805

From : สมพิศ [ 2 เม.ย. 50 - 18:50:49 น. ]


ความเห็นที่ 164
เข้าไปอ่านแล้วมึน....บ้านบนดอยบ่อมีแสงสี....อยู่ตามประสาชาวดอย
From : หนูเบนท์ [ 3 เม.ย. 50 - 00:00:23 น. ]

ความเห็นที่ 165

โลกแห่ง cyberspace อ่านแค่ผ่าน ๆ ก็พอครับคุณหนูเบนท์

From : สมพิศ [ 3 เม.ย. 50 - 06:37:38 น. ]

ความเห็นที่ 166

สวัสดีค่ะ บางเวลาที่นู๋พร้อมจะมาทักทาย แต่ download ห้องนี้นานมาก บางทีก็ไม่connect ซะดื้อๆ ..วันนี้นู๋มีภาพมาฝากอีกค่ะ..
From : น้องสาวพี่ค่ะ [ 3 เม.ย. 50 - 08:24:39 น. ]

ความเห็นที่ 167

สองนาทีต่อมา...
From : น้องสาวพี่ค่ะ [ 3 เม.ย. 50 - 08:26:57 น. ]

ความเห็นที่ 168
ที่จริงในเว็บผู้จัดการเมื่อบ่ายวานมีข่าวผู้บริหารกทม.แถลงข่าวจัดรณรงค์ชักชวนให้ผู้คนหันมาใช้จักรยานกันมากขึ้นด้วยครับ
จำได้ว่าจะนัดปั่นกันวันอาทิตย์ที่ ๘ นี้ โดย TCC ร่วมงานด้วย แต่เมื่อคืนลองเข้าไปหาอีกที หาไม่เจอแล้ว บางทีพี่สมพิศอาจจะหาได้นะครับ

สวัสดีครับ คุณวิทย์ สวัสดีครับ คุณหนูเบนท์ เที่ยวนี้ไม่มีเพลงขี่ไม้กวาดครับ มีแต่เอลวิส
From : ธานินทร์๙๙ [ 3 เม.ย. 50 - 09:05:58 น. ]


ความเห็นที่ 169
เมื่อครู่เข้าไปเช๊คเมลล์ smr.7@hotmail.com มีบทความน่าสนใจ จึงหยิบมาฝากลองอ่านดูนะครับ

ผู้ส่ง Vitat Pornjadet <siriphan@hotmail.com>

กระทู้จากพันธ์ทิพย์:
ประสบการณ์ตรงจากคนไข้ อันตรายจากยาที่หลายคนคาดไม่ถึง " Paracetamol "

เป็นเรื่องเศร้าที่พึ่งเกิดขึ้นกับคนไข้ของผม ซึ่งพึ่งเสียชีวิตเมื่อสักครู่ใหญ่ๆ
หลังจากผมและทีมพยายามช่วยชีวิตและพยายามทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ใน ICU มาตลอดทั้งคืน

คนไข้ท่านนี้อายุ 46 ปี มีปัญหาเรื่องเป็นไข้ตลอดทุกๆวันมาตลอดหนึ่งเดือน
แต่ไม่ได้ไปพบแพทย์ รักษาตนเองโดยทานยาลดไข้ paracetamol ที่ใครๆเรียกว่าพารา
เป็นตัวเดียวกับยาที่มีชื่อทางการค้าคุ้นหูขึ้นต้นด้วย ท. ที่โฆษณา
เป็นชาวต่างชาติพูดไทยไม่ชัดมาขอซื้อยา

ปัญหาก็คือผู้ป่วยท่านนี้ทานวันละ 8-10 เม็ดมาตลอด 1เดือนถึง 1 เดือนครึ่ง !!!!
ญาติตัดสินใจนำผู้ป่วยส่งโรงพยายบาล ด้วยปัญหาคือผู้ป่วยมีเลือดออกจากทางเดินอาหารจานวนมาก
(ถ่ายดำ + อาเจียนป็นเลือด ) หลังจากตรวจอย่างละเอียดแล้วพบปัญหาดังนี้

1.มีจุดเลือดออกอยู่ที่ทางเดินอาหารส่วนบน
2.ภาวะการทำงานของตับล้มเหลวรุนแรง
3.การแข็งตัวของเลือดผิดปกติดอย่างรุนแรงจาก ภาวะการทำงานของตับล้มเหลว
4.พบก้อนกดเบียดจากด้านนอกของหลอดอาหารและทางเดินอาหาร ได้ทำการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ

หลังจากทำการรักษาที่พยายามหยุดการไหลของเลือดในทางเดินอาหาร ชดเชยเลือดที่เสียไป และ
รักษาการทำงานที่ผิดปกติของตับ จากตับวาย คนไข้อาการทรุดลงเรื่อยๆจากภาวะไตวาย น้ำท่วมปอด
ภาวะเลือดเป็นกรดอย่างรุนแรง

ผลตรวจชิ้นเนื้อพบว่าคนไข้เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดรักษาให้หายได้ด้วยยา ซึ่งเป็นสาเหตุของไข้
เรื้อรังมาตลอดเดือนถึงเดือนครึ่ง และทำให้คนไข้ต้องกินยาลดไข้มาตลอด
แต่ปัญหาก็คือขณะที่ผู้ป่วยมาที่โรงพยายบาลผู้ป่วยมีภาวะการทำงานของตับและไตล้มเหลวแล้ว (ตับวาย ไตวาย )
จึงเป็นอุปสรรคต่อการรักษาและทำให้อาการคนไข้ทรุดลงเรื่อยๆ จนเสียชีวิตในเช้าวันนี้ในที่สุด

โดยสรุปก็คือหากอาการป่วยของคนไข้ครั้งนี้ไม่มีภาวะตับวายจากพิษของยา Paracetamol
(ไตวายเป็นภาวะที่เกิดจากตับวายอีกที) การรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้จะไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเลย
เป็นโรคที่รักษาหาย และอัตราเสียชีวิตต่ำมาก

ยา Paracetamol โดยปกติจะถูกทำลายที่ตับ โดยขนาดที่เป็นพิษคือทาน 150 mg/Kg ใน 24 ชั่วโมง
หรือคิดง่ายๆคือ ขนาด 500 mg 15 เม็ด ในคนน้ำหนัก 50 Kg ใน 24 ชั่วโมง

ปัญหาก็คือ
1. เมื่อทานปริมาณมากพอสมควรติดต่อกันแม้จะไม่กี่เม็ดต่อวัน
(ในเด็กหรือผู้มีน้ำหนักน้อยจะยิ่งแย่ เนื่องจากปริมาณยาต่อน้ำหนักตัว )
จะทำให้เกิดถาวะตับวายได้ จะเห็นได้จากที่ฉลากหรือข้างกล่องจะมีข้อความเตือนว่าไม่ควรทานติดต่อกันเกิน 5 วัน

2.หลายๆคนใช้เป็นยาประชดฆ่าตัวตาย เพราะคิดว่าเป็นแค่ยาลดไข้ ไม่รุนแรงมั่นใจว่า " ไม่ตาย "
แต่ปัญหาก็คือหลายๆครั้งการรักษาก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จทุกครั้ง จากโรคประจำตัวของผู้ป่วย
หรืออาจจะมีโรคที่ทำให้ตับทำงานไม่ดีอยู่แล้ว หรืออื่นๆ และหากมาพบแพทย์ช้ากว่า 24 ชั่วโมงหลังทานยา
การล้างท้องและการให้ยาต้านพิษของ Paracetamol ก็แทบจะไม่มีประโยชน์เลย
คนไข้มักจะลงเอยด้วยอาการตับวายอย่างรุนแรงและเสียชีวิตในที่สุด
(หลายๆท่านคงเคยพบคนที่กินเยอะมาก ไปพบแพทย์ก็ช้า แต่ไม่สียชีวิต ก็มาจากการที่อาเจียนทำให้
ปริมาณยาที่ได้รับลดลง หรือ ทานไม่มากจริง หรืออื่นๆ )

ผมเคยพบคนไข้ที่ตัวเหลืองเข้มทั้งตัวจากภาวะตับวาย จากการที่ทาน Paracaetamol ประชดพ่อแม่
แต่มาถึงโรงพยาบาลช้า คนไข้ท่านนั้นร้องให้กับผมบอกว่า "หนูไม่อยากตาย หนูแค่คิดจะประชด"
ผมสะทือนใจกับความไร้เดียงสาและความไม่รู้ของคนไข้อย่างมาก จนจำภาพติดตามาจนถึงทุกวัน
นี้ผมพยายามรักษาอย่างสุดความสามารถและได้ส่งคนไข้ต่อไปยัง รพ. ที่ใหญ่กว่า
แต่สุดท้ายคนไข้ท่านนั้นก็เสียชีวิตในที่สุด

ที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา ก็เพราะอยากจะเตือนให้ทุกท่านที่ได้อ่านกระทู้นี้
ทานยา Paracetamol ด้วยความระมัดระวัง ทานเมื่อจำเป็น อย่าเห็นว่าเป็นแค่
"ยาลดไข้ "และควรไปพบแพทย์เสียแต่เนิ่นๆ เมื่ออาการป่วยของท่านไม่ดีขึ้น
และอย่าลืมหันมองดูการกินยาของคุณพ่อคุณแม่และคนใกล้ตัวด้วยนะครับ

ขอบคุณครับ

เห็นว่าน่าสนใจ....
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 3 เม.ย. 50 - 09:12:45 น. ]


ความเห็นที่ 170


ฤดูกาลล่าแมวน้ำด้วยวิธีการอันโหดเหี้ยมทารุณในแคนาดาประจำปีนี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว เชิญเพื่อนๆเข้าไปดูรายละเอียด และช่วยกันคนละไม้คนละมือในการที่จะระงับยับยั้งพฤติกรรมอันไร้มนุษยธรรมต่อสัตว์โลกนะครับ
http://www.hsus.org/about_us/humane_society_international_hsi/protect_seals_actions.html

และข่าวล่าสุดที่นี่
https://community.hsus.org/humane/notice-description.tcl?newsletter_id=8359379
From : ธานินทร์๙๙ [ 3 เม.ย. 50 - 09:17:33 น. ]


ความเห็นที่ 171
โพสต์สวนกับคุณสมหมาย ขอบคุณครับ สำหรับความรู้ที่มีประโยชน์มาก
ผมเองมักจะเลี่ยงกินยาเท่าที่จะทำได้ เท่าที่จำเป็น จนหมอที่ประจำอยู่ที่ทำงานนี้รู้ดี และจะจ่ายยาให้ผมน้อยที่สุด
แต่ก็เห็นคนไม่น้อยที่กินยาเองอย่างไม่ยับยั้งและไม่ไปหาหมออย่างเรื่องที่คุณสมหมายนำมาฝากนี้
From : ธานินทร์๙๙ [ 3 เม.ย. 50 - 09:27:02 น. ]

ความเห็นที่ 172

ฝากให้พี่สมหมาย ลองดูคลิปวีดีเว็บการ์ตูนฝีมือคนไทย มีกำหนดออกฉาย 5 ธันวา 2550 ให้เปิดที่นี่ แล้วคลิ้กปุ่มเดินเรื่องราวมีความยาว 24 นาทีค่ะ

http://www.youtube.com/profile?user=Thantip
From : oiltirps [ 3 เม.ย. 50 - 13:57:35 น. ]


ความเห็นที่ 173

ขอบคุณคุณ 'น้องสาวพี่ค่ะ' ที่ติงเรื่องโหลดข้อมูลช้าไว้ในความเห็นที่ 166 .......คงเนื่องมาจากในความเห็นที่ 163 ที่ผมลิงค์ 'ข้อมูลทั้งกระทู้' ของ Manager Online ไว้ถึงสองกระทู้ คือเท่ากับเราโหลดข้อมูลสามกระทู้พร้อม ๆ กัน (รวมกระทู้นี้ด้วย) จึงทำให้ช้ามากถ้าไม่ใช่ Hi-speed ......ตอนนี้ได้แก้ไขเป็นลิงค์เฉพาะ Address อย่างเดียว โหลดได้ตามปกติแล้วครับ

กิจกรรมปั่นจักรยานของ กทม. รณรงค์ลดการใช้พลังงานและส่งเสริมการใช้จักรยานอย่างยั่งยืน ในวันอาทิตย์ที่ 8 เม.ย.2550 อยู่ที่นี่ และ ที่นี่ ครับพี่ธานินทร์ .....ไม่ได้ลิงค์มาบอกกล่าวไว้ที่นี่เพราะตรงกับทริปโพธารามของน้าสมหมายครับ

ลิงค์ของน้องออยคงต้องกลับไปดูที่บ้าน ที่ทำงานผมบางช่วงโหลดช้ามาก.......ขอบคุณครับ

From : สมพิศ [ 3 เม.ย. 50 - 14:52:37 น. ]


ความเห็นที่ 174

ผมเข้าไปดูแล้วครับเสือออย มันโหลดช้าไปนิด....เบื้องหลังหนังเรื่องนี้ทุ่มทุนมากกว่า 100 ล้าน คนสร้างหนังเรื่องนี้ขายรถ ขายบ้าน หมดเนื้อหมดตัว ผมดูรายการเจาะใจเมื่อหลายเดือนมาแล้ว......เขามีความคิดว่าหนึ่งชีวิตของเขาอยากจะทำหนังสักเรื่องเพื่อถวายในหลวง ใจเขาเต็มร้อยครับ เทียบกับตัวผมคงได้แค่เสี้ยวในความคิดเขา............
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 4 เม.ย. 50 - 05:45:01 น. ]


ความเห็นที่ 175

อยากดูลิงค์ของเสือออย ..แต่คงต้องกลับไปดูที่เชียงใหม่ บ้านบนดอยโหลดช้ามาก.......
From : หนูเบนท์ [ 4 เม.ย. 50 - 08:15:32 น. ]

ความเห็นที่ 176
สวัสดีพี่ธานินทร์๙๙
ที่ศาลาพักใจคราวนี้แสดงว่าเจ้าของเพลงขี่ไม้กวาดไม่ไปด้วย..พี่เลยโซโลเพลงของเอลวิส ซะเอง..วันหลังจะหาทางไปฟังบ้างเน้อ...
From : หนูเบนท์ [ 4 เม.ย. 50 - 08:21:08 น. ]

ความเห็นที่ 177

เมื่อวานไปรื้อนสพ.ไทยรัฐเมื่อวานนี้ไปหยิบรูปอาจารย์ชูชาติ พรหมพันธ์ ใช้จักรยานโบราณออกทัวร์ริ่งสุดยอดไปเที่ยวแลกวัฒนธรรม 3 ชาติ ลาว - กัมพูชา - เวียตนาม เพียงคนเดียว ฉันดูว่าอาจารย์ชูชาติใช้เงินประหยัดกว่าของฉันทุ่มงบประมาณเยอะค่ะ

ดูที่กระทู้ของ อดีตครูใหญ่ปั่น 2 ล้อ แลกวัฒนธรรม 3 ชาติ

หันมาพูดเรื่องโหลดเว็บวีดีโอการ์ตูนบอกว่า "โหลดช้า" แต่ที่ทำงานฉันใช้เครื่องที่มีโหลดวิ่งเร็วจนดูหนังจบแล้วในช่วงพักที่ยงพอดีค่ะ
From : oiltirps [ 4 เม.ย. 50 - 09:53:36 น. ]


ความเห็นที่ 178

เปิดไม่ได้เหมือนกันครับ The life of Buddha โดย Thantip

http://www.berm.co.nz/cgi-bin/video/play.cgi?J3QAvMb7ROY

From : สมพิศ [ 4 เม.ย. 50 - 10:57:05 น. ]


ความเห็นที่ 179
แหะๆ วันนี้ลองเปิดดูแล้ว The life of Buddha โดนบล๊อกซะแล้ว ต้องรอเปิด 5 ธ.ค. 2550 โน่น จะได้ดูเต็มตาค่ะ
From : oiltirps [ 4 เม.ย. 50 - 11:21:34 น. ]

ความเห็นที่ 181

ต่อเนื่องจากความเห็นที่ 167 ของ คุณ น้องสาวพี่ค่ะ

...อีกสองนาทีต่อมา
From : เกษม ฯ [ 4 เม.ย. 50 - 13:14:43 น. ]


ความเห็นที่ 182

และสองนาทีต่อมา
...ยามเช้าที่ชายหาดหัวหิน
From : เกษม ฯ [ 4 เม.ย. 50 - 13:16:40 น. ]

ความเห็นที่ 183

สองชั่วโมงต่อมา
From : เกษม ฯ [ 4 เม.ย. 50 - 13:18:17 น. ]

ความเห็นที่ 184

สองชั่วโมงต่อมา
From : เกษม ฯ [ 4 เม.ย. 50 - 13:19:28 น. ]

ความเห็นที่ 185

สองชั่วโมงต่อมา
From : เกษม ฯ [ 4 เม.ย. 50 - 13:20:45 น. ]

ความเห็นที่ 186
สามชั่วโมงถัดไป...

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฮิ ฮิ.....
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 4 เม.ย. 50 - 13:57:55 น. ]


ความเห็นที่ 187

อีก 2 ชั่วโมงต่อมา......



(1) ??!!??


(2)


(3)


* ภาพเสทือนใจ ควรตั้งสติก่อน : -> คลิกที่นี่

From : สมพิศ [ 4 เม.ย. 50 - 15:56:35 น. ]


ความเห็นที่ 188
โอ้....น้า!!!!!!!ต๊กจายหมดเลย......


From : สมหมาย ชารัตน์ [ 4 เม.ย. 50 - 16:47:13 น. ]


ความเห็นที่ 189
พบแล้ว.. ตัวเป็นๆ หนูหินลาว 11 ล้านปี!!

หนูตัวโตที่ดูคล้ายๆ กระรอก มีขนนุ่มๆ สีคล้ำ ปกคลุมทั่วตัว หางยาวเป็นพวง แต่ขนหางไม่หนาเหมือนหางกระรอก มีพังผืดที่เท้าหลัง ว่ายน้ำได้เหมือนเป็ด (ภาพ: มหาวิทยาลัยแห่งรัฐฟลอริดา)

นักวิทยาศาสตร์ของไทยจากสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติ กับศาสตราจารย์ชาวอเมริกัน ได้ดั้นด้นไปค้นหาและสามารถจับภาพพร้อมกับถ่ายวิดีโอ 'หนูหิน 11 ล้านปี' ใน สปป.ลาวได้เป็นครั้งแรกในกลางเดือนที่แล้ว เป็นการยืนยันว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเรียกว่า "ซากดึกดำบรรพ์ที่ยังหายใจ" (Living Fossil) ชนิดนี้ยังมีเหลืออยู่

นายอุทัย ตรีสุคนธ์ นักชีววิทยาและนักอนุรักษ์สัตว์ของไทยกับ ดร.เดวิด เรดฟีลด์ (David Redfield) ศาสตราจารย์เกียรติคุณแห่งมหาวิทยาลัยฟลอริดาสเตท (Florida State University) สามารถจับภาพของสัตว์หายากนี้ได้ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในภาคกลางของ สปป.ลาว ซึ่งผลงานของบุคคลทั้งสองได้รับการยกย่องเป็นผลงานชิ้นประวัติศาสตร์



ในที่สุดชาวโลกก็ได้เห็นตัวเป็นๆ ของ "ข่าหนู" แห่งภูเขาหินในภาคกลางของลาว ซึ่งญาติที่ใกล้ชิดที่สุดของมันเสียชีวิตไปตั้งแต่เมื่อ 11 ล้านปีมาแล้ว


ก่อนหน้านี้เข้าใจกันว่า หนูหินหรือที่ชาวลาวในแขวงคำม่วนเรียกว่า "ข่าหนู" นั้นได้สูญพันธุ์ไปแล้วตั้งแต่ 11 ล้านปีก่อน เนื่องจากได้พบซากดำบรรพ์เผ่าพันธุ์ของมันในแถบตอนใต้ของจีน

ชื่อ "หนูหิน" (Rock Rat) เรียกขานตามแหล่งที่มันอยู่อาศัยคือ แถบภูเขาหินในภาคกลางของลาว รวมทั้งส่วนหัว รูปร่างหน้าตาและท่าทางของมัน ซึ่งมีหนวดยาวและนัยน์ตากลมมน เหมือนเช่นอวัยวะของหนูทั่วไป เพียงแต่ว่า "หนูหิน" นั้นไม่ได้เป็นแค่หนู (Rodent) ธรรมดา แต่มันมีส่วนที่ดูคล้ายกระรอกไม่น้อย

ตามรายงานของมหาวิทยาลัยฟลอริดาสเตทที่นำออกเผยแพร่ในวันอังคาร (13 มิ.ย.) ที่ผ่านมา ภาพวิดีโอของ ศ.ดร.เรดฟีลด์ได้เปิดเผยให้เห็นเจ้าสัตว์ที่มีตัวขนาดเท่ากับกระรอกชนิดนี้อย่างละเอียด ลำตัวของมันปกคลุมด้วยขนนุ่มหนาสีเข้ม และมีลายในส่วนหางที่ไม่ได้มีขนปกปุยเท่ากับหางกระรอก

อย่างไรก็ตาม อวัยวะส่วนที่น่าทึ่งมากที่สุดของมันเท่าที่สังเกตเห็นก็คือเท้า กับการเดินเหินของมันที่คล้ายเป็ดเดิน ซึ่งบ่งบอกว่ามันไม่ได้มีเท้าไว้เพื่อปีนป่ายต้นไม้เหมือนกระรอก นอกจากนั้นเท้าของมันยังมีพังผืดเล็กๆ อันเป็นสิ่งที่มีอยู่ในเท้าของเป็ด และ เท้าหลังของมันแผ่ออกกว้างเป็นรูปตัววี ทำมุมกับลำตัว

ศ.เรดฟีลด์ เป็นนักดูนกตัวยง ขณะเดียวกันก็เป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติสมัครเล่น มาตั้งแต่ปี 2531 ที่เกษียณอายุราชการจากเป็นอาจารย์สอนและทำการวิจัยที่มหาวิทยาลัยฟลอริดาสเตท จากนั้นก็ให้ความสนใจติดตามค้นหาสัตว์หายากต่างๆ เพื่อศึกษาชีวิตในธรรมชาติของมัน


ภาพสเก๊ตช์ที่เขียนขึ้นจากซากของบรรพบุรุษของมันที่กลายเป็นฟอสซิลอายุ 11 ล้านปี นักอนุรักษ์ธรรมชาติคนหนึ่งไปพบตัวที่ตายแล้วในภาคกลางของลาว นำเรื่องราวการพบเห็นมันออกเผยแพร่ในเดือน เม.ย.2548 จนกระทั่งอีก 1 ปีต่อมา นักวิทยาศาสตร์ไทย-อเมริกันจึงได้ไปเห็นตัวเป็นๆ ครั้งแรก

เมื่อได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการค้นพบตัว "ข่าหนู" (Laonastes aenigmamu) ใน สปป.ลาวเมื่อปีที่แล้ว และยังไม่มีผู้ใดเคยได้พบเห็นตัวเป็นๆ ของสัตว์ชนิดนี้ ได้ทำให้ ศ.เรดฟีลด์ สนใจและเดินทางเข้า สปป.ลาว ร่วมกับ นักอนุรักษ์ของไทย

นายอุทัย ตรีสุคนธ์ ปัจจุบันเป็นอุปนายกสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย เป็นนักดูนก มีผลงานด้านภาพถ่ายและหนังสือรูปภาพเกี่ยวกับนกเป็นที่รู้จักกันมานาน "ผู้จัดการรายวัน" ได้ติดต่อเพื่อขอความเห็นและรายละเอียดอื่นๆ แต่เจ้าตัวยังติดภารกิจอยู่ในประเทศญี่ปุ่น

ศ.เรดฟีลด์กล่าวว่า ตัวเองกับคณะโชคดีในหลายๆ เรื่อง ที่สามารถทำสิ่งนี้ได้ และ เรื่องนี้ "เป็นประสบการณ์ที่สุดซึ้งมากในชีวิตผม และ หวังว่าภาพเหล่านี้คงจะมีส่วนช่วยไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ให้สูญเสียสัตว์ที่วิเศษชนิดนี้ไป"

ภาพสเก๊ตช์ของพระเอกก่อนหน้านี้ ซึ่งวาดขึ้นตามคำบอกเล่าของนักวิทยาศาสตร์ที่พบพบเห็นร่างไร้วิญญาณของมันเป็นคนแรกในตลาดสดเมืองคำม่วนเมื่อปี 2547 และ ถูกนำออกเปิดเผย พร้อมเรื่องราวของมันโดยละเอียดในเดือน เม.ย.2548


ประชาชนลาวอาจจะรู้จัก "ข่าหนู" มานานแล้ว แต่เรื่องราวของมันเพิ่งจะได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นวิทยาศาสตร์เป็นครั้งแรกในเดือน เม.ย.2548 ในวารสาร Systematics and Biodiversity และ ถูกจัดให้เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสายพันธุ์ใหม่ในโลก ทำให้เจ้าตัวหน้าตาประหลาดนี้ตกเป็นข่าวไปทั่วโลก

ต่อมาในวันที่ 10 มี.ค. เจ้าข่าหนูก็ได้เป็นที่สนใจของชาวโลกอีกครั้งหนึ่ง เมื่อนักวิทยาศาสตร์ได้นำเสนอรายงานชิ้นหนึ่งในวารสาร "วิทยาศาสตร์" ทั่วโลกได้ให้ความสนใจมันอีกครั้งหนึ่ง บอกเล่าเรื่องราวของมันในรายละเอียดเพิ่มเติม และเรียกมันว่า ซากดึกดำบรรพ์ที่ยังมีลมหายใจ เนื่องจากญาติคนสุดท้ายของมัน ถูกพบว่า เสียชีวิตเมื่อ 11 ล้านปีมาแล้ว

นางแมรี่ ดอว์สัน ภัณฑารักษ์เกียรติคุณแห่งพิพิธภัณฑ์คาร์เนกี (Carnegie) ซึ่งเป็นผู้เขียนต้นฉบับเรื่องราวของข่าหนูเพื่อตีพิมพ์ในวารสาร "วิทยาศาสตร์" เมื่อเดือน มี.ค. ได้ยืนยันว่าภาพถ่ายชุดล่าสุดนี้เป็นของจริง และกล่าวว่า "มันเป็นการค้นพบที่น่าตื่นเต้นมาก" เป็นการพบตัวเป็นๆ ของสัตว์หายากตัวนี้ครั้งแรก และจะได้รับการบันทึกเป็นประวัติศาสตร์

นางดอว์สัน เป็นผู้นำทีมนักวิทยาศาสตร์ศึกษาซากดึกดำบรรพ์ที่รวมรวมไปจากปากีสถาน อินเดีย ประเทศไทย พม่าและญี่ป่น เพื่อพิสูจน์ว่าเข้าข่าหนู ไม่ได้เป็นสัตว์สายพันธุ์ใหม่ในทางวิทยาศาสตร์เสียเลยทีเดียว แต่บรรพบุรุษของมัน ที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า Diatomyida นั้นเคยอาศัยอยู่ในโลกนี้มาก่อน

หนูย่างเป็นเมนูอร่อยของประชาชนชาวลาวทั่วไป ไม่ต่างกับชาวไทยและเพื่อนบ้านในแถบนี้ นักอนุรักษ์สัตว์หายากเคยวิตกกังวลว่า เมนูนี่อาจจะทำให้สัตว์โบราณอย่าง "ข่าหนู" สุญพันธุ์ได้


นักวิทยาศาสตร์เรียกการค้นพบแบบนี้ว่า “ลาซารัสเอฟเฟ็กท์” (Lazarus Effect) ซึ่งหมายถึงชื่อในคัมภีร์ไบเบิ้ลที่กลับมาเกิดอีกครั้ง เพื่อใช้อธิบายการเหตุการณ์สัตว์หายากบางชนิดซึ่งนักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อว่าเคยสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่กลับมาพบตัวเป็นๆ อีกครั้งหนึ่ง

ศ.เรดฟีลด์ได้ติดต่อกับคนรู้จักในวงการนักอนุรักษ์พันธุ์นกด้วยกันที่คบหากันมานานปี เตรียมการในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยใช้ผู้นำทางกับล่ามแปลภาษาเพื่อให้แน่ใจในการสื่อสารกับภาษาท้องถิ่น เดินทางสู่ "บ้านดอย" หมู่บ้านในภาคกลางของ สปป.ลาวใกล้กับชายแดนไทย และได้ใช้ความพยายามถึง 4 ครั้ง จึงหาตัวพบ ถ่ายและถ่ายวิดีโอเอาไว้ ก่อนจะนำเจ้าพระเอกของเรื่องกลับคืนที่อาศัยของมันซึ่งเป็นแหล่งภูเขาหิน

ศ.เรดฟีลด์ ได้ยกย่องนายอุทัย เพื่อนร่วมทีมชาวไทย ซึ่งเป็นทั้งนักชีววิทยาและนักอนุรักษ์พันธุ์นกที่มีชื่อเสียงของไทย ในการจัดเตรียมการประสานงาน ทำให้การเดินทางค้นหาประสบความสำเร็จ ในวันที่ 17 พ.ค.2548

นักอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่าชาวอเมริกันคนหนึ่งได้พบพบซากของตัวข่าหนูโดยบังเอิญเมื่อปี 2547 มันกลายเป็นอาหารวางจำหน่ายในตลาดสดแห่งหนึ่งของเมืองคำม่วน นักวิทยาศาสตร์คนนั้นเคยกล่าวว่า มันไม่ใช่สัตว์ธรรมดาๆ อย่างที่เห็นอยู่ในตลาดสดอย่างแน่นอน.



From : สมหมาย ชารัตน์ [ 4 เม.ย. 50 - 16:56:50 น. ]


ความเห็นที่ 190
ภาพจากความเห็นที่ 188. ไม่ทราบว่าใครไปเปลื่ยน URL ครับ ทำให้ภาพลิงค์ไม่ได้...ขอเหตุผลหน่อยครับ...


From : สมหมาย ชารัตน์ [ 5 เม.ย. 50 - 07:06:39 น. ]


ความเห็นที่ 191


น้าสมหมาย......ภาพลิงค์มาต้องทามจาย สถานะของภาพจะเป็นไปตามที่เจ้าของบ้านเดิมเขาทำไว้

[คลิกขวาที่กากบาท คลิกซ้ายที่ properties จะเห็น Address : (URL)]

From : สมพิศ [ 5 เม.ย. 50 - 08:06:21 น. ]


ความเห็นที่ 192
เพื่อความแน่ใจ และมั่นใจ ลองใหม่อีกที...

แถมให้อีกภาพ เพื่อจะหายทั้งสองภาพ...

และอีกภาพ..

มาทั้งสามภาพเลย......
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 5 เม.ย. 50 - 09:23:58 น. ]


ความเห็นที่ 193

ok. ตอนนี้หายสงสัยแล้ว....
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 5 เม.ย. 50 - 09:28:30 น. ]

ความเห็นที่ 194
Finish Times All Short Sprint Triathletes by Category 1st Bangkok Triathlon
01 April 2007

Female Overall - Short Sprint

Place Bib Name Nation SwimTime BikeTime RunTime FinishTime Status

1 229 Suzanne Hosley CAN 0:07:32 0:28:59 0:24:10 1:00:39
2 230 Zoe Brittain GBR 0:05:34 0:33:39 0:22:15 1:01:27
3 207 ด.ญ.นฤมล โต๊ะหมัดและ THA 0:09:51 0:32:34 0:21:41 1:04:05
4 243 ธิติมา นาคดิลก THA 0:04:49 0:33:22 0:27:15 1:05:26
5 215 Carolin Antonette Rost GER 0:06:14 0:35:42 0:30:29 1:12:24
6 211 ฮวง แซ่โค้ว THA 0:10:07 0:36:31 0:28:47 1:15:24
7 208 ด.ญ.สุภชา สถาปนเศรษฐ์ THA 0:07:20 0:41:26 0:29:11 1:17:56
8 219 ชาดา รัตนอนันต์ THA 0:09:05 0:55:39 0:34:22 1:39:05

เมื่อผลการแข่งไตรกีฬากรุงเทพครั้งแรกนั้น ฉันไปเจอชื่อน้องฟาติเมาะห์ ได้อันดับที่ 3 ในรุ่นเล็กประเภทสปริ๊นท์ไตร...เย้ๆๆ ขอแสดงความยินดีน้องฟาติเมาะห์ด้วยค่ะ แปะๆๆๆ
From : oiltirps [ 5 เม.ย. 50 - 10:22:21 น. ]


ความเห็นที่ 195

ยินดีกับพี่บัง 'บังโต๊ะ เสืองสองลูก' ด้วยครับ

น้องออย.....น้องนฤมลเขาชื่อเล่น 'ฟาติฮะห์' นะ ส่วนน้องชื่อมุมินห์ .....ขอบคุณที่แจ้งให้ทราบครับ

ทดสอบครับน้าสมหมาย



From : สมพิศ [ 5 เม.ย. 50 - 10:58:03 น. ]

ความเห็นที่ 196
รับทราบแล้วน้าพิศ ฉันจำผิดแต่จำแม่นเขียนผิดชื่อเล่นค่ะ ขอโทษด้วยค่ะคุณบังโต๊ะ
From : oiltirps [ 5 เม.ย. 50 - 11:14:43 น. ]

ความเห็นที่ 197
โอ้..พระเจ้าจ๊อด...ภาพของหนูหินเต็มไปหมดเลย....
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 5 เม.ย. 50 - 13:58:47 น. ]

ความเห็นที่ 198
อิ อิ พี่สมหมายเขียนหนูหินผิดค่ะ ฉันแก้เขียนให้ว่า "หนูหิ่น" เต็มไปเลยยยยยย
From : oiltirps [ 5 เม.ย. 50 - 14:19:36 น. ]

ความเห็นที่ 199

ขอบคุณคุณสมหมายที่เอาข่าวล่าสุดเรื่อง "ข่าหนู - หนูหิน 11 ล้านปี" จากเว็บผู้จัดการ มาเล่าสู่กันฟัง
ผมติดตามเรื่องนี้มาตลอดด้วยความสนใจส่วนตัว เพราะถิ่นที่พบมันนั้นอยูในป่าสงวนป่าหินปูนคำม่วน แถบที่พวกเราไปปั่นจักรยานกันมานั่นเอง
ก็น่าเป็นห่วงที่คนลาวชอบจับมันมากิน
From : ธานินทร์๙๙ @ เวียงจันทน์ [ 5 เม.ย. 50 - 19:01:37 น. ]

ความเห็นที่ 200

รูปที่เห็นนี้ผมถ่ายเอง เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2549 ที่บ้านน้ำทอน ริมถนนสาย 13 ที่พวกเราเพิ่งไปปั่นจักรยานกันในทริปคำม่วน - เขื่อนเทินหินบูน - ถ้ำกองลอ- หลักซาว นั่นเอง
ผมถามคนขายว่าตัวอะไร เขาตอบว่า กะฮอก
From : ธานินทร์๙๙ [ 5 เม.ย. 50 - 19:07:52 น. ]

ความเห็นที่ 201

นี่อีกอย่างหนึ่ง ที่น่าเป็นห่วง คือ "เยือง" แขวนขายทั้งเนื้อเยืองและน้ำมันเยือง
ดูเหมือนจะยังไม่มีความพยายามในการอนุรักษ์อย่างจริงจัง
From : ธานินทร์๙๙ @ เวียงจันทน์ [ 5 เม.ย. 50 - 19:12:40 น. ]

ความเห็นที่ 202

หนู "ฟาติฮะ" (นฤมล) เก่งจรืงๆครับ.. ยอดไปเล้ยยย...

From : ธานินทร์๙๙ @ เวียงจันทน์ [ 5 เม.ย. 50 - 19:18:42 น. ]

ความเห็นที่ 203

ไปเจอรูปนี้โดยบังเอิญ เลยลิงค์มาให้ดู (รูปคล้ายกับที่หัวกระทู้)



From : สมพิศ [ 5 เม.ย. 50 - 22:24:32 น. ]


ความเห็นที่ 204

จากความเห็นที่ 186.
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 6 เม.ย. 50 - 08:33:01 น. ]

ความเห็นที่ 205

ภาพที่2.
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 6 เม.ย. 50 - 08:33:59 น. ]

ความเห็นที่ 206

ภาพที่3.
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 6 เม.ย. 50 - 08:34:55 น. ]

ความเห็นที่ 207

ภาพที่4.
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 6 เม.ย. 50 - 08:35:59 น. ]

ความเห็นที่ 208
ภาพในความเห็น 204-207 น้าสมหมายฯ ทำเอง หรือของจริงจ๊ะ...คนบนดอยงงอย่าหลอกนะ..เด๋วพุงลอยอยู่บนฟ้า..เด๋วมืดฟ้ามัวดิน...งงจ๊ะ
From : หนูเบนท์ [ 6 เม.ย. 50 - 12:47:54 น. ]

ความเห็นที่ 209
เป็นภาพที่เกทับภาพของน้าสมพิศ..ทำเองครับ..ทำแบบหยาบๆๆ ถ้าทำอย่างละเอียดดูจะเหมือนจริงเกินไป
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 6 เม.ย. 50 - 15:43:32 น. ]

ความเห็นที่ 210
ป่าเขาหินปูนในความเห็นที่ 203 นั่นแหละครับ ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์ป่านานาพันธุ์ และพันธุ์พืชมากมาย
รวมทั้ง "ข่าหนู - หนูหิน 11 ล้านปี" และ "เยือง" ด้วย
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=130511&st=33
From : ธานินทร์๙๙ [ 6 เม.ย. 50 - 16:43:03 น. ]

ความเห็นที่ 211
ฉันเพิ่งกลับมาจากงานกาชาดวันสุดท้ายได้เข้าตรวจร่างกายประจำปี ปรึกษากับแพทย์และพยาบาลให้บริการตรวจร่างกายของฉัน ปรากฏว่า

1. น้ำหนักเพิ่มเร็วขึ้นจาก 57 กก. เป็น 66 กก./สูง 154 ซม. พยาบาลบอกว่า อ้วน อย่ากินตะละ
2. วัดความดันโลหิต........137/80 ....หมอบอก ปกติ
3. วัดความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อแขน....บีบมือวัดได้ 21.3/30.4 ...พยาบาลบอก ปกติ ดี
4. วัดไขมันใต้ผิวหนัง.........พยาบาลบอกไม่เกิน 25 ซม. แต่ฉันวัดได้เกิน 30 ซม. ไปลดนน.ซิ
5. ทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกาย(ปั่นจักรยานวัดงาน 10 นาที)...ผลแพทย์บอกว่า "พอใช้" อยู่ในระดับ 2 ปั่นความเร็วรอบขาอยู่ที่ 26.5 กม./ชม. ตอนที่ฉันถีบวัดรอบขา แพทย์บอกว่าอย่าปั่นแรงเกิน 56 กม./ชม. ให้ถีบอยู่ที่ 50-55 กม./ชม. รักษาควบคุมกล้ามเนื้อขาสั่งถีบแรงไม่ได้อ่ะ หัวใจเต้นนับได้ 137 ครั้ง/นาที...หมอบอกหัวใจต้องเต้นไม่เกิน 161 ครั้ง/นาที บอกฉันว่า อยู่ในระดับพอใช้ต้องแก้ไขปรับปรุงซ้อมวิ่งทั้งปั่นทุก 30 นาที/3 เซ็ท/ต่อวัน ให้ติดต่อกันก็ดี ฉันบอกว่า มีงานโอทียาว 4 เดือนตั้งแต่ 25 มค.-30เมย.50 ไม่ได้ซ้อมเอาแรงเลยอ้วนเร็วขึ้น ฉันต้องหาเวลาไปลดน้ำหนักอย่างเร่งด่วนค่ะ
6. ตรวจหาหมู่เลือด....ลองเสียวให้พยาบาลเอาเข็มเจาะนิ้วนางดูดเลือดฉันไปตรวจบอกว่าเลือดฉันเป็น AB ไม่มีบวกหรือลบแน่ สามารถให้บริจาคโลหิตได้

เออ...น้าพิศไปตรวจร่างกายมากรือยัง เอามาเทียบกับของฉันเป็นอย่างไรค่ะ
From : oiltrips [ 6 เม.ย. 50 - 22:36:21 น. ]


ความเห็นที่ 212
สวัสดีตอนเช้าครับเสือออย..อ้วนผอมรูปธรรม นามธรรม อย่าไปยึดติดกับมันมาก..แต่..ถ้า อ้วนมากก็ไม่ใหว ไม่ยึดก็ต้องยึด เพราะเป็นบ่อเกิดของหลายโรค......สรุปทริปว่า ผอมๆสักหน่อยก็น่าจะดี..ฮิฮิฮิ....

วันนี้ผมนำเรื่องของดอกจานมาฝากครับ...

ดอกจาน


ชื่อวิทยาศาสตร์ Butea monosperma (Lam.) Taub.
วงศ์ LEGUMINOSAE - PAPILIONOIDEAE(พืชตระกูลถั่ว)
ชื่อสามัญอื่นๆในภาษาำไทย ทองกวาว กวาว ก๋าว จอมทอง จ้า จาน ทองธรรมชาติ ทองพรมชาติ ทองต้น
ชื่อสามัญในภาษาอักกฤษ Flame of the forest, Bastard Teak
ลักษณะทั่วไป ไม้ต้น ขนาดกลาง ผลัดใบ สูง 10 -15 เมตร เรือนยอดรูปทรงไม่แน่นอนส่วนใหญ่ ทรงกระบอกหรือทรงกลม โดยถ้าอยู่ในที่ลมแรงกิ่งและต้นจะคดงอ เปลือกต้นมีสีน้ำตาลเทาแตกและเป็นตะปุ่มตะปุ่ม
ถิ่นกำเนิด อยู่ในอินเิดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ดอกจานมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Butea monosperma. ซึ่งไม้ในจีนัส Butea ที่รู้จักกันดีอีกต้นหนึ่งก็คือทองหลางซึ่งมีดอกสีแดงจัดเหมือนกัน (และผมคิดว่าหลายคนคงเคยกินใบทองหลางที่ใช้ห่อเมื่ยงคำคู่กับใบชะพลู) ใบของต้นดอกจานเป็นใบประกอบสามใบ โดยใบย่อยมีขนาดใหญ่กว่าใบทองหลาง ใบย่อยกลางรูปร่างค่อนไปทางกลม ส่วนอีกสองใบด้านข้างค่อนไปทางวงรี บางใบมีขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือของผู้ใหญ่ที่มือใหญ่ๆ อีก เคยได้ยินมาว่าบางท้องที่นำเอาใบดอกจานมาห่อขนมพวกขนมสอดไส้ ขนมกล้วย ขนมมันในยามใบตองขาดแคลน

ใบดอกจานถ่ายจากหลังคณะอักษรฯ ทับแก้ว


ไม้ในจีนัส Butea นี้บางครั้งปลูกเพื่อใช้เลี้ยงครั่ง ซึ่งครั่งก็นำมาใช้ในการทำครั่งสำหรับผนึกตรา และเชลแลกซ์ย้อมไม้

ดอกของดอกจานเป็นดอกแบบดอกถั่ว มีสี ตั้งแต่สีเหลืองไปจนถึงสีแดงเข้ม ผมเคยไปเที่ยวโคราช ดอกจานบานแดงจัดจ้านมาก ส่วนต้นที่อยู่ที่หลังคณะอักษรที่ทับแก้วมีสีค่อนไปทางสีส้ม โดยทั่วไปออกดอกในหน้าแล้งและจะทิ้งใบทั้งต้น

เป็นที่น่าเสียดายที่ดอกจานที่อักษรตอนนี้ไม่บานดอกดกเหมือนสมัยก่อนแล้ว จะด้วยว่ามันถูกตัดแต่งมากไป หรือถูกไม้ใหญ่อื่น ๆ แย่งแสง หรือจะว่าน่าแล้งไม่แล้งพอก็ไม่ทราบ ดอกมันไม่งามเหมือนหลายปีก่อนหน้านั้น คิดดูสิครับปีที่แล้วมันแทบไม่บานดอกเลย ปีนี้ก็มีดอกน้อยมากมาก แถมไม่ทิ้งใบตอนบานดอกด้วย

เนื้อเพลง: ดอกจาน
อัลบั้ม: วณิพก

ดอกจาน..บานสะพรั่งหน้าแล้ง
สีแดงแต้มแต่งพื้นดินอีสาน
ลมร้อนโชยพลิ้ว...พัดปลิวโชยผ่าน
แย้มเยือนพื้นถิ่นอีสาน
แดนกันดารสุดแสน...ไกล

เสียงแคน...โหยแผ่วแว่วมา
พื้นนา...ร้องครวญดินแตกระแหง
ทุกผู้คนหม่นหมองสิ้นเรี่ยวแรง
ดอกจานเจ้าบานหน้าแล้ง
กลีบดอกสีแดง...ยังหมองไหม้

ท้อง...ทุ่งนานี้ขาดนาง
น้องนาหนีบาง...เข้าสู่เมืองกรุงสวรรค์
ทิ้งทุ่งนาเปลี่ยวร้างลงกลางคัน
มุ่งไปด้วยจิตใฝ่ฝัน หาเงินหางานเลี้ยงกาย

ท้อง...ทุ่งนานี้ขาดนาง
น้องนาหนีบาง...เข้าสู่เมืองกรุงสวรรค์
ทิ้งทุ่งนาเปลี่ยวร้างลงกลางคัน
มุ่งไปด้วยจิตใฝ่ฝัน หาเงินหางานเลี้ยงกาย

เฝ้ารอ...คอยน้องจนสองปีกว่า
ย่างเข้าเดือนเมษางานสงกรานต์เคยสัญญา
คอยแล้วเงียบหาย...สูญไปดังสายลมพา
หรือลืมสิ้นแล้วบ้านนา ลืมดอกจานเสียงแคน

วอน...วอนฝากสายลมโชยผ่าน
ด้วยจิตอธิษฐานโปรดได้สงสารและเมตตา
กระหนํ่าเมฆฝน...ฝูงคนกลับคืนบ้านนา
อีสานกันดารหนักหนา
ลมเอ๋ยช่วยพาความสุขมาเยือน

From : สมหมาย ชารัตน์ [ 7 เม.ย. 50 - 05:04:11 น. ]


ความเห็นที่ 213

ว้าว!! น้องออย 66 แล้วเหรอ ....ขออีก 7 โลนะจะได้เท่ากัน อิ..อิ .......ผลการตรวจของผมปกติดีทุกอย่างแล้วครับ

น้าสมหมายหาภาพและคำบรรยายพร้อมเนื้องเพลงมาให้ .....ผมสนับสนุนเสียงเพลงครับ

ฟังเพลง ดอกจาน คลิกที่รูป




From : สมพิศ [ 7 เม.ย. 50 - 08:44:10 น. ]

ความเห็นที่ 214
ฮือๆ...ทำเอวหายไป 6 นิ้ว อันผลจากขาดควบคุมกินอาหารไม่ยั้ง และซึมเศร้า ต้องซื้อกางเกงจักรยาน/จำลองไซส์ใหม่ อัพที่ 38 นิ้ว สั่งตัดกางเกงใหม่อีกค่ะ ต้องไปหาแพทย์ใช้ยาลดนน.มั้งไม่เหมือนกับน้องตาล (คห.152) หรอก ฉันต้องไปบำบัดหนักที่รพ.ยันฮีใกล้บ้านค่ะ
From : oiltirps [ 7 เม.ย. 50 - 10:56:11 น. ]

ความเห็นที่ 215
น้องออยใช้วิธีกินให้มันน้อยๆลงซิ่คะ อย่ากินหลังห้าโมงเย็น ตอนแรกๆก็ สองวันครั้ง ผ่านไปซักหน่อยก็ วันเว้นวัน ต่อมาก็ทุกวันเลย แล้วอีกทีนึงก็ เว้นมื้อเย็นไปเลย..

วันก่อนดูข่าวตอนเช้า รายการผู้หญิง มีแม่บ้านคนนึงถูกลูกรุ่นอนุบาล บ่นว่า"อายเพื่อน แม่อ้วน" เลยไปซื้อรองเท้าวิ่งมา ค่อยๆเดินก่อน ต่อมาก็จ๊อก ทุกวัน ผ่านไป 5 เดือน ลดลงตั้ง 21 กิโลกรัม แจ๋วมะ ตอนนี้คงที่ น้ำหนัก 48 สูง 156 กำลังดูดี สำหรับแม่บ้าน
From : พี่โรจนา [ 7 เม.ย. 50 - 17:11:07 น. ]


ความเห็นที่ 216
แม่นแล้ว...ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราเอง...
ก่อนนั้น 73 กิโลกรัม ตอนนี้ 66 กิโลกรัม
สบายเนื้อสบายตัวไม่อึดอัด...เสียอย่างเดียว
ต้องเสียตังค์ตัดยูนิฟอร์มใหม่
From : หนูเบนท์ [ 7 เม.ย. 50 - 21:33:59 น. ]

ความเห็นที่ 217

ช่วงหยุดสงกรานต์ 5 วัน ไม่ได้ไปไหน เก็บเงียบอยู่บ้าน ออกไปดูหนังโรงใหญ่ตามสบาย ช้อปปิ้งสารพัด ...น้าพิศ พี่สมหมายจะพาฉันไปไหนดี? เพื่อลดน้ำหนักให้ลง 8 ขีด ชวนปั่นไหว้พระ 9 วัดดังในสวนบางกรวย-ตลิ่งชันก็ได้ค่ะ
From : oiltirps [ 8 เม.ย. 50 - 14:00:52 น. ]

ความเห็นที่ 218
น้องออย ที่ว่า เลือดฉันเป็น AB นี่ ab แอ๊ปอะไร น้าเจ งง absoluteหรือ abnormal :>
From : น้ามาแวว [ 9 เม.ย. 50 - 07:36:40 น. ]

ความเห็นที่ 219
คุณน้าเจมาแล้ว...ก็ใช่ AB คำเดียวเท่านั้น เพราะพยาบาลคนนั้นเป็นคนสรุปผลเขียนใบรายงานผลร่างกายมีคำว่า AB แค่เนี๊ยะ ถ้ายังไม่รู้ว่าคำไหน เดี๋ยวไปถามหมอสุวัฒน์ข้างบ้านฉันให้ดูว่ากรุ๊ปเลือดฉันมีดีหรือไม่ดีอย่างไร?ค่ะ
From : oiltirps [ 9 เม.ย. 50 - 09:05:09 น. ]

ความเห็นที่ 220
สวัสดีทุกๆคนครับ สงกรานต์จะไปแอ่วเชียงรายคงต้องยกเลิกไปก่อนด้วยเหตุหลายอย่าง ปีนี้อยู่บ้านเหมือนทุกๆปีที่ผ่านมา ไปทำบุญที่วัดกับญาติๆ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ทำอาหารกินกันที่บ้าน ปั่นจักรยานเที่ยว ลากรถพ่วงไปเล่นสงกรานต์แถวบางกรวย เข้าสวนรดน้ำต้นไม้ ให้อาหารปลา หาหญ้าให้กระต่าย ไปซื้อกับข้าว...ไม่ได้ไปไหนเลย..อิอิ..
From : ฑูรย์ บางสีทอง [ 9 เม.ย. 50 - 14:45:27 น. ]

ความเห็นที่ 221
สวัสดีค่ะ ไม่ได้เข้ามาทักทายมีอะไรเปลี่ยนไปหลายอย่าง
เมื่อวานเพิ่งเจอเสือออยก็ถามเรื่องลดน้ำหนัก บ่นอึดอัดจัง
ก็เลยจัดการให้เดินจากที่บ้านราชวิถี ได้ทานชามะนาวขนมปัง แล้วก็ก๋วยจั๊บ
แล้วก็เดินไปขึ้นรถสาย 18 ที่เขตพระราชวัง
ก็อยากแนะนำเสือออยอย่างที่พี่โรจนาแนะนำนะ ว่าให้ลองงดอาหารเย็นดู สงสัยคงอดใจไม่ไหวแน่เลย
สงกรานต์ปีนี้ไม่ค่อยอยากไปไหนให้เสียตัง ถ้ามีทริปปั่นใกล้ๆ ช่วยบอกด้วยนะคะ
From : กะปิ [ 9 เม.ย. 50 - 16:58:23 น. ]

ความเห็นที่ 222
จะเลี้ยงเมื่อไหร่คุณฑูรย์ จะชวนน้าสมพิศและเพื่อนไปร่วมสังสรรค์ สักมื้อ....
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 9 เม.ย. 50 - 17:02:22 น. ]

ความเห็นที่ 223

ศุกร์ 13 ดีไหม ......ถ้าได้..กริ๊งงงงงงงงงมาเลยครับ


• ศุกร์ 13

สงสัยเกี่ยวกับวันศุกร์ 13 ว่าทำไมถึงเรียกเป็นวันอาถรรพณ์ และศุกร์ 13 แตกต่างอย่างไรกับวัน Good Friday ฝรั่งทำไมให้ความสำคัญกับวันศุกร์เป็นพิเศษ ทำนองนี้แหละครับ วาที

ตอบ-ศุกร์ที่ 13 ถือเป็นวันอาถรรพณ์หรือวันโชคร้ายเพราะพระเยซูทรงถูกตรึงกางเขนในวันศุกร์ ส่วนเลข 13 ซึ่งฝรั่งถือว่าเป็นเลขไม่ดี เพราะในวันที่พระเยซูร่วมโต๊ะอาหารมื้อสุดท้าย หรือที่เรียกว่า The Last Supper นั้น มีศิษย์ร่วมโต๊ะทั้งหมด 13 คน ซึ่งพอเช้าขึ้น พระเยซูจึงถูกจับและตรึงกางเขนนั่นเอง

ตามตำราของฝรั่ง วันศุกร์ เป็นวันที่ใช้ประหารนักโทษ นอกจากนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นวัน Tip Tod Day หมายความว่าเป็นวันปีศาจ ดังนั้นในสมัยก่อนชาวเลจึงไม่ออกทะเลในวันศุกร์

นอกจากนี้ยังมีความเชื่อโบร่ำโบราณของฝรั่งว่า ไม่ให้ตัดเล็บในวันศุกร์ เพราะแม่มดจะมาขโมยเล็บเอาไปเสกให้เราเป็นแม่มดไปด้วยโน่นเลย

ศุกร์ 13 กลายเป็นตำนานน่ากลัวในยุคนี้ เพราะหนังสยองขวัญหลายเรื่องที่สร้างเรื่องให้เกิดวันศุกร์ที่ 13

นอกจากนี้วันศุกร์ยังมีความหมายดีมากอีกด้วย เพราะ Friday นั้นมาจากชื่อเทพธิดา Freyja ซึ่เป็นเทพีแห่งความรัก ผู้เป็นภรรยาของเทพ Odin

สำหรับวัน Good Friday เป็นวันที่จะเริ่มฉลองเทศกาลอีสเตอร์ ปกติแล้วจะมีขึ้นในเดือนเมษายนไม่เกี่ยวกับศุกร์ที่ 13 แต่อย่างใด

(วันที่ 12 ส.ค. 2542)

ข้อมูลคล้ายกันที่เคยตอบ ถรรพณ์เลข 13 ชาวคริสต์มีความเชื่อว่าเลข 13 เป็นเลขอัปมงคล มีมูลเหตุมาจาก อาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูคริสต์ที่เรียกกันว่า "เดอะ ลาสต์ ซัปเปอร์" (The Last Supper) นั้นมีสาวกร่วมโต๊ะพร้อมหน้ากันกับพระองค์รวม 13 คน และความเชื่อว่าวันศุกร์ เป็นวันโชคร้าย ก็เพราะเป็นวันที่พระเยซูคริสต์ถูกตรึงกางเขน และเป็นวันที่อดัมกับอีฟละเมิดกัดแอปเปิ้ลต้องห้ามของพระผู้เป็นเจ้าในสวนเอเดน จนต้องถูกขับไล่ออกมา ยิ่งกว่านั้นยังเชื่อว่าเป็นวันที่อดัมกับอีฟล้มหายตายไปจากโลกอีกด้วย ดังนั้น เมื่อวันศุกร์มาตรงกับวันที่ 13 จึงเหมือนเป็นวันมหาอัปมงคลทีเดียว

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องความเชื่อในโชคลางเท่านั้น ยากแก่การขุดค้นต้นตอความจริง แต่ผู้คนก็ยังเชื่อกันอย่างกว้างขวาง เช่น นักเดินเรือจะไม่ยอมออกเรือในวันที่ 13 หรือห้องพักตามโรงแรมต่างๆ ในยุโรป ก็ไม่ค่อยจะมีห้องเบอร์ 13 และที่อาการหนักกว่าเพื่อนคือประเทศตุรกี ที่ลงทุนเฉือนเลข 13 ออกไปจากสารบบตัวเลขทีเดียว

คัดมาจาก : http://www.matichon.co.th/youth/youth.php?tagsub=031101&tag950=03you22120842&show=1




From : สมพิศ [ 10 เม.ย. 50 - 00:19:41 น. ]


ความเห็นที่ 224
ไม่ต้องกรี๊งงงงงงนัดเลยเอากี่โมงดี...เอ่ เจ้าของงานเขายังไม่ตอบเราจะตกลงกันแล้ว..
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 10 เม.ย. 50 - 08:51:49 น. ]

ความเห็นที่ 225
เพิ่งเข้ามา..ตกลงครับบบ...
เดี๋ยวเช้าไปจ่ายกับข้าว ทำกินกันกลางวัน..
ขอเสียงหน่อยจะได้กี่เสียง..
พี่สมพิศบ้านเดิมผมเลขที่ 13 ส่วนบ้านหัวสวน(ศาลาพักใจ)เลขที่13/1 ..อิอิ.มีเลข13 ด้วย
From : ฑูรย์ บางสีทอง [ 10 เม.ย. 50 - 09:42:42 น. ]

ความเห็นที่ 226

อยากพาครอบครัวมาร่วมเฮฮาด้วยกัน........กับข้าวกับปลาและกับแกล้มหามาคนละอย่างสองอย่าง......แบบว่าหม้อใครหม้อมัน เจ้าของบ้านจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมาก เอาแค่สวัสดีต้อนรับผู้มาเยือนก็เหนื่อยจะแย่แล้ว

ผมขอไปเกลี้ยกล่อม "ผู้มีบารมีในบ้าน" ก่อน.......เขาไม่ชอบงาน e-party (ปาร์ตี้ยาอี) อิ..อิ

คำคมวันนี้ :

อสุรา แปลว่า ยักษ์ ยักษาเพศผู้ ยักษีเพศเมีย
สุรา แปลว่า เทวดา (ไม่มี อ หมายถึงตรงข้ามกัน)

วันศุกร์ที่ 13 เรามาชุมนุมเทวดากัน

From : สมพิศ [ 10 เม.ย. 50 - 11:14:58 น. ]


ความเห็นที่ 227
ผมหนึ่งเสืยงครับ....ตอนนี้ตาลายกับการย่อรูป ทริปโพธาราม พึ่งจะย่อเสร็จสมบูรณ์....พักเหนื่อยหน่อย..
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 10 เม.ย. 50 - 11:34:50 น. ]

ความเห็นที่ 228
..พี่สมพิศเอาครอบครัวมาด้วยนะเกลี้ยกล่อมเก่งอยู่แล้ว ไม่งั้นไม่มาอยู่ด้วยแน่ อิอิ..น้าหมายก็ด้วยนะ
..เชิญนะครับใครว่างๆก็แวะมาสัพเพเหระกัน ช่วงเช้าจะไปทำบุญที่วัดอมฤตก่อนกลับมาบ้านคงประมาณสามโมงกว่า
..เรื่องกับข้าวไม่ต้องห่วงเดี๋ยวโชว์ฝีมือเอง เอาเป็ดแป๊ะซะ ต้มยำกุ้ง ผัดกระเพาหอยแมงภู่ รวมมิตรเห็ดผัดกระเพาพริกไทดำ ยำมะเขือเผา สูตรของกรุ๊ฟเซ็ท.อิอิ..

From : ฑูรย์ บางสีทอง [ 10 เม.ย. 50 - 13:26:27 น. ]

ความเห็นที่ 229
"วันนี้เป็นวันสงกรานต์ หนุ่มสาวชาวบ้านเบิกบานจิตใจจริงเอย ตอนเช้าทำบุญ ทำบุญตักบาตร ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมกันเอย เข้าวัดแต่งตัว แต่งตัวสวยสะไปสงน้ำพระ ณ วันสงกรานต์เอย ตอนบ่ายเราเริงสุรา เล่นมอญซ่อนผ้า เล่นสบ้ากันเพลิน ทำบุญทำทาน สนุกสนานกันแล้วขอเชิญน้องแก้วมาตั้งวงกันเอย"
...วันสงกรานต์คราใดนึกถึงเพลงนี้ทุกทีเลย ไม่รู้ว่าเนื้อถูกต้องหรือเปล่า อาจมีมือพาไปบ้าง ถ้าว่างจะแว๊บไปครับ
From : เกษม ฯ [ 10 เม.ย. 50 - 13:51:47 น. ]

ความเห็นที่ 230
เอ...แล้วฉันล่ะ ยังไม่รู้ว่าไปไหนดีค่ะ
From : oiltirps [ 10 เม.ย. 50 - 13:54:01 น. ]

ความเห็นที่ 231

ถ้าไม่รู้ว่าจะไปไหน.....ชวนแม่มาที่ศาลาพักใจสิน้องออย

From : สมพิศ [ 10 เม.ย. 50 - 16:35:10 น. ]

ความเห็นที่ 232
อืม...แถวบ้านพี่ฑูรย์นั่นสิ ไม่มีสองแถววิ่งเข้าซอยค่ะ?...บ้านฉันมีสองแถวสีแดงวิ่งถึงวัดชลอแล้วต่อมอเตอร์ไซต์ หรือรถมินิบัสเข้าพระราม 5 ค่อยคิดดูก่อนว่าใช้รถไหนสะดวกค่ะ
From : oiltirps [ 10 เม.ย. 50 - 16:48:43 น. ]

ความเห็นที่ 233
อืม...13 ก็ 13 เนอะ..เป็นวันที่ผ่านเลยลงไปใต้แล้ว...ถ้าเป็นเย็นวันที่ 12 คงได้ทานอาหารฝีมือคุณป้อม..คราวก่อนยังขอยืนยันว่าห่อหมก...อร่อยกว่าบ้านกำนันที่แปดริ้ว...
From : หนูเบนท์ [ 10 เม.ย. 50 - 17:24:37 น. ]

ความเห็นที่ 234
เป็ดแป๊ะซะ ต้มยำกุ้ง ผัดกระเพาหอยแมงภู่ รวมมิตรเห็ดผัดกระเพาพริกไทดำ ยำมะเขือเผา สูตรของกรุ๊ฟเซ็ท.อิอิ.. เห็นรายการอาหารแล้วน้ำย่อยอออกไม่เลิกเลย ตกลงวันไหน เวลาไหนครับ ขอแก้ตัวอีกทีวันก่อนกินข้าวกับห่อหมกอย่างเดียวแล้วกลับไปทำธุระ ยังเสียดายอยู่เลย หนับหนุนหนึ่งเสียงครับ

From : วิโรจน์ [ 10 เม.ย. 50 - 18:44:08 น. ]

ความเห็นที่ 235

อย่างที่คาดการณ์ไว้ว่า คนที่บ้านจะไม่มีใครตามผม......ผมคงต้องตามเขา (มั้ง)

From : สมพิศ [ 11 เม.ย. 50 - 08:10:21 น. ]

ความเห็นที่ 236
สวัดดีครับพี่หนูเบนท์ จากเหนือไปใต้เลยเน้อ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพเน้อ
พี่โรจน์ ยินดีครับเอาครอบครัวมาด้วยนะ อาหารอาจมีมากกว่านี้เพราะเป็นวันทำบุญต้องไปดูที่วัดก่อน...ถ้ามากันหลายคนจะได้ช่วยกันเผาถ่าน ถางหญ้า พวนดิน อิอิ..
เสือออย..นัดเวลาที่วัดชลอก็ได้เดี๋ยวเอารถไปรับใกล้กันนิดเดียว แล้วเลยไปรับพี่สมพิศด้วย
From : ฑูรย์ บางสีทอง [ 11 เม.ย. 50 - 09:16:59 น. ]

ความเห็นที่ 237
พี่ฑูรย์ ครับ ผมขอสมัคร จะไปช่วยเผาถ่าน ถางหญ้า พรวนดิน แลกอาหาร และที่พักใจ สัก สามสี่วัน เลย ได้ไหม ให้เตียนสวนเลย อิอิ..ผมเลี้ยงไม่ยากนะครับ กินผักกินหญ้าในสวนได้..อิอิ

น้อง ออย จะนั่งสองแถวไปรึ... ไงไม่ขี่จักรยานไป...กลัวเปียกน้ำสงกรานต์หรือ

From : น้าเจ [ 11 เม.ย. 50 - 09:59:09 น. ]


ความเห็นที่ 238

เฮ่ย! น้าเจ ขะ เข้าใจอ่ะ มิใช่ไปคนเดียวดิ แต่เชิญแม่ข้าไปด้วยแหละจึงนั่งสองแถวสีแดง(สายซอยร่วมพัฒนา-วัดชลอผ่านสี่แยกพระราม 5) วิ่งผ่านหน้าบ้านในปากซอยนั่นดิ ไปจบที่วัดชลอ คืนนี้จะโทรหาน้าพิศว่า แม่ว่างเปล่า เพราะปกติวันพระเข้านอนค้างคืนวัดมหาธาตุสนามหลวงเป็นประจำตามประสาคนแก่ชอบทำบุญค่ะ
From : oiltirps [ 11 เม.ย. 50 - 10:30:08 น. ]

ความเห็นที่ 239

หันมาพูดเรื่องหนังสือที่ฉันเพิ่งซื้อมาจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติผ่านไปแล้ว เอามาเล่าเรื่องได้เจอ อ.ประมวล เพ็งจันทร์ ตัวจริงเจ้าของหนังสือ "เดิน..สู่เพื่ออิสรภาพ" เป็นคนเกาะสมุยใกล้บ้านญาติฉันพอดี จึงได้รับเชิญไปเดินเล่นหน้าบ้านอ.ประมวลด้วย อ.ประมวลจะสอนวิชาปรัชญาศาสนาให้ฉันเรียนรู้ได้ ฉันถามอ.ประมวลว่า เดิน 66 วัน ใช้รองเท้าเปลี่ยนกี่คู่แล้วค่ะ อ.ประมวลบอก คู่เดียวไม่มีเปลี่ยน เสื้อผ้าก็มีสองชุดผลัดกันเท่านั้น แล้วบอกให้ฉันลองอ่านข้างในหนังสือเล่มนี้จะรู้เรื่องว่า ไม่ใช้เงินจะอยู่ได้อย่างไร? เอ...ตอนที่ฉันปั่นเที่ยวคนเดียวใช้เงินบานตะไททั้งปีเลยค่ะ
From : oiltirps [ 11 เม.ย. 50 - 11:14:27 น. ]

ความเห็นที่ 240

น้องต้อง "รัตนวุมิ เจริญรัมย์" บอกฉันช่วยอุดหนุนซื้อหนังสือผลงานของน้องต้องให้ด้วยครับ เมื่อเจอฉันมาพอดี ให้เชิญเลือกซื้อและอ้านได้ก่อนจ่ายนั้น ฉันซักถามด้วยแลกเปลี่ยนข้อมูลที่พักและเส้นทางเที่ยวในต่างประเทศที่น้องต้องไปมาแล้ว "ได้ครับยินดีส่งข้อมูลมาให้ตามอีเมล์ตรงนี้ครับ" น้องต้อมน้อมรับไว้ความดีใจ
From : oiltirps [ 11 เม.ย. 50 - 11:19:24 น. ]

ความเห็นที่ 241

นี่แหละ เล่มนี้ ตีพิมพ์ครั้งที่ 5 แปลว่า ขายดีเทน้ำไหลเลย....ราคาปก 160 บาท แถมหนังสืออ่านเล่นอีก 1 เล่มมูลค่าราคาเท่ากันค่ะ
From : oiltirps [ 11 เม.ย. 50 - 11:21:12 น. ]

ความเห็นที่ 242

อีกเล่มหนึ่งที่น่าสนใจ สำหรับคุณธานินทร์๙๙/ น้าสมพิศด้วย ฉันไปเจอเล่มนี้มาอ่านพบแล้วมีข้อมูลขี่จักรยานไป แต่มีข้อมูลเขียนไว้ว่า "การเดินทางเข้าธิเบตนั้น ต้องมีใบอนุญาตที่เรียกว่า "Alian Travel Permit" ไปทำขอใบอนุญาตที่เมืองเฉิงตู ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกรุงกาฐมาณฑุ (เนปาล) ควบคู่วีซ่าของจีนไปด้วย และนอกเขตลาซานั้น ต้องมีใบอนุญาตพิเศษอีกชุดหนึ่งด้วยเรียกว่า Tibet Tourism Bureau Permit/TTB ซึ่งจะต้องซื้อแพ้กทัวร์ของบริษัทจีนเท่านั้น ถ้าไม่มีใบอนุญาตเข้าเมืองลาซาหรือชายแดนธิเบต จะโดนจับส่งกลับหรือติดคุกธิเบตจริงๆ อย่างที่น้องโอ๊ตนนท์เล่าเรื่องจริงผ่านแชท MSN ให้ฉันเข้าใจเรื่องใบพร็อตมิสนั่นแหละ..ต้องจ่ายหัวละหมื่นบาทแพงค่ะ

...ข้อสังเกตในหนังสือเล่มนี้บอกว่า หากลงเอกสารระบุอาชีพนักหนังสือพิมพ์ หรือเดินทางโดยจักรยาน กลุ่มนี้เสี่ยงต่อการถูกกักหรือห้ามเข้าธิเบต จึงควรหลีกเลี่ยง....

เป็นเหตุทำให้ฉันนึกฝันอยากไปเห็นเอเวอรเรสต์ที่ธิเบตโน่น ต้องเสี่ยงถูกจับตายแน่ เพราะเอเวอร์เรสต์อยู่ใกล้ธิเบตมากกว่าด้านเนปาลค่ะ
From : oiltirps [ 11 เม.ย. 50 - 11:36:28 น. ]


ความเห็นที่ 243
แม่นแล้วน้าฑูรย์......จากเหนือเมื่อร้อน เลยพาคนบนดอยไปแอ่วดูทะเลซะบ้าง....วันที่ 13 ขออนุญาตผ่านเน้อ...
From : .หนูเบนท์ [ 11 เม.ย. 50 - 12:52:35 น. ]

ความเห็นที่ 244
ไม่ได้แวะมาดูหลายวัน แวะมาวันนี้บังเอิญเจอเสือออยเอ่ยชื่อถึงพอดี..
ผมยังไม่มีความคิดที่จะไปธิเบตเลยครับ.. เสือออย.. อาจจะไปเนปาลอีกหรือไม่ก็ยังไม่รู้..

สงกรานต์สองปีย้อนหลังผมไปภูเพียงบอละเวน.. ไม่ใช่ไปเที่ยว.. แต่เป็นธุระในงาน.. และทำให้เกิดความคิดจัดทริปจักรยานที่ไปปั่นกันเมื่อช่วงวันหยุดมาฆะบูชาปีที่แล้ว
ปีที่แล้วดันมีแขกจากเมืองจีนคณะใหญ่มา ต้องพาเขาไปดูงานที่แม่สะเรียง แม่สามแลบ แม่เงา แม่ลามาหลวง สาละวินใกล้สบเมย ฮอด ฯลฯ
ทั้งสองรายการนั้นผมได้เปิดกระทู้ลงรูปให้ดูกันไปแล้ว
มาปีนี้เอาอีกแล้ว จะต้องไปปากเซ.. เลยไม่ได้หยุดต่อเนื่อง..

From : ธานินทร์๙๙ [ 11 เม.ย. 50 - 12:59:50 น. ]


ความเห็นที่ 245
สวัสดีตอนเที่ยงเอียงไปทางบ่ายครับทุกท่าน...จบส่งรูปกับทริปโพธาราม พอมีเวลาหายใจได้บ้าง เข้ามาทักทายนิดหน่อย
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 11 เม.ย. 50 - 14:00:21 น. ]

ความเห็นที่ 246
ทราบข่าวจากพี่สมพิศ ถ้าไม่ติดธุระสำคัญอันยิ่งยวดอันใดจะไปร่วมด้วย1ที่ครับพี่ฑูรย์ ผมกินอยู่ง่าย
From : หนุ่ย [ 11 เม.ย. 50 - 15:02:45 น. ]

ความเห็นที่ 247
เห็นเมนูแล้วน้ำลายส่อ มีเป็ดแป๊ะซะ ต้มยำกุ้ง ผัดกระเพาหอยแมงภู่ รวมมิตรเห็ดผัดกระเพาพริกไทดำ ยำมะเขือเผา สูตรของกรุ๊ฟเซ็ท
ถ้าจะขอไปร่วมด้วย แต่ยังไม่เคยไปบ้านพี่ฑูรย์ ช่วยแนะนำทางด้วยสิค่ะ
อาจจะไปช่วยถางหญ้า พรวนดิน รดน้ำต้นไม้ให้ก็ได้
From : กะปิ [ 11 เม.ย. 50 - 15:45:23 น. ]

ความเห็นที่ 248

โห!! น้องกะปิตกยุคเสียแล้วเหรอ .......เขาไปกันออกบ๋อยบ่อย

กำหนดการชัด ๆ ยังไงครับเนี่ย.....คุณฑูรย์เปิดช่อง น้าสมหมายเปิดประเด็น ผมก็ปั่นกระทู้จนเพลิน อิ..อิ

แผนที่ศาลาพักใจ 'บางสีทอง กรุ๊ฟเซ็ท'

พิกัด 13°49'57.98"N 100°28'51.03"E

From : สมพิศ [ 11 เม.ย. 50 - 15:59:34 น. ]


ความเห็นที่ 249

น้าสมพิศมาเข้าทางพอดี ขาพเจ้าผสมโรงสะเลยฮิฮิ...ตามนี้เลยคร๊าบ....
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 11 เม.ย. 50 - 16:06:04 น. ]

ความเห็นที่ 250

ฟังเพลงก่อนครับ



คลิกที่รูปสิจ๊ะ

ชื่อเพลง : ศาลาพักใจ
ศิลปิน : สแตมป์


* ฟ้าร้อง แดดร้อน ฝนตก เธอก็มา
หายเหนื่อย เมื่อยล้า ฝนซา เธอก็ไป

ฉันก็หลงดีใจ ที่เธอให้ความรักความสำคัญ
เก็บเอาไปนอนเพ้อ แอบฝัน ว่าเรารักกันเหนือใคร
แท้ที่จริง เธอนั้น ไม่เคยให้ความจริงใจ กับฉันเลย

** พึ่งจะรู้วันนี้ว่าเธอ ไม่เคยคิดจะสนใจ
พึ่งจะรู้วันนี้ว่าเธอ ต้องการแค่เพียงพักใจ ให้หายเหนื่อย

(*)

*** เธอทำเหมือนฉันนั้นเป็น ดังเช่นศาลาริมทาง
เธอทำเหมือนฉันนั้นเป็น แค่เพียงศาลาพักใจ
ยามที่เธอเหนื่อยล้า ยามที่เธอผิดหวัง ก็ทำเหมือนมีใจให้
ตอนที่เธอสมหวัง วันที่เธอมีใคร เธอก็เดินจากฉันไปไม่ลาซักคำ

(* , *** , **)

ต้องการแค่มาพักใจให้หายเหนื่อย
ต้องการแค่ที่พักใจ ให้หายเหนื่อย











ชื่อเพลง : ดอกไม้ให้คุณ
ศิลปิน : คาราวาน


ขอมอบดอกไม้ในสวน นี้เพื่อมวลประชา
จะอยู่แห่งไหน จะใกล้จะไกล จนสุดขอบฟ้า

ขอมอบความหวังดั่งดอกไม้ผลิ สดไสวนานา
เป็นกำลังใจให้คุณ เป็นกำลังใจให้เธอ เป็นสิ่งเสนอให้มา

ดวงตะวันทอแสง มิถอยแรงอัปรา เป็นเปลวไฟที่ไหม้นาน
เป็นสายธารที่ชุ่มป่า เป็นแผ่นฟ้าทานทน

ขอมอบดอกไม้ในสวน ที่หอมอบอวลสู่ชน
จงสบสิ่งหวังให้สมตั้งใจ ให้คลายหมองหม่น

ก้าวต่อไปตราบชีวิตสุด ดุจกระแสชล
เป็นกำลังใจให้คุณ เป็นกำลังใจให้เธอ เป็นสิ่งเสนอให้คุณ


From : สมพิศ [ 11 เม.ย. 50 - 20:12:33 น. ]


ความเห็นที่ 251
วันนี้มาเล่าสู่กันฟังเรื่องผึ้ง (ที่ไม่ใช่ พุ่มพวง ดวงจันทร์)....

ผึ้งในบ้านเรามีทั้งหมด 3 ชนิด

1..ผึ้งหลวง
2..ผึ้งมิ้ม
3..ผึ้งโพรง

1.. ผึ้งหลวง

เป็นผึ้งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในผึ้ง 4 ชนิด มีลักษณะตัวใหญ่ ลำตัวยาวรี ประชากรส่วนใหญ่จะอยู่ปกคลุมรังเพื่อทำหน้าที่ป้องกันรังรวงผึ้งมีขนาดใหญ่ มีประชากรประมาณ 10,000-80,000 ตัวต่อรัง เป็นรวงชั้นเดียว หรือรวงเดียว บางครั้งอาจมีความกว้างถึง 2 เมตร ลักษณะรวงทั่วไปจะโค้งรีเป็นรูปครึ่งวงกลม จะติดอยู่ใต้กิ่งไม้ หน้าผา โขดหิน หรือมุมตึกที่อยู่สูง ๆ เป็นที่โล่งแจ้งซึ่งจะมีร่มเงาที่ไม่ร้อนเกินไป บางครั้งในที่เดียวกันอาจมีผึ้งเกาะรวมกันมากกว่า 50 รัง ผึ้งหลวงจะดุร้ายเมื่อถูกรบกวนหรือทำลายและจะรุมต่อยศัตรูของมัน นับเป็นสิบถึงร้อยตัว เนื่องจากผึ้งหลวงเป็นผึ้งตัวใหญ่จึงมีพิษมากในเหล็กใน จึงทำให้ศัตรูของมันได้รับบาดเจ็บสาหัสได้


ผึ้งหลวงขนาดประมาณ 1.5 เมตร

ผึ้งหลวงเป็นผึ้งที่มีขนาดใหญ่ จึงสามารถบินไปหาอาหารได้ไกล บางครั้งรังหนึ่งอาจจะมีน้ำผึ้งถึง 15 กิโลกรัม แต่เนื่องจากพฤติกรรมของผึ้งหลวงจะชอบทำรังในที่โล่งแจ้งและอยู่ที่สูง ไม่ชอบให้ถูกรบกวน เราจึงไม่สามารถนำมาเลี้ยงได้ แต่ควรจะอนุรักษ์ให้มีอยู่ในธรรมชาติ เพราะต้นไม้หลายชนิดต้องการผึ้งหลวงเป็นแมลงช่วยผสมเกสรเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์
ขนาดของผึ้งหลวง ขนาดลำตัวยาว 17-19 มิลลิเมตร ส่วนอกกว้าง 5 มิลลิเมตร ความยาวของบิ้น 6-7 มิลลิเมตร

2..ผึ้งมึ้ม....

เป็นผึ้งที่มีขนาดเล็กที่สุด มีขนาดใกล้เคียงกับแมลงวัน บางครั้งจึงเรียกว่าผึ้งแมลงวัน ประชากรส่วนใหญ่จะอยู่ปกคลุมรังเช่นเดียวกับผึ้งหลวง รวงผึ้งมีขนาดเล็ก มีประชากรประมาณ 6,000 - 30,000 ตัว/รัง เป็นรวงชั้นเดียวมีรูปร่างเกือบเป็นวงกลม บางครั้งก็เป็นรูปไข่ไก่ มีขนาดตั้งแต่ 10 ซม. ถึง 30 ซม. รวงผึ้งจะทำติดอยู่กับกิ่งไม้ ในพุ่มไม้เตี้ย ๆ เช่น ในกอไผ่ ลักษณะรวงผึ้งจะทำค่อมกิ่งไม้ (ซึ่งส่วนของน้ำผึ้งจะอยู่ค่อมรอบกิ่งไม้) การบินไปหาแหล่งอาหารและการส่งภาษาผึ้งจะกระทำอยู่บนส่วนของรวง เนื่องจากเป็นผึ้งขนาดเล็กและบินหาอาหารได้ไม่ไกลนัก จึงทำให้มีน้ำผึ้งน้อยและมีการอพยพทิ้งรังบ่อย เราไม่สามารถนำมาเลี้ยงได้เหมือนผึ้งหลวง


ผึ้งมิ้มมีขนาดเล็กสุดในจำนวนผึ้งด้วยกัน

ขนาดของผึ้งมิ้ม ขนาดลำตัวยาว 7 มิลลิเมตร ส่วนอกกว้าง 2.60 มิลลิเมตร ความยาวของลิ้น 3.40 มิลลิเมตร

3..ผึ้งโพรง...

อันนี้ไม่มีภาพประกอบครับ...

เป็นผึ้งที่มีขนาดกลาง ตัวเล็กกว่าผึ้งพันธุ์แต่ใหญ่กว่าผึ้งมิ้ม เป็นผึ้งที่มีวิวัฒนาการที่สูงกว่าผึ้งมิ้มและผึ้งหลวง โดยที่จะสร้างรังอยู่ในที่มืดได้ และมีจำนวนรวมหลายรวง ตั้งแต่ 5-15 รวง มีประชากรประมาณ 5,000-30,000 ตัว ในธรรมชาติผึ้งโพรงที่พบในเมืองไทยจะสร้างรังในโพรงหินหรือโพรงไม้ต่าง ๆ ซึ่งต่อมาเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งได้ทำกล่องไม้ให้ผึ้งอาศัยอยู่ เพื่อความสะดวกต่อการเก็บน้ำผึ้ง ผึ้งโพรงจะให้น้ำผึ้งประมาณ 3-15 กิโลกรัมต่อรัง
ขนาดของผึ้งโพรง ขนาดลำตัวยาว 12 มิลลิเมตร ส่วนอกกว้าง 3.3 มิลลิเมตร ความยาวของลิ้น 4.80-5.60 มิลลิเมตร
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 12 เม.ย. 50 - 09:45:09 น. ]


ความเห็นที่ 252
ขออภัยบอกผิดครับ ผึ้งในบ้านเราทั้งหมดมี 4 ชนิดครับ ชนิดสุดท้ายคือผึ้งพันธุ์

เป็นผึ้งที่เรานำเข้าจากต่างประเทศไม่มีอยู่ในเอเซีย เป็นผึ้งที่มีในยุโรป และอเมริกา มีขนาดใหญ่กว่าผึ้งโพรงแต่เล็กกว่าผึ้งหลวง ลักษณะการดำรงชีวิตเหมือนผึ้งโพรง คือจะทำรังในที่มืด แต่เนื่องจากผึ้งพันธุ์มีขนาดใหญ่กว่าผึ้งโพรง จำนวนประชากรมีจำนวนมากถึง 40,000 - 60,000 ตัวต่อรัง อุปนิสัยไม่ดุไม่ทิ้งรัง และมีการจัดการที่ดี ตลอดจนมีการศึกษาชีววิทยา พฤติกรรมของผึ้งพันธุ์อย่างละเอียด และมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยทำให้การเลี้ยงผึ้งพันธุ์ประสบความสำเร็จ ให้ผลตอบแทนที่คุ้มกว่าถึงแม้จะต้องลงทุนสูง
ขนาดของผึ้งพันธุ์ ขนาดลำตัวยาว 16 มิลลิเมตร ส่วนอกกว้าง 4 มิลลิเมตร ความยาวของลิ้น 5.7 - 6.8 มิลลิเมตร
ผึ้งพันธุ์ที่อุตสาหกรรมการเลี้ยงผึ้งที่นิยมเลี้ยงกัน คือ
1. ผึ้งพันธุ์อิตาเลียน (Apis mellifera ligustica Spin) เป็นผึ้งตัวสีเหลือง พบครั้งแรกที่ประเทศอิตาลี รูปร่างอวบอ้วนกว่าผึ้งโพรงไทย แต่เล็กกว่าผึ้งพันธุ์สีดำที่มีอยู่ในประเทศเยอรมันเล็กน้อย ส่วนท้องค่อนข้างเรียว ช่วงท้องมีแถบสีเหลือง หรือสีทอง ขนตามตัวสีทอง จะเห็นเด่นชัดในผึ้งตัวผู้ นิสัยเชื่อง ปรับตัวได้เก่ง ให้ผลผลิตสูง แต่ใช้น้ำผึ้งเลี้ยงดูตัวอ่อนมากกว่าผึ้งพันธุ์สีดำ เป็นที่นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก มีชื่อพันธุ์ที่ได้รับการปรับปรุงในแต่ละประเทศ เช่น พันธุ์อเมริกัน พันธุ์ไต้หวัน พันธุ์ญี่ปุ่น พันธุ์ออสเตรเลีย
2. ผึ้งพันธุ์คาร์นิโอลาน (Apis mellifera carnica Pollman) เป็นผึ้งพันธุ์สีน้ำตาล ถิ่นกำเนิดของผึ้งพันธุ์นี้อยู่ทางตอนใต้ของออสเตรเลีย เมืองคาร์นิโอลาน และทางเหนือบอลข่านของยูโกสลาเวีย ตลอดจนตามบริเวณฝั่งแม่น้ำดานูบที่ไหลผ่าน ฮังการี่ รูมาเนีย บัลแกเรีย ผึ้งพันธุ์นี้เชื่องกว่าผึ้งพันธุ์อิตาเลี่ยน ไม่ตื่นตกใจง่าย เพิ่มจำนวนประชาชนได้ดี ไม่ค่อยแบ่งแยกรัง ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพดินฟ้าอากาศได้รวดเร็ว ไม่ชอบเข้าไปแย่งน้ำฝึ้งจากรังอื่น ลำตัวค่อนข้างเล็กเพรียว สีน้ำตาลขนที่ปกคลุมมักสั้น ส่วนหลังช่วงท้องผึ้งงาน มีจุดน้ำตาลเข้ม หรือน้ำตาลอ่อนส่วนผึ้งตัวผู้มีขนสีเทาและเทาปนน้ำตาล
3. ผึ่งพันธุ์คาเคเชียน (Apis mellifera caucasica Gorb) มีถิ่นกำเนิดเทือกเขาคอร์เคเชี่ยนในรัสเซีย เป็นผึ้งงานมีจุดสีน้ำตาลกระจายอยู่บนส่วนหลังของช่วงท้องปล้องแรก มีจุดน้ำตาลเข้มหรือสีน้ำตาล ขนสีเทาปนน้ำตาล ตัวผู้มีขนที่อกสีดำ ยาว 7.2 เมตร เป็นผึ้งที่เชื่องมากไม่ตกใจง่าย ชอบเก็บสะสมยางให้มากกว่าผึ้งอื่น ๆ ทำให้เหนียวเหนอะหนะยากต่อการยกคอนออกมาตรวจดู และชอบเข้าไปแย่งน้ำผึ้งจากรังอื่น
4. ผึ้งพันธุ์สีดำ (Apis mellifera mellifera L.) มีถิ่นกำเนิดในตอนเหนือของยุโรป และทางตะวันตกของเทือกเขาแอลป์กับรัสเซียตอนกลาง ลำตัวมีสีดำ มีจุดสีเหลืองอยู่ทางด้านหลังของช่วงท้องปล้องที่ 2, 3 ไม่มีแถบสีเหลือง บั้นท้ายของช่วงท้องของผึ้งงานมีขนยาวปกคลุมอยู่บนหลัง ตัวผู้มีขนสีน้ำตาลเข้มปกคลุมอยู่ตามส่วนอก บางทีเห็นเป็นสีดำ มีลิ้นสั้นเพียง 5.7 - 6.4 มิลลิเมตร เป็นผึ้งที่ทนทานต่อสภาพอากาศหนาว และแห้งแล้ง ให้ผลผลิตปานกลาง ไม่ดุร้าย แต่เพิ่มประชากรได้ช้า
ปัจจุบันการนำผึ้งพันธุ์มาเลี้ยงในประเทศไทยหลาย ๆ พันธุ์ทำให้เกิดการผสมข้ามพันธุ์ เช่น ผึ้งพันธุ์สีเหลือง ผสมกับพันธุ์สีดำ ผึ้งพันธุ์สีดำผสมกับพันธุ์สีน้ำตาล ลูกผสมจึงมีรูปร่าง สีสัน ลักษณะนิสัยแตกต่างกันออกไป และเป็นลูกผสมมีหลาย ๆ ชื่อออกไป เพื่อให้ได้ผึ้งพันธุ์ที่มีลักษณะรูปร่างอวบอ้วนมากขึ้น ไม่ตื่นตกใจง่าย ให้ผลผลิตสูง มีความต้านทานโรคและทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ

From : สมหมาย ชารัตน์ [ 12 เม.ย. 50 - 09:48:36 น. ]


ความเห็นที่ 253
ประโยชน์ของผึ้ง

3. มนุษย์รู้จักผึ้งและประโยชน์ของผึ้งมาตั้งแต่โบราณกาล โดยที่มนุษย์ได้นำน้ำผึ้งมาเป็นแหล่งให้ความหวานในอาหาร และใช้ไขผึ้งมาทำเป็นเทียนให้แสงสว่าง แต่ที่แท้จริงแล้วผึ้งเป็นแมลงที่มีคุณค่าต่อมวลมนุษย์และความสมดุลย์ของสภาพแวดล้อมในทางธรรมชาติ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งสามารถแบ่งประโยชน์ของผึ้งได้ดังนี้
1. ประโยชน์ทางการเกษตร
1.1 ช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เพราะผึ้งเป็นแมลงที่สำคัญซึ่งให้การ ผสมเกสรของพืชเศรษฐกิจมากมายหลายชนิด เช่น ลำไย ลิ้นจี่ ส้ม มะพร้าว มะม่วง กาแฟ ท้อ สตรอเบอรี่ มะม่วงหิมพานต์ ทานตะวัน พืชตระกูลแตง พืชผักที่ต้องการผลิตเมล็ดพันธุ์ ข้าวโพด ฝ้าย ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ฯลฯ ผึ้งจึงเป็นแมลงที่ช่วยผสมเกสรและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรที่ดีที่สุด เพราะเราสามารถเคลื่อนย้ายไปตามแหล่งที่เราต้องการ

การนำผึ้งเข้าช่วยเพิ่มผลผลิตไร่ทานตะวัน

1.2 ช่วยให้มีการใช้ยาเคมีกำจัดศัตรูพืชด้วยความระมัดระวังมากขึ้น ทั้งนี้ เพราะว่าผู้ปลูกพืชและผู้เลี้ยงผึ้งมีประโยชน์ร่วมกัน โดยผู้ปลูกพืชได้ประโยชน์จากผึ้งในการช่วยผสมเกสรเพื่อเพิ่มผลผลิต ส่วนผู้เลี้ยงผึ้งได้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์จากผึ้ง และด้วยผลของการใช้ยาเคมีด้วยความระมัดระวัง ใช้เมื่อจำเป็นหรือมีศัตรูพืชเกินระดับเศรษฐกิจ จนทำให้การใช้ยาเคมีลดลงและจะก่อให้เกิดประโยชน์
2. ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ผึ้ง
ผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์จากผึ้ง เป็นอาหารเสริมที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ต่อร่างกายหลายชนิด และช่วยลดการเป็นโรคขาดธาตุอาหารในทารกของผู้เลี้ยงหรือผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี
ผลิตภัณฑ์ผึ้ง หรือผลผลิตที่เกิดจากผึ้ง เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องอุปโภค และบริโภคหลายชนิดที่จำเป็นต่อมนุษย์ ซึ่งได้แก่ น้ำผึ้ง ไขผึ้ง รอยัลเยลลี่ เกสร โปรโปลิส หรือยางไม้ และพิษของผึ้ง เป็นต้น
ผลิตภัณฑ์ผึ้งสามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่ม แยกตามธรรมชาติการเกิดของผลิตภัณฑ์ ได้ดังนี้คือ
1. ผลิตภัณฑ์ ที่ผึ้งนำมาจากภายนอกรัง ได้แก่ เกสร และโปรโปลิส
2. ผลิตภัณฑ์ ที่เกิดภายในตัวของผึ้ง เป็นผลทางด้านสรีรวิทยา ได้แก่ รอยัลเยลลี่ ไขผึ้ง และพิษของผึ้ง
3. ผลิตภัณฑ์ ที่ผึ้งนำมาจากภายนอกรัง แล้วเก็บรวบรวมภายในตัว ของผึ้ง จากนั้นจึงเก็บรวบรวมไว้ในรัง ได้แก่ น้ำผึ้ง
น้ำผึ้ง (Honey) เป็นน้ำหวานที่ได้จากดอกไม้ธรรมชาติ เป็นอาหาร ประเภทคาร์โบไฮเดรทที่ให้พลังงานสูง เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่ทารกจนถึงผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักฟื้น นักกีฬา ฯลฯ ทั้งนี้ เนื่องจากน้ำผึ้งประกอบด้วยน้ำตาลย่อยง่ายถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ดังตัวอย่าง

น้ำผึ้งจากดอกไม้ชนิดต่าง ๆ


ส่วนประกอบมาตรฐาน
ความชื้น 17.20 %
น้ำตาลเลวูโลส (Levulose) หรือ (D-Fructose) 38.19 %
น้ำตาลเดคโทส (Dextrose) หรือ (D-Glucose) 31.28 %
น้ำตาลซูโครส (Sucrose) หรือน้ำตาลธรรมดา 1.31 %
น้ำตาลมอลโทรส (Maltose) 7.31 %
น้ำตาลอย่างอื่น (Higher suger) 1.50 %
รวม 75.59 %
กรด (Acids) 0.57 %
โปรตีน (Protein) 0.26 %
แร่ธาตุ (Minerals) 0.17 %
ส่วนประกอบอื่น ๆ (Minor Component) 2.21 %
รวม 100 %

น้ำผึ้งนอกจากประกอบด้วยน้ำตาลย่อยง่ายเป็นส่วนใหญ่แล้ว ยังประกอบด้วยโปรตีน แร่ธาตุ กรด และส่วนประกอบอย่างอื่นที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย น้ำผึ้งสามารถใช้บริโภคโดยตรงและยังสามารถแปรรูปเป็นอาหารอย่างอื่น หรือใช้ผสมอาหารได้มากมายเพื่อให้มีกลิ่น สี และรสชาติน่ารับประทาน เช่น ขนมปัง เค้ก ลูกกวาด โดนัท ไอศครีม เครื่องดื่ม ใช้ดองผลไม้หรือผสมอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ฯลฯ
น้ำผึ้งตกผลึกรักษาโรคเกี่ยวกับหลอดลมอักเสบ ใช้น้ำผึ้งรักษาแผลเรื้อรัง นอกจากนั้นยังใช้ผสมยาแก้ไอ ยาระบายต่าง ๆ เภสัชตำหรับ น้ำผึ้งเป็นน้ำกระสายยา สำหรับเตรียมยาน้ำต่าง ๆ เช่น ยาน้ำแก้ไอ และยังมีเภสัชตำหรับหลายอันที่ยังใช้น้ำผึ้งอยู่ คุณสมบัติพิเศษของน้ำผึ้งคือ รวมได้กับตัวยาเกือบทุกชนิดและช่วยให้เด็กกินยาได้ง่าย เภสัชแผนโบราณ ยาเม็ด ยากวน ยาน้ำ ล้วนเข้าน้ำผึ้งทั้งนั้น โดยน้ำผึ้งไปช่วยการบำรุงและรักษา
นมผึ้งหรือรอยัลเยลลี่ (Royal Jelly) คืออาหารที่ผึ้งงานวัยอ่อน (อายุระหว่าง 5-15 วัน) ผลิตขึ้นจากขบวน การผลิตภายในตัวผึ้งงานจากต่อม Hypopharyngeal ภายในส่วนหัวของผึ้งงาน เพื่อเป็นอาหารสำหรับป้อนผึ้งนางพญา รอยัลเยลลี่ มีลักษณะเป็นของเหลวข้น สีขาวครีม

การผลิตรอยัลเยลลี่ (นมผึ้ง)

ส่วนประกอบของรอยัลเยลลี่
ในรอยัลเยลลี่ จะมีสารอาหารต่าง ๆ สมบูรณ์มากคือ มีคาร์โบไฮเดรท 10-20% โปรตีนประมาณ 14-15% ไขมันประมาณ 3-5% เถ้าประมาณ 1-2% น้ำประมาณ 67-70% และอุดมไปด้วยวิตามินหลายชนิด

นมผึ้งสดและนมผึ้งอัดเม็ด

คุณสมบัติของรอยัลเยลลี่ ที่มีคุณค่าแก่มนุษย์
จากการรายงานต่าง ๆ ของประเทศที่เจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ และนิยมบริโภคเป็นประจำสามารถพิสูจน์ได้ว่ารอยัลเยลลี่เป็นอาหารธรรมชาติที่มีคุณค่าทางโภชนาการทางแพทย์สูงมาก สามารถบริโภคได้เป็นจำนวนมากและตลอดไป โดยไม่มีปฏิกริยาแทรกซ้อนหรือทำให้ร่างกายผิดปกติแต่อย่างใด ตรงกันข้ามถ้าได้บริโภคเป็นประจำ โดยเฉพาะการบริโภคนานกว่าครึ่งปีขึ้นไปแล้ว จะได้ผลดีมากเป็นพิเศษ ทำให้การเจริญเติบโตเป็นไปด้วยดี ร่างกายมีพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ การบริโภคเป็นประจำติดต่อกันเป็นเวลานานเป็นวิธีการที่ถูกต้อง และให้ผลสมบูรณ์ที่สุด

เกสร (Pollen) คือ ละอองเกสรดอกไม้จำนวนเป็นพัน ๆ หรือหมื่น ๆ ชนิดที่ผึ้งนำมา ผสมกับน้ำหวานของดอกไม้และทำเป็นก้อนเล็ก ๆ ติดมากับขา แล้วนำไปเก็บไว้ในรังเพื่อเป็นอาหารโปรตีนเลี้ยงตัวอ่อน
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 12 เม.ย. 50 - 09:56:02 น. ]


ความเห็นที่ 254

เกสรผึ้งที่รวบรวมมาจากเกสรดอกไม้

ส่วนประกอบของเกสร
เกสรผึ้ง ประกอบด้วยโปรตีนส่วนใหญ่ และประกอบด้วยวิตามิน 16 ชนิด เกลือแร่ 16 ชนิด กรดอะมิโน 18 ชนิด เอนไซน์ 18 ชนิด และธาตุประกอบอาหารอื่น ๆ อีก 28 ชนิด อันเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโต สร้างภูมิต้านทานโรค และรักษาโรคให้กับมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผึ้งงานที่มีเหล็กไนเจริญเติบโตเต็มที่จะทำหน้าที่ป้องกันรัง

ประโยชน์คุณค่าอาหารของเกสรดอกไม้ กล่าวได้ว่าสารอาหารต่าง ๆ ในโลกนี้เกสรดอกไม้ให้คุณค่าทางด้านเสริมสร้าง และบำรุงร่างกายได้สูงสุดในขนาดน้ำหนักเท่ากัน สำหรับคนที่มีปัญหาทางด้านการเจริญทั้งร่างกาย จิตใจ และความเจริญทางเพศ การได้เกสรดอกไม้เป็นอาหารเสริมสามารถแก้ไขได้เป็นบางส่วน
สารโปรโปลิส (Propolis) เป็นสารชนิดหนึ่งที่ผึ้งงานอายุตั้งแต่ 22 วันขึ้นไป จะรวบรวมยางไม้ โดยเฉพาะยางที่เคลือบบริเวณตาใบ หรือยางที่ไหลออกมาจากส่วนต่าง ๆ ของต้นพืช เพื่อนำมายังบริเวณที่เป็นปัญหา ขณะที่สมาชิกตัวอื่น ๆ จะค่อย ๆ ย่อยยางไม้ให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ นำไปผสมกับไขผึ้ง หรือสารอื่น ๆ ก่อนนำไปอุดติดบริเวณที่เป็นรอยแตกของรัง หรือห่อหุ้มซากสัตว์ที่ตายภายในรัง หรือบริเวณที่ต้องการ สิ่งที่ผึ้งสร้างขึ้นมาจากยางไม้เพื่อนำไปอุดรอยรั่วของรังนี้ เรียกว่า "พรอพอลิส หรือ โปรโปลิส"
มนุษย์ได้ค้นพบคุณสมบัติของโปรโปลิส ในการใช้รักษาและป้องกันโรคมาร่วม 2,000 ปีแล้ว โดยใช้ในรูปของยาปฏิชีวนะที่สกัดมาจากสารชนิดหนึ่งในโปรโปลิส เรียกว่า โฟลวานอยด์ ซึ่งจะช่วยป้องกันการเผาผลาญอย่างรวดเร็วของไวตามินซี ผลคือทำให้ร่างกายมีความต้านทานโรคได้ดี นอกจากนี้ยังพบว่าโปรโปลิสที่เตรียมไว้ในสารละลายแอลกอฮอล์มีคุณสมบัติป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียหลายชนิด โดยปกติ สารโปรโปลิสจะเป็นวัสดุเหนียว สีน้ำตาลติดอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ภายในรังผึ้ง เช่น ช่องว่างระหว่างคอนผึ้งเหนือรอยแตก ผู้เลี้ยงผึ้งสามารถเก็บสารนี้ได้โดยใช้เหล็กงัดรังผึ้งขูดสารดังกล่าวออกแล้วปั้นเป็นก้อน ถ้าลองใส่ปากเคี้ยวจะพบว่ามีรสขมฝาดเล็กน้อย ชุ่มคอ ป้องกันโรคเหงือกบวมและแผลในปาก แก้ไอ เจ็บคอ และต่อมทอนซิลอักเสบได้
พิษผึ้ง (Bee Venom) คือสารประกอบโปรตีนที่ผึ้งปล่อยออกมาจากต่อมสร้างพิษ ผ่านออก ทางเหล็กไนของผึ้งงาน ผึ้งงานเมื่อเกิดขึ้นมาในระยะแรกนั้นยังสร้างพิษไม่ได้ แต่หลังจากอายุในช่วง 10-14 วัน ปริมาณพิษผึ้งมีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และจะทำหน้าที่ในการป้องกันรังจากศัตรู องค์ประกอบทางเคมีของพิษผึ้งที่คุณค่าทางการแพทย์ เช่น ฮีสตามิ (Histamine) เชอโรโตนิน (Serotonin) โดพามิน (Dopamine) ฯลฯ และนอกจากนี้ยังมีกรดอะมิโน และเอ็นไซม์ เป็นองค์ประกอบเล็กน้อย
ไขผึ้ง (Bee Wax) เป็นไขบริสุทธิ์ผลิตโดยต่อมไขผึ้ง 4 คู่ ซึ่งอยู่ที่ส่วนท้องของลำ ตัวผึ้งงานที่มีอายุ 2 สัปดาห์ โดยผึ้งสังเคราะห์จากน้ำตาลที่มีโมเลกุลเชิงเดี่ยวภายในระบบย่อยอาหาร ไขผึ้งโดยปกติจะมีสีขาวบริสุทธิ์ แต่เมื่อทำการหลอมไขผึ้งซึ่งนำมาจากรังผึ้ง อาจจะมีสีน้ำผึ้ง เกสร ปะปนอยู่ในไขผึ้ง จึงทำให้ไขผึ้งเปลี่ยนสีไปตามสภาพที่มีสิ่งนั้น ๆ มาเจือปนบางครั้งจึงต้องมีการฟอกไขผึ้งให้มีสภาพกลับไขเป็นสีขาวบริสุทธิ์ตามเดิม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด

ไขผึ้งที่หลอมมาจากรวงผึ้งพร้อมไปใช้งาน

ไขผึ้งส่วนใหญ่ใช้ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงผึ้ง โดยใช้ในการผลิตแผ่นรังเทียมของผึ้ง อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ในสูตรผสมของครีมต่าง ๆ โลชั่น น้ำมันแต่งผม ลิปสติกและรูธ อุตสาหกรรมเทียนไข โดยเฉพาะทางศาสนา นอกจากนี้ยังใช้ไขผึ้งในงานเภสัชกรรม งานทันตแพทย์ งานหล่อแบบต่าง ๆ ซึ่งใช้ไขผึ้งในกระบวนการผลิตการใช้เป็นส่วนประกอบของวัสดุในน้ำ ยาขัดมันพื้น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องหนัง และเลนส์กล้องส่องทางไกล เป็นต้น
ตัวอ่อนและดักแด้ผึ้ง (Larva and Pupa) ในโรมาเนียเอาตัวอ่อนหรือดักแด้ผึ้งตัวผู้มาผลิตเป็นยาช่วยบำรุง เรียกว่า Apidermim สำหรับในบ้านเราสามารถรับประทานสด หรือผสมไข่เพื่อปรุงเป็นอาหารช่วยบำรุงร่างกาย เหมาะสำหรับท่านสุภาพบุรุษที่ต้องการความแข็งแกร่ง
3. ประโยชน์ทางด้านอื่น
1. ช่วยให้เกิดอาชีพข้างเคียง การเลี้ยงผึ้งได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว แพร่ หลายไปทั้งประเทศ ทำให้เกิดอาชีพใหม่และจะเป็นอุตสาหกรรมในอนาคตก็คือ การผลิตอุปกรณ์ในการเลี้ยงผึ้ง เช่น รังผึ้ง แผ่นรังเทียม เครื่องสลัดน้ำหวาน เครื่องปาดน้ำหวาน ที่พ่นควันผึ้ง และเหล็กงัดรัง เป็นต้น
2. เป็นงานอดิเรกช่วยผ่อนคลายอารมณ์ การเลี้ยงผึ้งนอกจากจะยึดเป็น อาชีพแล้ว ยังสามารถเป็นงานอดิเรกที่ให้ความสุข ผ่อนคลายอารมณ์ สำหรับผู้มีเวลาว่างและผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี เพราะผึ้งเป็นแมลงสังคมที่น่าศึกษาความเป็นอยู่ของมัน ในต่างประเทศมีผู้นิยมเลี้ยงผึ้งเป็นงานอดิเรกเป็นจำนวนมาก
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 12 เม.ย. 50 - 09:59:35 น. ]


ความเห็นที่ 255
วันนี้ฉันได้ลางานครึ่งวันเพื่อสละเวลาไปร่วมงานพระราชทานพระเพลิงศพ พตท.ทรงยศ ชนะภัย ที่เมรุวัดผาสุกมณีจักร เมืองทองธานี ตอนเย็น 16.00 น. ฉันไปเป็นตัวแทนกลุ่มรวมมิตรทำได้เพื่อมีส่วนร่วมส่งกุศลในเทศกาลสงกรานต์ด้วยค่ะ
From : oiltirps [ 12 เม.ย. 50 - 11:30:16 น. ]

ความเห็นที่ 256

ขอบใจมากครับนองออย....พรุ่งนี้เจอกันนะ

ผมลืมสนิทเลย.....ไม่ได้ลิงค์กระทู้สรุปทริปครับ

สรุปทริปชวนปั่จักรยานครั้งที่30 ไปโพธาราม อ.ที่ 8 เม.ย. 2550
-> http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=143089

From : สมพิศ [ 12 เม.ย. 50 - 14:41:26 น. ]


ความเห็นที่ 257
กลับมาจากงานพระราชทานพระเพลิงศพ พตท.ทรงยศ ชนะภัย ปั่นเจ้ามดแดง2 ฝ่าฝนตกหายแล้วกลับถึงบ้านตอนเย็นหกโมงครึ่งไม่มืด ได้หนังสือที่ระลึกจากครอบครัว"ชนะภัย" เจ้าภาพขอขอบคุณฉันกับคุณพี่น้อยมาแค่สองคนเท่านั้นค่ะ

สาเหตุที่เกิดจากความสะเพร่าของคนเมาเหล้าขับรถปิกอัพความเร็วสูงไปชนข้างหลังสองพ่อลูกขี่จักรยานริมทางซ้ายมือได้ชนอย่างแรงจนตัวผู้ขี่จักรยานกระเด็นไปคนละทาง จักรยานราคาแพงก็พังไม่ชิ้นดี รองเท้าคลิปหลุดกระเด็นไป ก็สิ้นใจทันทีเพราะแรงกระแทกของรถปิกอัพทำให้สมองและกระดูกแตกหักแล้ว ส่วนภรรยาเจ็บอาการปลอดภัยเนื่องจากถูกเฉี่ยวชนไปล้มกลิ้งด้วย คนเมาโดนดำเนินคดีหนักยิ่งกว่าดาราเมาขับรถ

...ฉันได้ทำบุญกุศลแรงใจส่งดวงวิญญาณผู้พันทรงยศ และลูกชายได้สู่สุคติที่ดีไปแล้วเรียบร้อยแล้วค่ะ น้าพิศ
From : oiltrips [ 12 เม.ย. 50 - 20:46:52 น. ]


ความเห็นที่ 258
แหะๆ พรุ่งนี้ฉันกำลังวางแผนค้นหาซอยไหนในฝั่งบางกรวยนั่นดิ ไม่มีกับดักสาดน้ำชุดสวยของฉันเสียรูปแน่ กว่าจะไปถึงบ้านพี่ฑูรย์ค่ะ

เหตุที่แม่ไม่อยู่บ้าน ฉันต้องกิน-นอนอยู่บ้านคนเดียว ช่วยดูแลให้อาหารแมวสองตัวอยู่ค่ะ
From : oiltrips [ 12 เม.ย. 50 - 20:51:19 น. ]


ความเห็นที่ 259


??!!







From : สมพิศ [ 13 เม.ย. 50 - 08:12:33 น. ]

ความเห็นที่ 260

แวะเข้ามาดูแลบ้านให้ครับ ขออนุญาตทานของในตู้เย็นหน่อยนะครับ


From : Real [ 13 เม.ย. 50 - 15:14:24 น. ]


ความเห็นที่ 261
ความเห็นที่ 260

แวะเข้ามาดูแลบ้านให้ครับ ขออนุญาตทานของในตู้เย็นหน่อยนะครับ

From : Real [ 13 เม.ย. 50 - 15:14:24 น. ]

ฮิๆ พี่เรียว เมื่อกี้ฉันมาเปิดตู้เย็นเอาของกินของอร่อยได้กวาดลงท้องเรียบร้อยแล้ว... ขอขอบคุณเจ้าบ้านพี่ฑูรย์ บางสีทองค่ะ
From : oiltrips [ 13 เม.ย. 50 - 22:31:06 น. ]


ความเห็นที่ 262
แล้วอย่าบ่นว่า อ้วนเอา อ้วนเอา นะน้องออย
From : lotus [ 13 เม.ย. 50 - 23:17:31 น. ]

ความเห็นที่ 263

น้าสมหมายเปิดกระทู้ใหม่แล้วครับ

กลุ่มรวมมิตรคุยสัพเพเหระ (ภาค ๑๒)
-> http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=143909

From : สมพิศ [ 14 เม.ย. 50 - 10:23:57 น. ]



กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ