00001
ถีบเสือพับไปคลุกฝุ่นในเมืองเมียวดี ประเทศพม่า

ฉันกำลังถีบเจ้ามดแดง 2 ไปตามเนินลูกคลื่นระนาดบนถนนบ้านแม่กึ๊ดหลวง-แม่กาษา สู่บ่อน้ำร้อนแม่กาษาอยู่เชิงภูเขาข้างหน้าโน่น

รายงานจากโครงการจักรยานมิตรภาพไทย-พม่า ครั้งที่ 8 ประจำปี 2007

...เมื่อวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2550 เพิ่งจบทริปมหาสนุกเต็มไปด้วยนักจักรยานนับ 1,256 คน นับว่าทำลายสถิติมากกว่าเมื่อปี 2006 ที่แล้ว ฉันได้กลับมาสู่แม่สอดเป็นครั้งที่ 4 อีก ได้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติเมืองเมียวดีมาแล้ว ตั้งใจเล่าเรื่องสนุกให้เพื่อนได้มีสาระดีๆ ก่อนไปเมียวดีอีกครั้งแน่นอน เพื่อให้เพื่อนทุกคนที่พลาดโอกาสทริปของหอการค้าแม่สอดนั้น ฉันขอบอกว่า ไม่ต้องเสียดายหรอก ปีหน้า 2008 จะมีจัดครั้งที่ 9 ขึ้นอีกแน่นอนค่ะ

** เหตุผลที่ทำการบ้านช้าและนานมาก เนื่องจากค้นหาข้อมูลหนังสืออื่นๆ ทั้งแปลภาษาพม่าเกือบจะถูกมีผิดพลาดบ้าง ฉันทำการบ้านเพิ่มเติมทั้งแก้ไขตรวจบทดิบเสร็จแล้วค่ะ
By : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 17:14:56 น. ]


    ,     หน้าถัดไป>>
ความเห็นที่ 1

หน้างานพิธีเปิดรายงานโครงการจักรยานมิตรภาพไทย-พม่า

วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา 06.20 น.

...ฉันมาถึงสถานีบขส.แม่สอดตอนตีห้ากว่า จำทางเก่าไม่ได้ เพราะว่า ตรงนี้เป็นสถานีบขส.แห่งใหม่ อยู่ติดสนามบินแม่สอดนั่นเอง ต้องถีบคลำทางในที่มืดไปยังที่พักโรงแรมเฟิส์ท 3 กม. รีบจัดการกิจธุระเสร็จแล้วถีบจักรยานออกไปยังสนามกีฬาเทศบาลแม่สอดอยู่ใกล้ 200 ม.
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 17:22:36 น. ]


ความเห็นที่ 2

คุณปณิธิ ตั้งผาติ (กรรมการที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดตาก) เป็นผู้จัดโครงการจักรยานมิตรภาพฯ กำลังกล่าวรายงานให้ คุณอุดร ตันติสุนทร (สส.จ.ตาก) ฟังอยู่ด้วย ท่านผู้ว่าฯ ได้แปลงกายเป็นนักปั่นจักรยานถีบคันใหญ่ไปด้วย

...กิจกรรมดังกล่าวนี้ เป็นการส่งเสริมการออกกำลังกาย เพื่อทัศนศึกษาวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญในเมืองเมียวดี และกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-พม่า รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวชายแดนทั้ง 2 ประเทศ
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 17:28:08 น. ]


ความเห็นที่ 3

"ใครยังไม่ได้รับเสื้อและป้ายจักรยานให้รายงานด่วนค่ะ" สองพิธีกรเป็นจนท.หอการค้ากำลังเช็ดชื่อผู้เข้าร่วมทริปยังไม่มารายงานตัวใกล้เวลาปล่อยตัว
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 17:30:41 น. ]

ความเห็นที่ 4

ฉันได้พบคุณนายนับกับเพื่อนอีกคนมารับเสื้อที่ระลึกให้ 2 ชุด เลยได้แนะนำรู้จักกันเป็นมิตรอันดี ฉันมอบเอกสารคู่มือแผนที่ PointAsia ให้คุณนายนับใช้งานได้เลย ฉันต้องขอบคุณคุณนายนับเป็นอย่างยิ่งค่ะ
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 17:34:10 น. ]

ความเห็นที่ 5

สามพระเอกนางเอกดังที่โคจรมาเจอกันในวันนั้น นับเป็นเรื่องสนุก ฉันขอขอบคุณคุณตี๋เล็ก-เด็กรังสี (ยืนซ้าย) ที่มอบเหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินจากบ้านตาก

...ลุงเนตร บอกว่าเพิ่งกลับมาจากอุ้มผางมาแล้วเมื่อวานนี้เอง เลยไปเล่นทริปใหญ่ดูหน่อย
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 17:38:03 น. ]


ความเห็นที่ 6

ทีมเสือแม่สอด เจ้าถิ่นออกมาต้อนรับลุงเนตร และเพื่อนทุกท่านที่เข้าแม่สอดได้

ฉันเพิ่งรู้ว่ามีกลุ่มเสือแม่สอดในแม่สอดเกิดขึ้นใหม่ ต่างกับเมื่อสิบปีก่อนยังไม่รู้ว่ามีชมรมจักรยานแม่สอดกลุ่มเดิมอยู่ที่นั่นค่ะ
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 17:40:58 น. ]


ความเห็นที่ 7

ที่นี่มีรถพยาบาลคันสวยงามสีสดใสจาก โรงพยาบาลพะวอ จำนวน 5 คัน ให้บริการอำนวยความสะดวกแก่นักจักรยานคนไหนมีอุบัติเหตุ แพทย์พยาบาลช่วยทำแผลให้มีหลายคน

ทริปครั้งนี้มีอุบัติเหตุมีนักถีบจักรยานล้มได้แผลถลอกกันหลายคนค่ะ
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 17:46:13 น. ]


ความเห็นที่ 8

นักข่าวท้องถิ่นแม่สอด กำลังสัมภาษณ์ลุงเนตรด้วยความทึ่งไม่น้อย ลุงเนตรดังไกลข้ามฝั่งพม่าได้
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 17:47:56 น. ]

ความเห็นที่ 9

ตั้งตารอเวลาถีบจักรยานออก ฉันเดินตรวจขบวนแถวแต่ละกลุ่มธงพร้อมหมวกสัญญลักษณ์ 5 สี มี แดง ชมพู ฟ้า เหลือง และส้ม ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนท้องถิ่นเยอะแยะกว่าผู้ใหญ่
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 17:50:43 น. ]

ความเห็นที่ 10

เมื่อลูกโป่งผูกป้ายผ้าแพรลอยออกจากลานพิธีหน้าประธานงานไปแล้ว ท่านประธานพิธีเปิดงานปล่อยสัญญาณได้เวลาถีบจักรยานออกจากสนามกีฬาเทศบาลแม่สอดราวแปดโมงกว่าๆ เลี้ยวเข้าถนนอินทรคีรีไปตามถนนสายเอเชีย
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 17:54:43 น. ]

ความเห็นที่ 11

รถตำรวจแม่สอดนำพาขบวนจักรยานกลุ่มสีแดงแรกมุ่งไปหน้าที่ด่านพรมแดนแม่สอดอีก 6 กม. ฉันถีบเจ้ามดแดง 2 ไล่เก็บภาพตกมาได้ก็เหนื่อยค่ะ
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 17:56:55 น. ]

ความเห็นที่ 12

ดูสิ ต่างคนมีอารมณ์ดี คนถือธงเหลืองเป็นหัวหน้ากลุ่ม ก็ใช่เป็นกลุ่มสีแดง ขบวนแรกนำหน้าออกความเร็วคงที่ 20 กม./ชม.
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 17:59:23 น. ]

ความเห็นที่ 13

แอ่กๆ กว่าจะมาถึงหน้าด่านพรมแดนแม่สอด รอเวลาเช็ดจำนวนผู้ขี่จักรยานก่อน ต่างคนใจจ่อ
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 18:01:48 น. ]

ความเห็นที่ 14

รอพวกเพื่อนมาก่อน และกลุ่มสุดท้าย เข้าเรียงแถวรอถีบจักรยานขึ้นข้ามสะพานมิตรภาพฝั่งพม่า
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 18:03:49 น. ]

ความเห็นที่ 15

เมื่อข้ามสะพานไปแค่กึ่งกลางบนสะพานฝั่งไทย มีการพิตองถือป้ายโชว์นักข่าวช่างภาพทำข่าวกัน
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 18:06:12 น. ]

ความเห็นที่ 16

โฮ้โห้...เห็นนักปั่นจักรยานนับพันกว่าคนตั้งหางว่าวไกลถึง 1 กม.แล้ว นับเป็นสถิติมากกว่าเมื่อปีกลาย โครงการครั้งนี้รัยสมัครเพียง 1,200 คน แต่ผู้เข้าร่วมได้ล้นเกินเป้าหมายจำนวนที่คิดไว้แล้ว อย่างคึกคักท่ามกลางความสนใจของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ

ฉันได้ให้เพื่อนช่วยโทรเช็ดที่หอการค้าแม่สอดเพื่อขอข้อมูลสถิติผู้เข้าร่วมมีกี่คน เลยได้ข้อมูลมาแล้ว มีดังนี้

1. จำนวนนักจักรยานฝั่งไทย...............956 คน
2. จำนวนนักจักรยานฝั่งพม่า...............300 คน
3. รวมทั้งหมดนับได้ประมาณ ..........1,256 คน
4. มีนักจักรยานที่มีอายุน้อยที่สุด........... 5 ขวบ
5. มีนักจักรยานที่มีอายุมากที่สุด........... 82 ปี

แต่ฉันมองจำนวนมากมายคิดว่ามีประมาณ 1,500 คน รวมทั้งทีมงานฝั่งไทยและฝั่งพม่าจัดด้วย
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 18:16:29 น. ]


ความเห็นที่ 17

นับระยะถีบจักรยานออกจากสนามกีฬาเทศบาลแม่สอดไปด่านพรมแดนแม่สอด 6 กม.

สะพานมิตรภาพไทย-พม่า แห่งแรกของประเทศไทย

...การก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-พม่าเกิดขึ้นเมื่อ 17 ตุลาคม 2537 แผนโครงการริเริ่มของคุณอุดร ตันติสุนทร (สส.จ.ตาก) ได้วางศิลาฤกษ์ปักเสาลง 20 ตุลาคม 2537 และสร้างสะพานมิตรภาพเสร็จไปแล้วเมื่อ 14 พฤษภาคม 2540 ระยะเวลาก่อสร้าง 2 ปี 7 เดือน จนกระทั่งเสร็จเปิดไม่ทันก็ปิดปุ๊บลง เนื่องจาก 2 ฝั่งชายแดน ตกลงกันไม่ได้ในเรื่องอธิปไตยเหนือบนสะพานนั่งเอง รอเวลาได้ทำพิธีเปิดสะพานได้ใช้งานแล้วครั้งแรกเมื่อ 15 สิงหาคม 2540 ทำให้การเดินทางและทำการค้าขายไปมาหาสู่ที่สะดวกมากขึ้น
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 18:23:41 น. ]


ความเห็นที่ 18

หลังจากจบพิธีเสร็จถีบจักรยานต่อข้ามไปฝั่งเมียวดี ไปสมทบนักจักรยานเจ้าถิ่น (ใส่หมวกสัญญลักษณ์สีเขียว) ราว 300 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนนักศึกษาพม่าทั้งล้วนๆ

นางติน ติน เมี๊ยะ รองประธานหอการค้าจังหวัดเมียวดี ออกมาต้อนรับคณะจักรยานไทยด้วย
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 18:29:34 น. ]


ความเห็นที่ 19

พอได้เสร็จพิธีปล่อยตัวจากด่านพรมแดนเมียวดีไปตามถนนปะยินน่องลามาจี (ถนนสายเอเชีย) เลี้ยวซ้ายเข้าถนนปะจิ่นน่องลาน ไม่ถึง 500 เมตร

จังหวัดเมียวดี (Myawaddy) .........ชายแดนรัฐกะเหรี่ยง ( Kayin State)

...เป็นจังหวัดเล็กๆ ที่อยู่ติดชายแดนทางภาคเหนือตอนล่างด้านฝั่งตรงข้ามอำเภอแม่สอด จ.ตาก เพียง 1 กม. นับเป็นเมืองที่มีการค้าขายเยอะแยะ
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 18:36:14 น. ]


ความเห็นที่ 20

ถีบจักรยานชมบ้านเรือนชาวบ้านเมียวดีในถนนปะจิ่นน่องลาน ฉันมองเห็นทางเท้ามุมขวามือพบว่า ทางชำรุดไม่มีฝาปิดหลุมกับดักแน่...จำได้ว่าปีที่แล้วยังไม่ได้ซ่อมถนนเลยค่ะ
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 18:38:32 น. ]

ความเห็นที่ 21

พอสุดถนนนั้นแล้วเลี้ยวขวาไปทางถนนเตต่านอ่องลาน ข้างหน้ามีเนินไม่สูงให้จูงเล่นด้วย มองเห็นวัดจุดแรกที่เห็นจะเป็น วัดก้อนหินใหญ่
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 18:43:29 น. ]

ความเห็นที่ 22

เฮ่ยๆ ลุงเนตรโผล่หน้าเลนส์ฉันตกใจ

...นี่..คือหน้าซุ้มแรกบน เจดีย์เตต่านอ่องจอง หรือคนไทยเรียกว่า "วัดติ๊ดก่อง" แปลว่า วัดก้อนหินใหญ่ เพราะอยู่บนเนินลานกว้างใหญ่เหมือนก้อนหินใหญ่ ผู้นำกลุ่มได้บอกว่า ให้พัก 1 ชม.
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 18:47:17 น. ]


ความเห็นที่ 23

ทัศนียภาพบนเจดีย์เตต่านอ่องจองดูสวยงามแสงสีทองระยิบตาฉันยกกล้องถ่ายให้มีมุมกว้าง

** คำว่า "จอง" หมายถึง วัด ค่ะ
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 18:49:47 น. ]


ความเห็นที่ 24

ฉันนั่งคุกเข่ายกพนมมือไหว้ขอพรอย่างสงบหน้าเจดีย์เตต่านอ่องจอง
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 18:51:07 น. ]

ความเห็นที่ 25

การรดน้ำไหว้สะเดาะเคราะห์ชีวิตของผู้คนประจำปีเกิดตามราศีรูปสัตว์
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 18:53:07 น. ]

ความเห็นที่ 26

วัดอะไรยังไม่ได้สอบถามชาวบ้านและผู้นำทริปเลย เห็นมองไกลพบว่า มีเจดีย์เล็กเรียงแถวนับร้อยองค์ ไม่ได้เข้าไปดู เนื่องจากไม่ได้อยู่ในโปรแกรมทริป 4 วัดนั้น

ฉันเล็งเอาไว้คราวหน้าจะไปเที่ยวเมียวดีอีกทีค่ะ
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 18:55:36 น. ]


ความเห็นที่ 27

ป้ายหินอ่อนจารึกบ่งบอกประวัติสร้างเจดีย์เตต่านอ่องจอง ปักหน้าปากทางเจดีย์เมื่อปี 2544

ฉันพยายามศึกษาแกะพิสูจน์ตัวอักษรออกมีบางคำ จะได้รู้ว่า เจดีย์องค์นี้มีอายุ 136 ปี สร้างในประมาณปีพ.ศ. 2031 แหะๆ ยังไม่ออกว่าใครเป็นผู้สร้างค่ะ
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 18:58:51 น. ]


ความเห็นที่ 28

สามเณรห่มจีวรแดงชาด 3 รูป เดินบิณฑบาตตอนสายๆ ใกล้เที่ยง หันมองขบวนจักรยานกำลังผ่านมาทางนี้ ด้วยความสนใจจนลืมเวลาฉันเพลไปแล้ว
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 19:01:07 น. ]

ความเห็นที่ 29

เฮ๊ย...หยิบรูปผิดเอาเข้าปะบนคห.ที่ 28 ฉันขอแก้ไขหยิบรูปสามเณรพม่าอย่างที่เรียกว่า "โก่ หยิ่น" ค่ะ
From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 19:04:31 น. ]

ความเห็นที่ 30

น่าสังเกตจักรยานในเมียวดีนั่นเป็นจักรยานบ้านเก่ามือสองที่มีราคาถูกกว่า และเป็นจักรยานสัญญาชาติญี่ปุ่น เข้ามาขายดีในพม่านั้น คนพม่าบอกว่าจักรยานไทยแพงกว่า

พม่าเมินจักรยานไทย-ขายแพงกว่าญี่ปุ่น

...จักรยานที่ผลิตจากประเทศไทยที่เคยครองตำแหน่งเป็นเจ้าตลาดในพม่ามานานหลายปี ได้สูญเสียตลาดให้กับจักรยานจากประเทศคู่แข่งอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจักรยานที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่นที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง เนื่องจากมีคุณภาพดีมาก แต่ราคาจำหน่ายต่ำกว่าสินค้าที่ผลิตจากประเทศไทย

...จักรยานจากไทยได้สูญเสียตลาดไปในช่วงที่จักรยานกำลังเป็นพาหนะยอดนิยมในกรุงย่างกุ้งในยุคที่น้ำมันเชื้อเพลิงราคาแพงลิ่ว และ ผู้คนได้หันไปใช้บริการขนส่งมวลชนของรัฐที่ให้บริการได้ไม่เพียงพอ ทำให้รถเมล์และรถโดยสารประจำทางสายต่างๆ แน่นขนัดทุกเที่ยว

..."ประชาชนหันไปใช้จักรยานแทนรถเมล์ในการเดินทางไปไหนมาไหน นั่งรถเมล์ไม่สะดวกอย่างยิ่งเพราะผู้โดยสารแน่นขนัด และผู้คนเริ่มรู้แล้วว่าปั่นจักรยานดีกว่า" นิตยสารข่าวรายสัปดาห์เมียนมาร์ไทมส์อ้างคำกล่าวของนางซันดา วิน (Sandar Win) ผู้จัดการร้านจักรยานและอะไหล่ Ko Thar Aung and Brothers ในกรุงย่างกุ้ง

...นายวินกล่าวด้วยว่า ความต้องการจักรยานในปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้น 20-30% หากเทียบกับปีที่แล้ว ทำให้ที่ร้านนี้มียอดจำหน่ายเฉลี่ยเดือนละ 300 คัน นับแต่ต้นปีเป็นต้นมาซึ่งจักรยานที่ได้รับความนิยมในตลาดพม่าจะเป็นของที่ผลิตจากไทย จีน และญี่ปุ่น

...สถานการณ์ด้านตลาดเปลี่ยนไปจากเมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งจักรยานจากประเทศไทยเคยครองตลาดในพม่า แต่ในปัจจุบันจักรยานที่ผลิตจากญี่ปุ่นกลับขายดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อบริดจ์สโตน มิยาตะ หรือมารุชิ ผู้คนชื่นชอบทั้งความนุ่มนวล และความสะดวกสบายในยามขับขี่และยังมีความคงทนดีเยี่ยมอีกด้วย

...นายวินกล่าวอีกว่าจักรยานที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่นในพม่ามีสูงมาก เนื่องจากราคาขายจะอยู่ระหว่าง 50,000-100,000 จั๊ต (ราว 1,500-3,000 บาท) ขณะที่จักรยานจากประเทศไทยจะมีราคาคันละ 160,000 จั๊ต (ราว 5,000 บาท)

...เจ้าหน้าที่ของบริษัทผู้จัดจำหน่ายจักรยานในย่าน อ.อิงเส่ง (Insein) ของกรุงย่างกุ้งแห่งหนึ่งยืนยันตรงวันว่า ตลาดจักรยานในปี 2549 นี้คึกคักกว่าในปีก่อนๆ อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่เดือน เม.ย.เป็นต้นมา ที่มีการขึ้นราคาตั๋วโดยสารรถเมล์ อันเป็นเหตุจากการที่รัฐบาลปรับเงินเดือนข้ารัฐการ ทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ทะยานขึ้นถึง 20%

...นอกจากปั่นจักรยานไปทำงานแล้ว ชาวพม่ายังนิยมใช้พาหนะชนิดนี้ในการไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย เมียนมาร์ไทมส์กล่าว.

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 6 กรกฎาคม 2549 21:43 น.

From : oiltirps [ 6 มี.ค. 50 - 19:09:47 น. ]



กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ