00001
ทริป ลาวใต้ - เวียตนามใต้ - เวียตนามตอนกลาง


...วันจันทร์ที่ 5 มีค. นี้ กลุ่มไม้ค้ำตะวันจะมีทริปปั่น เข้า ลาวใต้ มุ่งสู่ เวียตนามใต้ และจบทริปที่เวียตนามตอนกลาง

...ทั้งนี้ในวันจันทร์ที่ 5 มีค. เวลาประมาณ 20.40 น จะนั่งรถไฟจาก กรุงเทพฯ มุ่งสู่ จ.อุบล เพื่อสมทบกับสมาชิกบางท่าน และเข้าสู่ประเทศลาวที่ด่านของเม็กซ์ ซึ่งคาดว่าระยะเวลาของทริปนี้ ประมาณ 20 วัน

สืบเนื่องมาจาก .....
>>> คุยประสา “ไม้ค้ำตะวัน” ( ๑ ) <<<
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=87796
>>> คุยประสา “ไม้ค้ำตะวัน” ( ๒ ) <<<
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=90886
>>> คุยประสา ”ไม้ค้ำตะวัน” ( ๓ ) <<<
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=98925
>>> คุยประสา ”ไม้ค้ำตะวัน” ( ๔ ) <<<
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=102605
>>> คุยประสา ”ไม้ค้ำตะวัน” ( ๕ ) <<<
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=112816
>>> คุยประสา ”ไม้ค้ำตะวัน” ( ๖ ) <<<
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=115898
>>> คุยประสา ”ไม้ค้ำตะวัน” ( ๗ ) <<<
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=122909
>>> คุยประสา "ไม้ค้ำตะวัน" (๘) <<<
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=128484

By : กลุ่มไม้ค้ำตะวัน [ 2 มี.ค. 50 - 21:15:38 น. ]


    ,     หน้าถัดไป>>
ความเห็นที่ 1
ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ
From : เสือเดชอุดม [ 3 มี.ค. 50 - 10:18:05 น. ]

ความเห็นที่ 2

...วันจันทร์ที่ 5 มีค. นี้ กลุ่มไม้ค้ำตะวันจะมีทริปปั่น เข้า ลาวใต้ มุ่งสู่ เวียตนามใต้ และจบทริปที่เวียตนามตอนกลาง

จบทริปที่เวียตนามตอนกลาง ..... หลังจากนั้นจะนั่งเครื่องกลับ หรือว่าจะปั่นกลับครับ ... ถ้าปั่นกลับจะกลับทางไหน และตอนนี้มีสมาชิกที่จะร่วมเดินทางกี่คนแล้วครับ ........

From : สมพล ... [ 3 มี.ค. 50 - 12:41:43 น. ]


ความเห็นที่ 3

...สวัสดีครับลุงสมพล และสมาชิกกลุ่มไม้ค้ำตะวันทุกท่าน

...วันนี้ได้ปรึกษากับพี่จารึก สำหรับโปรแกรมการปั่น ซึ่งคาดว่าจะปั่นเข้าลาวทางด่านช่องเม็กซ์ปั่นเข้าปากเซ ต่อไปที่ปากซอง เข้าเวียตนาม ออกจากเวียตนามที่ด่านราบาว เข้าลาว และออกจากลาวที่ด่านสุวรรณเขต เข้าไทยที่ด่านมุกดาหาร เมื่อเข้าไทยแล้วคงแยกย้ายกันเพื่อกลับบ้าน ซึ่งคาดว่าคงจะนั่งรถทัวร์กลับ

...สำหรับผู้ที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้ ที่ยืนยันแล้ว มี 1. ลุงชอบ 2. ลุงตุ๋ย 3. ลุงเดช 4. อ.นิยม 5. พี่ไพศาล 6. พี่จารึก 7. คุณตู๋ 8. ผม (พัลลภ) ครับ


From : พัลลภ ไม้ค้ำตะวัน [ 3 มี.ค. 50 - 20:15:28 น. ]


ความเห็นที่ 4
ขอให้เดินทางสนุก ปลอดภัย ตลอดเส้นทางนะครับ ติดตามข้อมูล และภาพสวยๆอยู่
From : ตี๋ พัฒนาการ [ 4 มี.ค. 50 - 12:05:20 น. ]

ความเห็นที่ 5


... คงเป็นเส้นทางนี้ใช่ไหมครับ คุณ พัลลภ ไม้ค้ำตะวัน .. คัดมาจาก .............
http://www.thaicycling.com/messageboard.asp?ID=481&mysection=show&category=&pagemain=1&maxreply=30&page=2&showtopic=yes

ความคิดเห็นที่ 37

เส้นทางนี้จะเป็นวงกลม จากปากเซจะไปที่เมืองปากซอง-ท่าแตง-เซกอง-อัตตปือ-ชายแดน(ลาว-เวียตนาม)-เมืองกอนตุม(เวียตนาม)แล้วขึ้นเหนือตามเส้นทางโฮจิมินต์(ทางหมายเลข 14)ไปที่ Kham duc น่าจะออกเสียงว่า ก่ามดึ๊ก แล้วเลี้ยวขวาเข้าโฮยอัน-ดานัง-เว้-ดองฮา-เคแชง-ลาวบาว(ชายแดนเวียตนาม-ลาว)-แล้วปั่นยาวประมาณ 250 กม ถึงสะหวันนะเขด-มุกดาหาร ใช้เวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ (ถ้าปั่นตลอด) ผมคงติดสอยห้อยตามไปด้วยไม่ได้เพราะช่วงนี้วีซ่าไม่ผ่านครับ 555 สำหรับรายการปั่นเฉลิมพระเกียรติ์ 80 วัน ผมยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ตั้งใจและได้คุยกับพรรคพวกที่ไกล้ชิดกันแล้วว่าเราจะแพคกระเป๋าแล้วเริ่มปั่นจากอุบล-ศรีสะเกษ-สุรินทร์-บุรีรัมย์-โคราช-สระบุรี-กทม. โดยให้ทันพิธีถวายพระพรที่สนามหลวงในวันที่ 4 หรือ 5 ธันวาคม ทั้งนี้คงจะมีรายละเอียดตามมาเร็วๆนี้ครับผม (หมายเหตุ...มีรถบัสโดยสารระหว่างประเทศเดินระหว่างเว้-สะหวันนะเขดจอดที่ตลาดดองบาเมืองเว้ วันและเวลาผมไม่มีข้อมูลครับ แฮ่)

โดย..เรืองศิลป์ [วันที่: 2/3/2007 - เวลา:20:31:17 น. ....IP: 222.123.94.219 ....: #7848]


From : สมพล ... [ 5 มี.ค. 50 - 11:15:34 น. ]


ความเห็นที่ 6
ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ
ถ่ายภาพสวยๆ มาฝาก www.thaimtb.com ด้วยนะครับ
From : ไม้ใกล้ฝั่ง [ 5 มี.ค. 50 - 18:42:43 น. ]

ความเห็นที่ 7
ขอให้สนุกกับการปั่นน่ะกลุ่มกล้วยไม้ 5555
From : อาจารย์โก [ 6 มี.ค. 50 - 12:24:55 น. ]

ความเห็นที่ 8

... มีข่าวจากกลุ่มไม้ค้ำตะวัน ที่กระทู้นี้ครับ .....

http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=136801



From : สมพล ... [ 7 มี.ค. 50 - 22:49:55 น. ]


ความเห็นที่ 9

...ก่อนทุ่มครึ่ง ลองเสี่ยงสุ่มไปหาคุณลุงชอบ โดยคิดว่าเครื่องน่าจะอยู่ที่บ้าน เผื่อว่าจะได้ข่าวคุณลุงชอบบ้าง ... บังเอิญผู้รับกลายเป็นคุณลุงชอบ บอกว่าเพิ่งกลับมาถึงบ้านเมื่อวาน 3 คน มี คุณลุงชอบ คุณตาเดช และคุณไพศาล ... เหตุเกิดจากการพลัดหลงกันในเวียดนาม ส่วนที่เหลืออีก 6 คน คงตามหากันวุ่นไปแล้วหละมั้ง ... ... อยากทราบรายละเอียดจากคุณลุงชอบ หรือคุณตาเดชก็ได้ครับ .....

From : สมพล ... [ 20 มี.ค. 50 - 19:33:27 น. ]

ความเห็นที่ 10
การเดินหางครั้งนี้มีทั้งหมด 9 คน คือ ลุงชอบ ลุงตุ๋ย ลุงเดช ลุงวิเชียร นิยม ไพศาล จารึก พัลลภและตู๋ เริ่มต้นจากอุบลราชธานีไปช่องเม็กเข้าปากเซ พักปากเซ 1 คืน ต่อไปปากซอง พัก 1 คืน เช้าเดินทางต่อไปอัดตะเปือ พัก 1 คืนถึง ด่านประเทศลาว นอนบนยอดเขาหน้าท่พักคนงานด่าน อากาศหนาว น้ำก็ไม่ได้อาบทั้งชุด เช้าเข้าป่าปลดทุกข์ แล้วไปท่ด่านเวียดนาม ทำเรื่องเข้าเวียดนาม พรุ่งนี้จะคุยครับ
From : เดช ไม้ค้ำตะวัน [ 21 มี.ค. 50 - 17:58:02 น. ]

ความเห็นที่ 11
รอดูอยู่นะครับ เผิ่อมีวาสนาตามรอยบ้างครับ
From : อ.ดำ [ 23 มี.ค. 50 - 16:37:22 น. ]

ความเห็นที่ 12
อิจฉาพี่เดช อิจฉาวิธีการเขียน..เขียนได้กระชับกระทัดรัด ผมหน่ะชอบวิธีการเขียนแบบพี่เดช แต่เขียนไม่ได้ ลงได้เขียนทั้งที่ตั้งใจจะให้สั้นกระชับ ก็กลายเป็นนิยาย ๑๐๐ ตอนจบไปทุกที แถมส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยจบ แบบเลิกไปเสียดื้อๆ..

พี่เดชเขียนมาอีกนะครับ

ส่วนผมตอนนี้ อยากตั้งข้อสังเกตว่าทุกครั้งที่กลุ่มไม้ค้ำตะวันจัดทริปปั่นเที่ยว ไม่ว่าจะทริปเส้นทางในประเทศหรือต่างประเทศ เป็นได้มีเรื่องผลัดหลงกันเสียเกือบทุกทริป

ระหว่างผลัดหลงต่างก็โทษกันนะครับ ว่าคนเร็วทำไม่ไม่รอ คนช้า..ทำไมถึงช้านัก คือมันมีทั้งคนปั่นช้า ปั่นเร็ว คนใจคอจะปั่นอย่างเดียว กับคนใจคอจะปั่นเที่ยวด้อกแด้ก ผสมปนกันอยู่ รวมทั้งอายุอานามเกินครึ่งทางกันทั้งนั้น จะแก้จะไขให้ไปในทางเดียวกัน คงยาก..

อีกทั้งด้วยความสนิทกันมาก จนเกิดความเกรงใจในความต่างของแต่ละคน จึงไม่ค่อยอยากจะต้องบอกว่าคนเร็ว ปั่นอย่างเดียวก็ควรต้องรอ หรือคนช้าปั่นเที่ยวด้อกแด้กก็ควรจะต้องปรับปรุง

คือไปเที่ยวกันทั้งที ก็อยากให้ทุกคนได้สนุกอย่างที่ตนชอบ ไม่ต้องมีกรอบ

แต่ก็เกิดปัญหากันทุกครั้ง คือผลัดหลงกันครับ ฮา..

มานั่งพิจารณาดูข้อดี ข้อเสียของการผลัดหลง

ข้อดีก็มีแน่ เช่นที่ผมโทรฯคุยกับอาจารย์ชอบ ท่านบอก โฮ้ย..ตอนผลัดหลงกับกลุ่ม ปั่นอยู่คนเดียวนี่มันดีแท้ อิสระดี ไม่ต้องพะวงรอใครว่าจะอยู่หน้าอยู่หลัง แทนที่ท่านจะต่อว่าผม ท่านกลับบอกให้สบายใจขึ้นอีกว่า หัดผลัดหลงก็ดีแล้ว จะได้เที่ยวคนเที่ยวได้

แถมท่านยังเน้นว่า ความรู้สึกในการปั่นคนเดียวนี่ มันอิสระดีจริงๆ ท่านถึงเข้าใจและนึกรู้ขึ้นมาได้ว่าทำไมโดยส่วนตัวผมถึงชอบปั่นเที่ยวอยู่คนเดียว

คือมันคล่องตัวครับ จะหยุดจะแวะตรงไหน ก็ทำได้ทันที

กับพี่เดช..ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะตอนรวมกลุ่มเล็ก ๓ คน ปั่นกลับไทยช่วงเส้นทางลาวบาว-สวันเขต ยังอุตส่าห์เหาะหนีพรรคพวกเสียดื้อๆ ร้ายจริงๆพี่เดชของผม ฮา..

แต่ข้อเสียของการผลัดหลงก็มี โดยเฉพาะความเป็นห่วงกันและกัน ว่าคนผลัดหลงจะไปอย่างไร จะคลำเส้นทางเจอหรือไม่ จะพักกันตรงไหน

เพราะผมเองในส่วนที่รับอาสาทำเส้นทาง ก็มีข้อด้อยที่ไม่ค่อยจะได้ทำสำเนาเเส้นทางเดินทาง ไปแจกจ่ายผู้ร่วมปั่น ทั้งยังไม่ชอบหรือไม่เคยกำหนดจุดพักจุดนอน แบบทำแผนเที่ยวแบบสมบูรณ์กันเลยซักทริป

เพราะมันยากนะครับที่จะทำให้ได้ขนาดนั้น ดูมันจะเหนื่อยสำหรับคนทำ และเป็นหลักเป็นเกณฑ์จนเกินไป สู้คว้าแผนที่ดีๆติดมือไปซักแผ่นนึง บวกกะหนังสือนำเที่ยวที่พอเชื่อถือได้ซักเล่ม ก็ปั่นไปเปิดแผนที่ไป อ่านหนังสือไปวันต่อวันเหมือนกันครับ

หลายคนในกลุ่มที่บ่นออกเสียงดังๆว่า ทำไม..ทำไม..จารึก.. มันถึงไม่ยอมทำรายละเอียดก่อนเที่ยวแล้วเอาไปแจกพรรคพวก พอให้รู้กันว่าจะไปที่ไหน พักตรงไหน

ก็โปรดอภัยเถอะครับ มันเป็นเรื่องที่ไม่สนุกเลย สำหรับผม

โชคดีที่อาจารย์ชอบ ฟังคำเตือนของอาจารย์สมพล ว่ายังไง..ยังไง..แอบหาแผนที่เก็บเอาไว้ซักแผ่น เผื่อโดนจารึกมันทิ้งกลางทาง จะได้กลับบ้านถูก

เกือบไปแล้วไหมล่ะ..อาจารย์ชอบ ฮา..

แต่ในความไม่พร้อมของการทำแผนการเที่ยว ผมมักจะแนะนำต่อคำถามที่ว่าต้องเตรียมเครื่องนอน เครื่องกินไปหรือไม่

ผมมักจะตอบว่า โดยส่วนตัวผม หากขึ้นชื่อว่าปั่นทัวริ่งแล้ว จะต้องเตรียมเครื่องนอน และเครื่องหุงหาอาหารการกินแบบพอกันอดตายได้ ให้พร้อมอยู่ในเป้รถ

โชคดีที่ทริปนี้สมาชิกเตรียมเครื่องนอนพร้อม พอที่จะรับสถานะการณ์ที่ด่านชายแดนลาว-เวียดนาม ซึ่งเป็นด่านเปิดใหม่ ยังไม่มีบริการที่พัก

เราทุกคนมีเครื่องนอน จึงไปอาศัยนอนที่ลานซีเมนต์ใต้หลังคาหน้าบ้านของเจ้าหน้าที่ ตม.ลาวกันแบบสบายพอควร ทั้งสนุกด้วย ทุกคนว่าอย่างนั้นนะครับ ไม่ใช่ผมพูดเอง เออเอง

ก็อยากใช้โอกาสนี้ว่า อย่าไปกังวลเรื่องการผลัดหลงเลยครับ เพียงแต่ว่า อย่าโทษกัน หากหาทางแก้ได้ก็ดี หากแก้ไม่ได้ ก็คงต้องเป็นแบบนี้ละครับ เที่ยวไปหลงไป

อย่างไรก็ตาม ขอความเห็นท่านอื่นด้วยครับ เช่นจะแก้เรื่องผลัดหลงยังไง ผลัดหลงแล้วจะจะกำหนดวิธีหาพรรคพวกยังไง เพราะที่ผ่านมาเมื่อเกิดเหตพลัดหลง กลุ่มแรงก็ยังแรงอยู่ กลุ่มด้อกแด้กก็ยังด้อกแด้ก แบบว่า..ยังไม่มีใครยอมใครครับ

แล้วมันจะเจอกันได้ยังไง ฮา..

ปล. ไว้โอกาสหลังจะเขียนเล่าเรื่องการปั่นทริปนี้ แบบร้อยกรองล้วนๆครับ รอพี่เดช คุณตู๋และคุณพัลลภลงรูปและเรื่องให้จบก่อนนะครับ


From : จารึก ไม้ค้ำตะวัน [ 24 มี.ค. 50 - 11:07:31 น. ]


ความเห็นที่ 13
ลุงจารึก...หนูรอคำตอบอยู่ตั้งแต่นานแล้ว อยากถามว่าลุงจารึกเห็นรถบัสลาววิ่งเข้าชายแดนที่เปิดใหม่ๆ ได้หรือไม่ว่าเป็นรถบัสคันใหญ่หรือคันเล็กสีอะไรเขียนป้ายหน้ารถว่าอะไรค่ะ (ภาษาลาวหนูอ่านออกได้)

หนูว่าลุงจารึกตกข่าวไม่ได้อ่านเรื่องของหนูเขียนเล่าเรื่องเมืองเมียวดีที่น่าปั่นจักรยานสมบุกสมบันสนุกดีให้กลับไปอ่านในกระทู้คุยตามประสาไม้ค้ำตะวันค่ะ
From : oiltirps [ 24 มี.ค. 50 - 12:06:41 น. ]


ความเห็นที่ 14
ฮา..ฮา..ลุงซื้อแผ่นที่ของเวียดนามอย่างดี มาฝากหนูออย

วันสองวันจะแวะไปไปรษณีย์ จัดส่งให้

ที่จริงตอนอยู่ในเส้นทางที่ลุงปั่น ยังนึกถึงหนูออยว่าเซ็ทเส้นทางหรือยัง ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน

คือในใจลุงหน่ะ อยากจะให้หนูออยได้เที่ยวซ้ำกับเส้นทางที่คณะลุงปั่น เส้นทางวิเศษมาก ถนน..งี้ ใหม่เอี่ยมกิ้กเลย

นับจากปากเซ ปากซอง อัตตะปือ จนถึงชายแดนลาวเวียดนาม ไม่ต้องพูดถึงเส้นทางโฮ จิ มินห์ ที่ลุงเคยพูด เวียดนามเขาตั้งใจจะทำอวดและบูชาทั้งระลึกถึงลุงโฮของเขา เส้นทางสวย สงบมาก ถนนดี แต่ไม่ค่อยมีรถใช้

จุดพักแต่ละแห่งของเส้นทางนี้นับจากลาว ถึงเวียดนาม จนกลับลาวเข้าไทย แบ่งลงตัวพอดีที่จะปั่นไม่เหนื่อย แค่ ๑๐๐-๑๓๐ กิโลเมตร แต่ช่วงท่องเที่ยวคือ ฮอยอัน เว้ ดองฮา พวกนี้จัดแบ่งที่ ๖๐ -๗๐ กิโลเมตรต่อวันพอ

ยกเว้น ๒ ช่วงแค่นั้น ที่จะหนักหน่อย คือช่วงปากซองถึงอัตตะปือ ระยะเกือบ ๑๖๐ กิโลเมตร แต่ก็แก้ได้โดย แทนที่จะนอนปากซอง ให้ไปนอนที่เซกอง

แต่ลุงก็เสียดายนะ หากไม่ไปนอนที่ปากซอง เพราะอากาศหนาวสะใจดี

อีกช่วงที่ยาวและออกโหดหน่อย แต่หนูออยทำได้อยู่แล้ว ก็ช่วงอัตตะปือ ชายแดนลาวเวียดนาม

โดยเฉพาะช่วงอัตตะปือถึงด่านลาว เวียดนาม เป็นเพราะมันใหม่เอี่ยมเกินไปจ้า คือน่าจะตัดได้ไม่ถึง ๒ ปี จึงยังไม่มีชุมชนข้างทางเลย

แต่บางจุดของระยะ ๑๐๐ กิโลเมตร ก็มีที่พักเติมน้ำระหว่างทางนะ ตรงช่วง ๕-๖๐ กิโลเมตรจุดนึงละ และอีกจุดสุดท้าย ๒๐ กม.ก่อนขึ้นเขาหนัก

เตรียมข้าวให้พอครบทั้งมื้อเที่ยง และเผื่อกินช่วงสุดท้ายระหว่าง ๓๐ กิโลเมตรที่ต้องขึ้นเขายาวตลอดละ

แต่ลุงประเมินแล้ว ฝีมือหนูออย ปั่นจบถึงที่ทำการด่านลาว แล้วไปอาศัยเขานอนได้แน่ โดยออกจากอัตตะปือให้เช้าหน่อย

คือใจลุงไม่แนะนำให้หนูออยต้องอาศัยรถโดยสารเลย มันเก่า มันโทรม มันแน่น ปั่นไปเองสนุกกว่า

ลุงรับรองไม่มีอันตราย ไม่ต้องกลัวเลย

และพอเข้าเวียดนามแล้ว เอาแค่ย่านเวียดนามใต้

แค่หนูออยไปเที่ยวและนอนที่ฮอยอัน กะเว้ ซักแค่แห่งละ ๒ คืน ก็สุดคุ้มกับการเดินทางแล้ว

แถมหากมีเวลาก็ไปนอน Dongha อีก ๒ คืน เพื่อเป็นฐานปั่นไปเที่ยวดูอุโมงค์หลบการโจมตีทางอากาศของชาวบ้านข้างเวียดกง ยุคสงครามกลางเมือง ไปกลับ ๘๐ กิโลเมตร กลับมานอนดองฮา เตรียมปั่นกลับลาวบาว หรือจะนั่งรถโดยสารก็ได้ แต่อย่างที่ลุงบอก..รถแน่น สุมทั้งคนทั้งของ

ทุกคนที่ไปดูในคณะลุง บอกไปดูอุโมงค์หลบภัยนี่..สุดคุ้มเลย

หากหนูออยสนใจ ตามที่ลุงชวน คือปั่นเส้นทางนี้ ไปเที่ยวฮอยอัน เว้ และใช้จักรยานตลอด มีเวลาปั่นนับจากช่องเม็ก จนกลับไทยที่มุกดาหาร

๑.ช่องเม็ก ถึง ปากเซ ประมาณ ๑๓๐ กิโลเมตร

๒.ปากเซถึงปากซองประมาณ ๕-๖๐ กิโลเมตร หากยืดถึงอัตตะปือ ก็บวกอีกซัก ๓๐ กิโลเมตร

๓.ปากซองถึงอัตตะปือ ประมาณ ๑๖๐ กิโลเมตร ทางส่วนใหญ่ไหลลง หรือจากเซกองถึงอัตตะปือ ก็เหลือซัก ๑๓๐ กิโลเมตร

๔.อัตตะปือถึงด่านลาว ๑๐๐ กิโลเมตร โหดจ้า.. ๔๐ กม.แรกทางเรียบ เริ่มไต่เขาขึ้นไปเรื่อยๆ มีจุดซื้อน้ำกินที่ประมาณ ๕-๖๐ กิโลเมตร เป็นจุดที่สังเกตได้ว่ามีหน่วยงานสร้างเมือง จากนี้ก็ปั่นขึ้นไปเรื่อย มีจุดซื้อน้ำได้อีกทีที่ประมาณ ๘๐ กิโลเมตร สังเกตได้เป็นร้านหน้าค่ายทหาร ที่เหลืออีก ๒๐ กิโลเมตร ก็ขึ้นเขาอย่างเดียว

ตอนที่ลุงปั่น ยังนึกใจใจว่าเหลือระยะไม่มากจะถึงด่านแล้ว น่าจะเป็นทางลง

ไม่เป็นอย่างนั้นเลย เพราะที่ทำการของด่านจุดนี้ มันตั้งอยู่บนสวรรค์ ก็มันอยู่ใกล้ก้อนเมฆนี่ เทวดาก็อยู่แถวนี้แหละ

เพราะฉะนั้น รู้อย่างงี้แล้ว ไม่ต้องไปคิดว่าจะเป็นทางลง โน่นพอพ้นด่านแล้วเข้าเวียดโน่นแหละ ถึงจะเป็นทางลงให้สนุกซัก ๒๐ กิโลเมตรเข้าเมือง Ngoc Hoi

กลุ่มลุง พักเหนื่อยที่ Ngoc Hoi ๑ คืนนะ เพราะคืนก่อนที่นอนด่านลาว ไม่มีน้ำอาบ รุ่งขึ้นถึงแม้จะปั่นแค่ ๒๐ กิโลเมตร ทุกคนก็บอกว่าหาที่พักดีกว่า

๕. พักที่ Ngoc Hoi อย่างที่บอก

๖.ปั่นช่วง Ngoc Hoi - Phouc SOn ระยะทางประมาณ ๑๒๐ ประมาณนี้ละนะ ช่วงนี้ก็กินมื้อเช้าให้อิ่ม แล้วคดห่อเตรียมซัก ๒ มื้อ หรือจะไปคดห่อที่ประมาณ หลัก ๔-๕๐ กม. ก็ได้ ตรงนี้ลุงต้องไปค้นสมุดบันทึกอีกที ว่าจุดที่จะหาข้าวกินและคดห่อนี่ ระยะกี่กิโล และชื่อเมืองอะไร

เพราะหากหลุดจากตรงนี้แล้ว มีโอกาสอดข้าวไม่มีแรงปั่นขึ้นเขาหนักตอนช่วง ๘๐-๑๐๐ กิโลเมตรหลัง ก่อนจะเริ่มลงเข้าเมืองฟุคซัน

นอนเมืองฟุคซัน

๗.ปั่นจากฟุคซันเข้าฮอยอัน อันนี้ต้องพูดประกอบแผ่นที่ จึงจะชัดเจน คือหากเลือกถูกเส้นทาง จะได้เส้นทางที่ต่อเชื่อมทางโฮ จิ มินห์ และถนนหลักเลียบริมทะเลจีนหมายเลข ๑ ที่เป็นทางลงและลัดสั้น

เส้นทางเชื่อมหลักมี ๒ เส้น หากเลือกถูกจะได้เส้นทางลัดและตัดใหม่เอี่ยมอยู่ในป่า อูย..อย่าให้บอกมันปั่นลงตลอดทาง แล้วมีแนวต้นไม้กันแดด อะไร..มันจะขนาดนั้น ทั้งผ่านน้ำตกริมทาง ๓-๔ แห่ง สวยๆทั้งนั้น

วันนี้ก็ถึง ฮอยอัน หละ และกลุ่มขาแรงกะขาอ่อนของพวกลุงก็พลัดหลงกันแถวนี้หละ ไม่รู้..พวกลุงก็มัวแต่หยุดเที่ยวดูน้ำตก ชาวบ้าน กันพอควร เพราะมันมีเสน่ห์จริงๆ

พอก่อนนะ ปัญหาคือลุงยังไม่รู้เลยว่าหนูออย วางเส้นทางจะเที่ยวตรงไหน เมืองไหน

แต่เชื่อลุงเถอะ..

ปั่นเข้าเวียดนาม คนเดียวครั้งแรกนี่ เอาเส้นทางที่ลุงเล่าไปลุยเลย รับรองสุดคุ้ม และเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าปลอดภัย

ด้วยความระลึกถึง


From : จารึก ไม้ค้ำตะวัน [ 24 มี.ค. 50 - 14:15:48 น. ]


ความเห็นที่ 15

เรื่องจริงเปล่าค่ะ ลุงจารึกไม่หลงกลแม่ค้าขายแอ๊ปเปิ้ล หรือร้านอาหารที่เข้าไปกินนั่นดดนฟันราคาไหม? ถ้าหนูไปกินคนเดียวก็กลัวกระเป๋าแฟ่บใช่ไหมค่ะ

อยากได้แผนที่เมืองวินห์มากกว่า เพราะหาบ้านเกิดปู่โฮจิมินห์เป็นจุดแรกก่อนไป 3 เมืองมรดกโลก โชคดีที่ได้คุณสุภลักษณ์ (คนเขียน"มาวซัคเวียตนาม" ส่งแผนที่บ้านเกิดปู่โอจิมินห์มาให้แล้ว ต้องวางแผนระยะยาวสักก็ดี แต่หนูจะเดินทางไปคินาบาลู 30 มิย.นี้ ใช้งบแค่หมื่นสองบาทกว่าค่ะ
From : oiltirps [ 24 มี.ค. 50 - 14:48:04 น. ]


ความเห็นที่ 16
๑..ที่หนูออย ถาม..ระหว่างอัตตะปือถึงชายแดนใหม่ มีรถโดยสารบริการหรือไม่

ลุงว่า..ลุงเห็นนะ เห็นรถสองแถวมีชาวบ้านนั่งโบกมือบ๊ายบายทักทายลุงและพวก ระหว่างที่ปั่นด้อกแด้กกันอยู่ แต่ก็ไม่ได้สอบถามรายละเอียดใดๆเลย เช่นว่าจะวิ่งวันละกี่เที่ยว จะเป็นรถวิ่งประจำทาง หรือเหมาจ้างกันรายเที่ยว ไม่รู้จริงๆ

๒..ที่หนูออย..ถามถึงแผนที่เมืองวินห์ ลุงไม่มีแฮะ ส่วนแผนที่ๆซื้อมาฝากหนูออย เป็นแผนที่ทางหลวงฉบับพิมพ์ล่าสุด ปี 2007 ถึงลุงจะบอกว่าดีและมีข้อมูลชัดเจนมาก ก็แค่บอกเส้นทางหลวงหลักเชื่อมเมืองใหญ่ แต่ไม่ละเอียดพอที่จะบอกทางย่อยระดับเข้าเมืองย่อย

เช่นลุงปั่นตามแผนที่ จากเมืองฟุคซัน เพื่อเข้าฮอยอัน ตามเส้นทางเชื่อมทางหลวงหลักด้านตะวันตกสายโฮจิมินห์ที่เกาะตลอดอยู่ในเขตชายแดนลาว กับทางหลวงหลักด้านตะวันออกเลียบฝั่งทะเลจีนหมายเลข QL 1A ดูจากแผนที่ดูเหมือนระยะทางรวมแค่ ๙๐ กิโลเมตร

ลุงก็เลยปั่นด้อกแด้กสบายใจ และเมื่อถึงทางหลวงหลัก QL 1A ปรากฎว่าแผนที่ๆของลุงก็ไม่ละเอียดพอที่จะบอกจุดที่จะต้องแยกออกจากทางหลวงหลัก เพื่อเข้าเมืองฮอยอัน ซึ่งไกลถึง ๓๐ กิโลเมตร

จากที่เคยปั่นแบบสบายๆ ก็ต้องอัดกันตอนเย็น ถึงกระนั้นก็ถึงฮอยอันเกือบทุ่ม

ก็เป็นเหตุให้ผลัดหลงเหมือนกัน เพราะจุดนัดเจอตรงทางแยกมันไม่แม่นยำ

แต่เป็นแผนที่ๆใช้เป็นหลักในการปั่นที่ยวเวียดนามได้แหละ

อย่าลืมเตือนลุงเรื่องแผนที่ของเมืองเว้ ลุงจำเป็นต้องซื้อในตอนเย็นหลังจากที่ปั่นความหาสุสานจักรพรรดิเสียครึ่งวันบ่าย..แต่ไม่เจอ

เพราะแผนที่และข้อมูลระดับ Lonely Planet ที่ลุงพกติดมือไป มันไม่ละเอียดพอที่จะใช้งานคลำหาเส้นทางการท่องเที่ยวนอกเมืองเว้

จึงต้องยอมเสียเงิน ๖,๐๐๐ ดอง ซื้อแผนที่เที่ยวชมเมืองเว้ และก็ใช้ได้ดี ลุงก็ไปถึงสุสานละนะ..ในวันรุ่งขึ้น แต่หมดท่าได้เห็นแค่กำแพง เพราะบัตรผ่านเข้าไปดู 55,000 ดอง พรรคพวกโหวตเสียงว่าเก็บตังค์เอาไว้ ไปขอดูโพสการ์ดที่สาวญวนเดินเร่ขายแถวด้านหน้า..แบบขอดูฟรีเอาดีกว่า ก็ถอยกลับ

พูดถึงตรงนี้พูดต่อ แหล่งซื้อแผนที่และหนังสือในเมืองเว้ มีร้านใหญ่มากขายหนังสือดีๆเกี่ยวกับเวียดนาม ฉบับภาษาอังกฤษมีหลายเล่ม พิมพ์ได้สวยราคาก็ไม่แพง ร้านอยู่ฝั่งตะวันตกคือด้านวังโบราณของสะพานข้ามแม่น้ำ อยู่ตรงตีนสะพานเห็นชัดเลย

ตอนเดินหาหนังสือ แบบนั่งอ่านฟรีเพื่อเก็บข้อมูลเที่ยวเมืองเว้ เจอหนังสือแบบส่งเสริมการท่องเที่ยวของบ้านเรา ข้อมูลดีมากเลย และไม่แพงแค่..70,000 ดอง เสียดายตอนเดินเที่ยวไม่ได้พกตังค์ติดมือไป และไม่มีเวลากลับไปซื้ออีก

คือเทียบกับ Lonely Planet มันจะแนะนำแค่แหล่งเที่ยว แต่กับเล่มที่ลุงว่า มันจะให้รายละเอียดลึกของแต่ละจุดเลย

๓..ตั้งใจตั้งแต่จบการเที่ยวทริปนี้แล้ว ว่าจะต้องขอบคุณๆเมืองเดช ที่ไปเที่ยวเส้นทางนี้แล้วมาบอกต่อ ทำให้เป็นจุดๆประกาย ให้กลุ่มไม้ค้ำตะวันเข้าไปย่ำซ้ำรอย ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไม่ผิดหวังเลย

แต่หากระทู้อันนั้นของคุณเมืองเดชไม่เจอ

จึงขอไปแสดงความขอบคุณๆเมืองเดช ในกระทู้นี้

http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=134208

ที่ความเห็น 75

๔..ค่อยเขียนสรุปปูมเดินทางต่อวันหลังนะ

สวัสดี


From : จารึก ไม้ค้ำตะวัน [ 25 มี.ค. 50 - 11:17:59 น. ]


ความเห็นที่ 17

นัดเพื่อนจะออกไปดูอะไรข้างนอก เพื่อน..ไม่มา

เลยเปิดเน็ตอีกรอบ แปะข้อความที่เขียนไปคุยกับพรรคพวกกลุ่มโต๊ะกาแฟของเถ้าแก่ซ้ง ที่เป็นเหตุให้หนูออยสงสัย ว่าลุงจารึก..รอดจากถูกแม่ค้าญวนตุ๋นมาได้หวุดหวิด

-------------------------------------------------------

ขอแปะนะครับ

จาก

http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=136997&st=91

------------------------------------------------------

ความเห็นที่ 117
เข้ามาทักทายครับ..สวัสดีพี่ท่านทั้งหลาย
มีเรื่องตลกเอามาฝาก จากที่ปั่นไปเที่ยวกับคณะไม้ค้ำตะวัน เข้าเวียดนามที่ด่านใกล้กับเมืองอัตตะปือของลาว

พ้นจากด่านซัก ๒๐ กิโลเมตร ก็เป็นเมือง Ngoc Hoi เมืองแรกของเวียดนามที่ได้เจอ เจอตลาดขายผลไม้ก็ปรี่เข้าไป ชี้ให้แม่ค้าดูว่าต้องการแอปเปิ้ล ๑ ลูก แบบอยากกินเต็มที..

แม่ค้าเวียดนาม ก็มืออาชีพในการขายของให้คนต่างชาติ รู้ว่าเราพูดกันไม่รู้เรื่อง ก็หยิบธนบัตรเวียดนาม ใบละ ๒๐,๐๐๐ ดอง มาให้ดู พยักหน้าหงึกหงักทำนองว่า อ้ายแอปเปิ้ล..ที่เราถืออยู่ในมือลูกละเท่านี้นะ

ตอนนั้นผมก็ยังมึนอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน หัวไม่ไวพอที่จะคำนวณเป็นบาท เพราะเพิ่งหลุดจากสกุลเงินกีบมาหมาดๆ แต่พอรู้แกว..ก็ทำหน้าบอกไม่เอาเว้ย

แม่ค้ารีบเปลี่ยนธนบัตรทันที จาก ๒๐,๐๐๐ ดอง เป็น ๑๐,๐๐๐ ดอง ผมก็ยังทำท่าไม่เอาเว้ย อีกครั้ง

คราวนี้..เธอเปลี่ยนเป็นใบละ ๕,๐๐๐ ดอง จริงๆผมก็ยังมึนอยู่ละครับว่าอ้าย ๕,๐๐๐ ดอง นี่มันกี่บาทไทยหว่า ตอนนั้นนึกไปว่า ๑,๐๐๐ ดองนี่คงซัก ๑ บาทไทยกระมัง

ก็หลับหูหลับตา ยื่นเงินไปให้ ๕,๐๐๐ ดอง แลกกับแอปเปิ้ล ๑ ลูก

ได้แอปเปิ้ลมา ก็ถือมาคุยโขมงโฉงเฉงกับพรรคพวกที่ยืนรอดูผลงานของผมอยู่ฝั่งตรงข้ามของซอย ห่างจากแม่ค้าซัก ๔-๕ ก้าวเดิน

ซักไม่ถึง ๒ นาที ผมถึงเกิด..อ๋อ..ขึ้นมาว่าอ้ายเงิน ๑,๐๐๐ ดองนี่ หากคำนวณเป๊ะๆ ช่วงที่ผมอยู่ จะตก ๒.๒๒ บาท

แปลว่าราคาที่ชาวบ้านเขาควรจะซื้อได้ก็ไม่น่าจะเกิน ๒-๓,๐๐๐ ดอง

ผมไม่นับที่แม่ค้ายื่นธนบัตรใบละ ๒๐,๐๐๐ ดอง ให้ผมดูตอนแรกสุด ในการถามราคาแอปเปิ้ล ๑ ลูก แล้วสุดท้ายเหลือแค่ ๕,๐๐๐ ดอง เป็นเรื่องตลกที่ตั้งใจจะเล่า

ก้อ..อีตอนที่ผมนึกรู้ขึ้นมาว่าผมเสียท่าแกเสียแล้ว และผมทำอาการเลียนแบบแกให้พรรคพวกผมดู เริ่มจากที่เอาธนบัตรใบละ ๒๐,๐๐๐ มาดูแล้วเปลี่ยนเป็น ๑๐,๐๐๐ จนถึง ๕,๐๐๐ ดอง ประกอบกับการชี้โบ้ชี้เบ้ ที่ผมเจตนาชี้ไปทางแม่ค้า เพราะเรายืนห่างกันแค่ข้ามฝั่งซอยดังที่เล่า

สีหน้าแววตาแม่ค้าแกทำเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อนเลยซักกะนิด ตรงนี้ละครับที่ผมว่าสุดจะตลก ว่าใจคอแกจะขายได้แค่ลูกค้าคนเดียวคือผมในกลุ่ม ส่วนที่เหลือก็ไม่อยากจะไปถามไปไถ่อะไรแกอีกเลย

อีกนิดครับที่อยากเล่าต่อ ผักผลไม้และตลาดสดในเวียดนาม มีเยอะและหาได้ง่าย แต่ไปเที่ยวงวดนี้ ผมเบื่อที่จะต้องฟาดฟันต่อรองราคากับแม่ค้าเต็มที จึงค่อนข้างจะอดอยากครับ กับการเที่ยวงวดนี้


From : จารึก หลังสวน [ 24 มี.ค. 50 - 09:39:53 น. ]

ฮา....



From : จารึก ไม้ค้ำตะวัน [ 25 มี.ค. 50 - 11:47:57 น. ]


ความเห็นที่ 18

เรียนอาจารย์ต้นและอาจารย์แม่

เมื่อวานผมได้โทรฯคุยกับพี่เดช สอบถามเรื่องราวที่พลัดหลงกัน กับพี่เดชต้องถือว่าพลัดหลง ๒ ครั้ง ทั้งในเวียดนามและในลาว

ในที่นี้ยังไม่พูดถึงเหตุละเอียดที่พลัดหลงนะครับ แต่คงจะได้เปรยๆไว้บ้างแล้วในความเห็นของผม

และก็เชื่อว่าคงจะพลัดและผลัดกันหลงกันทุกครั้งละครับสำหรับการเที่ยวของกลุ่มนี้

เพราะต่างก็มีความสนุกและความชอบในการปั่นที่อาจจะต่างกันบ้าง สิ่งต่างหลักๆคือในกลุ่มมีชอบที่จะปั่นให้ถึงเป้าหมายกับพวกปั่นด้อกแด้ก

ดีที่ทั้งกลุ่มมีใจรักใคร่ผูกพัน..เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวกันไว้ ก็แปลว่าคงจะต้องผลัดกันพลัดหลงกันอย่างงี้ละครับ

เพราะดังพูดโดยย่อบ้างแล้วว่า..คงไม่แก้ใครได้หรอกครับ เพราะสนิทใจกันมาก อยากให้สนุกกันตามใจชอบทุกท่าน

วิธีการปรับแก้ทริปต่อไปในต่างแดน..อาจจะต้องบังคับสมาชิกทุกท่านให้พกมือถือเข้าไป แล้วไปซื้อซิมในแดนนั้นๆ เพื่อการติดต่อกันได้

หรืออาจจะปรึกษากันต่อไป..คือเชื่อในทฤษฎีว่ายังคงต้องพลัดหลงกันทุกครั้งละครับ

แต่ที่นึกถึงอาจารย์ต้นและอาจารย์แม่ที่นับถือและเกรงใจ และนึกคิดที่จะเขียนถึงวันนี้

คืออยากส่งข่าวว่า พี่เดชนี่..แกร่งและแข็งแรงจริงๆ

ไม่น่าเชื่อ..จากที่คุยกับพี่เดชเมื่อวาน พี่เดชพักในลาวในเมืองพิน ประมาณ ๑๓๐ กม ก่อนที่จะถึงเมืองเซโน ที่ถัดไปอีก ๓๐ กม.เป็นเมืองสหวันเขตเข้ามุกดาหาร

ในขณะที่ทั้งพี่ไพศาลและอาจารย์ชอบพักเลยเมืองพินไปเกือบ ๕๐ กม. คือไปพักที่บ้านพระลาน

ปรากฎว่าพี่เดชปั่นจากเมืองพิน ตั้งแต่ ๖ โมงเช้า ไปดักรอพี่ไพศาลและอาจารย์ชอบที่เมืองเซโน ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ ชุมทางแยกของสายหลักหมายเลข ๑๓ เชื่อมลาวเหนือ-ลาวใต้ และเส้นทางหมายเลข ๙ ที่เข้าชายแดนเวียดนามที่กลุ่มเราใช้

คือเป็นชัยภูมิเหมาะที่จะนั่งรอตรงร้านทางแยก

ไปดักรอที่เซโนตั้งแต่ก่อนเที่ยง ฮูย..พี่เดช อะไรจะแกร่งขนาด..นั้นระยะเกือบ ๑๓๐ กม.นะ

พี่ไพศาลและอาจารย์ชอบก็ปล่อยให้พี่เดชรอ จนเบื่อที่จะรอ..ปั่นไปดักที่มุกดาหารซะเลย ให้รู้แล้วรู้รอด..

ก็แปลว่าพี่เดชแกร่งจริงๆแล้วละครับ ทั้งเรื่องการปั่นและการดูแลตนตอนฉายเดี่ยวในต่างแดน

และผมว่าเป็นความสุขของพี่เดชอย่างมากด้วยครับ ที่ได้ปั่นยาวโลดแบบอิสระ

ปล่อยพี่แกเถอะครับ อย่าไปห้ามพี่แกเลย

และที่นึกถึงอาจารย์ต้นอีกซักเรื่องหนึ่งคือ อยากให้อาจารย์ต้นเปิดดูลิ้งค์เรื่องคำแนะนำการดูแลร่างกายของนักปั่น โดยเฉพาะเรื่องอาหาร เรื่องดื่มน้ำและเกลือแร่ชดเชยให้มั่นใจว่าพอสำหรับการปั่นโหด กลางแดดเปรี้ยง ซึ่งปัจจุบันกลุ่มไม้ค้ำตะวันเริ่มทำบ่อยขึ้น ครั้งละหลายๆวัน

ผมยังสังเกตว่าพี่เดช ยังขี้เกียจดื่มน้ำหรือดื่มเกลือแร่อยู่ อ้างว่าขี้เกียจแวะฉี่ น่าน..เป็นซะหยังงั้น

อยากกวนอาจารย์ต้น ช่วยบังคับพี่เดชให้อ่านคำแนะนำ เฉพาะในความเห็นของลิ้งค์ที่ผมโยงในส่วนที่เขียนโดย "เสือแก่" เป็นคำแนะนำที่ต้องบังคับให้พี่เดชทำตามครับ

ลิ้งค์อันนี้ครับ

http://www.bikeloves.com/board_qa/topic_view.php?qID=7694

เปิดลิ้งค์แล้วกด End ให้พี่เดชอ่านเฉพาะตอนท้ายๆก็ได้ครับ ในเรื่องการดื่มน้ำแลเกลือแร่ของ "เสือแก่"

และสุดท้าย..ฝากอาจารย์ต้น อย่าไปเฆี่ยนตีลงโทษพี่เดชของผมนะครับ ฮา..

ปล.ยังไม่ได้ข่าวเลยว่า.. ป่านนี้พี่ไพศาลของผม ไปฟ้องท่านอาจารย์สมพลอย่างไรในเรื่องพลัดหลงกันครั้งนี้

ผมละกลัว..อาจารย์สมพล จะเอาไม้เรียวมาตีก้นผม

ฮา..นะครับอย่าซีเรียสตามพี่ไพศาล


From : จารึก ไม้ค้ำตะวัน [ 26 มี.ค. 50 - 10:31:13 น. ]


ความเห็นที่ 19
สวัสดีลุงจารึก หนูส่งลิ้งค์มาบอกเรื่องนี้มีชื่อหนูเอี่ยวด้วย ให้ลุงจารึกช่วยไปบอกเขาด้วยค่ะ

http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=140312

ช่วงนี้หนูกำลังดำเนินการโอนเงิน 8 พัน เป็นมัดจำไปคินาบาลู 30 มิย.2550 ค่ะ
From : oiltirps [ 26 มี.ค. 50 - 11:02:19 น. ]


ความเห็นที่ 20

กลับมาอีกรอบครับ เพราะไปทวนดูลิ้งค์ที่ผมขอให้อาจารย์ต้นบังคับพี่เดช ให้อ่านและปฎิบัติตามอีกครั้งแล้ว

ขอเปลี่ยนใจครับ..

จากที่บอกให้อ่านตอนจบพอ เป็นต้องบังคับให้อ่านตั้งแต่ต้นจนจบครับ จึงจะเห็นถึงอันตรายของการไม่ค่อยจะดื่มน้ำของพี่เดช ในภาวะการปั่นโหดกลางอากาศร้อน

เพราะมีข้อมูลว่ามีนักแข่งคนไทยระดับถ้วยเคยเสียชีวิตครับ

และลักษณะปั่นของพี่เดช ก็เข้าขั้นนักแข่งชิงถ้วยอยู่นะครับ ฮา..

ต้องขอทุกท่าน..ร่วมมือกันบังคับพี่เดชของผมให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดครับ

ฮา..อีกครั้ง

ปล.ถึงหนูออย ลุงไปแนะนำคุณประสิทธิ์ ในลิ้งที่บอกแล้ว จ้า..

และ ปล.อีกทีถึงหนูออย..

ลุงก็สงสัยอยู่นานแล้ว ว่าเจ้าหนูออย มันต้องหาเรื่องไปปั่นไม่ยอมทับเส้นทางคนอื่น เฮ้อ..ถึงไม่ยอมบอกเราว่าจะวางเส้นทางยังไง เที่ยวตรงไหน

แต่วันหลังลุงก็จะมาบอกต่อถึงหลักสำคัญๆ ป้องกันการถูกตุ๋น ซึ่งลุงว่าทริคพวกนี้ใช้ได้ทุกที่ละสำหรับการเที่ยวเวียดนาม


From : จารึก ไม้ค้ำตะวัน [ 26 มี.ค. 50 - 11:41:37 น. ]


ความเห็นที่ 21
จริงสิ...ไม่ยอมทับเส้นทาง เพราะไม่อยากเอาเยี่ยงกับทริปเพื่อนอื่นๆ หนูมีวิธีเปลี่ยนแบบไปสี่สุ่มห้าสุ่มเอาเอง ส่วนเรื่องนักตุ๋นเจ้าถิ่น ต้องเลือกพ่อค้าแม่ค้าพูดดีไม่ลวง แต่ต้องอ้านใจภาษาเวียตให้เป็น หนูมีตำราฝึกอ่าน-เขียนภาษาเวียตนามลอกจากลุงเนตรให้ก๊อปปี้มาค่ะ ถ้าเป็นหนูจริงๆ มีวิธีทักเล่นช้อปปิ้งด้วยเขียนภาษาเวียตคำว่า "เท่าไหร่?" "ลดได้มั้ย" บนสมุดโน้ตให้พ่อค้าแม่ค้าอ่านออกได้ ให้โชว์แบงค์ที่คิดราคาขายให้ฉันดูก่อนจ่ายเงิน ถ้าเขียนบนกระดาษได้เป็นหลักฐานตัวอย่างป้องกันถูกตุ๋นภายหลัง เตรียมไปแจ้งตำรวจท้องถิ่นจัดการตามกฏหมายที่ว่า คดีล้อโกง ตุ๋นนักท่องเที่ยว และเอาไปร้องเรียนการท่องเที่ยวของเวียตนามได้ เพราะหนูไม่ยอมเสียเปรียบเทียบใครค่ะ
From : oiltrips [ 26 มี.ค. 50 - 11:58:21 น. ]

ความเห็นที่ 22
บ่ายนี้ขี้เกียจอ่านหนังสือ มาแกล้งหนูออย..มันดีกว่า

รู้ว่าหนูออยตั้งใจจะไม่ปั่นทับเส้นทางที่คนอื่นปั่นแล้วเก็บมาเล่า เราก็แกล้งเล่าต่อเสียให้จบ แกล้งๆ..ตัดหนทางของหนูออยมัน ฮา..

พูดขยายต่อในช่วงปั่น Phuoc Son - Hoi An ที่เน้นให้เลือกทางเชื่อมสายโฮจิมินห์กะทางหลวง QL-1A ที่เป็นทางลัดตัดค่อนข้างเป็นทางไหลลง อยู่ในร่มไม้และผ่านน้ำตกข้างทาง ๓-๔ แห่ง

เป็นทางเชื่อมหมายเลขที่ 14E ระยะทางที่เชื่อมด้านตะวันตกถึงตะวันออกของถนนหลัก ๒ สาย ประมาณ ๗๖ กิโลเมตร

ไม่น่าเชื่อว่าจะร่มรื่นย์ทั้ง ๗๖ กิโลเมตร และทิวทัศน์เป็นแนวป่าและภูเขา สวยจริงๆ แถมยังมีสะพานข้ามห้วยให้ปั่นเล่นอีกหนึ่งหรือสองแห่ง ลุงจำไม่แม่น

ที่ว่าสะพานสวยคือ เขาก่อสร้างสะพานเลี้ยวเอนเป็นทางโค้งรับเข้ากับแนวโค้งของถนน ๒ ข้างฝั่งตัวสะพาน

ไม่ใช่ว่าถนนโค้งที่สองปลายแล้วเอาสะพานแท่งตรงๆมาวางรับ

โฮ้ย..มันงามจริง..

แนวโค้งของสะพานกลมกลืนกับแนวโค้งของถนน ที่ตีวงโค้งทำรัศมีไม่น้อยกว่า ครึ่งกิโลเมตร ข้างนึงเป็นธารน้ำอีกข้างนึเป็นเทือกเขา

ขอโฮ้ย..และฮูย..นึกถึงความงามตรงนี้อีกทีเถอะ

ทางหมายเลข 14E จะอยู่เลยตัวเมืองฟุคซัน.. ที่ๆเราต้องค้างคืนและหาของกิน ปั่นช้าๆไปตามถนนหลักโฮจิมินห์ อีก ๖ กิโลเมตร อย่าปั่นเร็วเพราะเป็นทางไหลลง จะเบรคไม่ทันเมื่อเจอสามแยกใหญ่ที่ต้องเลี้ยวขวาเข้าหาถนน 14E

เข้าไปแบบถนนใหม่เอี่ยมอยู่ดีๆที่ปากทางซัก ๑๐๐ เมตร หนูออยต้องตกใจและนึกต่อว่าลุงพูดปด จากถนนดีๆกลายเป็นถนนลูกรังแถมก้อนกรวดโต ต้องปั่นข้ามห้วยอีกด้วยยังกะปั่นออฟโรด..

ลุงว่านะ..วิธีสร้างถนนในเมืองเวียดนาม น่าจะเหมือนเมืองไทยที่ตรงนี้แฮะ คือเขาก่อสร้างให้แล้วเสร็จแต่ในส่วนที่อยู่ในป่า เหลือส่วนหัวท้ายที่ปล่อยทิ้งสภาพเดิมก่อนปรับปรุง คล้ายๆจะไม่ต้องการให้คนรู้และไปใช้ถนนกวนเขาระหว่างที่เขาทำงานก่อสร้าง

หนูออยทนปั่นไต่ก้อนกรวด ก้อนหินข้ามลำห้วยซัก ๑ กิโลเเมตร พอพ้นช่วงแรกนี้แล้ว สวรรค์อยู่ที่ปลายขาและสองมือจับแฮนด์แล้วละ ตานี้.. หวิวววปล่อยไหลลงเนินเขา จ้า.. ๕-๖๐ กิโลเมตรเต็มๆ เอาให้คุ้มกับที่ทนเหนื่อยปีนเขาเสียเกือบทั้งวันวาน

และหากยังไม่ได้พูดแต่เริ่มต้น..

ขอย้อนกลับอีกที นับจากข้ามพรมแดนลาว/เวียดนาม จนถึงเมือง Ngoc Hoi ที่ถือว่ากลุ่มลุงเข้ามาถึงเวียดนามและใช้เป็นที่พักคืนแรกแล้ว

การเดินทางช่วง Ngoc Hoi-Phuoc Son จนถึงทางแยกเข้าถนน 14E ใช้ถนนสายโฮจิมินห์

ชื่อและถนนสายโฮจิมินห์ เป็นถนนประวัติศาสตร์การรวมชาติของเวียดนาม

ยาวจากเหนือที่ฮานอยถึงใต้ที่กรุงไซง่อน ที่เปลี่ยนชื่อเป็นกรุงโฮจิมินห์ หลังการปลดปล่อย..นี่ลุงก็พูดตามสำนวนของสหายนะ

เป็นถนนเลียบชายแดนเวียดนามและลาว สมัยสงครามปลดปล่อยจักรวรรดินิยมอเมริกา..นี่ลุงก็ยังพูดตามสำนวนของสหายนะ บ่..แม่นสำนวนลุง ขอยืนยันอีกครัง ใช้ลำเลียงกำลังคนและอุปกรณ์ทั้งสะบงสเบียงการสู้รบ จึงมีเส้นทางย่อยเชื่อมเข้าลาวอยู่หลายจุด

และหลายเส้นของถนนเดิมนั้น เขาพัฒนาเป็นถนนและตั้งด่านสากล เปิดพรมแดนลาวเวียดนามให้เราไปปั่นจักรยานเล่น

ความยาวรวมจากฮานอยถึงกรุงโฮจิมินห์ ก็ซัก ๑,๗๐๐ กว่ากิโลเมตร

แต่ช่วงที่ลุงปั่นกัน จาก Ngoc Hoi ถึง Fuoc Son ก็ซัก ๑๑๐ กิโลเมตร

พูดยังงี้..ลุงต้องพูดกันท่าหนูออยไว้ก่อนว่า ลุงจองปั่นถนนโฮจิมินห์จากเหนือลงใต้นะ ห้ามหนูออยมาแย่งปั่นทับเส้นทางลุง ฮา..


From : จารึก ไม้ค้ำตะวัน [ 26 มี.ค. 50 - 14:52:12 น. ]


ความเห็นที่ 23

ทางหมายเลข 14E จะอยู่เลยตัวเมืองฟุคซัน.. ที่ๆเราต้องค้างคืนและหาของกิน ปั่นช้าๆไปตามถนนหลักโฮจิมินห์ อีก ๖ กิโลเมตร อย่าปั่นเร็วเพราะเป็นทางไหลลง จะเบรคไม่ทันเมื่อเจอสามแยกใหญ่ที่ต้องเลี้ยวขวาเข้าหาถนน 14E

ลุงจารึก...บอกแล้วว่าหนูไม่แย่งทั้งทับเส้นทางของลุงวาดฝันไว้เล่นค่ะ หนูอ่าน "มาวซัคเวียตนาม" แล้วในเมืองฟุคซัน นั่น มีระบุชื่อร้านอาหารทะเลราคามิตรภาพไม่ฟันราคาหรอก ตามข้อมูลคุณสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี เขียนชื่อร้านอาหารดีไว้อยู่ริมทะเลห่างปากทางหมู่บ้านประมงไป 6 กม. ในหนังสือเล่มนี้ ฉันติดต่อนักเขียนคนนี้ทำได้แล้ว เป็นความลับมิใช่เก็บไว้แจกหรอกค่ะ อยากแกล้งลุงจารึกไปตามหนังสือได้หรือไม่ ต้องมา 30 มีนาคมนี้เป็นเปิดงานหนังสือแห่งชาติวันแรกที่ศูนย์การประชุมสิริกิติติ์ค่ะ
From : oiltirps [ 26 มี.ค. 50 - 15:11:33 น. ]


ความเห็นที่ 24
ลุงจารึกเขียนตลกดี 5555
From : โรจนา. [ 26 มี.ค. 50 - 17:00:47 น. ]

ความเห็นที่ 25

ก่อนเขียนรายละเอียดต่อแบบสังเขปให้จบทริป เพื่อแกล้งหนูออย..แบบเราไปแล้ว หนูออย..มันจะได้ไม่ย่ำซ้ำ ฮา..

ขอแก้ไขข้อมูลที่โพสต์ไปแล้ว แบบอ่านตรวจทานคร่าวๆวันนี้เจอที่ผิดจังๆ ๑ ที่ครับ

ตรงความเห็นที่ ๑๔ บอกระยะช่วงช่องเม็ก ถึง ปากเซผิดไปครับ ขอแก้จาก ๑๓๐ เป็นแค่ ๔๕ กิโลเมตร

ที่ผมเขียนผิดเพราะ..

ไปเอาระยะทางที่เริ่มเดินทางจากในตัวเมืองอุบลราชธานี

ที่เริ่มต้นเดินทาง หลังจากที่กลุ่มอาจารย์เรืองศิลป์และอาจารย์สงบเจ้าถิ่นเมืองอุบลฯย่านนั้น กรุณามาดักเจอและเลี้ยงส่งด้วยข้าวสวยรอนๆกับต้มเลือดหมู

จนปั่นจบถึงเมืองปากเซ ระยะรวมประมาณ ๑๓๐ กิโลเมตร

ขออภัย..ต่อสิ่งที่ผิดพลาด


From : จารึก ไม้ค้ำตะวัน [ 28 มี.ค. 50 - 12:15:44 น. ]


ความเห็นที่ 26
ขอแก้จาก ๑๓๐ เป็นแค่ ๔๕ กิโลเมตร

ที่ผมเขียนผิดเพราะ.. ...โธ่ ลุงจารึกหลอกให้หนูปั่นไกลปาไป 100 โลแล้วยังไม่ถึงที่พักหรือค่ะ


ฉะนั้น หนูต้องปิดแผนทริปเวียตนามเดือนพค.นั้น เลื่อนเอาไปช่วงหน้าหนาว เนื่องจากวันนี้หนูได้โอนเงินมัดจำ 8 พัน ส่งไปให้คนจัดทริปคินาบาลู 30 มิย.-5 กค. นี้ เพื่ออยากจะลองของวัดใจเดินทนยิ่งทรมานกว่าจะขึ้นยอดเขาสูงเสียดฟ้า "คินาบาลู" เป็นสิ่งท้าทายที่หนูอยากทำในสิ่งที่ตัดใจทิ้งเพื่อนคู่แค้นไปให้ลืม แต่จำฝังใจไม่ลงหรอกค่ะ

From : oiltirps [ 28 มี.ค. 50 - 13:28:06 น. ]


ความเห็นที่ 27

ต่อในสิ่งที่ตั้งใจจะแกล้งเจ้าหนูออย..

ขอพูดต่อถึงเส้นทางวันที่เดินปั่นเข้าฮอยอัน ต่ออีกนิด

เพราะก่อนเดินทาง..ไม่รู้ในรายละเอียดที่จะพูดถึงกันตรงนี้ นึกว่าจะเข้าเมืองฮอยอันได้โดยง่าย

คือปรกติ ที่ผ่านแต่ละเมืองที่จะพัก มักจะเป็นเมืองที่เส้นทางที่เราปั่นพาเราไปถึง ไม่งงนะ..หากพูดอย่างนี้

พูดซ้ำอีกที ทุกเมืองที่พักตามประสบการณ์การปั่นตามแผนที่ เจอเมืองตรงไหนก็มักจะพักตรงนั้น

ไม่ต้องวกหรือออกจากเส้นทางหลัก

แต่กะฮอยอัน มันไม่เป็นเช่นนั้น

และผมก็ไม่ได้ศึกษาหาความรู้ก่อนจะไป เอาง่ายเข้าว่าอย่างที่บอก..แค่คว้าแผนที่ไปแผ่นนึง กะหนังสือนำเที่ยวไปอีกเล่ม

ทีนี้หนังสือนำเที่ยวส่วนใหญ่ คนเขียนก็เขียนเฉพาะว่าเมื่อไปถึงฮอยอันแล้ว มีอะไรควรดู

ไม่ได้บอกหรอกว่าเมืองฮอยอันหากจะไปโดยเกาะไปตามทางหลวงหลักสาย QL 1A ที่พวกผมนัดเจอกันตรงที่สาย 14E จะไปเจอหนะ

มันจะต้องปั่นไปอีกเกือบ ๔๐ กิโลเมตร

ดูเหมือนง่ายๆจากแผนที่หลักที่มีติดมือ เมืองฮอยอันจะต้องไปทางเหนือของสาย QL 1A และอยู่ริมทะเลจีน..ด้านซ้ายมือของถนน QL 1A ผมดูจากแผนที่และจำแม่นในหัวก่อนเดินทางเช้านี้

โดยเมื่อปั่นตาม 14E จนเจอทางแยกของทางหลวงหลักสาย QL1A ที่ตำบล..กระมัง ตำบล Ha Lam

ชื่อที่บอกนี่ไม่ต้องจดต้องจำหรอกครับ เพราะที่หัวเสาหลักบอกระยะกิโลเมตรตามเส้นทางของถนน 14E ที่เราใช้กันอยู่ก่อนที่จะเจอสายหลัก QL 1A เขาจะเขียนขอกไว้เป็นเสาป้ายสีแดงเห็นถนัด

ที่ต้องบอกว่าเป็นเสาหลักป้ายสีแดง

ก็เพื่อจะบอกว่า หากไปตามเสาหลักที่ป้ายด้วยสีอื่น ตรงทางแยกอื่นก่อนจะถึงทางแยกหลักที่กล่าวมาแล้ว ซึ่งมีจุดหนึ่งละเป็นสามแยกตัววาย..สามแยกสุดท้ายก่อนถึงถนนหลัก QL 1A

ถนนที่แยกเป็นตัววาย ทั้งซ้ายและขวา..สวยดูดีและชวนให้ฉงนว่าจะไปซ้ายหรือขวาดี

กลุ่มผมที่ปั่นเรียงแถวกันมา

ตอนนั้น..นึกว่าจะเรียงกันมา ๗ คน

เพราะก่อนตอนนั้นแยกเป็น ๒ กลุ่มไปโดยปริยายไปแล้วตั้งแต่ตอนเช้าก่อน ๙ โมงเช้า

เป็น ๒ คนแยกเป็น..กลุ่มขาแรงจัดปั่นนำแบบไม่ขอผ่อน

แต่ได้ตกลงบอกจุดนัดว่าไปรอเจอกันที่สามแยก 14E เจอ QL 1A

กะกลุ่มที่แรงปานกลางจนถึงกลุ่มด้อกแด้ก ที่ปรับเทคนิคการปั่นเป็นด้อกแด้กกันทั้งหมด เรื่อยๆเรียงๆกันมา จนถึงแยกตัววายที่เล่าไว้ข้างต้น

ทีนี้ผม..ซึ่งปรกติมักจะปั่นด้อกแด้กห้อยท้ายสุดๆคู่กับอาจารย์ชอบ เกิดเผลออีตอนไหนไม่ทราบ..กลายไปเป็นตัวปั่นนำ ไปทิ้งอาจารย์ชอบ..ที่อาจารย์สมพลท่านเป็นห่วงหนักหนาว่าจะโดนทิ้ง

ก็โดนทิ้งเสียจริง แบบเอาไปทิ้งเสียที่ตรงไหนก็ไม่รู้

และพอผมนำถึงแยกตัววายดังกล่าว ก็ปั่นเข้าขาตัววายด้านขวาเพราะเห็นหัวหลักเสาบอกกิโลเมตรทาสีแดงแต่ไกลเป็นถนนสาย 14 E ส่วนขาตัววายขาซ้ายมือทาเสาบอกหลักกิโมตรเป็นสีฟ้า

ปั่นต่อแค่ซัก ๔-๕ กิโลเมตรไม่ถึง ๑๕ นาที ก็ออกไปเจอสามแยกของ QL 1A ตามแผนที่

แต่พอหยุดรวมพล นับคนวนรอบนิ้วมือแบบทวนไปทวนมาเพราะเกิดปัญหา และสงสัยกันว่าแค่แป้ปเดียวอาจารย์ชอบหายไปไหน

อ้าว..มีคนเห็นแว้บๆว่าอาจารย์ชอบหยุดปั่นแบบฉุกเฉิน ตอนเจอร้านขายน้ำหวานก่อนถึงแยกตัววาย ฟังว่าตัวฉุดให้อาจารย์ชอบแวะใช่น้ำหวาน แต่เป็นสาวญวนคนขาย หลายคนยืนยันว่าสวยเด่นสดุดตา

กลายเป็นอาจารย์ชอบ ก็พลัดหลงกับกลุ่มไปอีก ๑ คน ไม่นับรวมกับ ๒ คนที่นัดว่าจะต้องเจอกันตรงแยกนี้ ที่กลุ่มด้อกแด้กมาถึงแล้วไม่เจอะเจอแม้แต่เงา

เรื่องนี้เพิ่งมาคุยรวมข้อมูลทุกด้านแล้วละครับว่า..ทำไมถึงหลง

กลุ่มแรกที่ไปกันสองคน มีพี่ไพศาลกับพี่เดช

เป็นพี่เดชเล่าให้ฟังว่า..พี่ไพศาลบอกว่าเคยปั่นเส้นทางนี้แล้ว พอเจอแยกตัววายก็จำได้ว่าเป็นเส้นทางปั่นเข้าฮอยอัน ก็นึกว่าเป็นจุดที่นัดเจอ

ตามสูตรของทั้งพี่เดชและพี่ไพศาล นั่งรอกลุ่มด้อกแด้กได้ไม่นาน..แต่ฟังว่าถึง ๒ ชั่วโมงนะ

อะไร..มันจะด้อกแด้กกันได้ขนาดนั้น เป็นผมๆก็คงบ่นละครับ หากปล่อยให้ขาแรงรอนานขนาดนั้น

เผอิญ..ผมเป็นขาด้อกแด้กครับ เลยแค่เป็นฝ่ายถูกบ่น

แต่พี่ไพศาลกะพี่เดช ไม่บ่นอย่างเดียวครับ ขี้เกียจรอซะเลย

โน่นเป็นชุดแรก..ที่ปั่นเข้าฮอยอัน

แต่ยังไม่ได้คุยกัน..ว่าตกลงทั้งพี่เดชและพี่ไพศาลไปค้างคืนตรงส่วนไหนของเมืองฮอยอัน

ส่วนอาจารย์ชอบ อาศัยคุยกะสาวญวนได้เก่ง พอมาเจอทางแยกตัววายปริศนา ก็สอบถามสาวญวนที่ผ่านมา สาวเจ้าก็ชี้ไปทางขาตัววายด้ายซ้าย

ครับ..อาจารย์ชอบก็ถึงฮอยอันเป็นกลุ่ม..เอ้ย..มีคนเดียว ไปโด่เด๋หาที่พักในฮอยอัน แถวเจ้าเสาสัญญาณโทรศัพท์ของที่ทำการโทรคมนาคมในใจกลางเมืองฮอยอัน ตั้งแต่ก่อนสี่โมงเย็น แต่ก็รู้ว่าไม่เจอพี่เดชและพี่ไพศาล ทั้งที่ฮอยอันมันเมืองเล็กนิดเดียว

กลุ่มด้อกแด้กตอนเหลือ ๖ คน ก็นั่งรออาจารย์ชอบที่สามแยก"ที่นัดหมาย" กันร่วมชั่วโมงกว่า

ผมก็ประเมินว่าอาจารย์ชอบ ที่อยู่ข้างหลังและแอบแวะกินน้ำหวาน คงจะเลือกเลี้ยวไปตามขาวายทางซ้ายแล้วหล่ะ

ผมก็นำกลุ่มปั่นกันต่อ..ขึ้นทิศเหนือไปทางหลวงหลักอีกซัก ๑๔ กิโลเมตรไปถึงตำบล Nam Phouc ผ่านหน้าตลาดสดของชุมชนที่อยู่สองข้างทางของถนนหลัก

และไปต่ออีกซัก ๕ กิโลเมตร

ถึงตรงนี้จะเห็นทางแยกเหมือนสามง่าม หรือหากกางนิ้วชี้ กลาง ก้อย แยกถ่างเป็นสามนิ้วจะเห็นภาพทางแยกนี้ได้ชัดเจน

โดยกลุ่มเราปั่นมาตามข้อมือจนถึงโคนนิ้วกลาง ก็จะเห็นแยกสามง่ามที่ว่า

โดยที่รู้ว่าหากปั่นต่อไปตามนิ้วกลางก็คือทางหลัก QL1A ก็จะไปถึงเมืองเว้ห์ ที่จะเลยต่อจาก ฮอยอันไป

แต่ปัญหา..ในหัวผมจำได้ว่าฮอยอันอยู่ทางขวาของถนน QL1A อย่างที่บอกแล้ว

แต่พิลึกอยู่ที่ถนนสามง่ามทางนิ้วชี้ ดูมันก็นำพุ่งลงทิศทางไปทะเล แต่สงสัยจริงๆทำไมประเภทของถนน มันแค่ระดับถนนเข้าทุ่งนาบ้านเรา

ไม่น่าจะเป็นถนนพาเข้าเมืองมรดกโลก

หรือว่าเขาสงวนความเป็นมรดกโลกตั้งแต่ถนนแบบนี้ เพราะเป็นถนนแบบโบราณ

ฮา..จริงๆครับที่คิดตอนนั้น และกังวลด้วยขืนพากลุ่มไปผิดเป็นเสียหายหนัก จากหลายเรื่องสำหรับวันนี้

ทั้งเรื่องที่ได้คำนวณกะเก็งระยะทางรวมของการปั่นวันนี้ผิด จากที่บอกแต่ต้นว่าซักแค่ ๙๐ กม. จนถึงตอนนี้ปั่นกันเกือบ ๑๐๐ กม. แล้ว ยังทำท่าหาทางเข้าฮอยอันกันไม่เจอ

แถมพรรคพวกก็หลุดหายกระจัดกระจาย ไม่ได้คิดถึงขั้นว่าจะเป็นตายร้ายดีหรอกครับ แต่ใจก็ห่วงว่าไปอยู่กันตรงไหน

ทั้งใจก็ซึมกระทือคอยนึกอยู่เรื่อยว่า..เฮ้อ..เช้านี้เจอเส้นทางดีๆสนุกกันอยู่ทีเดียว

ดั้นนน..มีเรื่องให้พลัดหลง แล้วจะไปคุยสนุกเรื่องที่เราด้อกแด้กให้กลุ่มขาแรงเขาฟังได้ยังไง ทั้งๆที่เตรียมตุนเรื่องจะคุยข่มพวกขาแรงเพียบ ใจนี่..กลายเป็นเหี่ยวเลย เย็นวันนั้น

ย้อนกลับถึงแยกสามง่ามอีกที

เห็นละครับ..ว่าแยกนิ้วนางที่ออกจากนิ้วกลาง QL1A เขาตัดใหม่เอี่ยมใหญ่โตพอๆกะสายนิ้วกลางสายหลัก

แต่เพราะไม่แน่ใจ

จึงออกสัญญาณโบกมือข้างตัวบอกพรรคพวกชะลอรถจอดข้างทาง แล้วผมก็แถไปทางถนนนิ้วชี้ ที่สะดวกในการไปถามชาวบ้านถึงเส้นทางที่ถูกต้องที่จะเข้าฮอยอัน

ชาวบ้านคนนั้นที่ผมโชคดี แค่ผมเอ่ยถามใช้คำถามสั้นๆ.."ฮอยอัน" และส่งภาษามือชี้ไปที่ถนนสายนิ้วกลางหรือสายนิ้วชี้

ประทานโทษ..แฮะ..แฮะ..เอานิ้วของมือทั้งหมด..ชี้ไปที่ถนนครับ

ทำนองถามว่าไปฮอยอัน..ไปทางไหน

ชาวบ้านที่ผมถาม ชี้ยืนยันหลายครั้งว่าต้องไปทางถนนด้านนิ้วนาง ที่ผมเทียบ..เฮ้อ..ผมคนเขียนยังมึน

ตอนนั้นผมละมึนจริงๆ นึกอยู่แต่ในใจว่า ฮอยอันมันอยู่ขวามือของถนนหลักนี่หว่า แล้วทำไมให้ผมเลือกถนนด้านซ้ายละวะ

เอ้า..เลือกด้านซ้ายก็ด้านซ้าย..

บอกพลพรรคให้ปรับทิศเข็นจักรยานข้ามถนนหลักสาย QL 1A ไปใช้ช่องถนนสายนิ้วกลาง ของแยกสามง่ามนี้

ครับปั่นต่ออีกซัก ๕-๖ กิโลเมตร ก็จะข้ามสะพานข้ามแม่น้ำ..ไม่ได้จดมาครับชื่อแม่น้ำอะไร

เพื่อให้แน่ใจก็ถามชาวบ้านอีกที

ก็ยืนยันครับว่ามาถูกทางแล้ว แถมบอกว่าปั่นต่อไปอีกซัก ๑๐-๑๒ กิโลเมตร ก็จะถึงฮอยอัน

แต่ที่สำคัญตรงจุดที่ถึงสะพาน และผมแวะถามชาวบ้านซึ่งจะสังสังเกตได้ว่าเป็นตลาดเล็กๆนั้น เมื่อปั่นต่อไปอีกซัก ๒ กิโมตรก็จะถึงตลาดใหญ่หรือเป็นแหล่งตึกแถว จะเห็นทางสามแยกระดับถนนสายเอกตัดกัน ให้เลี้ยวขวา

ทีนี้ปั่นโลดครับ

แต่ตอนที่ผมปั่น..ก็ไม่ค่อยโลดซักเท่าไหร่ เพราะใจสงสัยอยู่ตลอดเวลาว่า คุณภาพถนนมันไม่ถึงขนาดที่ว่าน่าจะเป็นเส้นทางขนคนหรือนักท่องเที่ยวเข้าไปฮอยอัน เพราะเป็นถนนระดับชำรุดทรุดโทรมแบบถนนลาดยางหมดอายุ และไม่กว้างนัก

แต่สุดท้ายที่ทนปั่นแบบไม่ค่อยมั่นใจ ต่อไปอีกซัก ๑๐ กิโลเมตรจากสามแยกที่ว่าไว้ ก็เข้าเขตฮอยอันครับ

ฮ้า..ถึงซะทีฮอยอัน เหนื่อยจริงๆกะการที่ไม่รู้เส้นทางมาก่อนและไม่มีแผนที่ส่วนนี้อยู่ในมือ เลยนำมาเล่ายาวอาจจะยาวเกินสำหรับคนไม่เจอเหตุการณ์

แต่กะผม..ที่เล่ามายังน้อยไปครับ แต่ก็พอแล้วละสำหรับรายละเอียดการปั่นเข้าฮอยอัน

รวมระยะการปั่นวันนี้ซัก ๑๒๐-๑๓๐ กิโลเมตรครับ

วันหน้าจะมาต่อช่วงฮอยอัน และเว้

ด้วยความระลึกถึงคุณพัลลภและคุณตู๋เต็มที ว่าเมื่อไหร่จะมาช่วยกันพากย์

ส่วนกะพี่เดช โทรฯไปทวงแล้วพูดเสียสั้นๆว่าไม่ว่างวุ้ย แต่ไม่รู้จริงๆว่าเหตุที่แท้จะเป็นเพราะถูกกักบริเวณอยู่หรือเปล่า ประเภทถูกสั่งงดกิจกรรมทุกชนิด

โดยทิศทางที่เราปั่นกันมา เป็นแนว

เมืองฮอยอันจะต้องไปทางเหนือของสาย QL 1A และอยู่ริมทะเลจีน..ด้านซ้ายมือของถนน QL 1A ผมดูจากแผนที่และจำแม่นในหัวก่อนเดินทางเช้านี้

ปั่นจากทางแยกหลัก ที่ตำบล
From : จารึก ไม้ค้ำตะวัน [ 28 มี.ค. 50 - 14:43:41 น. ]


ความเห็นที่ 28

อ้าวๆโพสท์ไปแล้วถึงรู้ว่า มีส่วนที่ต้องตัดทิ้งอยู่สองสามบรรทัดใต้ความเห็นข้างบน

หากตั้งใจอ่านตามที่ตั้งใจเขียนเพื่อให้อ่าน คงจะมองเห็นเองละครับ..ว่าผมเผลอเรอตรงไหน

ด้วยความนับถือต่อท่านที่กรุณาติดตามอ่าน


From : จารึก ไม้ค้ำตะวัน [ 28 มี.ค. 50 - 14:53:02 น. ]


ความเห็นที่ 29
ต่อจากวันก่อน.........ผ่านด่านลาวเข้าด่านเวียดนามเข้าเมืองด๊อกฮอย เมืองแรกของเวียดนาม หหาโรงแรมพัก รุ่งขึ้นออกเดินทางต่อไปเมืองฟุคซอนพัก 1 คืน วันใหม่เดินทางไปฮอยอัน ตอนจะเฮอยอันมีทางแยกหลายทาง เป็นเหตุให้เกิดการพลัดหลง คงเหลือผมกับไพศาลเข้ามาก่อน เข้าไปเที่ยวเมืองโบราณและหาที่พัก 1 คืน เช้าออกจากฮอยอันไปดานัง เป็นทางเลียบไปตามฝั่งทะเล เมืองนี้เป็นเมืองท่าเรืออาชีพส่วนใหญ่เป็นชาวประมง เรือที่ใช้ในการทำประมง ถ้าเป็นเรือประมงขนาดเล็กเขาจะใช้ไม้ไผ่สานขึ้นขอบด้วยไม้จริง และติดเครื่องท้าย ถ้าเป็นขนาดเล็กใช้ทำลักษณะกระชอนขนาดใหญ่แล้วใช้ชันผสมน้ำมันยางกันรั่ว เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ดีมาก ปรากฏว่าหลงอยู่ในดานัง 2 ช.ม. หาทางออกไปเว้ไม่ได้ เพราะชาวบ้านชี้มั่ว จนมีคนใจดีพาไปส่งทางออกจึงได้ไปถึงเว้ ซึ่งต้องไต่เขาอยู้หลายชั่วโมง พอลงเขามาได้ครึ่ง ลุงชอบก็ปั่นตามมาทัน ทีแรกดีใจนึกว่าพรรคพวกมาครบ แต่ลุงชอบมาคนเดียว ลุงชอบบอกว่าเมื่อวานก็หลงอยู่ท่ฮอยอันคนเดียว แล้วก็ปั่นเข้าเว้ด้วยกัน 3 คน ค้างที่เว้ 1 คืน รุ่งเช้าออกไปเที่ยวพระราชวังโบราณ แล้วเดินทางต่อไปตองฮา พัก 1 คืน รุ่งขึ้นเดินทางไปลาวบาวด่านเวียดนาม โอกาสหน้าจะคุยต่อครับ
From : เดช ไม้ค้ำตะวัน [ 28 มี.ค. 50 - 16:07:51 น. ]

ความเห็นที่ 30
พี่จารึกเล่ายาว ลุงเดชเล่าสั้น สนุกดีครับ ทริปนี้สนุกมากๆจากลาวใต้เข้าเวียดนามถนนดีมาก
ปั่นสบายๆเขาไม่สูง ปั่นในลาวตลอดทางเด็กๆจะโบกมือบ๊าย บาย และพูดสบายดีกับพวกเรา
พอเข้าเวียดนามเด็กๆก็จะโบกมือและพูดฮัลโหล ๆ ๆ กับพวกเรา พอเราฮัลโหลตอบเด็กๆก็จะยิ้ม
และดีใจ น่ารักมากๆ ทริปนี้ผมบอกได้เลยว่าพี่จารึกพาไปทัวร์ได้สนุกและคุ้มค่าจริงๆ..สุดยอด

From : ตู๋ครับ [ 28 มี.ค. 50 - 22:39:32 น. ]


กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ