00001
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร, 8 หุน เท่ากับ 1 นิ้ว , 12 นิ้วเป็น 1 คืบ, 2 คืบเป็น 1 ศอก, 4 ศอกเป็น 1 วา, 20 วาเป็น 1 เส้น, และ 400 เส้นเป็น 1 โยชน์

ความยาว

เป็นหน่วยวัดขนาดของสิ่งต่างๆ โดยจะวัดระยะห่างระหว่างปลายทั้งสองข้างของสิ่งนั้น หน่วยเอสไอของความยาว คือเมตร ความยาวเป็นขนาดในหนึ่งมิติ ซึ่งความยาวในสองมิติจะเกิดเป็นพื้นที่ และในสามมิติจะเกิดเป็นปริมาตร

วิวัฒนาการ
การวัดความยาวมีวิวัฒนาการมาแต่ดึกดำบรรพ์เพื่อใช้เป็นมาตราฐานในการแลกเปลี่ยนสิ่งของสินค้าและบอกระยะหรือความยาวที่เป็นที่ยอมรับและใช้กันในวัฒนธรรมนั้น วิวัฒนาการของมาตราวัดมีมาตรฐานเฉพาะที่แตกต่างไปตามท้องถิ่นและอารธรรม อารยธรรมใดที่เจริญก็จะนำมาตราวัดของตนไปใช้บังคับทำให้มาตราวัดนั้นๆ แพร่หลาย แต่อารยธรรมจึงมีมาตราวัดของตนใช้ในอารยธรรมนั้น และในชนเผ่าย่อยในวัฒนธรรมยังอาจมีมาตราของตนใช้ในท้องถิ่นนั้นๆ อยู่และค่อยๆ ลดความสำคัญลงไปตามลำดับ

การบรรจบกันของวัฒนธรรมและการติดต่อค้าขาย ระหว่างประเทศทำให้เกิดความจำเป็นที่จะต้องมีมาตราวัดสากลที่ทั่วโลกให้การรับรอง


มาตราวัดสากล
ปัจจุบันนี้เราใช้ระบบ SI (มาจากคำฝรั่งเศส Systeme International ซึ่งตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า International System) กันมาก มาตราวัดของระบบนี้คล้ายกับระบบเมตริก ขนาดที่ใช้ก็เป็นเมตร(metre) ใหญ่ขึ้นไปก็มีหลายอย่าง แต่ส่วนใหญ่ก็ใช้กิโลเมตร(kilometre) เป็นหลัก ถ้าเล็กกว่า metre ก็มีเช่น centimetre (10^-2 เมตร), millimetre(10^-3 เมตร), micrometre(10^-6 เมตร), nanometre(10^-9 เมตร), picrometre(10^-12 เมตร) เป็นต้น


ระบบอังกฤษ
อังกฤษเคยเป็นจักรวรรดิโลกใหม่ที่แผ่อำนาจคลุมไปเกือบทั่วโลก ระบบมาตราวัดอังกฤษจึงค่อนข้างแพร่หลายมากที่สุด มาตราวัดความยาวระบบอังกฤษมี ฟุต(foot) ใหญ่ขึ้นไปก็เป็น หลา(yard) เป็นไมล์(mile) เล็กลงไปกว่าฟุตก็มี นิ้ว(inch) ซึ่งมาตราวัดสมัยโบราณนั้นโดยทั่วไปตามประเทศต่าง ๆ ก็จะใช้ความยาวของส่วนของร่างกายของคนทั่ว ๆ ไปเป็นหลัก ซึ่งก็เป็นการวัดโดยประมาณเพราะร่างกายของคนแต่ละคนมีขนาดแตกต่างกัน ต่อมาจึงเริ่มมีการทำให้เป็นมาตรฐานขึ้น มีการสร้างไม้วัดขนาดมาตรฐานขึ้นมา เช่น ความยาว 1 ฟุตนั้นว่ากันว่าใช้ความยาวของพระบาทของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ความยาว 1 หลาได้มาจากรอบพระองค์ของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 1 (หรือบ้างก็ว่าเป็นความยาววัดจากปลายจมูกถึงปลายหัวแม่มือเมื่อเหยียดตรง) [1] หรือมีการใช้ขนาดพืชผลเทียบ เช่น ความยาว 1 นิ้ว เป็นความยาวของข้าวบาร์เลย์ 3 เมล็ดเรียงกัน [1] ความสัมพันธ์ของหน่วยพวกนี้ เราก็ทราบกันดีว่า 12 นิ้วเป็น 1 ฟุต 3 ฟุตเป็น 1 หลา และ 1760 หลาเป็น 1 ไมล์

ในเรื่องของ ไมล์ ก็ยังมีทั้ง ไมล์บก ไมล์ทะเล ไมล์บก หรือ statute mile (ไมล์ตามกฎหมาย) นั้น เท่ากับ 1,760 หลา หรือ 5,280 ฟุต ถ้าคิดเป็นกิโลเมตร จะได้ 1.61 กิโลเมตร ส่วนไมล์ทะเล nautical mile หรือ geographical mile นั้นยาวกว่าไมล์บก คือเท่ากับ 2,025 หลา หรือ 6,076 ฟุต ถ้าคิดเป็นกิโลเมตร จะได้ 1.852 กิโลเมตร และยังมีไมล์อากาศ (air mile) อีก แต่ดีหน่อยที่ไมล์อากาศ ก็เท่ากับ ไมล์ทะเล นั่นเอง


มาตราวัดทางทะเล
เรื่องมาตราวัดที่เกี่ยวกับทะเลนี้ มีเรื่องการวัดความลึกตามมาตราโบราณคำหนึ่ง คือ ลีก(league) ซึ่งจะเห็นจากหนังสือของจูลส์ เวิร์น (Jules Verne) นักเขียนชาวฝรั่งเศสเรื่อง 20,000 leagues under the sea ซึ่งถ้าเป็นชื่อหนังสือฝรั่งเศสจะเป็น Vingt mille lieues sous les mers ดังนั้น หน่วย league นี้ถ้าเป็นภาษาฝรั่งเศสก็จะเป็น lieue (ส่วนไทยที่เคยมีการแปลชื่อหนังสือหรือหนังเรื่องนี้ได้ปรับไปใช้ชื่อหน่วยแบบไทย ๆ คือใช้ชื่อว่า ใต้ทะเลสองหมื่นโยชน์ ซึ่งความจริงแล้ว league หรือ lieue นี้ไม่ได้เท่ากับโยชน์) 1 league นี้เท่ากับประมาณ 3 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 5.556 กิโลเมตร

หน่วยที่ใช้วัดความลึกทะเลยังมีอีกคำคือ ฟาทอม(fathom) 1 ฟาทอมเท่ากับ 6 ฟุต หรือ 1.83 เมตร


มาตราวัดความยาวขนาดเล็กมาก
หน่วยวัดขนาดที่เคยมีการใช้กันอีกหน่วยคือ อังสตรอม (Angstrom) ซึ่งตั้งตามชื่อของนักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดนที่ชื่อ อันเดอรส์ โยนาส อองสเตริม (Anders Jonas Angstrom) 1 อังสตรอมเท่ากับ 10^- 8 ซม หรือ 10^- 10 เมตร


มาตราวัดของไทยในประวัติศาสตร์และวรรณคดี
มาตราวัดของไทยมีปรากฏทั้งในประวัติศาสตร์และวรรณคดีดังนี้


พระราชพิธีสิบสองเดือน
พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีข้อความต่อไปนี้อยู่ “เสาโคมชัยใช้ไม้ยาว 11 วา” (พระราชพิธีจองเปรียง) “เกยสูง 4 ศอก ไม้ยาว 4 ศอก” (พิธีกะติเกยา) “ศิวลึงค์ตั้งอยู่บนฐานที่เรียกว่าโยนิ สูงตั้งแต่ 5 นิ้ว 6 นิ้ว ขึ้นไปจน 2 ศอก เศษ 2 ศอก” (พิธีศิวาราตรี) “ใช้ผ้าลายหกคืบผืน 1 ห้าคืบผืน 1 สี่คืบผืน 1” (พระราชพิธีพืชมงคลและจรดพระนังคัล) จะเห็นว่า หน่วยในมาตราวัดของไทยมี วา ศอก นิ้ว คืบ


หนังสือ มังรายศาสตร์
แปลโดย ดร.ประเสริฐ ณ นคร มีข้อความเช่น “คนจะหลีกช้าง หลีกให้ไกล 30 วา 20 วา ผิช้างดุ ให้หลีกให้ไกล 110 วา 50 วา ผิหลีกม้าให้ไกล 1 วา 2 วา ผิงัวควายดุให้หลีกให้ไกล 3 วา 4 วา 5 วา 6 วา” มีหน่วยวัดเป็น วา

โคลงโลกนิติ
มีหน่วยวัดหลายที่ เช่น “ช้างสารหกศอกไซร้ เสียงา” “ขุนเขาสูงร้อยโยชน์ คณนา” “ภุมราอยู่ไกลสถาน นับโยชน์ ก็ดี” เป็นต้น มีหน่วย ศอก โยชน์[4]


พจนานุกรมศัพท์วรรณคดีไทยสมัยสุโขทัย ไตรภูมิกถา
มีหน่วยวัดเช่น “ต้นกัลปพฤกษ์นั้นโดยสูงได้ 10 วา 2 ศอก โดยกว้างได้ 10 วา” “ชั้นฟ้าอันชื่อว่าดุสิดานั้นขึ้นไปเบื้องบนได้ 2,688,000,000 วา ผิแลจะคลนาด้วยโยชน์ได้ 336,000 โยชน์ จนถึงชั้นฟ้าอันชื่อว่านิมมานรดีนั้น” มีหน่วย วา ศอก โยชน์


พงศาวดารโยนก
มีข้อความ “สร้างพระมหาสถูป ณ เมืองเชียงแสน ซึ่งเรียกว่าวัดต้นแก้ว ก่อฐานพระเจดีย์กว้าง 15 วา สูง 1 เส้น 5 วา” “พระยาเมงรายได้ฟังคำอธิบายของสมเด็จพระร่วงเจ้าดังนั้น จึงตรัสว่า ข้าแต่สหายเจ้าทั้งสอง ผิดังนั้นเราจะตั้งล่วงแป(ด้านยาว) 1000 วา ล่วงขื่อ(ด้านสกัด) 400 วา เถิด” เป็นต้น มีหน่วย วา เส้น

ดังนั้นตามที่เราทราบกัน หน่วยวัดของไทยที่ใช้กันมาแต่เดิมก็มี ศอก วา คืบ นิ้ว โยชน์ เส้นความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยเหล่านี้ก็คือ 12 นิ้วเป็น 1 คืบ, 2 คืบเป็น 1 ศอก, 4 ศอกเป็น 1 วา, 20 วาเป็น 1 เส้น, และ 400 เส้นเป็น 1 โยชน์


มาตราวัดของไทยกับต่างประเทศ
นิ้วของไทยก็ไม่ใช่เท่ากับ นิ้วของฝรั่งที่บอกว่าเป็นความยาวของข้าวบาเลย์ 3 เมล็ดเรียงกัน และก็ไม่ได้เท่ากับ นิ้วมาตรฐานในหน่วยอังกฤษปัจจุบัน แต่นิ้วของไทยนั้นใช้ความยาวเท่ากับ ข้อปลายของนิ้วกลาง ซึ่งนิ้วของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันอยู่แล้ว ดังนั้นจะเอามาตรฐานแบบความยาวทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันไม่ได้ เรื่องความยาวนิ้วที่สัมพันธ์กับเมล็ดข้าวหรือเม็ดข้าวนั้น ใน “สารานุกรมพระพุทธศาสนา” ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ก็มีกล่าวถึงเหมือนกัน ว่า 7 เม็ดข้าวเป็น 1 นิ้ว และมีข้อความระบุไว้ว่า “ได้เอาข้าวเหนียวทั้งเปลือกเรียงเทียบนิ้ว ข้าวเหนียวดำโตไป เพียง 6 เมล็ดก็ได้นิ้วหนึ่ง ข้าวเหนียวขาว 7 เมล็ดพอดี แต่เศษของนิ้วแบ่ง 8 สะดวกกว่า” เขียนถึงตรงนี้ ก็นึกถึงว่าที่ไม้บรรทัด สเกลเป็นนิ้วก็มีแบ่งเป็น 8 ส่วนด้วย นอกเหนือจากที่มีแบ่งเป็น 10 ส่วนแล้ว และของไทยเราก็มีการใช้ขนาดที่เรียกว่า หุน ซึ่ง 8 หุนเท่ากับ 1 นิ้ว ถ้าพูดว่าท่อน้ำขนาด 4 หุนก็คือท่อขนาดครึ่งนิ้วนั่นเอง หน่วยหุนนี่เข้าใจว่ามาจากมาตราวัดของจีน

คำที่ตรงกับคำว่านิ้วมีอยู่คำหนึ่งคือ องคุลี (คงทำให้เรานึกถึงองคุลีมาล ซึ่งฆ่าคนเอานิ้วมาร้อยเป็นสร้อยคอแขวนไว้) ในนิราศภูเขาทอง ของสุนทรภู่ ก็มีบทที่เกี่ยวกับขนาดความยาวเป็นองคุลีหรือนิ้วอยู่ คือ บทที่ว่า

งิ้วนรกสิบหกองคุลีแหลม ดังขวากแซมเสี้ยมแซกแตกไสว
ใครทำชู้คู่ท่านครั้นบรรลัย ก็ต้องไปปีนต้นน่าขนพอง”
แสดงว่าหนามงิ้วนั้นยาวมาก ยาว 16 นิ้ว และคงอยู่ติด ๆ กัน เพราะถ้าอยู่ห่าง ๆ กัน คนที่ตกนรกโดนปีนต้นงิ้วคงเหยียบปีนได้สบาย

คำกล่าวของไทยอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับขนาดก็มีว่า ร่างกายของคนเรานั้น กว้างศอก ยาววา หนาคืบ ดังนั้นถ้าร่างกายของใครที่กว้างเกินศอก หนาเกินคืบของคนนั้น ก็เห็นจะต้องไปพิจารณาลดขนาดลงบ้างก็ดี


มาตราวัดขนาดยาวมากของไทย
สำหรับหน่วยที่ยาวเกินวาของไทยเราที่มีคำ เส้น กับ โยชน์ นั้น คำว่าโยชน์นี้ที่เป็นขนาดความยาวที่มาก ๆ ของไทย เลยถูกนำไปใช้เวลาแปลชื่อเรื่อง 20,000 leagues under the sea ของจูลส์ เวิร์น ตามที่กล่าวมาแล้ว ของไทยโบราณที่ใช้กันก็คงมีแค่ เส้น กับ โยชน์ แต่ในหนังสือ สารานุกรมพระพุทธศาสนา ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ยังกล่าวถึงหน่วยอื่นอีก คือ

25 วาเป็น 1 อสุภะ 80 อสุภะ เป็น 1 คาวุต 4 คาวุต เป็น 1 โยชน์

และ 4 ศอกเป็น 1 ธนู 500 ธนูเป็น 1 โกสะ 4 โกสะเป็น 1 คาวุต 4 คาวุตเป็น 1 โยชน์


มาตราวัดขนาดที่เล็กของไทย
แล้วขนาดที่เล็กกว่า นิ้ว มีอะไรบ้าง บางคนอาจเคยท่องได้ว่า 4 กระเบียด เป็น 1 นิ้ว แสดงว่ามีขนาดที่เรียกว่า กระเบียด อีกคำ บางแห่งมีคำ อนุกระเบียด อีก คือ 2 อนุกระเบียดเป็น 1 กระเบียด

ไม่มีมาตราวัดที่เล็กกว่านี้อีกแล้วของไทย มีแต่คำเล็ก ๆ ที่ไม่ใช่มาตราวัด เช่น ธุลี(ละออง, ฝุ่น) อนุภาค(ชิ้นหรือส่วนขนาดเล็กมาก, ในทางวิทยาศาสตร์มักใช้เรียกส่วนที่มีขนาดเล็กกว่าอะตอม เช่น อนุภาคแอลฟา อนุภาคบีตา ภาษาอังกฤษใช้ว่า particle) อณู(ส่วนของสารที่ประกอบด้วยปรมาณู) และมีคำ ปรมาณู ซึ่งตรงนี้มีความสัมพันธ์ที่น่าสนใจแต่ไม่ทราบที่มาว่า 36 ปรมาณู เป็น 1 อณู ใครทราบกรุณาให้ความรู้ด้วย จะขอบพระคุณยิ่ง

และมีมาตราวัดระยะห่างที่ใกล้กันมาก ๆ คือ ห่างกันแค่เส้นยาแดงผ่าแปด ซึ่งในพจนานุกรมบอกว่าเป็นภาษาพูด หมายถึงห่างกันนิดเดียว ซึ่งคำว่า ยาแดง ในที่นี้ คงหมายถึงยาสูบชนิดหนึ่งของจีน เส้นแดง ซึ่งเป็นเส้นขนาดเล็ก ๆ อยู่แล้ว เอามาผ่าแปดส่วนอีก ขนาดก็ยิ่งเล็กลงไป บางทีก็ใช้คำว่า เส้นผมผ่าแป มาตราวัดของจีนโบราณ


มาตราวัดของจีนดั้งเดิมที่เราเคยได้พบกันสำหรับผู้ที่ชอบอ่านหนังสือกำลังภายในก็เห็นจะมีอยู่ 2 คำ คือ ลี้ กับ เชียะ ลี้นั้นเป็นความยาวของระยะทางประมาณครึ่งกิโลเมตรหรือ 500 เมตร เช่น “กำแพงเมืองจีนที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ฮั่นนั้นยาวกว่าสมัยราชวงศ์ฉินมากนัก กล่าวคือมีความยาวสองหมื่นกว่าลี้ นับเป็นราชวงศ์ที่สร้างกำแพงเมืองจีนได้ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์” ส่วน เชียะ (บางทีก็เขียนเป็น เฉียะ หรือ เฉี้ยะ)นั้นยาวเท่ากับ 33.33 ซม. เช่น “กระบี่เล่มนี้ยาวสี่เชียะสามนิ้ว หนักสามสิบเก้าชั่ง ตอนหลอมกระบี่เล่มนี้ได้เหล็กมาจากเก้าแคว้นสิบสามมณฑล รวมเหล็กกล้าดีที่สุดของเก้าแคว้นสิบสามมณฑล ถลุงเป็นร้อยครั้ง กระหน่ำเป็นพันค้อน จึงหลอมได้กระบี่เหล็กใหญ่เล่มนี้มา” “กระบี่ของอาฮุยไม่อาจนับเป็นกระบี่ได้เลย มันเป็นเพียงแผ่นเหล็กที่มีความยาวสามเชียะเศษ ทั้งไม่มีคมกระบี่ และไม่มีโกร่งกระบี่ กระทั่งด้ามกระบี่ก็ยังไม่มี เป็นแต่ใช้ไม้บาง ๆ สองแผ่นตอกไว้สองฟากข้างก็นับเป็นด้ามกระบี่แล้ว”


ระบบมาตราวัดทางดาราศาสตร์
มาตราวัดที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดเห็นจะเป็นของทางดาราศาสตร์ คือ ปีแสง (light – year หรือ light year) ระยะทางที่แสงเดินทางในสุญญากาศในเวลา 1 ปี แสงมีความเร็ววินาทีละ 186,000 ไมล์ ดังนั้น ระยะทาง 1 ปีแสงจึงเท่ากับประมาณ 5.88 ล้านล้านไมล์ (5.88 x 1012 ไมล์) หรือ 9.46 ล้านล้านกิโลเมตร (9.46 x 1012 กิโลเมตร)



By : นายพี [ 17 ม.ค. 50 - 12:43:03 น. ]


ความเห็นที่ 1
ได้ประโยชน์ครับ บทความนี้ ชอบๆๆ

From : M - H [ 17 ม.ค. 50 - 14:26:52 น. ]

ความเห็นที่ 2
ขอบคุณครับ
From : ลพบุรี [ 17 ม.ค. 50 - 16:27:16 น. ]

ความเห็นที่ 3
ขอบคุณครับ ข้อมูลชัดเจนดี ...................... รู้ที่มาที่ไป ผมก็พอจะมีข้อมูลว่า 1 หลา เป็นความยาววัดจากปลายจมูกถึงปลายหัวแม่มือเมื่อเหยียดตรงไปทางด้านข้างของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 1 น่ะครับ
From : เอ้ บ้านโป่ง [ 17 ม.ค. 50 - 19:57:06 น. ]

ความเห็นที่ 4
ผมยังสงสัยในการเทียบความยาวของปัจจุบันนี้ว่าความยาวของเราหายไปส่วนหนึ่งนะครับยกตัวอย่างเช่น
ปัจจุบัน 1 วา = 2 เมตร ซึ่งแต่เดินตอนสมัยผมเรียนหนังสือครูจะให้ท่องมาตราส่วนดังนี้
8 หุน =1 นิ้ว, 12 นิ้ว = 1 คืบ, 2 คืบ = 1 สอก, 4 สอก = 1 วา, 20 วา = 1 เส้น, 400 เส้น = 1 โยชน์, เพราะฉนั้น 1 คืบต้องเท่ากับ 30.48 ซม. 2 คืบ = 30.48*2 = 60.96 ซม.และ 4 สอก = 1 วา,เพราะฉนั้น 1 วา ควร = 60.96*4 = 243.84 ซม,แต่ปัจจุบัน 1 วา เหลือแค่ 200 ซม.เท่านั้นเพราะจากการที่ผมไปซื้อที่ดินและทางที่ดินอำเภอได้ทำการรางวัดพื้นที่จะใช้แค่ 1 วา = 2 เมตร ผมเลยไม่ทราบว่าประเทศไทยทำการเปลี่ยนแปลงมาตราวัดใหม่ตั้งแต่เมื่อไรเพราะเดิมที่คนไทยจะวัดพื้นที่ของตัวเองเป็นวา เช่น 1 งาน = 100 ตารางวา, 1 ไร่ = 400 ตารางวา, วึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดพื้นที่งอกและพื้นที่หายของชาวบ้านหลาย ๆ คน ถ้าท่านใดทราบช่วยชี้แจงด้วยนะครับ
From : ไพฑูรย์ [ 18 ม.ค. 50 - 10:10:18 น. ]

ความเห็นที่ 5
ยังไม่เข้าใจเลยค่ะ
From : ปาริฉัตร [ 4 พ.ย. 50 - 09:37:16 น. ]

ความเห็นที่ 6
ยังไม่เข้าใจเลยค่ะ
From : ปาริฉัตร [ 4 พ.ย. 50 - 09:37:18 น. ]

ความเห็นที่ 7
1โยชน์=16กิโลเมตร
From : วาน [ 8 ธ.ค. 50 - 21:21:48 น. ]

ความเห็นที่ 8
ขอเพิ่มเติมมาตราวัดขนาดเล็กของไทยนะครับ
8 ธุลี เท่ากับ 1 ไข่เหา
8 ไข่เหา เท่ากับ 1 ตัวเหา
8 ตัวเหา เท่ากับ 1 เมล็ดข้าว
8 เมล็ดข้าว เท่ากับ 1 นิ้ว
From : ... [ 9 ธ.ค. 50 - 22:22:52 น. ]

ความเห็นที่ 9
มาตราวัดทางดาราศาสตร์ (เพิ่มเติม)
3.4 ปีแสง เท่ากับ 1 pasac
1 pasac เท่ากับระยะทางจากโลกถึงดาวฤกษ์ที่ใกล้ที่สุด (ไม่ใช่ดวงอาทิตย์)
ชื่อว่าดาวพอกซิม่า เซนจูรี เป็นระบบดาวแฝดกับดวงอาทิตย์
เคยโคจรมาใกล้โลก เป็นสาเหตุให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์
อาจโคจรมาใกล้โลกอีก จะทำให้มนุษย์โลกสูญพันธ์ได้
ดาวฤกษ์ดวงนี้มีดาวบริวารคล้ายกับโลกเรา ซึ่งน่าจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่
เรียกว่า มนุษย์ต่างดาว ซึ่งเรายังไม่เคยเจอตัวเป็นๆ
สักวันหนึ่งเราจะต้องเจอมนุษย์ต่างดาวตัวเป็นๆ แน่นอน
ถ้าเจอ เขาจะมาแบบสันติ


From : ... [ 10 ธ.ค. 50 - 13:17:32 น. ]


ความเห็นที่ 10
หุนอยู่ในมาตวัดของระบบอะไรครับ
From : เค็กเทคสัต [ 23 พ.ค. 51 - 10:01:54 น. ]


กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ