00001
ปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน และ การปฐมพยาบาล

....ผมได้เอกสารแผ่นพับ มาจาก สถาบันการแพทย์ด้านอุบัติเหตุและสาธารณภัย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน .....จึงนำมาลงไว้ เพื่อ ให้เพื่อนๆ ได้ทราบถึงการให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บขั้นแรก ก่อนที่จะส่งไปให้แพทย์รักษาต่อ..../
By : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:36:33 น. ]

ความเห็นที่ 1

ขั้นตอนการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR)
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:39:51 น. ]

ความเห็นที่ 2

1. ตรวจดูระดับความรู้สึกตัว
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:42:08 น. ]

ความเห็นที่ 3

2. จัดให้ผู้ป่วยนอนหงาย
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:43:37 น. ]

ความเห็นที่ 4

3. เปิดทางเดินหายใจ
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:44:37 น. ]

ความเห็นที่ 5

4. ตรวจดูการหายใจ
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:45:36 น. ]

ความเห็นที่ 6

5. ช่วยหายใจด้วยการเป่าปาก 10-12 ครั้ง ใน 1 นาที
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:46:51 น. ]

ความเห็นที่ 7

6. ตรวจชีพจรในเวลา 5-10 นาที
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:47:48 น. ]

ความเห็นที่ 8

7. การกดหน้าอก
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:48:40 น. ]

ความเห็นที่ 9

7. การกดหน้าอก (ต่อ)
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:49:48 น. ]

ความเห็นที่ 10

7. การกดหน้าอก (ต่อ)
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:56:27 น. ]

ความเห็นที่ 11

8. ตรวจชีพจรและหายใจซ้ำ ทุก 3-4 นาที และให้การช่วยเหลือ
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:57:46 น. ]

ความเห็นที่ 12

8. ตรวจชีพจรและหายใจซ้ำ ทุก 3-4 นาที และให้การช่วยเหลือ (ต่อ)
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:58:28 น. ]

ความเห็นที่ 13

ผู้ช่วยเหลือ เตรียมข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน...../
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 12:00:20 น. ]

ความเห็นที่ 14
.... หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ สถาบันการแพทย์ด้านอุบัติเหตุและสาธารณภัย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โทร. 0-2590-6228, 0-2951-0272
.... หาก เพื่อนๆ มีข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ช่วยกันนำมาลง เพื่อจะได้เป็นการให้ความรู้ซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์ในการให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ
.... ส่วนเรื่องการปฐมพยาบาล ผมกำลังขอข้อมูลจาก กองการแพทย์ ของ กฟผ. จะนำมาลงให้อีกครับ..../
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 12:07:19 น. ]

ความเห็นที่ 15
ขอขอบคุณ คุณ Schmetz ที่แจ้ง Link มาให้
และ ขออนุญาต คัดลอกเนื้อหา
" ปฏิบัติการช่วยชีวิต "
จากคุณบอกต่อ ในกระทู้ของ TCC
มีข้อความดังนี้..
จากหนังสือเรื่อง หมอปากหมา เล่มสอง
1. ถ้าเลือดออกมาก ให้ห้ามเลือดโดยกดปากแผลให้แน่นจนไม่มีเลือดพุ่งกระฉูดออกมา
2. ถ้ากระดูกแขน-ขาหัก ให้ดามด้วยไม้ก่อนเคลื่อนย้าย
3. ถ้าตกจากที่สูงต้องระวังคอหัก เวลาเคลื่อนย้ายจะต้องประคองศรีษะให้ตรงและนิ่ง อย่าปล่อยให้พับไปพับมา
4.ถ้าหยุดหายใจ ให้ทำดังนี้
- กวาดล้วงเอาสิ่งต่างๆ ที่อาจตกค้างอยู่ในปากออกมาให้หมด
- ช่วยหายใจโดยการเป่าปาก โดยบีบจมูกผู้ป่วยให้แน่น สูดหายใจลึกๆ แล้วประกบปากกับผู้ป่วยพร้อมกับเป่าลมเข้าไปแรงๆ ทำไปจนกว่าจะถึงมือแพทย์
5. ถ้าหัวใจหยุดเต้น ให้ทำดังนี้
- ทุบหน้าอกด้านซ้ายด้วยกำปั้น 1-2 ครั้ง (ทุบแรงๆให้ดังบึก)
- นวดหัวใจโดยการวางผู้ป่วยบนพื้นแข็งๆ ผู้ช่วยชีวิตนั่งคร่อมตัวผู้ป่วย เหยียดแขนตรงใช้มือข้างหนึ่งวางบนอกของผู้ป่วยตรงกลางอกเหนือลิ้นปี่ มืออีกข้างหนึ่งกดทับมือแรก แล้วขย่มตัวกดมือลงไปกึ่งกระแทกแล้วยกขึ้น ทำซ้ำๆ เป็นจังหวะโดยนับ กด-ปล่อย สลับกันไปเช่นนี้
6. ถ้ามีคนที่รู้วิธีช่วยชีวิตเพียงคนเดียว จะต้องทำหน้าที่ทั้งช่วยหายใจและช่วยนวดหัวใจ โดยกะว่านวดหัวใจ 3-5 ครั้ง แล้วเป่าปาก 1 ครั้ง จำไว้ว่าต้องทำอยางแข็งขัน หากเหยาะแหยะ ผู้ป่วยตายแน่
7. การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยต้องรวดเร็ว อย่าปล่อยให้การช่วยหายใจและการนวดหัวใจขาดช่วง เวลาทุกนาทีมีค่าต่อชีวิต
8. อยากให้ผู้อ่านทุกคนลองฝึกซ้อมกดกับฟูกแน่นๆ ชนิดรู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม ทำเป็นแล้วให้บอกต่อๆ กันไป
......ก็ต้องฝึกปฏิบัติด้วยเพื่อให้เกิดทักษะ โดยสามารถเข้ารับการอบรมการฝึกปฐมพยาบาลที่กองบรรเทาสาธารณภัย สภากาชาดไทย สถานเสาวภา เรื่อง การปั๊มหัวใจ CPR ค่าสมัครเรียน ไม่เกิน 500 บาท...../

From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 12:25:04 น. ]

ความเห็นที่ 16
เป็นประโยชน์อย่างมากครับ ผมได้เซฟเก็บไว้อ่านแล้ว สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากกับพวกเรา หากว่าจะมีแอคซิเด็นท์เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน อย่างน้อยที่สุด การดูแลขั้นต้นกับผู้ป่วยก็สามารถช่วยเซฟได้ในระดับหนึ่งแล้ว ขอบคุณคุณสมชายครับ
From : ศุภชัย [ 18 ก.ย. 45 - 14:37:02 น. ]

ความเห็นที่ 17
ดีมากเลยครับ แต่สงสัยนิดเดียวตรงข้อ 5 ความเห็นที่ 6 ที่บอกว่า "ผู้ช่วยเหลือหายใจเข้าเต็มที่ประกบปาก....." จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าตอนเด็กๆ อาจารย์สอนว่าให้เราอมอากาศในปากแล้วเป่าเข้าไป เพราะถ้าเราหายใจเข้าแล้วเป่าเข้าปากเค้าจะได้แต่คาร์บอนไดออกไซด์ แต่ไม่แน่ใจนะครับ ใครเป็นหมอ ตอบให้หน่อยครับ
From : i-drive [ 18 ก.ย. 45 - 14:53:57 น. ]

ความเห็นที่ 18
......ตอบ คุณ i-drive....พอทราบคำถาม ผมก็เริ่มเอะใจ มันก็น่าจะจริงอย่างที่ว่ามาเหมือนกัน....เลยรีบโทรไปกองการแพทย์ กฟผ. ขอความรู้จากคุณหมอ.....ได้ความกระจ่างมาดังนี้ครับ.....
.....ตอนที่ผู้ช่วยเหลือ สูดหายใจเข้าทางจมูกจนเต็มปอดนั้น ถูกต้องแล้ว อากาศที่สูดเข้าไปจะมี อ๊อกซิเจน ผสมอยู่ประมาณ 21 % ซึ่งปกติทุกลมหายใจเข้า อากาศที่เข้าไป ถุงลมในปอดจะจับเอาอ๊อกซิเจนได้เพียง 5 % เท่านั้น ดังนั้น ตอนเป่าเข้าปากเพื่ออัดอากาศเข้าปอดผู้ป่วย จึงยังมีปริมาณ อ๊อกซิเจน อยู่อีกถึง 16 % ซึ่งก็มากพอ เพราะปอดของผู้ป่วยก็รับอ๊อกซิเจนได้เพียง 5 % ..... ผมก็เลยได้ความรู้ไปด้วยเลย.....ก็ขอขอบคุณในคำถามที่ถามมา....ทำให้ทราบเหตุผลและเกิดความเข้าใจยิ่งขึ้นครับ.../
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 15:38:51 น. ]

ความเห็นที่ 19

เยี่ยมเลยครับ ... เป็นประโยชน์กับการช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุจากเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเนื่องจากขี่จักรยานหรือไม่ ...

ขอบคุณครับ ....


From : environmania@cocobike [ 18 ก.ย. 45 - 15:44:51 น. ]


ความเห็นที่ 20
ยอดเยี่ยมครับ โดยเฉพาะ คห.ที่18 ผมก็เพิ่งจะทราบ อย่างนี้เวลานำปลาสวยงามใส่ถุงพลาสติคเพื่อขนย้าย ก็สามารถเป่าลมให้ถุงพองก่อนจะมัดปากถุงได้แล้วครับ ขอบคุณมาก
From : vr. [ 18 ก.ย. 45 - 20:14:43 น. ]

ความเห็นที่ 21
เยี่ยมเลยครับ คุณสมชาย ถ้าเป็นไปได้มีภาคปฏิบัติสำหรับสมาชิกร่วมทริปสักครั้งก็น่าจะดี
สุดท้าย... ขออย่าให้เกิดอุบัติเหตุกับชาวจักรยานอีกเลยครับ
From : tom [ 18 ก.ย. 45 - 20:53:37 น. ]

nbt
ความเห็นที่ 22 [ 18 ก.ย. 45 - 23:10:35 น. ]

webmaster

ขอบคุณมากครับพี่สมชาย ผมนำไปรวมในกระทู้ที่น่าสนใจหน้าแรกแล้วครับ

ความเห็นที่ 23
ขอขอบคุณมากครับพี่สมชาย เป็นประโยชน์มากเลยครับ/
From : ก้อง ซานตาครูซ [ 19 ก.ย. 45 - 00:16:50 น. ]

ความเห็นที่ 24
คุณ สมชาย..จะขอcopy ไปใส่ไว้ที่ TCC บ้างนะ
From : organ [ 19 ก.ย. 45 - 09:02:07 น. ]

ความเห็นที่ 25
ขอบคุณมากๆ ครับคุณสมชาย จะได้รู้วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องซะทีครับ
From : i-drive [ 19 ก.ย. 45 - 09:04:47 น. ]

ความเห็นที่ 26
....ผมได้รับข้อมูลจาก กองอนามัย สำนักงานแพทย์และ อนามัย กฟผ. มาแล้ว.....จึงได้เลือกบางส่วนมาลงให้ครับ.....ก็เริ่มด้วยเรื่องการปฐมพยาบาล....แล้วก็เรื่อง การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ซึ่งพวกเราชาวเสือมักจะเป็นกันเพราะอาจมีการออกกำลังที่หนักและเป็นเวลานานๆ ก็มีวิธีการรักษาในเบื้องต้นด้วย ....น่าจะเป็นประโยชน์บ้างครับ..... ....../
From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:08:35 น. ]

ความเห็นที่ 27

การปฐมพยาบาล
การปฐมพยาบาล หมายถึง การให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บขั้นแรกก่อนที่จะส่งไปให้แพทย์รักษาต่อ
โดยทั่ว ๆ ไปการปฐมพยาบาลจะปฏิบัติ ณ สถานที่เกิดเหตุ นอกเสียจากสถานที่นั้น ๆ ไม่เหมาะและไม่สะดวกแก่การให้การปฐมพยาบาล โดยใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือเท่าที่จะหาได้

จุดประสงค์
1. ป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นในระยะต่อไป
2. เพื่อช่วยชีวิต
3. บรรเทาความเจ็บปวดหรือความทรมานลง
4. ลดความพิการ และช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น
5. รีบนำส่งโรงพยาบาลในกรณีจำเป็น

หลักเบื้องต้นของการปฐมพยาบาล
โดยทั่วไปมักมีสิ่งที่เกี่ยวข้องสำคัญอยู่ 3 ประการ ได้แก่
ผู้ที่ให้การช่วยเหลือ
ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ (ผู้ป่วย) และ
สิ่งแวดล้อม
ซึ่งแยกลำดับความสำคัญ ดังนี้ :-
1. ผู้ให้การช่วยเหลือ ต้องตั้งสติให้ดี อย่าแสดงอาการที่ทำให้ผู้ป่วยเสียขวัญ ตัดสินใจว่าอะไรเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องให้การช่วยเหลือก่อน หรือหลัง หรือมีความจำเป็นต้องส่งผู้ป่วยเพื่อรับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที
2. สิ่งแวดล้อม โดยอย่าให้คนมุงดู เคลื่อนย้ายให้ถูกวิธีจากสถานที่เกิดเหตุ, ประเมินสถานการณ์ของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
3. ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ (ผู้ป่วย)

From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:09:36 น. ]


ความเห็นที่ 28

การประเมินสภาพผู้บาดเจ็บ โดยพิจารณาปัจจัย 3 ประการ คือ
การประเมินสภาพผู้บาดเจ็บ โดยพิจารณาปัจจัย 3 ประการ คือ
1. ลักษณะของสถานการณ์
2. การตรวจร่างกาย
3. สิ่งแสดงชีพ (Vital sign)

1.ลักษณะของสถานการณ์
- ได้จากคำบอกเล่าของผู้บาดเจ็บ
- พิจารณาจากสถานการณ์ที่เกิดเหตุนั้น ๆ ประเมินจากชนิดของอุบัติเหตุ สาเหตุของอุบัติเหตุ
และสภาพแวดล้อมของสถานที่เกิดอุบัติเหตุด้วย

2. การตรวจร่างกาย
ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องตรวจร่างกายผู้บาดเจ็บอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อค้นหาตำแหน่งที่ได้รับ
บาดเจ็บ โดยเริ่มตรวจตั้งแต่ศีรษะลงไปถึงปลายเท้า การตรวจร่างกายจะประกอบด้วยการสังเกต การ
คลำและการพูดคุย
ขั้นแรก
ตรวจการหายใจ และตรวจชีพจร ถ้าผู้บาดเจ็บไม่หายใจ ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องผายปอดให้
แต่ถ้าผู้บาดเจ็บมีภาวะหัวใจหยุดทำงาน ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องกระตุ้นหัวใจและผายปอดให้
ตรวจเพื่อดูว่าบริเวณใดมีการตกเลือดรุนแรงหรือไม่ ถ้าพบว่ามีการตกเลือดที่รุนแรงต้องห้าม
เลือดให้ ถ้าผู้บาดเจ็บหายใจได้ ชีพจรเต้นตามปกติประกอบกับไม่มีการตกเลือดที่รุนแรง ผู้ปฐมพยา
บาลควรเริ่มตรวจขั้นต่อไป
ขั้นที่สอง
- ตรวจหนังศีรษะเพื่อดูว่ามีรอยฉีกขาดฟกช้ำหรือไม่
- ตรวจกระดูกกะโหลกศีรษะเพื่อดูว่ามีรอยย่น รอยแตกหรือไม่ มีน้ำหรือเลือดไหลออกจากช่องจมูก ช่องหู ช่องปากหรือไม่
- ตรวจบริเวณคอ โดยใช้มือคลำที่คอด้านหลังเพื่อดูว่ามีก้อนหรือมีกระดูกนูนขึ้นมาที่คอหรือไม่
- ตรวจกระดูกไหปลาร้า แขนทั้งสองข้าง กระดูกเชิงกราน และตรวจขาทั้งสองข้างเพื่อดูว่ามีกระดูกหักบริเวณใดหรือไม่
ขั้นสุดท้าย
ตรวจผนังหน้าท้องผู้บาดเจ็บเพื่อสังเกตว่า กล้ามเนื้อหน้าท้องมีการเกร็งตัวหรือไม่ กดเจ็บหรือไม่ โดยการใช้มือกดเบา ๆ ต่อจากนั้นให้ตรวจดูว่ามีอาการชาบริเวณใดบ้างหรือไม่ และสามารถขยับแขนและ ขาข้างใดได้บ้าง
นอกจากนี้ผู้บาดเจ็บบางคนอาจมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน, ลมบ้าหมู, โรคเลือด, หรือบางคนแพ้ยาต้านจุลชีพอย่างรุนแรง ฯ ผู้บาดเจ็บอาจเขียนบอกไว้ที่บัตรประจำตัว, เหรียญห้อยคอ, กำไลมือ เป็นต้น ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ปฐมพยาบาลเป็นอย่างมาก

3. สิ่งแสดงชีพ
ขณะทำการตรวจร่างกายผู้บาดเจ็บ ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องสังเกต จะต้องฟังและคลำสิ่งแสดงชีพอย่างละเอียด ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องตรวจสิ่งแสดงชีพ ต่อไปนี้
1. ชีพจร (Pulse) ถ้าคลำชีพจรที่เส้นเลือดแคงบริเวณข้อมือ (Radial artery) ไม่พบ ให้คลำที่เส้นเลือดแดงใหญ่ข้างคอ (Caroid artery)
2. การหายใจ (Respiration) ตรวจโดยวิธีนับอัตราการหายใจต่อนาที และสังเกตเสียงหายใจด้วยว่า หายใจตึ้น หรือหายใจลึก
3. ผิวหนัง สังเกตุสี อุณหภูมิ และ ความชื้น
4. รูม่านตา (Pupils of eye) สังเกตุการขยายตัว หดตัว ปฏิกริยาตอบสนองต่อแสง
5. ขั้นตอนความรู้สึกตัว (State of Consciousness)
6. ความสามารถในการเคลื่อนไหวของร่างกาย
7. ปฏิกริยาเจ็บปวด


From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:11:05 น. ]


ความเห็นที่ 29

วิธีปฏิบัติเมื่อแรกพบผู้บาดเจ็บ
1. อย่าเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บจากตำแหน่งเดิมที่พบ ให้ทำการปฐมพยาบาลตรงที่เกิดเหตุ ยกเว้น
ในกรณีที่อาจมีอันตรายทั้งผู้บาดเจ็บและผู้ปฐมพยาบาล
2. ตรวจดูการหายใจ การทำงานของหัวใจพร้อมทั้งให้การช่วยเหลือ
3. ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บาดเจ็บในขั้นต่อไป
4. ห่มผ้าให้ผู้ป่วยเพื่อป้องกันการช็อค
5. ขยายเข็มขัดและเสื้อผ้าให้หลวม
6. ถ้ามีแผลควรพันผ้าให้ และถ้ากระดูกหักต้องเข้าเฝือกชั่วคราวให้
7. ชวนผู้บาดเจ็บคุยเพื่อให้เกิดความสบายใจ
8. อยู่กับผู้บาดเจ็บจนกระทั่งส่งผู้บาดเจ็บให้แก่ตำรวจ หน่วยกู้ภัย หรือญาติ
9. ให้สังเกตที่ข้อมือ และที่คอว่ามีเหรียญ บ่งบอกว่าผู้บาดเจ็บมีโรคประจำตัวหรือไม่
10. พึงระลึกถึงขอบเขต และความสามารถของตนเองในการให้การปฐมพยาบาล

From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:11:49 น. ]


ความเห็นที่ 30

การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย มีความสำคัญมากถ้าสามารถนำผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาล หรือสถานที่ ๆ ที่จะให้ความช่วยเหลือได้ถูกต้อง ได้เร็วขึ้นเท่าไร ชีวิตผู้ป่วยจะปลอดภัยได้เร็วขึ้นเท่านั้น แต่การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ขาดความรู้ ขาดความระมัดระวัง อาจทำให้เกิดผลเสียกับผู้ป่วยยิ่งขึ้นจนถึงกับเสียชีวิตหรือ พิการได้

หลักการปฏิบัติในขณะเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
1. ไม่ควรขยับเขยื้อนร่างการหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายผู้ป่วยโดยไม่จำเป็น
2. ไม่ควรพยายามเคลื่อนส่วนที่มีกระดูก หรือมีบาดแผลฉกรรจ์
3. การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้ได้รับความกระทบกระเทือนเท่าที่จะทำได้
4. ในระหว่างทางขณะนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลต้องระมัดระวังสังเกตอาการผู้ป่วยตลอดเวลา เพื่อการปฐมพยาบาลโดยด่วน อาการที่สำคัญที่ควรสังเกต ได้แก่
....... 4.1 การหายใจ สังเกตว่าการหายใจสะดวกตลอดเวลาหรือไม่ หรือเริ่มหายใจผิดไปจากเดิม เช่น เริ่มหายใจขัด หรือแผ่วเบาลง หรือหยุดหายใจเป็นระยะ ๆ เป็นต้น
.......4.2 การตกเลือด ให้ควบคุมการตกเลือดให้ได้มากที่สุด ในกรณีที่ปรากฏอาการให้เห็นได้ภายนอก
.......4.3 อาการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่ผิดไปจากเดิม


From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:12:56 น. ]


ความเห็นที่ 31

การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและโครงกระดูก

การฟกช้ำ
ในทางปฏิบัติ การปฐมพยาบาลให้ถือหลัก “ICE”
I - (ice) น้ำแข็งหรือน้ำเย็นประคบ
C - (compress) คือการประคบบริเวณที่บาดเจ็บ
E - (elevation) คือการยกส่วนที่ได้รับบาดเจ็บให้สูงขึ้น
ในการประคบอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงแรก ให้ประคบด้วยน้ำเย็นหรือน้ำแข็ง หลังจากนั้นให้ใช้น้ำอุ่น หรือความร้อนพอประมาณประคบต่อ

ตะคริว
1. เหยียดกล้ามเนื้อส่วนที่เป็นตะคริวให้ยืดออก
2. นวดบริเวณที่ปวดด้วยยาหม่อง หรือน้ำมันสโต๊ก
3. ถ้าเป็นตะคริวภายหลังเสียเลือดมาก ให้ดื่มน้ำเกลือ (เกลือ 1 ช้อนชา ในน้ำครึ่งขวดแม่โขง)


From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:14:37 น. ]


ความเห็นที่ 32

ข้อเคล็ด
หมายถึง การฉีกขาดของเอ็น และเยื่อหุ้มข้อที่อยู่รอบ ๆ ข้อนั้น เกิดจากมีการเคลื่อนไหวของข้ออย่างรวดเร็วเกินไป หรือมีการบิดของข้อนั้น ๆ จนเกิดขีดจำกัดของเอ็นและเยื่อหุ้มข้อที่จะยอมให้ได้ เช่น เดินสะดุด, ตกจากที่สูง

ข้อที่เกิดเคล็ดจะมีอาการ
- ปวด ถ้ามีการเคลื่อนไหวจะปวดมากขึ้น
- บวมช้ำ ๆ เนื่องจากมีการฉีกขาดของหลอดเลือดฝอยรอบ ๆ ข้อ เลือดจะออกและทำให้บวมขึ้นอย่างรวดเร็ว
- กดเจ็บ จะเกิดบริเวณข้อที่บาดเจ็บ
- ไม่สามารถใช้งานข้อนั้นได้ตามปกติ

การปฐมพยาบาล
1. พักข้อที่ได้รับบาดเจ็บนั้น พยายามให้อยู่นิ่งหรือมีการเคลื่อนไหวน้อยที่สุด
2. ใน 72 ชั่วโมงแรก ให้ประคบด้วยความเย็น เช่น น้ำแข็ง เพื่อลดความเจ็บปวด และทำให้เลือด
ออกน้อยลง หลังจาก 72 ชั่วโมงผ่านไปจึงประคบด้วยความร้อน เพื่อช่วยให้การดูดซึมไหลเวียนของเลือด
และลดอาการบวม อักเสบ
3. พันข้อที่ได้รับบาดเจ็บให้แน่นพอสมควร ช่วยให้ข้อนั้นมีการเคลื่อนไหวน้อยที่สุด การพันใช้ผ้ายึด
4. ยกข้อที่ได้รับบาดเจ็บให้สูงขึ้น เมื่ออยู่ในท่าพัก
5. ให้ยาระงับความเจ็บปวด
6. นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจให้แน่นอนว่าไม่มีโรคแทรกซ้อน เช่น กระดูกหัก หรือข้อเคลื่อน

From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:15:25 น. ]


ความเห็นที่ 33

ข้อเคลื่อน
หมายถึง ภาวะที่ปลายกระดูก 2 ชิ้น ซึ่งประกอบกันเป็นข้อ เคลื่อนหลุดออกจากตำแหน่งปกติ เป็นผลให้เยื่อหุ้มข้อ เอ็นหุ้มข้อ เส้นเลือด เส้นประสาทของข้อนั้น ๆ เกิดปวดเจ็บ มักเกิดจากมีแรงกระแทกจากภายนอกมากระทำที่ข้อนั้น หรือถูกกระชากที่ข้อนั้นอย่างรุนแรง เป็นต้น

อาการ
- ปวดเมื่อพยายามเคลื่อนไหวข้อที่ได้รับบาดเจ็บ
- รูปร่างของข้อนั้นผิดปกติจากเดิม เช่น ถ้าเป็นที่ข้อสะโพกขาข้างนั้นจะสั้นลง ถ้าข้อไหล่หลุดจะเห็นว่าบริเวณหัวไหล่จะแฟบยุบลง
- บวมบริเวณข้อที่เคลื่อน
- กดเจ็บ
- เคลื่อนไหวข้อนั้นไม่ได้เต็มที่

การช่วยเหลือ
1. ห้ามดึงข้อที่เคลื่อนนั้นให้เข้าที่ เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายมากขึ้น เช่น กระดูกหัก ปลายกระดูกตาย เนื่องจากขาดเลือดทำให้พิการได้
2. ช่วยให้ข้อที่เคลื่อนนั้นอยู่นิ่ง โดยให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าสบาย ๆ ใส่เฝือกชั่วคราว หรือใช้ผ้าคล้องไว้
3. ประคบข้อที่บาดเจ็บโดยใช้ความเย็น
4. รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล

From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:16:03 น. ]


ความเห็นที่ 34


กระดูกหัก
กระดูกหัก หมายถึง การเสียความต่อเนื่องอย่างหนึ่งอย่างใดของกระดูก

ชนิดของกระดูกหัก
1. กระดูกหักแบบปิด
2. กระดูกหักแบบเปิด

การปฐมพยาบาล
1. ระมัดระวังในการจับต้องอย่างรุนแรง
2. เข้าเฝือกชั่วคราวโดยใช้วัสดุที่แข็ง เช่น แผ่นไม้ กิ่งไม้ ม้วนหนังสือพิมพ์ วางรองยึดกระดูกส่วนที่หักให้อยู่กับที่
3. พันผ้ายืดไม่ให้เคลื่อนไหว ระวังอย่าพันผ้าให้แน่นจนเกินควร ซึ่งจะทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนปลายไม่ได้ ซึ่งเป็นอันตรายมาก
4. ทำการห้ามเลือดถ้ามีเลือดออกมาก
5. ในรายที่กระดูกโผล่ออกนอกเนื้อ อย่าพยายามดึงกระดูกให้กลับเข้าที่ เพราะจะทำให้เชื้อโรค และสิ่งสกปรกจากภายนอกเข้าในแผนส่วนลึกได้ ให้หาผ้าสะอาดคลุม หรือปิดบาดแผลไว้
6. ถ้าเป็นกระดูกชิ้นใหญ่ เช่น กระดูกโคนขา อาจใช้ขาข้างที่ดีเป็นตัวยึดก็ได้
7. ยกส่วนที่ได้รับบาดเจ็บให้สูงขึ้นเล็กน้อย
8. รีบนำส่งโรงพยาบาล

From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:16:41 น. ]


ความเห็นที่ 35


กระดูกต้นคอ หรือ กระดูกสันหลังหัก
อาการที่แสดงว่ามีภยันตรายต่อกระดูกสันหลัง
1. ผู้ป่วยมีอาการชาที่อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง
2. มีอาการเจ็บ ปวด บวม บริเวณกระดูกสันหลัง
3. ขณะเกิดอุบัติเหตุ สันหลังของผู้ป่วยมีการกระแทกหรือชนกับของแข็ง

วิธีการช่วยเหลือ
ต้องระมัดระวังในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ห้ามใช้วิธีหิ้วหัวหิ้วท้ายโดยเด็ดขาด
1. ให้ผู้ป่วยนอนหงายไม่หนุนหมอน บนไม้กระดานราบแผ่นใหญ่ (อาจใช้บานประตูก็ได้)
2. หาวัสดุมาประคองใบหน้าและขาให้อยู่ในลักษณะตรงไม่ตะแคงหรือบิดงอ
3. กรณีที่ไม่มีไม้อาจต้องช่วยกันอุ้ม โดยยึดหลักให้ยกผู้ป่วยขึ้นพร้อมกันทั้งตัวในแนวราบ
เพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกสันหลังที่อาจแตกหักอยู่เคลื่อนไปทับเส้นประสาทได้
4. นำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว

From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:17:50 น. ]


Wang
ความเห็นที่ 36 [ 19 ก.ย. 45 - 16:24:14 น. ]

web moderator

ขอบคุณครับ กระทู้นี้จะลดความสูญเสียที่สามารถหลีกเลี่ยงได้จากความรู้เท่าไม่ถึงการได้เยอะเลยครับ
From : Wang    [ 19 ก.ย. 45 - 16:24:14 น. ]

ความเห็นที่ 37
รับทราบแล้วค่ะ...เสือออยมีความรู้ในการปฐมพยาบาลพอสมควร (เอ้อ..ก็เป็นลูกเจ้าของร้านขายยา
นี่แหละ...) แต่ว่าใครมีบัตรของรพ.(ประจำตัว)ติดไปด้วย และต้องมีมือถือของเพื่อนๆ ที่อยู่ใกล้ตัวสามารถเรียกมอเตอร์ไซต์พยาบาลหรือรถตู้รพ.ด่วนได้ทันใจค่ะ มีที่เดียวคือ รพ.เลิดสิน อยู่ในพื้นที่ กทม.เท่านั้นค่ะ ถ้าบาดเจ็บหนักมาก...
From : oiltrips [ 19 ก.ย. 45 - 20:08:15 น. ]

ความเห็นที่ 38
เอ้อ...เสือออยพูด(เขียน)อะไรผิดมั้ยคะ...คุณพี่สมชายขา...
From : oiltrips [ 19 ก.ย. 45 - 20:09:48 น. ]

ความเห็นที่ 39
เยี่ยมเลยครับที่นำเสนอการปฐมพยาบาล ให้เพื่อน ๆ ได้ทราบหากมีปัญหาจะได้ปฏิบัติได้ถูกต้อง เป็นการลดอันตรายไปได้ส่วนหนึ่ง ผมเองก็ศึกษาอยู่เหมือนกันโดยอ่านจากหนังสือคู่มือนักศึกษาวิชาทหาร ที่ลูกเขาเลิกเรียนไปแล้วแต่ผมก็ยังเก็บไว้อยู่ เพราะเป็นเอกสารปกปิดของทางราชการ เพื่อน ๆ ที่มีอยู่ก็ลองเปิดอ่านดูซิครับ มีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ ความรู้เรื่องการใช้แผนที่และเข็มทิศ การดำรงชีพในป่า และเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย
From : เกษม ฯ [ 19 ก.ย. 45 - 22:56:10 น. ]

ความเห็นที่ 40
ชอบมากเลยค่ะ กับการปฐมพยาบาลที่ละเอียดกว่าการเรียนในชั้นเรียน และอีกอย่างนะค่ะ ลุงเกษมน่าจะลงคู่มือนักศึกษาวิชาทหารบ้าง ไม่ต้องเอาหมดก็ได้นะค่ะ อย่างการดูแผนที่หรือเข็มทิศซึ่งก็จำเป็นกับการปั่นจักรยานด้วยเหมือนกัน เพื่อเป็นวิทยาทานให้กับคนที่ยังไม่รู้อีกหลายคน อย่างปิยังไง คนใหม่ขอสมัครเป็นสมาชิกบ้างนะค่ะ ก็เ้ป็นเพื่อนกับเสือออยค้า กับคุณลุงก็เจอกันแล้วตอนปั่นจากตลาดน้ำไทรน้อย big grin
From : ปิ [ 20 ก.ย. 45 - 15:13:09 น. ]

ความเห็นที่ 41
จำได้ค่ะน้องปิ แต่สงสัยนิดหนึ่ง ชื่อที่เคยบอกลุงว่า ปิยกุล แต่เสือออยบอกว่า ปิยวรรณ ตกลงว่าปิ.. อะไรกันแน่ครับ จะให้ลุงลงข้อความเกี่ยวกับการปฐมพยาบาล ที่บ้านไม่มีเครื่องแสกนเนอร์ ลงแล้วมีแต่ตัวหนังสือมันไม่น่าอ่านเท่าไรน่ะ ในหนังสือคู่มือนักศึกษาวิชาทหาร ก็มีคล้าย ๆ กับที่คุณสมชายลงให้ดูนั่นแหละ แต่มีวิธีการเข้าเฝือกกรณี แขนหัก ไหล่หลุด ขาหัก ฯลฯ มันต้องมีรูปถึงจะเข้าใจง่ายทำได้ตามรูป เรื่องแผนที่เข็มทิศนี่คงจะล้าสมัยแล้ว เดี๋ยวนี้เขาใช้ GPS กันแล้ว เข้าไปอ่านเรื่องคุยเฟื่องเรื่อง GPS ของ อ. WANG น่าจะทันสมัยกว่าของเก่านะ .. แล้วน้องปิหายไปไหนไม่เห็นหลายทริปแล้ว ถ้าว่างทริปหน้าเจอกันครับ
From : ลุงเกษม ฯ [ 21 ก.ย. 45 - 20:31:27 น. ]

ความเห็นที่ 42
เคยปฏิบัติจริงแล้วที่ชุมพร แต่ที่ทำไม่ได้คือเป่าปาก ทำอย่างไรดีถึงจะช่วยได้ล่ะทุกอย่างทำได้หมดถูกต้องด้วย..ช่วยบอกหน่อยนะ การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานนี้ จำเป็นมากเลยนะนะในแวดวงเสือภูเขาเน่ย น่าจะมีการอบรมในชมรมต่าง ๆด้วยจะดีไม่น้อย
From : small giant [ 22 ก.ย. 45 - 01:42:16 น. ]

ความเห็นที่ 43
ถึง ลุงเกษม
น้องปิ ชื่อ ปิยนุช เจ้าค้า สงสัยคุณลุงฟังผิดไปมั่งถึงได้ยินเป็นปิยกุล ส่วนออยเขาชอบจำผิดบ่อยๆ ก็ไม่เป็นไรค้า เรื่องเข็มทิศน่าจะลงนะค่ะ เพราะบางท่านตังค์น้อย ยังต้องพึ่งพิงนาฬิกาที่ต้องบอกทิศทาง เผื่อเวลาหลงป่าจริงๆ แล้วไม่มีเจ้าเครื่อง GPS จะทำอย่างไรค้า คงต้องใช้ประสบการณ์จากการอ่าน หรือที่เคยพบปะด้วยตัวเองมาแก้ปัญหาใช่ไหมค้า ถ้าคนไม่รู้จะทำอย่างไร? นอกจาก....... ที่หายไปก็ไม่ได้หายไปไหนนะค่ะ ยังอยู่แต่ยังหาทรปถูกใจไม่ได้ และอีกอย่างไม่ทราบว่าใครจะจัดทริปอะไรไปบ้าง เห็นออยบอกว่า ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตชอบจัดทริปบ่อยๆ แล้วปิจะทราบได้อย่างไรว่าคราวต่อไปจะไปที่ไหนบ้าง ช่วยบอกได้ไหมค้า ขอบคุณค่ะ
From : ปิ [ 27 ต.ค. 45 - 10:36:40 น. ]

ความเห็นที่ 44
น้องปิ ครับ เราก็นัดกันในเวปนี้แหละครับ ลองดูในกระทู้ที่ 12749 ซิครับ กลุ่มรวมมิตร นัดออกทริปในวันที่ 3 พ.ย. 45 ไปเที่ยวนครปฐม ออกจาก หน้า กฟผ. 07.00 น. ถ้าว่างก็เชิญนะครับ
From : ลุงเกษม ฯ [ 27 ต.ค. 45 - 21:28:21 น. ]

ความเห็นที่ 49
อยากได้รูปกระดูกแขน/ขาหักไปทำแผนการสอนอยากได้ด่วนที่สุดค่ะ
From : นศพ. [ 16 ก.ย. 47 - 17:54:40 น. ]

ความเห็นที่ 50
ขอบคุณมากครับ จะได้ทวนกันอีกครั้ง
From : ถาวร [ 17 ก.ย. 47 - 06:08:51 น. ]

ความเห็นที่ 52
กระทู้พวกนี้ดีมากค่ะเปิดมาก็เจอ ไม่ต้องหาให้ยุ่งยาก ขอบคุณนะคะ ที่มาโพสกันเอาไว้ให้เด็กมัธยมปลายอย่างหนูได้ใช้ค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ
From : เด็กม.4นารีรัตน์จังหวัดแพร่ [ 9 พ.ย. 47 - 10:02:07 น. ]

ความเห็นที่ 53
สิ่งที่คุณสมชายนําเสนอเป็นสิ่งดี แต่ทฤษฎีกับการปฎิบัติไม่เหมือนกัน การช่วยฟื้นคืนชีพด้วยการเป่าปากและการนวดหัวใจโดยการกดทรวงอกต้องทําโดยผู้ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ไม่เช่นนั้นอาจเกิดผลเสียมากกว่าผลดี หากว่าได้รับการฝึกฝนบ้างก็จะมีประโยนช์ไม่น้อย
From : Dr.KEN [ 10 พ.ย. 47 - 08:13:53 น. ]

ความเห็นที่ 59
การปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่มีเลือดออกหรือตกเลือด ทำอย่างไร
และการปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่กระดูกแขนและกระดูกขาหักทำอย่างไรคะ
From : yui เมลล์ sasithorn.yui@chaiy [ 22 ธ.ค. 47 - 15:43:55 น. ]

ความเห็นที่ 61
ขอบคุณค่ะสำหรับเรื่องการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน เพื่อจะได้ทบทวนเนื้อหา การช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้น ก่อนนำส่งพบแพทย์ เพื่อลดอัตราการตายจากอุบัติเหตุต่าง ๆ
From : สุบัน อิงไทย [ 7 ก.พ. 48 - 22:47:36 น. ]

ความเห็นที่ 65
ปวดหัวทำอย่างไรดี
เกิดขึ้นเพราะอะไร

From : NAKEE99 [ 15 ก.พ. 48 - 11:06:13 น. ]

ความเห็นที่ 68
ขอบคุณมากครับ
From : นักเรียน [ 25 ก.พ. 48 - 10:08:28 น. ]

ความเห็นที่ 69
ขอบคุณมากค่ะ
From : อี่ฮวก [ 25 ก.พ. 48 - 10:10:01 น. ]

ความเห็นที่ 70
CPR เป็นการกู้ชีวิตขั้นสูง และถึงแม้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นจะดูเหมือนง่าย แต่จากประสบการณ์ มีเพียงแค่ข้อปฏิบัติหรืออ่านหนังสือเอา เมื่อถึงเวลาใช้จริงจะทำไม่ค่อยได้ ตกใจ ลนลาน และกดดัน ยิ่งเป็นคนที่เรารักด้วยแล้ว ไอ้ที่เรียนๆ หรืออ่านมาจะใช้แทบไม่ได้เลย สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้น (จริงจัง) ขอแนะนำให้ไปสมัครอบรมกับกองบรรเทาสาธารณภัย สภากาชาดไทย ถนนอังรีดุนังค์ครับ เรียน 5 วัน ห้ามขาด ห้ามสายจนครบ ท่านจะได้รับความรู้ ประสบการณ์ ฝึกหัดปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญ จนสามารถนำความรู้เหล่านั้นมาใช้ได้จริง ราคาค่าอบรมก็ไม่แพงอะไร เพียงหลักร้อย แต่ความรู้ที่ได้เกินกว่านั้นมากๆ ครับ ผมได้รับการอบรมมา 5 วันเต็มเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ถึงวันนี้ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกลับไป Refresh Course อีกครั้ง อาจารย์ที่สอนส่วนใหญ่คือหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่มีประสบการณ ออกปฏิบัติการจริง ได้ให้การปฐมพยาบาลในกรณีหนักๆ มากมายอยู่เป็นประจำ และเป็นมือาชีพที่จะสอนให้คุณได้เข้าใจอย่างถูกต้องแม่นยำ ขอแนะนำให้ไปเรียนกันเยอะๆ นะครับ เพราะวิชาเหล่านี้เป็นประโยชน์กับตัวคุณและคนที่คุณรักจริงๆ
From : ลักษณ์ (luckysmile.com) [ 25 ก.พ. 48 - 12:47:45 น. ]

ความเห็นที่ 71
้การปฐมพยาบาลนับว่าเป็นสิ่งดีถ้าไม่มีการปฐมพยาบาลทุกคนคงจะอาจเสียชีวิตไำด้
From : ศรีสะเกษ [ 25 ก.พ. 48 - 12:48:52 น. ]

ความเห็นที่ 72
veregood
From : sisaket [ 25 ก.พ. 48 - 13:00:01 น. ]

ความเห็นที่ 73
อยากทราบว่าระดับการหายใจของผู้ใหญ่และเด็กประมาณเท่าไร
From : Pook [ 28 เม.ย. 48 - 12:39:01 น. ]

ความเห็นที่ 74
อยากได้ vcd เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และ การช่วยฟื้นคืนชีพ ไม่ทราบจะหาได้จากที่ไหน ใครแนะนำได้บ้างคะ
From : nataporn.sinanun@kcc.com [ 10 พ.ค. 48 - 15:59:13 น. ]

ความเห็นที่ 75
การปฐมพยาบาล หากเราทำได้ในสถานการณ์จะเป็นผลดีต่อผู้ประสบเหตุ ท่านใดสนใจ09-0712357 ไม่เสียค่าใช้จ่าย
From : เจี๊ยบ [ 14 พ.ค. 48 - 13:44:18 น. ]

ความเห็นที่ 76
ระวังคนเถรตรงมาปฐมพยาบาลนะ เคยดูข่าว ผู้บาดเจ็บโดนยิงเข้าหน้าอก ดันมาผายปอด แถมสั่งห้ามเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาลอีก ผลคือ ตาย ส่งหมอไม่ทัน
From : มอมแมม [ 14 มิ.ย. 48 - 15:19:26 น. ]

ความเห็นที่ 77
ค่ะวันนี้ก้เพิ่งมาอ่านได้ครั้งแรกก็ดีค่ะได้ความรู้มากมายที่สามารถใช้ตอนเรียนได้ วันหลังจะมาอ่านใหม่น่ะ
อยากให้ใครที่รู้อะไรช่วยมาบอกบ้างน่ะ ขอบคุณค่ะ
From : สุ/เด็กพยาบาล [ 26 มิ.ย. 48 - 17:37:54 น. ]

ความเห็นที่ 78
ภาพประกอบน่ารักจัง(สุดยอด)


From : คนสวย [ 8 ส.ค. 48 - 10:24:34 น. ]


ความเห็นที่ 82
เรื่องการปฐมพยาบาลเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นต้องทำให้ถูกวิธี ทันเวลา บนพื้นฐานความปลอดภัยของผู้ช่วยเหลือด้วยครับ ผมได้เข้าร่วมอบรมกับทางสภากาชาดไทยแล้ว โดยใช้เวลาในการอบรม 5 วัน ซึ่งเป็นการฝึกจริงที่ได้ประโยชน์มากครับ แต่ถ้าท่านใดสนใจและไม่มีเวลาถึง 5 วัน ผมทราบว่ามีหน่วยงานเอกชนจัดอบรมเหมือนกัน เช่นที่ศูนย์นูเอ็ด ถ้าสนใจลองโทร. 029217294, 014442150 ลองสอบถามข้อมูลเองนะครับ
From : Winnie the Pooh [ 1 ก.ย. 48 - 23:42:46 น. ]

ความเห็นที่ 83
ก็ดีนะคะ

From : 222 [ 11 ก.ย. 48 - 15:44:27 น. ]

ความเห็นที่ 85
เห็นด้วยค่ะเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายนะคะเคยทำแล้ว

From : เจนนี่ [ 18 ก.ย. 48 - 15:53:43 น. ]

ความเห็นที่ 86
การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมีวิธีใดบ้างค่ะ
From : เด็กวิทย์กีฬา [ 30 ก.ย. 48 - 12:35:53 น. ]

ความเห็นที่ 87
การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมีวิธีใดบ้างค่ะ
From : เด็กวิทย์กีฬา [ 30 ก.ย. 48 - 12:36:06 น. ]

ความเห็นที่ 89
อยากได้ภาพเกี่ยวกับข้อเคล็ด และการรักษาที่เป็นรูปภาพและมีคำบรรยายใต้ภาพ เพื่อจะไปทำแผ่นพับให้ความรู้เกี่ยวกับข้อเคล็ดไม่ทราบว่าจะมีที่ไนบ้างค่ะ
From : มินิ [ 3 พ.ย. 48 - 15:51:11 น. ]

ความเห็นที่ 90
อยากได้ภาพเกี่ยวกับข้อเคล็ด และการรักษาที่เป็นรูปภาพและมีคำบรรยายใต้ภาพ เพื่อจะไปทำแผ่นพับให้ความรู้เกี่ยวกับข้อเคล็ดไม่ทราบว่าจะมีที่ไนบ้างค่ะ
From : มินิ [ 3 พ.ย. 48 - 15:51:46 น. ]

ความเห็นที่ 92
คุณสมชาย เขจมะรังสีมากน้ะค่ะ เพราะได้รายละเอียดเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเยอะเลย อยากทราบเว็บไซด์ของกระทรวงสาธารณสุขมาก ช่วยบอกภายในวันที่18/11/48ด้วยค่ะ
From : ทฟั [ 15 พ.ย. 48 - 19:26:36 น. ]

ความเห็นที่ 93
แก้ชื่อความเห็นที่ 92 เป็น เมย์

From : 1235456 [ 15 พ.ย. 48 - 19:28:50 น. ]

ความเห็นที่ 94
อยากให้มีรายละเอียดมากกว่านี้ค่ะ
From : กรณัฏฐ์ [ 13 ธ.ค. 48 - 19:15:32 น. ]

ความเห็นที่ 96
เป็นความรู้ที่ดีมากๆค่ะ

From : onone58 [ 19 ธ.ค. 48 - 16:31:13 น. ]

ความเห็นที่ 97
ดิฉันมีปัญหาอยากให้ช่วยอธิบายเรื่องการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่มีปัญหากระดูกหักค่ะ พร้อมด้วยภาพนะค่ะ
From : ya [ 13 ม.ค. 49 - 14:54:05 น. ]

ความเห็นที่ 99
อยากให้มีรายละเอียดมากกว่านี้ อย่างนี้มันน้อยไปมากๆ และอธิบายรายละเอียดให้เข้าใจมากกว่านี้ด้วยนะ เพราะรายละเอียดดูแล้วไม่เหมาะที่จะเป็นรายงานได้เลย ขอความกรุณาด้วยนะครับ
From : ไม่ขอระบุชื่อนะค่ะ [ 24 ม.ค. 49 - 15:22:08 น. ]

ความเห็นที่ 100
ดิฉันอยากให้มีลายละเอียดให้มากกว่านี้
From : นักเรียนร.ร.ธีรกาท์ [ 25 ม.ค. 49 - 14:37:51 น. ]

ความเห็นที่ 101
ดีครับ กำลังหารูปเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลอยู่พอดี

ตรงแปะเลย อิอิ
From : เด็กอัสสัม [ 31 ม.ค. 49 - 19:26:28 น. ]


ความเห็นที่ 107
การปฐมพยาบาลเบื้องต้นนั้นถือได้ว่าเป็นการปฐมพยาบาลทีสำคัญมากจึงต้งเรียนรู้การปฐมพยาบาลเราอาจจะเจอกับเรื่องที่เราไม่คาดคิดก็ได้ เพราะฉะนั้นเรียนรู้ไว้เถอะไม่เสียหาย
From : นักศึกษาคนหนึ่ง [ 22 ก.พ. 49 - 15:52:13 น. ]

ความเห็นที่ 108
มีประโยชน์ดีครับ
From : toon [ 21 เม.ย. 49 - 11:16:29 น. ]

ความเห็นที่ 109
ทำไมไม่ตัดข้อความที่อ่านไม่ออก และน่าเกลียดออกไปคะ ท่าผู้ตรวจเว็บ

*** ตัดแล้วครับ ***

From : ฤทัยวรรณ [ 22 เม.ย. 49 - 06:45:56 น. ]

ความเห็นที่ 110
กระท้ดีมีประโยชน์มากครับ

From : เสือส้ม [ 22 พ.ค. 49 - 11:18:54 น. ]

ความเห็นที่ 111
ขอบคุณ รายงานเสร็จแล้ว
From : of [ 22 พ.ค. 49 - 15:34:20 น. ]

ความเห็นที่ 112
ดีค่ะ ดีมากสามารถให้ความรู้ได้เยอะและก็อาจเป็นการช่วยเหลือผู้อื่นได้เยอะ ถ้ามีอะไรที่น่าสนใจเกี่ยวกับพยาบาลก็เมลมาที่ moya_boom@hotmail.com นะคะ
From : เด็กเรือนพยาบาล ก.น.ว [ 28 พ.ค. 49 - 15:15:42 น. ]

ความเห็นที่ 113
ชอบค่ะ ต้องทำรายงานพอดีเลย ได้มีความรู้มากขึ้นด้วยค่ะ
From : ผู้ลึกลับ [ 10 ก.ค. 49 - 17:15:21 น. ]

ความเห็นที่ 114
ขอบคุณครับ
From : เด็กทำรายงาน [ 18 ก.ค. 49 - 19:38:03 น. ]

ความเห็นที่ 115
ข้อมูลการCPR ยังไม่Update
From : spp [ 8 ส.ค. 49 - 09:43:48 น. ]

ความเห็นที่ 116
ต้องการทราบวิธีการดามกระดูกหักที่ถูกวิธี
From : TTT [ 8 ส.ค. 49 - 09:49:38 น. ]

ความเห็นที่ 117
การปฐมพยาบาล ของกระดูก
From : สา [ 16 ส.ค. 49 - 19:08:52 น. ]

ความเห็นที่ 118
การเคลื่อนที่ผู้ป่วย แบบอุ้มคนเดียว

From : กดีร้ดก่า [ 22 ส.ค. 49 - 14:15:26 น. ]

ความเห็นที่ 126
การCPR ในTrendใหม่ ถ้าไม่สะดวกเป่าปากก็ไม่ต้องเป่า แต่ต้องปั้มให้ถูกต้อง หรือที่เรียกว่า Hard and Fast คือปั๊มลึกแรงและเร็วพอ พร้อมต้องผ่อนแรงมือที่กดหน้าอกให้หมดทุกครั้งที่จะปั๊มครั้งต่อไป ถ้าเป่าปากด้วยต้องปั๊ม:เป่า 30:2 ซึ่งถ้าพูดก็คงไม่เข้าใจนัก ควรต้องไปอบรมและฝึกปฏิบัติจึงจะได้ผล
From : ผู้อยากบอก รับรองว่าบอกถูกแน่ [ 15 ต.ค. 49 - 18:53:58 น. ]

ความเห็นที่ 127
Trend ใหม่ ปั๊มหัวใจ:เป่า 30:2 หาอ่านได้ที่ไหนคะ เพื่อเอามาเป็นข้อมูลอ้างอิงที่ถูกต้อง
From : old nurse [ 30 ต.ค. 49 - 21:09:21 น. ]

ความเห็นที่ 128
คงต้องรอการแจ้งอย่างเป็นทางการจากองค์กรที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยเพื่อจะได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพราะTrendนี้เป็นTrend ของสมาคมโรคหัวใจแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศไทยโดยส่วนมากอ้างอิงมาตรฐานอเมริกา ชึ่งขณะนี้มีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้นำเสนอ Trend นี้ในการประชุมวิชาการต่างๆ และลงในหนังสือการประชุมนั้นๆ หรือลองค้นหาในNet ดูเรื่อง CPR มีให้ค้นหามากทีเดียว ตอนนี้รู้ไว้ก่อนจะได้ไม่ตกยุค และถ้าที่ทำงานเดิมยังใช้Trendเก่าอยู่ก็ใช้ไปก่อน รออย่างเป็นทางการของหน่วยงานนั้นๆในอนาคต
From : ผู้อยากบอก [ 30 ต.ค. 49 - 23:14:37 น. ]

ความเห็นที่ 129
cpr 2006 จะหารายละเอียดได้ที่ไหนครับ ทราบแต่เพียงว่าเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมจาก 2005 ไม่มากแต่ไม่มีรายละเอียด
From : ไฟ [ 5 พ.ย. 49 - 13:07:52 น. ]

ความเห็นที่ 130
เพิ่งเข้ามาอ่านกระทู้เป็นครั้งแรกค่ะ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมคุณสมชายที่มีน้ำใจนำเสนอข้อมูลดีๆที่น่าสนใจให้กับผู้อื่นได้รับรู้กัน แต่ว่าข้อมูลบางอย่างยังไม่อัพเดตเท่าที่ควรอย่างเช่น ในความคิดเห็นที่ 15 ที่ว่า ผู้ช่วยชีวิตนั่งคร่อมตัวผู้ป่วย ซึ่งจริงๆแล้วนั่งข้างตัวผู้ป่วยด้านใดด้านหนึ่งตามแต่ว่าเราถนัดมือไหน ยกเว้นการช่วยฟื้นคืนชีพในที่แคบๆจริง หรือบนรถพยาบาลเราถึงจะนั่งคร่อมตัวผู้ป่วยได้แต่การวางมือจะใช้คนละลักษณะกับการนั่งด้านข้างค่ะ ซึ่งความรู้เหล่านี้ดิฉันเห็นด้วยกับคุณลักษณ์ความคิดเห็นที่ 70 และคุณ winnie the pooh ความคิดเห็นที่ 82 ว่า การเรียนทฤษฎีกับปฏิบัตินั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ถ้าคุณมีความรู้ในเรื่องทฤษฎีเพียงอย่างเดียวแต่ไม่เคยลงมือปฏิบัติ เวลาคุณเจอกับเหตุการณ์จริงและสถานการณ์คับขัน คุณจะทำอะไรไม่ถูกและนึกไม่ออกว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง ดิฉันขอแนะนำว่าให้ทุกท่านที่สนใจที่จะมีความรู้อย่างจริงจังนะคะ ไปเข้ารับการอบรมเถอะค่ะ และทางที่ดีควรได้รับการทบทวนหรือ refresh ทุกปียิ่งดีใหญ่ ดิฉันเป็นพยาบาลกู้ชีพคนหนึ่งที่มีประสบการณ์ตรงมากมายในการทำ CPR และสอนเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกระดับแม้แต่พยาบาลด้วยกันค่ะ เป็นเวลากว่า 10 ปี ปัจจุบัน CPR ล่าสุดที่ได้มีการประชุมของสถาบันโรคหัวใจเกือบทั่วโลก ได้อัพเดต เปลี่ยนอัตราการกดหน้าอกต่อการเป่าปาก เป็น 30 : 2 ไม่ว่าผู้ช่วยเหลือกี่คนค่ะ ยกเว้นในเด็กแรกเกิดถึง 1 ปี ให้คงไว้แบบเดิม ถ้าใครสนใจเกี่ยวกับข่าวอัพเดตนี้ เข้าไปดู ภาคภาษาอังกฤษที่ www.americanheart.org/presenter.jhtml?identifier=3035517 ในหน้านี้คุณจะสามารถอัพเดตความรู้ในเรื่อง 2005 International Consensus on CPR and ECC Science with Treatment Reccomendations และถ้าต้องการภาคภาษาไทยคงต้องขอบคุณทางภาควิสัญญีวิทยา ศิริราชพยาบาล ที่ได้กรุณาแปลไว้ให้พวกเราดิฉันเพิ่งได้เข้าไปเจอเมื่อสักครู่นี้เองค่ะเลยเอามาแชร์ให้พวกเราได้ทราบกันค่ะ เข้าไปดูที่www.si.mahidol.ac.th/km/cops/cpr/knowledgeclick.asp?id=257&room=9 - 2k -
ดิฉันว่าถ้ามีปัญหาสงสัยเกี่ยวกับเรื่องการปฐมพยาบาล โทรไปถามที่ เบอร์ 1669 ซึ่งเป็นเบอร์ฉุกเฉิน โทรฟรีทั่วไทยนะคะ ในเขตกรุงเทพมหานครเรามีเครือข่ายของศูนย์นเรนทรที่เป็นศูนย์ใหญ่ของกระทรวงสาธารณสุขอยู่ 3 รพ.ค่ะ คือ รพ.ราชวิถี รพ.เลิดสิน และรพ.นพรัตนราชธานีค่ะ การแจ้งเหตุฉุกเฉินใช้เบอร์เดียวกันทั่วประเทศไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในประเทศไทย หากคุณพบเจออุบัติเหตุฉุกเฉินเพียงคุณโทร 1669 จะมีผู้คอยให้คำแนะนำและรับข้อมูล และจัดส่งรถพยาบาลของรพ.ที่ใกล้กับจุดเกิดเหตุที่สุดไปให้คุณค่ะ ดีใจนะคะที่ได้แชร์ความรู้ให้กับทุกคนค่ะ

From : EMS NURSE [ 12 พ.ย. 49 - 19:26:02 น. ]

ความเห็นที่ 131
ขอแก้ไขเกี่ยวกับการจับชีพจรในความคิดเห็นที่ 7 ค่ะว่าอัพเดตนั้นเราไม่สอนให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่บุคคลากรทางการแพทย์จับชีพจรนะคะ และถ้าหากจะจับไม่ควรใช้เวลานานเกิน 5 - 10 ...วินาที.... นะคะ ไม่ใช่ ...นาที... ค่ะ อ้อขอเพิ่มเติมข้อมูลว่า กระทรวงสาธารณสุขได้จัดให้มีศูนย์กู้ชีพ ครบแล้วทั้ง 76 จังหวัดนะคะ แต่ไม่แน่ใจว่ามีครบทุกอำเภอหรือยังค่ะ
From : EMS NURSE [ 12 พ.ย. 49 - 19:33:57 น. ]

ความเห็นที่ 132
หลักสตูรใหม่เปลี่ยน30ต่อ2แล้วนะครับ
From : emt.narenthorn [ 13 พ.ย. 49 - 00:35:37 น. ]

ความเห็นที่ 133

* ขอบคุณมากครับ.
From : "..ลุงเนตร.." [ 13 พ.ย. 49 - 05:18:47 น. ]

ความเห็นที่ 134

ก็ดีอย่างไงก็รักษาด้วยนะ
From : ดาว [ 15 พ.ย. 49 - 18:57:09 น. ]

ความเห็นที่ 135
เราอยากได้ เอามาทำรายงานอ่ะ
มีประโยชน์มากๆเลยเนอะ
From : 00 [ 16 พ.ย. 49 - 20:44:57 น. ]

ความเห็นที่ 136
วิธีการที่พวกเพื่อนๆชาวจักรยานของเราส่งมาดีมาก แต่ผมขอเสริมหน่อย ว่าผมอยากให้พวกเพื่อนๆ ไปหาซื้อ ยาชาอัดแก็ส จะมีลักษณะเป็นกระป๋องเหมือนๆกับWD40กระป๋องเล็กๆ นั่นแหละ จะช่วยได้มากเมื่อเราล้มแล้วมีแผล หรือความเจ็บปวดใดๆ ยาชาอัดแก็สจะช่วยระงับความเจ็บปวดไว้ได้ชั่วคราวในระหว่างที่เดินทางไปโรงพยาบาล
From : นายKALAHARI [ 20 พ.ย. 49 - 08:18:20 น. ]

ความเห็นที่ 137
เราอยากได้ไปทำรายงานอะ
From : เเพร [ 9 ธ.ค. 49 - 13:54:01 น. ]

ความเห็นที่ 138

เยอะอ่าคนป่วยจะตายก่อนมั้ยเนี่ยมานเยอะ
From : คนที่เข้ามาดู [ 11 ธ.ค. 49 - 19:54:21 น. ]

ความเห็นที่ 139
รับทราบแล้วค่ะ...เสือออยมีความรู้ในการปฐมพยาบาลพอสมควร (เอ้อ..ก็เป็นลูกเจ้าของร้านขายยา
นี่แหละ...) แต่ว่าใครมีบัตรของรพ.(ประจำตัว)ติดไปด้วย และต้องมีมือถือของเพื่อนๆ ที่อยู่ใกล้ตัวสามารถเรียกมอเตอร์ไซต์พยาบาลหรือรถตู้รพ.ด่วนได้ทันใจค่ะ มีที่เดียวคือ รพ.เลิดสิน อยู่ในพื้นที่ กทม.เท่านั้นค่ะ ถ้าบาดเจ็บหนักมาก...
การประเมินสภาพผู้บาดเจ็บ โดยพิจารณาปัจจัย 3 ประการ คือ
การประเมินสภาพผู้บาดเจ็บ โดยพิจารณาปัจจัย 3 ประการ คือ
1. ลักษณะของสถานการณ์
2. การตรวจร่างกาย
3. สิ่งแสดงชีพ (Vital sign)


1.ลักษณะของสถานการณ์
- ได้จากคำบอกเล่าของผู้บาดเจ็บ
- พิจารณาจากสถานการณ์ที่เกิดเหตุนั้น ๆ ประเมินจากชนิดของอุบัติเหตุ สาเหตุของอุบัติเหตุ
และสภาพแวดล้อมของสถานที่เกิดอุบัติเหตุด้วย


2. การตรวจร่างกาย
ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องตรวจร่างกายผู้บาดเจ็บอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อค้นหาตำแหน่งที่ได้รับ
บาดเจ็บ โดยเริ่มตรวจตั้งแต่ศีรษะลงไปถึงปลายเท้า การตรวจร่างกายจะประกอบด้วยการสังเกต การ
คลำและการพูดคุย
ขั้นแรก
ตรวจการหายใจ และตรวจชีพจร ถ้าผู้บาดเจ็บไม่หายใจ ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องผายปอดให้
แต่ถ้าผู้บาดเจ็บมีภาวะหัวใจหยุดทำงาน ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องกระตุ้นหัวใจและผายปอดให้
ตรวจเพื่อดูว่าบริเวณใดมีการตกเลือดรุนแรงหรือไม่ ถ้าพบว่ามีการตกเลือดที่รุนแรงต้องห้าม
เลือดให้ ถ้าผู้บาดเจ็บหายใจได้ ชีพจรเต้นตามปกติประกอบกับไม่มีการตกเลือดที่รุนแรง ผู้ปฐมพยา
บาลควรเริ่มตรวจขั้นต่อไป
ขั้นที่สอง
- ตรวจหนังศีรษะเพื่อดูว่ามีรอยฉีกขาดฟกช้ำหรือไม่
- ตรวจกระดูกกะโหลกศีรษะเพื่อดูว่ามีรอยย่น รอยแตกหรือไม่ มีน้ำหรือเลือดไหลออกจากช่องจมูก ช่องหู ช่องปากหรือไม่
- ตรวจบริเวณคอ โดยใช้มือคลำที่คอด้านหลังเพื่อดูว่ามีก้อนหรือมีกระดูกนูนขึ้นมาที่คอหรือไม่
- ตรวจกระดูกไหปลาร้า แขนทั้งสองข้าง กระดูกเชิงกราน และตรวจขาทั้งสองข้างเพื่อดูว่ามีกระดูกหักบริเวณใดหรือไม่
ขั้นสุดท้าย
ตรวจผนังหน้าท้องผู้บาดเจ็บเพื่อสังเกตว่า กล้ามเนื้อหน้าท้องมีการเกร็งตัวหรือไม่ กดเจ็บหรือไม่ โดยการใช้มือกดเบา ๆ ต่อจากนั้นให้ตรวจดูว่ามีอาการชาบริเวณใดบ้างหรือไม่ และสามารถขยับแขนและ ขาข้างใดได้บ้าง
นอกจากนี้ผู้บาดเจ็บบางคนอาจมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน, ลมบ้าหมู, โรคเลือด, หรือบางคนแพ้ยาต้านจุลชีพอย่างรุนแรง ฯ ผู้บาดเจ็บอาจเขียนบอกไว้ที่บัตรประจำตัว, เหรียญห้อยคอ, กำไลมือ เป็นต้น ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ปฐมพยาบาลเป็นอย่างมาก


3. สิ่งแสดงชีพ
ขณะทำการตรวจร่างกายผู้บาดเจ็บ ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องสังเกต จะต้องฟังและคลำสิ่งแสดงชีพอย่างละเอียด ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องตรวจสิ่งแสดงชีพ ต่อไปนี้
1. ชีพจร (Pulse) ถ้าคลำชีพจรที่เส้นเลือดแคงบริเวณข้อมือ (Radial artery) ไม่พบ ให้คลำที่เส้นเลือดแดงใหญ่ข้างคอ (Caroid artery)
2. การหายใจ (Respiration) ตรวจโดยวิธีนับอัตราการหายใจต่อนาที และสังเกตเสียงหายใจด้วยว่า หายใจตึ้น หรือหายใจลึก
3. ผิวหนัง สังเกตุสี อุณหภูมิ และ ความชื้น
4. รูม่านตา (Pupils of eye) สังเกตุการขยายตัว หดตัว ปฏิกริยาตอบสนองต่อแสง
5. ขั้นตอนความรู้สึกตัว (State of Consciousness)
6. ความสามารถในการเคลื่อนไหวของร่างกาย
7. ปฏิกริยาเจ็บปวด
เพิ่งเข้ามาอ่านกระทู้เป็นครั้งแรกค่ะ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมคุณสมชายที่มีน้ำใจนำเสนอข้อมูลดีๆที่น่าสนใจให้กับผู้อื่นได้รับรู้กัน แต่ว่าข้อมูลบางอย่างยังไม่อัพเดตเท่าที่ควรอย่างเช่น ในความคิดเห็นที่ 15 ที่ว่า ผู้ช่วยชีวิตนั่งคร่อมตัวผู้ป่วย ซึ่งจริงๆแล้วนั่งข้างตัวผู้ป่วยด้านใดด้านหนึ่งตามแต่ว่าเราถนัดมือไหน ยกเว้นการช่วยฟื้นคืนชีพในที่แคบๆจริง หรือบนรถพยาบาลเราถึงจะนั่งคร่อมตัวผู้ป่วยได้แต่การวางมือจะใช้คนละลักษณะกับการนั่งด้านข้างค่ะ ซึ่งความรู้เหล่านี้ดิฉันเห็นด้วยกับคุณลักษณ์ความคิดเห็นที่ 70 และคุณ winnie the pooh ความคิดเห็นที่ 82 ว่า การเรียนทฤษฎีกับปฏิบัตินั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ถ้าคุณมีความรู้ในเรื่องทฤษฎีเพียงอย่างเดียวแต่ไม่เคยลงมือปฏิบัติ เวลาคุณเจอกับเหตุการณ์จริงและสถานการณ์คับขัน คุณจะทำอะไรไม่ถูกและนึกไม่ออกว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง ดิฉันขอแนะนำว่าให้ทุกท่านที่สนใจที่จะมีความรู้อย่างจริงจังนะคะ ไปเข้ารับการอบรมเถอะค่ะ และทางที่ดีควรได้รับการทบทวนหรือ refresh ทุกปียิ่งดีใหญ่ ดิฉันเป็นพยาบาลกู้ชีพคนหนึ่งที่มีประสบการณ์ตรงมากมายในการทำ CPR และสอนเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกระดับแม้แต่พยาบาลด้วยกันค่ะ เป็นเวลากว่า 10 ปี ปัจจุบัน CPR ล่าสุดที่ได้มีการประชุมของสถาบันโรคหัวใจเกือบทั่วโลก ได้อัพเดต เปลี่ยนอัตราการกดหน้าอกต่อการเป่าปาก เป็น 30 : 2 ไม่ว่าผู้ช่วยเหลือกี่คนค่ะ ยกเว้นในเด็กแรกเกิดถึง 1 ปี ให้คงไว้แบบเดิม ถ้าใครสนใจเกี่ยวกับข่าวอัพเดตนี้ เข้าไปดู ภาคภาษาอังกฤษที่ www.americanheart.org/presenter.jhtml?identifier=3035517 ในหน้านี้คุณจะสามารถอัพเดตความรู้ในเรื่อง 2005 International Consensus on CPR and ECC Science with Treatment Reccomendations และถ้าต้องการภาคภาษาไทยคงต้องขอบคุณทางภาควิสัญญีวิทยา ศิริราชพยาบาล ที่ได้กรุณาแปลไว้ให้พวกเราดิฉันเพิ่งได้เข้าไปเจอเมื่อสักครู่นี้เองค่ะเลยเอามาแชร์ให้พวกเราได้ทราบกันค่ะ เข้าไปดูที่www.si.mahidol.ac.th/km/cops/cpr/knowledgeclick.asp?id=257&room=9 - 2k -
ดิฉันว่าถ้ามีปัญหาสงสัยเกี่ยวกับเรื่องการปฐมพยาบาล โทรไปถามที่ เบอร์ 1669 ซึ่งเป็นเบอร์ฉุกเฉิน โทรฟรีทั่วไทยนะคะ ในเขตกรุงเทพมหานครเรามีเครือข่ายของศูนย์นเรนทรที่เป็นศูนย์ใหญ่ของกระทรวงสาธารณสุขอยู่ 3 รพ.ค่ะ คือ รพ.ราชวิถี รพ.เลิดสิน และรพ.นพรัตนราชธานีค่ะ การแจ้งเหตุฉุกเฉินใช้เบอร์เดียวกันทั่วประเทศไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในประเทศไทย หากคุณพบเจออุบัติเหตุฉุกเฉินเพียงคุณโทร 1669 จะมีผู้คอยให้คำแนะนำและรับข้อมูล และจัดส่งรถพยาบาลของรพ.ที่ใกล้กับจุดเกิดเหตุที่สุดไปให้คุณค่ะ ดีใจนะคะที่ได้แชร์ความรู้ให้กับทุกคนค่ะ



From : นัท [ 18 ธ.ค. 49 - 17:54:15 น. ]


ความเห็นที่ 140
www.google.com
From : oym [ 18 ธ.ค. 49 - 17:55:10 น. ]

ความเห็นที่ 141
ปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน และ การปฐมพยาบาล

....ผมได้เอกสารแผ่นพับ มาจาก สถาบันการแพทย์ด้านอุบัติเหตุและสาธารณภัย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน .....จึงนำมาลงไว้ เพื่อ ให้เพื่อนๆ ได้ทราบถึงการให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บขั้นแรก ก่อนที่จะส่งไปให้แพทย์รักษาต่อ..../
By : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:36:33 น. ]

ความเห็นที่ 1

ขั้นตอนการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR)
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:39:51 น. ]

ความเห็นที่ 2

1. ตรวจดูระดับความรู้สึกตัว
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:42:08 น. ]

ความเห็นที่ 3

2. จัดให้ผู้ป่วยนอนหงาย
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:43:37 น. ]

ความเห็นที่ 4

3. เปิดทางเดินหายใจ
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:44:37 น. ]

ความเห็นที่ 5

4. ตรวจดูการหายใจ
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:45:36 น. ]

ความเห็นที่ 6

5. ช่วยหายใจด้วยการเป่าปาก 10-12 ครั้ง ใน 1 นาที
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:46:51 น. ]

ความเห็นที่ 7

6. ตรวจชีพจรในเวลา 5-10 นาที
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:47:48 น. ]

ความเห็นที่ 8

7. การกดหน้าอก
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:48:40 น. ]

ความเห็นที่ 9

7. การกดหน้าอก (ต่อ)
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:49:48 น. ]

ความเห็นที่ 10

7. การกดหน้าอก (ต่อ)
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:56:27 น. ]

ความเห็นที่ 11

8. ตรวจชีพจรและหายใจซ้ำ ทุก 3-4 นาที และให้การช่วยเหลือ
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:57:46 น. ]

ความเห็นที่ 12

8. ตรวจชีพจรและหายใจซ้ำ ทุก 3-4 นาที และให้การช่วยเหลือ (ต่อ)
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:58:28 น. ]

ความเห็นที่ 13

ผู้ช่วยเหลือ เตรียมข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน...../
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 12:00:20 น. ]

ความเห็นที่ 14
.... หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ สถาบันการแพทย์ด้านอุบัติเหตุและสาธารณภัย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โทร. 0-2590-6228, 0-2951-0272
.... หาก เพื่อนๆ มีข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ช่วยกันนำมาลง เพื่อจะได้เป็นการให้ความรู้ซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์ในการให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ
.... ส่วนเรื่องการปฐมพยาบาล ผมกำลังขอข้อมูลจาก กองการแพทย์ ของ กฟผ. จะนำมาลงให้อีกครับ..../
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 12:07:19 น. ]

ความเห็นที่ 15
ขอขอบคุณ คุณ Schmetz ที่แจ้ง Link มาให้
และ ขออนุญาต คัดลอกเนื้อหา
" ปฏิบัติการช่วยชีวิต "
จากคุณบอกต่อ ในกระทู้ของ TCC
มีข้อความดังนี้..
จากหนังสือเรื่อง หมอปากหมา เล่มสอง
1. ถ้าเลือดออกมาก ให้ห้ามเลือดโดยกดปากแผลให้แน่นจนไม่มีเลือดพุ่งกระฉูดออกมา
2. ถ้ากระดูกแขน-ขาหัก ให้ดามด้วยไม้ก่อนเคลื่อนย้าย
3. ถ้าตกจากที่สูงต้องระวังคอหัก เวลาเคลื่อนย้ายจะต้องประคองศรีษะให้ตรงและนิ่ง อย่าปล่อยให้พับไปพับมา
4.ถ้าหยุดหายใจ ให้ทำดังนี้
- กวาดล้วงเอาสิ่งต่างๆ ที่อาจตกค้างอยู่ในปากออกมาให้หมด
- ช่วยหายใจโดยการเป่าปาก โดยบีบจมูกผู้ป่วยให้แน่น สูดหายใจลึกๆ แล้วประกบปากกับผู้ป่วยพร้อมกับเป่าลมเข้าไปแรงๆ ทำไปจนกว่าจะถึงมือแพทย์
5. ถ้าหัวใจหยุดเต้น ให้ทำดังนี้
- ทุบหน้าอกด้านซ้ายด้วยกำปั้น 1-2 ครั้ง (ทุบแรงๆให้ดังบึก)
- นวดหัวใจโดยการวางผู้ป่วยบนพื้นแข็งๆ ผู้ช่วยชีวิตนั่งคร่อมตัวผู้ป่วย เหยียดแขนตรงใช้มือข้างหนึ่งวางบนอกของผู้ป่วยตรงกลางอกเหนือลิ้นปี่ มืออีกข้างหนึ่งกดทับมือแรก แล้วขย่มตัวกดมือลงไปกึ่งกระแทกแล้วยกขึ้น ทำซ้ำๆ เป็นจังหวะโดยนับ กด-ปล่อย สลับกันไปเช่นนี้
6. ถ้ามีคนที่รู้วิธีช่วยชีวิตเพียงคนเดียว จะต้องทำหน้าที่ทั้งช่วยหายใจและช่วยนวดหัวใจ โดยกะว่านวดหัวใจ 3-5 ครั้ง แล้วเป่าปาก 1 ครั้ง จำไว้ว่าต้องทำอยางแข็งขัน หากเหยาะแหยะ ผู้ป่วยตายแน่
7. การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยต้องรวดเร็ว อย่าปล่อยให้การช่วยหายใจและการนวดหัวใจขาดช่วง เวลาทุกนาทีมีค่าต่อชีวิต
8. อยากให้ผู้อ่านทุกคนลองฝึกซ้อมกดกับฟูกแน่นๆ ชนิดรู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม ทำเป็นแล้วให้บอกต่อๆ กันไป
......ก็ต้องฝึกปฏิบัติด้วยเพื่อให้เกิดทักษะ โดยสามารถเข้ารับการอบรมการฝึกปฐมพยาบาลที่กองบรรเทาสาธารณภัย สภากาชาดไทย สถานเสาวภา เรื่อง การปั๊มหัวใจ CPR ค่าสมัครเรียน ไม่เกิน 500 บาท...../

From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 12:25:04 น. ]

ความเห็นที่ 16
เป็นประโยชน์อย่างมากครับ ผมได้เซฟเก็บไว้อ่านแล้ว สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากกับพวกเรา หากว่าจะมีแอคซิเด็นท์เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน อย่างน้อยที่สุด การดูแลขั้นต้นกับผู้ป่วยก็สามารถช่วยเซฟได้ในระดับหนึ่งแล้ว ขอบคุณคุณสมชายครับ
From : ศุภชัย [ 18 ก.ย. 45 - 14:37:02 น. ]

ความเห็นที่ 17
ดีมากเลยครับ แต่สงสัยนิดเดียวตรงข้อ 5 ความเห็นที่ 6 ที่บอกว่า "ผู้ช่วยเหลือหายใจเข้าเต็มที่ประกบปาก....." จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าตอนเด็กๆ อาจารย์สอนว่าให้เราอมอากาศในปากแล้วเป่าเข้าไป เพราะถ้าเราหายใจเข้าแล้วเป่าเข้าปากเค้าจะได้แต่คาร์บอนไดออกไซด์ แต่ไม่แน่ใจนะครับ ใครเป็นหมอ ตอบให้หน่อยครับ
From : i-drive [ 18 ก.ย. 45 - 14:53:57 น. ]

ความเห็นที่ 18
......ตอบ คุณ i-drive....พอทราบคำถาม ผมก็เริ่มเอะใจ มันก็น่าจะจริงอย่างที่ว่ามาเหมือนกัน....เลยรีบโทรไปกองการแพทย์ กฟผ. ขอความรู้จากคุณหมอ.....ได้ความกระจ่างมาดังนี้ครับ.....
.....ตอนที่ผู้ช่วยเหลือ สูดหายใจเข้าทางจมูกจนเต็มปอดนั้น ถูกต้องแล้ว อากาศที่สูดเข้าไปจะมี อ๊อกซิเจน ผสมอยู่ประมาณ 21 % ซึ่งปกติทุกลมหายใจเข้า อากาศที่เข้าไป ถุงลมในปอดจะจับเอาอ๊อกซิเจนได้เพียง 5 % เท่านั้น ดังนั้น ตอนเป่าเข้าปากเพื่ออัดอากาศเข้าปอดผู้ป่วย จึงยังมีปริมาณ อ๊อกซิเจน อยู่อีกถึง 16 % ซึ่งก็มากพอ เพราะปอดของผู้ป่วยก็รับอ๊อกซิเจนได้เพียง 5 % ..... ผมก็เลยได้ความรู้ไปด้วยเลย.....ก็ขอขอบคุณในคำถามที่ถามมา....ทำให้ทราบเหตุผลและเกิดความเข้าใจยิ่งขึ้นครับ.../
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 15:38:51 น. ]

ความเห็นที่ 19

เยี่ยมเลยครับ ... เป็นประโยชน์กับการช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุจากเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเนื่องจากขี่จักรยานหรือไม่ ...
ขอบคุณครับ ....


From : environmania@cocobike [ 18 ก.ย. 45 - 15:44:51 น. ]

ความเห็นที่ 20
ยอดเยี่ยมครับ โดยเฉพาะ คห.ที่18 ผมก็เพิ่งจะทราบ อย่างนี้เวลานำปลาสวยงามใส่ถุงพลาสติคเพื่อขนย้าย ก็สามารถเป่าลมให้ถุงพองก่อนจะมัดปากถุงได้แล้วครับ ขอบคุณมาก
From : vr. [ 18 ก.ย. 45 - 20:14:43 น. ]

ความเห็นที่ 21
เยี่ยมเลยครับ คุณสมชาย ถ้าเป็นไปได้มีภาคปฏิบัติสำหรับสมาชิกร่วมทริปสักครั้งก็น่าจะดี
สุดท้าย... ขออย่าให้เกิดอุบัติเหตุกับชาวจักรยานอีกเลยครับ
From : tom [ 18 ก.ย. 45 - 20:53:37 น. ]

nbt ความเห็นที่ 22 [ 18 ก.ย. 45 - 23:10:35 น. ]

webmaster

ขอบคุณมากครับพี่สมชาย ผมนำไปรวมในกระทู้ที่น่าสนใจหน้าแรกแล้วครับ

ความเห็นที่ 23
ขอขอบคุณมากครับพี่สมชาย เป็นประโยชน์มากเลยครับ/
From : ก้อง ซานตาครูซ [ 19 ก.ย. 45 - 00:16:50 น. ]

ความเห็นที่ 24
คุณ สมชาย..จะขอcopy ไปใส่ไว้ที่ TCC บ้างนะ
From : organ [ 19 ก.ย. 45 - 09:02:07 น. ]

ความเห็นที่ 25
ขอบคุณมากๆ ครับคุณสมชาย จะได้รู้วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องซะทีครับ
From : i-drive [ 19 ก.ย. 45 - 09:04:47 น. ]

ความเห็นที่ 26
....ผมได้รับข้อมูลจาก กองอนามัย สำนักงานแพทย์และ อนามัย กฟผ. มาแล้ว.....จึงได้เลือกบางส่วนมาลงให้ครับ.....ก็เริ่มด้วยเรื่องการปฐมพยาบาล....แล้วก็เรื่อง การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ซึ่งพวกเราชาวเสือมักจะเป็นกันเพราะอาจมีการออกกำลังที่หนักและเป็นเวลานานๆ ก็มีวิธีการรักษาในเบื้องต้นด้วย ....น่าจะเป็นประโยชน์บ้างครับ..... ....../
From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:08:35 น. ]

ความเห็นที่ 27

การปฐมพยาบาล
การปฐมพยาบาล หมายถึง การให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บขั้นแรกก่อนที่จะส่งไปให้แพทย์รักษาต่อ
โดยทั่ว ๆ ไปการปฐมพยาบาลจะปฏิบัติ ณ สถานที่เกิดเหตุ นอกเสียจากสถานที่นั้น ๆ ไม่เหมาะและไม่สะดวกแก่การให้การปฐมพยาบาล โดยใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือเท่าที่จะหาได้


จุดประสงค์
1. ป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นในระยะต่อไป
2. เพื่อช่วยชีวิต
3. บรรเทาความเจ็บปวดหรือความทรมานลง
4. ลดความพิการ และช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น
5. รีบนำส่งโรงพยาบาลในกรณีจำเป็น


หลักเบื้องต้นของการปฐมพยาบาล
โดยทั่วไปมักมีสิ่งที่เกี่ยวข้องสำคัญอยู่ 3 ประการ ได้แก่
ผู้ที่ให้การช่วยเหลือ
ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ (ผู้ป่วย) และ
สิ่งแวดล้อม
ซึ่งแยกลำดับความสำคัญ ดังนี้ :-
1. ผู้ให้การช่วยเหลือ ต้องตั้งสติให้ดี อย่าแสดงอาการที่ทำให้ผู้ป่วยเสียขวัญ ตัดสินใจว่าอะไรเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องให้การช่วยเหลือก่อน หรือหลัง หรือมีความจำเป็นต้องส่งผู้ป่วยเพื่อรับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที
2. สิ่งแวดล้อม โดยอย่าให้คนมุงดู เคลื่อนย้ายให้ถูกวิธีจากสถานที่เกิดเหตุ, ประเมินสถานการณ์ของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
3. ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ (ผู้ป่วย)

From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:09:36 น. ]

ความเห็นที่ 28

การประเมินสภาพผู้บาดเจ็บ โดยพิจารณาปัจจัย 3 ประการ คือ
การประเมินสภาพผู้บาดเจ็บ โดยพิจารณาปัจจัย 3 ประการ คือ
1. ลักษณะของสถานการณ์
2. การตรวจร่างกาย
3. สิ่งแสดงชีพ (Vital sign)


1.ลักษณะของสถานการณ์
- ได้จากคำบอกเล่าของผู้บาดเจ็บ
- พิจารณาจากสถานการณ์ที่เกิดเหตุนั้น ๆ ประเมินจากชนิดของอุบัติเหตุ สาเหตุของอุบัติเหตุ
และสภาพแวดล้อมของสถานที่เกิดอุบัติเหตุด้วย


2. การตรวจร่างกาย
ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องตรวจร่างกายผู้บาดเจ็บอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อค้นหาตำแหน่งที่ได้รับ
บาดเจ็บ โดยเริ่มตรวจตั้งแต่ศีรษะลงไปถึงปลายเท้า การตรวจร่างกายจะประกอบด้วยการสังเกต การ
คลำและการพูดคุย
ขั้นแรก
ตรวจการหายใจ และตรวจชีพจร ถ้าผู้บาดเจ็บไม่หายใจ ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องผายปอดให้
แต่ถ้าผู้บาดเจ็บมีภาวะหัวใจหยุดทำงาน ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องกระตุ้นหัวใจและผายปอดให้
ตรวจเพื่อดูว่าบริเวณใดมีการตกเลือดรุนแรงหรือไม่ ถ้าพบว่ามีการตกเลือดที่รุนแรงต้องห้าม
เลือดให้ ถ้าผู้บาดเจ็บหายใจได้ ชีพจรเต้นตามปกติประกอบกับไม่มีการตกเลือดที่รุนแรง ผู้ปฐมพยา
บาลควรเริ่มตรวจขั้นต่อไป
ขั้นที่สอง
- ตรวจหนังศีรษะเพื่อดูว่ามีรอยฉีกขาดฟกช้ำหรือไม่
- ตรวจกระดูกกะโหลกศีรษะเพื่อดูว่ามีรอยย่น รอยแตกหรือไม่ มีน้ำหรือเลือดไหลออกจากช่องจมูก ช่องหู ช่องปากหรือไม่
- ตรวจบริเวณคอ โดยใช้มือคลำที่คอด้านหลังเพื่อดูว่ามีก้อนหรือมีกระดูกนูนขึ้นมาที่คอหรือไม่
- ตรวจกระดูกไหปลาร้า แขนทั้งสองข้าง กระดูกเชิงกราน และตรวจขาทั้งสองข้างเพื่อดูว่ามีกระดูกหักบริเวณใดหรือไม่
ขั้นสุดท้าย
ตรวจผนังหน้าท้องผู้บาดเจ็บเพื่อสังเกตว่า กล้ามเนื้อหน้าท้องมีการเกร็งตัวหรือไม่ กดเจ็บหรือไม่ โดยการใช้มือกดเบา ๆ ต่อจากนั้นให้ตรวจดูว่ามีอาการชาบริเวณใดบ้างหรือไม่ และสามารถขยับแขนและ ขาข้างใดได้บ้าง
นอกจากนี้ผู้บาดเจ็บบางคนอาจมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน, ลมบ้าหมู, โรคเลือด, หรือบางคนแพ้ยาต้านจุลชีพอย่างรุนแรง ฯ ผู้บาดเจ็บอาจเขียนบอกไว้ที่บัตรประจำตัว, เหรียญห้อยคอ, กำไลมือ เป็นต้น ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ปฐมพยาบาลเป็นอย่างมาก


3. สิ่งแสดงชีพ
ขณะทำการตรวจร่างกายผู้บาดเจ็บ ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องสังเกต จะต้องฟังและคลำสิ่งแสดงชีพอย่างละเอียด ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องตรวจสิ่งแสดงชีพ ต่อไปนี้
1. ชีพจร (Pulse) ถ้าคลำชีพจรที่เส้นเลือดแคงบริเวณข้อมือ (Radial artery) ไม่พบ ให้คลำที่เส้นเลือดแดงใหญ่ข้างคอ (Caroid artery)
2. การหายใจ (Respiration) ตรวจโดยวิธีนับอัตราการหายใจต่อนาที และสังเกตเสียงหายใจด้วยว่า หายใจตึ้น หรือหายใจลึก
3. ผิวหนัง สังเกตุสี อุณหภูมิ และ ความชื้น
4. รูม่านตา (Pupils of eye) สังเกตุการขยายตัว หดตัว ปฏิกริยาตอบสนองต่อแสง
5. ขั้นตอนความรู้สึกตัว (State of Consciousness)
6. ความสามารถในการเคลื่อนไหวของร่างกาย
7. ปฏิกริยาเจ็บปวด


From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:11:05 น. ]

ความเห็นที่ 29

วิธีปฏิบัติเมื่อแรกพบผู้บาดเจ็บ
1. อย่าเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บจากตำแหน่งเดิมที่พบ ให้ทำการปฐมพยาบาลตรงที่เกิดเหตุ ยกเว้น
ในกรณีที่อาจมีอันตรายทั้งผู้บาดเจ็บและผู้ปฐมพยาบาล
2. ตรวจดูการหายใจ การทำงานของหัวใจพร้อมทั้งให้การช่วยเหลือ
3. ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บาดเจ็บในขั้นต่อไป
4. ห่มผ้าให้ผู้ป่วยเพื่อป้องกันการช็อค
5. ขยายเข็มขัดและเสื้อผ้าให้หลวม
6. ถ้ามีแผลควรพันผ้าให้ และถ้ากระดูกหักต้องเข้าเฝือกชั่วคราวให้
7. ชวนผู้บาดเจ็บคุยเพื่อให้เกิดความสบายใจ
8. อยู่กับผู้บาดเจ็บจนกระทั่งส่งผู้บาดเจ็บให้แก่ตำรวจ หน่วยกู้ภัย หรือญาติ
9. ให้สังเกตที่ข้อมือ และที่คอว่ามีเหรียญ บ่งบอกว่าผู้บาดเจ็บมีโรคประจำตัวหรือไม่
10. พึงระลึกถึงขอบเขต และความสามารถของตนเองในการให้การปฐมพยาบาล

From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:11:49 น. ]

ความเห็นที่ 30

การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย มีความสำคัญมากถ้าสามารถนำผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาล หรือสถานที่ ๆ ที่จะให้ความช่วยเหลือได้ถูกต้อง ได้เร็วขึ้นเท่าไร ชีวิตผู้ป่วยจะปลอดภัยได้เร็วขึ้นเท่านั้น แต่การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ขาดความรู้ ขาดความระมัดระวัง อาจทำให้เกิดผลเสียกับผู้ป่วยยิ่งขึ้นจนถึงกับเสียชีวิตหรือ พิการได้


หลักการปฏิบัติในขณะเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
1. ไม่ควรขยับเขยื้อนร่างการหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายผู้ป่วยโดยไม่จำเป็น
2. ไม่ควรพยายามเคลื่อนส่วนที่มีกระดูก หรือมีบาดแผลฉกรรจ์
3. การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้ได้รับความกระทบกระเทือนเท่าที่จะทำได้
4. ในระหว่างทางขณะนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลต้องระมัดระวังสังเกตอาการผู้ป่วยตลอดเวลา เพื่อการปฐมพยาบาลโดยด่วน อาการที่สำคัญที่ควรสังเกต ได้แก่
....... 4.1 การหายใจ สังเกตว่าการหายใจสะดวกตลอดเวลาหรือไม่ หรือเริ่มหายใจผิดไปจากเดิม เช่น เริ่มหายใจขัด หรือแผ่วเบาลง หรือหยุดหายใจเป็นระยะ ๆ เป็นต้น
.......4.2 การตกเลือด ให้ควบคุมการตกเลือดให้ได้มากที่สุด ในกรณีที่ปรากฏอาการให้เห็นได้ภายนอก
.......4.3 อาการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่ผิดไปจากเดิม


From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:12:56 น. ]

ความเห็นที่ 31

การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและโครงกระดูก


การฟกช้ำ
ในทางปฏิบัติ การปฐมพยาบาลให้ถือหลัก “ICE”
I - (ice) น้ำแข็งหรือน้ำเย็นประคบ
C - (compress) คือการประคบบริเวณที่บาดเจ็บ
E - (elevation) คือการยกส่วนที่ได้รับบาดเจ็บให้สูงขึ้น
ในการประคบอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงแรก ให้ประคบด้วยน้ำเย็นหรือน้ำแข็ง หลังจากนั้นให้ใช้น้ำอุ่น หรือความร้อนพอประมาณประคบต่อ


ตะคริว
1. เหยียดกล้ามเนื้อส่วนที่เป็นตะคริวให้ยืดออก
2. นวดบริเวณที่ปวดด้วยยาหม่อง หรือน้ำมันสโต๊ก
3. ถ้าเป็นตะคริวภายหลังเสียเลือดมาก ให้ดื่มน้ำเกลือ (เกลือ 1 ช้อนชา ในน้ำครึ่งขวดแม่โขง)


From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:14:37 น. ]

ความเห็นที่ 32

ข้อเคล็ด
หมายถึง การฉีกขาดของเอ็น และเยื่อหุ้มข้อที่อยู่รอบ ๆ ข้อนั้น เกิดจากมีการเคลื่อนไหวของข้ออย่างรวดเร็วเกินไป หรือมีการบิดของข้อนั้น ๆ จนเกิดขีดจำกัดของเอ็นและเยื่อหุ้มข้อที่จะยอมให้ได้ เช่น เดินสะดุด, ตกจากที่สูง


ข้อที่เกิดเคล็ดจะมีอาการ
- ปวด ถ้ามีการเคลื่อนไหวจะปวดมากขึ้น
- บวมช้ำ ๆ เนื่องจากมีการฉีกขาดของหลอดเลือดฝอยรอบ ๆ ข้อ เลือดจะออกและทำให้บวมขึ้นอย่างรวดเร็ว
- กดเจ็บ จะเกิดบริเวณข้อที่บาดเจ็บ
- ไม่สามารถใช้งานข้อนั้นได้ตามปกติ


การปฐมพยาบาล
1. พักข้อที่ได้รับบาดเจ็บนั้น พยายามให้อยู่นิ่งหรือมีการเคลื่อนไหวน้อยที่สุด
2. ใน 72 ชั่วโมงแรก ให้ประคบด้วยความเย็น เช่น น้ำแข็ง เพื่อลดความเจ็บปวด และทำให้เลือด
ออกน้อยลง หลังจาก 72 ชั่วโมงผ่านไปจึงประคบด้วยความร้อน เพื่อช่วยให้การดูดซึมไหลเวียนของเลือด
และลดอาการบวม อักเสบ
3. พันข้อที่ได้รับบาดเจ็บให้แน่นพอสมควร ช่วยให้ข้อนั้นมีการเคลื่อนไหวน้อยที่สุด การพันใช้ผ้ายึด
4. ยกข้อที่ได้รับบาดเจ็บให้สูงขึ้น เมื่ออยู่ในท่าพัก
5. ให้ยาระงับความเจ็บปวด
6. นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจให้แน่นอนว่าไม่มีโรคแทรกซ้อน เช่น กระดูกหัก หรือข้อเคลื่อน

From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:15:25 น. ]

ความเห็นที่ 33

ข้อเคลื่อน
หมายถึง ภาวะที่ปลายกระดูก 2 ชิ้น ซึ่งประกอบกันเป็นข้อ เคลื่อนหลุดออกจากตำแหน่งปกติ เป็นผลให้เยื่อหุ้มข้อ เอ็นหุ้มข้อ เส้นเลือด เส้นประสาทของข้อนั้น ๆ เกิดปวดเจ็บ มักเกิดจากมีแรงกระแทกจากภายนอกมากระทำที่ข้อนั้น หรือถูกกระชากที่ข้อนั้นอย่างรุนแรง เป็นต้น


อาการ
- ปวดเมื่อพยายามเคลื่อนไหวข้อที่ได้รับบาดเจ็บ
- รูปร่างของข้อนั้นผิดปกติจากเดิม เช่น ถ้าเป็นที่ข้อสะโพกขาข้างนั้นจะสั้นลง ถ้าข้อไหล่หลุดจะเห็นว่าบริเวณหัวไหล่จะแฟบยุบลง
- บวมบริเวณข้อที่เคลื่อน
- กดเจ็บ
- เคลื่อนไหวข้อนั้นไม่ได้เต็มที่


การช่วยเหลือ
1. ห้ามดึงข้อที่เคลื่อนนั้นให้เข้าที่ เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายมากขึ้น เช่น กระดูกหัก ปลายกระดูกตาย เนื่องจากขาดเลือดทำให้พิการได้
2. ช่วยให้ข้อที่เคลื่อนนั้นอยู่นิ่ง โดยให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าสบาย ๆ ใส่เฝือกชั่วคราว หรือใช้ผ้าคล้องไว้
3. ประคบข้อที่บาดเจ็บโดยใช้ความเย็น
4. รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล

From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:16:03 น. ]

ความเห็นที่ 34


กระดูกหัก
กระดูกหัก หมายถึง การเสียความต่อเนื่องอย่างหนึ่งอย่างใดของกระดูก


ชนิดของกระดูกหัก
1. กระดูกหักแบบปิด
2. กระดูกหักแบบเปิด


การปฐมพยาบาล
1. ระมัดระวังในการจับต้องอย่างรุนแรง
2. เข้าเฝือกชั่วคราวโดยใช้วัสดุที่แข็ง เช่น แผ่นไม้ กิ่งไม้ ม้วนหนังสือพิมพ์ วางรองยึดกระดูกส่วนที่หักให้อยู่กับที่
3. พันผ้ายืดไม่ให้เคลื่อนไหว ระวังอย่าพันผ้าให้แน่นจนเกินควร ซึ่งจะทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนปลายไม่ได้ ซึ่งเป็นอันตรายมาก
4. ทำการห้ามเลือดถ้ามีเลือดออกมาก
5. ในรายที่กระดูกโผล่ออกนอกเนื้อ อย่าพยายามดึงกระดูกให้กลับเข้าที่ เพราะจะทำให้เชื้อโรค และสิ่งสกปรกจากภายนอกเข้าในแผนส่วนลึกได้ ให้หาผ้าสะอาดคลุม หรือปิดบาดแผลไว้
6. ถ้าเป็นกระดูกชิ้นใหญ่ เช่น กระดูกโคนขา อาจใช้ขาข้างที่ดีเป็นตัวยึดก็ได้
7. ยกส่วนที่ได้รับบาดเจ็บให้สูงขึ้นเล็กน้อย
8. รีบนำส่งโรงพยาบาล

From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:16:41 น. ]

ความเห็นที่ 35


กระดูกต้นคอ หรือ กระดูกสันหลังหัก
อาการที่แสดงว่ามีภยันตรายต่อกระดูกสันหลัง
1. ผู้ป่วยมีอาการชาที่อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง
2. มีอาการเจ็บ ปวด บวม บริเวณกระดูกสันหลัง
3. ขณะเกิดอุบัติเหตุ สันหลังของผู้ป่วยมีการกระแทกหรือชนกับของแข็ง


วิธีการช่วยเหลือ
ต้องระมัดระวังในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ห้ามใช้วิธีหิ้วหัวหิ้วท้ายโดยเด็ดขาด
1. ให้ผู้ป่วยนอนหงายไม่หนุนหมอน บนไม้กระดานราบแผ่นใหญ่ (อาจใช้บานประตูก็ได้)
2. หาวัสดุมาประคองใบหน้าและขาให้อยู่ในลักษณะตรงไม่ตะแคงหรือบิดงอ
3. กรณีที่ไม่มีไม้อาจต้องช่วยกันอุ้ม โดยยึดหลักให้ยกผู้ป่วยขึ้นพร้อมกันทั้งตัวในแนวราบ
เพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกสันหลังที่อาจแตกหักอยู่เคลื่อนไปทับเส้นประสาทได้
4. นำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว

From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:17:50 น. ]

Wang ความเห็นที่ 36 [ 19 ก.ย. 45 - 16:24:14 น. ]

web moderator

ขอบคุณครับ กระทู้นี้จะลดความสูญเสียที่สามารถหลีกเลี่ยงได้จากความรู้เท่าไม่ถึงการได้เยอะเลยครับ
From : Wang [ 19 ก.ย. 45 - 16:24:14 น. ]

ความเห็นที่ 37
รับทราบแล้วค่ะ...เสือออยมีความรู้ในการปฐมพยาบาลพอสมควร (เอ้อ..ก็เป็นลูกเจ้าของร้านขายยา
นี่แหละ...) แต่ว่าใครมีบัตรของรพ.(ประจำตัว)ติดไปด้วย และต้องมีมือถือของเพื่อนๆ ที่อยู่ใกล้ตัวสามารถเรียกมอเตอร์ไซต์พยาบาลหรือรถตู้รพ.ด่วนได้ทันใจค่ะ มีที่เดียวคือ รพ.เลิดสิน อยู่ในพื้นที่ กทม.เท่านั้นค่ะ ถ้าบาดเจ็บหนักมาก...
From : oiltrips [ 19 ก.ย. 45 - 20:08:15 น. ]

ความเห็นที่ 38
เอ้อ...เสือออยพูด(เขียน)อะไรผิดมั้ยคะ...คุณพี่สมชายขา...
From : oiltrips [ 19 ก.ย. 45 - 20:09:48 น. ]

ความเห็นที่ 39
เยี่ยมเลยครับที่นำเสนอการปฐมพยาบาล ให้เพื่อน ๆ ได้ทราบหากมีปัญหาจะได้ปฏิบัติได้ถูกต้อง เป็นการลดอันตรายไปได้ส่วนหนึ่ง ผมเองก็ศึกษาอยู่เหมือนกันโดยอ่านจากหนังสือคู่มือนักศึกษาวิชาทหาร ที่ลูกเขาเลิกเรียนไปแล้วแต่ผมก็ยังเก็บไว้อยู่ เพราะเป็นเอกสารปกปิดของทางราชการ เพื่อน ๆ ที่มีอยู่ก็ลองเปิดอ่านดูซิครับ มีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ ความรู้เรื่องการใช้แผนที่และเข็มทิศ การดำรงชีพในป่า และเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย
From : เกษม ฯ [ 19 ก.ย. 45 - 22:56:10 น. ]

ความเห็นที่ 40
ชอบมากเลยค่ะ กับการปฐมพยาบาลที่ละเอียดกว่าการเรียนในชั้นเรียน และอีกอย่างนะค่ะ ลุงเกษมน่าจะลงคู่มือนักศึกษาวิชาทหารบ้าง ไม่ต้องเอาหมดก็ได้นะค่ะ อย่างการดูแผนที่หรือเข็มทิศซึ่งก็จำเป็นกับการปั่นจักรยานด้วยเหมือนกัน เพื่อเป็นวิทยาทานให้กับคนที่ยังไม่รู้อีกหลายคน อย่างปิยังไง คนใหม่ขอสมัครเป็นสมาชิกบ้างนะค่ะ ก็เ้ป็นเพื่อนกับเสือออยค้า กับคุณลุงก็เจอกันแล้วตอนปั่นจากตลาดน้ำไทรน้อย big grin
From : ปิ [ 20 ก.ย. 45 - 15:13:09 น. ]

ความเห็นที่ 41
จำได้ค่ะน้องปิ แต่สงสัยนิดหนึ่ง ชื่อที่เคยบอกลุงว่า ปิยกุล แต่เสือออยบอกว่า ปิยวรรณ ตกลงว่าปิ.. อะไรกันแน่ครับ จะให้ลุงลงข้อความเกี่ยวกับการปฐมพยาบาล ที่บ้านไม่มีเครื่องแสกนเนอร์ ลงแล้วมีแต่ตัวหนังสือมันไม่น่าอ่านเท่าไรน่ะ ในหนังสือคู่มือนักศึกษาวิชาทหาร ก็มีคล้าย ๆ กับที่คุณสมชายลงให้ดูนั่นแหละ แต่มีวิธีการเข้าเฝือกกรณี แขนหัก ไหล่หลุด ขาหัก ฯลฯ มันต้องมีรูปถึงจะเข้าใจง่ายทำได้ตามรูป เรื่องแผนที่เข็มทิศนี่คงจะล้าสมัยแล้ว เดี๋ยวนี้เขาใช้ GPS กันแล้ว เข้าไปอ่านเรื่องคุยเฟื่องเรื่อง GPS ของ อ. WANG น่าจะทันสมัยกว่าของเก่านะ .. แล้วน้องปิหายไปไหนไม่เห็นหลายทริปแล้ว ถ้าว่างทริปหน้าเจอกันครับ
From : ลุงเกษม ฯ [ 21 ก.ย. 45 - 20:31:27 น. ]

ความเห็นที่ 42
เคยปฏิบัติจริงแล้วที่ชุมพร แต่ที่ทำไม่ได้คือเป่าปาก ทำอย่างไรดีถึงจะช่วยได้ล่ะทุกอย่างทำได้หมดถูกต้องด้วย..ช่วยบอกหน่อยนะ การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานนี้ จำเป็นมากเลยนะนะในแวดวงเสือภูเขาเน่ย น่าจะมีการอบรมในชมรมต่าง ๆด้วยจะดีไม่น้อย
From : small giant [ 22 ก.ย. 45 - 01:42:16 น. ]

ความเห็นที่ 43
ถึง ลุงเกษม
น้องปิ ชื่อ ปิยนุช เจ้าค้า สงสัยคุณลุงฟังผิดไปมั่งถึงได้ยินเป็นปิยกุล ส่วนออยเขาชอบจำผิดบ่อยๆ ก็ไม่เป็นไรค้า เรื่องเข็มทิศน่าจะลงนะค่ะ เพราะบางท่านตังค์น้อย ยังต้องพึ่งพิงนาฬิกาที่ต้องบอกทิศทาง เผื่อเวลาหลงป่าจริงๆ แล้วไม่มีเจ้าเครื่อง GPS จะทำอย่างไรค้า คงต้องใช้ประสบการณ์จากการอ่าน หรือที่เคยพบปะด้วยตัวเองมาแก้ปัญหาใช่ไหมค้า ถ้าคนไม่รู้จะทำอย่างไร? นอกจาก....... ที่หายไปก็ไม่ได้หายไปไหนนะค่ะ ยังอยู่แต่ยังหาทรปถูกใจไม่ได้ และอีกอย่างไม่ทราบว่าใครจะจัดทริปอะไรไปบ้าง เห็นออยบอกว่า ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตชอบจัดทริปบ่อยๆ แล้วปิจะทราบได้อย่างไรว่าคราวต่อไปจะไปที่ไหนบ้าง ช่วยบอกได้ไหมค้า ขอบคุณค่ะ
From : ปิ [ 27 ต.ค. 45 - 10:36:40 น. ]

ความเห็นที่ 44
น้องปิ ครับ เราก็นัดกันในเวปนี้แหละครับ ลองดูในกระทู้ที่ 12749 ซิครับ กลุ่มรวมมิตร นัดออกทริปในวันที่ 3 พ.ย. 45 ไปเที่ยวนครปฐม ออกจาก หน้า กฟผ. 07.00 น. ถ้าว่างก็เชิญนะครับ
From : ลุงเกษม ฯ [ 27 ต.ค. 45 - 21:28:21 น. ]

ความเห็นที่ 49
อยากได้รูปกระดูกแขน/ขาหักไปทำแผนการสอนอยากได้ด่วนที่สุดค่ะ
From : นศพ. [ 16 ก.ย. 47 - 17:54:40 น. ]

ความเห็นที่ 50
ขอบคุณมากครับ จะได้ทวนกันอีกครั้ง
From : ถาวร [ 17 ก.ย. 47 - 06:08:51 น. ]

ความเห็นที่ 52
กระทู้พวกนี้ดีมากค่ะเปิดมาก็เจอ ไม่ต้องหาให้ยุ่งยาก ขอบคุณนะคะ ที่มาโพสกันเอาไว้ให้เด็กมัธยมปลายอย่างหนูได้ใช้ค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ
From : เด็กม.4นารีรัตน์จังหวัดแพร่ [ 9 พ.ย. 47 - 10:02:07 น. ]

ความเห็นที่ 53
สิ่งที่คุณสมชายนําเสนอเป็นสิ่งดี แต่ทฤษฎีกับการปฎิบัติไม่เหมือนกัน การช่วยฟื้นคืนชีพด้วยการเป่าปากและการนวดหัวใจโดยการกดทรวงอกต้องทําโดยผู้ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ไม่เช่นนั้นอาจเกิดผลเสียมากกว่าผลดี หากว่าได้รับการฝึกฝนบ้างก็จะมีประโยนช์ไม่น้อย
From : Dr.KEN [ 10 พ.ย. 47 - 08:13:53 น. ]

ความเห็นที่ 59
การปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่มีเลือดออกหรือตกเลือด ทำอย่างไร
และการปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่กระดูกแขนและกระดูกขาหักทำอย่างไรคะ
From : yui เมลล์ sasithorn.yui@chaiy [ 22 ธ.ค. 47 - 15:43:55 น. ]

ความเห็นที่ 61
ขอบคุณค่ะสำหรับเรื่องการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน เพื่อจะได้ทบทวนเนื้อหา การช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้น ก่อนนำส่งพบแพทย์ เพื่อลดอัตราการตายจากอุบัติเหตุต่าง ๆ
From : สุบัน อิงไทย [ 7 ก.พ. 48 - 22:47:36 น. ]

ความเห็นที่ 65
ปวดหัวทำอย่างไรดี
เกิดขึ้นเพราะอะไร

From : NAKEE99 [ 15 ก.พ. 48 - 11:06:13 น. ]

ความเห็นที่ 68
ขอบคุณมากครับ
From : นักเรียน [ 25 ก.พ. 48 - 10:08:28 น. ]

ความเห็นที่ 69
ขอบคุณมากค่ะ
From : อี่ฮวก [ 25 ก.พ. 48 - 10:10:01 น. ]

ความเห็นที่ 70
CPR เป็นการกู้ชีวิตขั้นสูง และถึงแม้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นจะดูเหมือนง่าย แต่จากประสบการณ์ มีเพียงแค่ข้อปฏิบัติหรืออ่านหนังสือเอา เมื่อถึงเวลาใช้จริงจะทำไม่ค่อยได้ ตกใจ ลนลาน และกดดัน ยิ่งเป็นคนที่เรารักด้วยแล้ว ไอ้ที่เรียนๆ หรืออ่านมาจะใช้แทบไม่ได้เลย สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้น (จริงจัง) ขอแนะนำให้ไปสมัครอบรมกับกองบรรเทาสาธารณภัย สภากาชาดไทย ถนนอังรีดุนังค์ครับ เรียน 5 วัน ห้ามขาด ห้ามสายจนครบ ท่านจะได้รับความรู้ ประสบการณ์ ฝึกหัดปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญ จนสามารถนำความรู้เหล่านั้นมาใช้ได้จริง ราคาค่าอบรมก็ไม่แพงอะไร เพียงหลักร้อย แต่ความรู้ที่ได้เกินกว่านั้นมากๆ ครับ ผมได้รับการอบรมมา 5 วันเต็มเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ถึงวันนี้ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกลับไป Refresh Course อีกครั้ง อาจารย์ที่สอนส่วนใหญ่คือหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่มีประสบการณ ออกปฏิบัติการจริง ได้ให้การปฐมพยาบาลในกรณีหนักๆ มากมายอยู่เป็นประจำ และเป็นมือาชีพที่จะสอนให้คุณได้เข้าใจอย่างถูกต้องแม่นยำ ขอแนะนำให้ไปเรียนกันเยอะๆ นะครับ เพราะวิชาเหล่านี้เป็นประโยชน์กับตัวคุณและคนที่คุณรักจริงๆ
From : ลักษณ์ (luckysmile.com) [ 25 ก.พ. 48 - 12:47:45 น. ]

ความเห็นที่ 71
้การปฐมพยาบาลนับว่าเป็นสิ่งดีถ้าไม่มีการปฐมพยาบาลทุกคนคงจะอาจเสียชีวิตไำด้
From : ศรีสะเกษ [ 25 ก.พ. 48 - 12:48:52 น. ]

ความเห็นที่ 72
veregood
From : sisaket [ 25 ก.พ. 48 - 13:00:01 น. ]

ความเห็นที่ 73
อยากทราบว่าระดับการหายใจของผู้ใหญ่และเด็กประมาณเท่าไร
From : Pook [ 28 เม.ย. 48 - 12:39:01 น. ]

ความเห็นที่ 74
อยากได้ vcd เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และ การช่วยฟื้นคืนชีพ ไม่ทราบจะหาได้จากที่ไหน ใครแนะนำได้บ้างคะ
From : nataporn.sinanun@kcc.com [ 10 พ.ค. 48 - 15:59:13 น. ]

ความเห็นที่ 75
การปฐมพยาบาล หากเราทำได้ในสถานการณ์จะเป็นผลดีต่อผู้ประสบเหตุ ท่านใดสนใจ09-0712357 ไม่เสียค่าใช้จ่าย
From : เจี๊ยบ [ 14 พ.ค. 48 - 13:44:18 น. ]

ความเห็นที่ 76
ระวังคนเถรตรงมาปฐมพยาบาลนะ เคยดูข่าว ผู้บาดเจ็บโดนยิงเข้าหน้าอก ดันมาผายปอด แถมสั่งห้ามเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาลอีก ผลคือ ตาย ส่งหมอไม่ทัน
From : มอมแมม [ 14 มิ.ย. 48 - 15:19:26 น. ]

ความเห็นที่ 77
ค่ะวันนี้ก้เพิ่งมาอ่านได้ครั้งแรกก็ดีค่ะได้ความรู้มากมายที่สามารถใช้ตอนเรียนได้ วันหลังจะมาอ่านใหม่น่ะ
อยากให้ใครที่รู้อะไรช่วยมาบอกบ้างน่ะ ขอบคุณค่ะ
From : สุ/เด็กพยาบาล [ 26 มิ.ย. 48 - 17:37:54 น. ]

ความเห็นที่ 78
ภาพประกอบน่ารักจัง(สุดยอด)

From : คนสวย [ 8 ส.ค. 48 - 10:24:34 น. ]

ความเห็นที่ 82
เรื่องการปฐมพยาบาลเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นต้องทำให้ถูกวิธี ทันเวลา บนพื้นฐานความปลอดภัยของผู้ช่วยเหลือด้วยครับ ผมได้เข้าร่วมอบรมกับทางสภากาชาดไทยแล้ว โดยใช้เวลาในการอบรม 5 วัน ซึ่งเป็นการฝึกจริงที่ได้ประโยชน์มากครับ แต่ถ้าท่านใดสนใจและไม่มีเวลาถึง 5 วัน ผมทราบว่ามีหน่วยงานเอกชนจัดอบรมเหมือนกัน เช่นที่ศูนย์นูเอ็ด ถ้าสนใจลองโทร. 029217294, 014442150 ลองสอบถามข้อมูลเองนะครับ
From : Winnie the Pooh [ 1 ก.ย. 48 - 23:42:46 น. ]

ความเห็นที่ 83
ก็ดีนะคะ

From : 222 [ 11 ก.ย. 48 - 15:44:27 น. ]

ความเห็นที่ 85
เห็นด้วยค่ะเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายนะคะเคยทำแล้ว

From : เจนนี่ [ 18 ก.ย. 48 - 15:53:43 น. ]

ความเห็นที่ 86
การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมีวิธีใดบ้างค่ะ
From : เด็กวิทย์กีฬา [ 30 ก.ย. 48 - 12:35:53 น. ]

ความเห็นที่ 87
การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมีวิธีใดบ้างค่ะ
From : เด็กวิทย์กีฬา [ 30 ก.ย. 48 - 12:36:06 น. ]

ความเห็นที่ 89
อยากได้ภาพเกี่ยวกับข้อเคล็ด และการรักษาที่เป็นรูปภาพและมีคำบรรยายใต้ภาพ เพื่อจะไปทำแผ่นพับให้ความรู้เกี่ยวกับข้อเคล็ดไม่ทราบว่าจะมีที่ไนบ้างค่ะ
From : มินิ [ 3 พ.ย. 48 - 15:51:11 น. ]

ความเห็นที่ 90
อยากได้ภาพเกี่ยวกับข้อเคล็ด และการรักษาที่เป็นรูปภาพและมีคำบรรยายใต้ภาพ เพื่อจะไปทำแผ่นพับให้ความรู้เกี่ยวกับข้อเคล็ดไม่ทราบว่าจะมีที่ไนบ้างค่ะ
From : มินิ [ 3 พ.ย. 48 - 15:51:46 น. ]

ความเห็นที่ 92
คุณสมชาย เขจมะรังสีมากน้ะค่ะ เพราะได้รายละเอียดเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเยอะเลย อยากทราบเว็บไซด์ของกระทรวงสาธารณสุขมาก ช่วยบอกภายในวันที่18/11/48ด้วยค่ะ
From : ทฟั [ 15 พ.ย. 48 - 19:26:36 น. ]

ความเห็นที่ 93
แก้ชื่อความเห็นที่ 92 เป็น เมย์

From : 1235456 [ 15 พ.ย. 48 - 19:28:50 น. ]

ความเห็นที่ 94
อยากให้มีรายละเอียดมากกว่านี้ค่ะ
From : กรณัฏฐ์ [ 13 ธ.ค. 48 - 19:15:32 น. ]

ความเห็นที่ 96
เป็นความรู้ที่ดีมากๆค่ะ

From : onone58 [ 19 ธ.ค. 48 - 16:31:13 น. ]

ความเห็นที่ 97
ดิฉันมีปัญหาอยากให้ช่วยอธิบายเรื่องการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่มีปัญหากระดูกหักค่ะ พร้อมด้วยภาพนะค่ะ
From : ya [ 13 ม.ค. 49 - 14:54:05 น. ]

ความเห็นที่ 99
อยากให้มีรายละเอียดมากกว่านี้ อย่างนี้มันน้อยไปมากๆ และอธิบายรายละเอียดให้เข้าใจมากกว่านี้ด้วยนะ เพราะรายละเอียดดูแล้วไม่เหมาะที่จะเป็นรายงานได้เลย ขอความกรุณาด้วยนะครับ
From : ไม่ขอระบุชื่อนะค่ะ [ 24 ม.ค. 49 - 15:22:08 น. ]

ความเห็นที่ 100
ดิฉันอยากให้มีลายละเอียดให้มากกว่านี้
From : นักเรียนร.ร.ธีรกาท์ [ 25 ม.ค. 49 - 14:37:51 น. ]

ความเห็นที่ 101
ดีครับ กำลังหารูปเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลอยู่พอดี
ตรงแปะเลย อิอิ
From : เด็กอัสสัม [ 31 ม.ค. 49 - 19:26:28 น. ]

ความเห็นที่ 107
การปฐมพยาบาลเบื้องต้นนั้นถือได้ว่าเป็นการปฐมพยาบาลทีสำคัญมากจึงต้งเรียนรู้การปฐมพยาบาลเราอาจจะเจอกับเรื่องที่เราไม่คาดคิดก็ได้ เพราะฉะนั้นเรียนรู้ไว้เถอะไม่เสียหาย
From : นักศึกษาคนหนึ่ง [ 22 ก.พ. 49 - 15:52:13 น. ]

ความเห็นที่ 108
มีประโยชน์ดีครับ
From : toon [ 21 เม.ย. 49 - 11:16:29 น. ]

ความเห็นที่ 109
ทำไมไม่ตัดข้อความที่อ่านไม่ออก และน่าเกลียดออกไปคะ ท่าผู้ตรวจเว็บ

*** ตัดแล้วครับ ***

From : ฤทัยวรรณ [ 22 เม.ย. 49 - 06:45:56 น. ]

ความเห็นที่ 110

กระท้ดีมีประโยชน์มากครับ

From : เสือส้ม [ 22 พ.ค. 49 - 11:18:54 น. ]

ความเห็นที่ 111
ขอบคุณ รายงานเสร็จแล้ว
From : of [ 22 พ.ค. 49 - 15:34:20 น. ]

ความเห็นที่ 112
ดีค่ะ ดีมากสามารถให้ความรู้ได้เยอะและก็อาจเป็นการช่วยเหลือผู้อื่นได้เยอะ ถ้ามีอะไรที่น่าสนใจเกี่ยวกับพยาบาลก็เมลมาที่ moya_boom@hotmail.com นะคะ
From : เด็กเรือนพยาบาล ก.น.ว [ 28 พ.ค. 49 - 15:15:42 น. ]

ความเห็นที่ 113
ชอบค่ะ ต้องทำรายงานพอดีเลย ได้มีความรู้มากขึ้นด้วยค่ะ
From : ผู้ลึกลับ [ 10 ก.ค. 49 - 17:15:21 น. ]

ความเห็นที่ 114
ขอบคุณครับ
From : เด็กทำรายงาน [ 18 ก.ค. 49 - 19:38:03 น. ]

ความเห็นที่ 115
ข้อมูลการCPR ยังไม่Update
From : spp [ 8 ส.ค. 49 - 09:43:48 น. ]

ความเห็นที่ 116
ต้องการทราบวิธีการดามกระดูกหักที่ถูกวิธี
From : TTT [ 8 ส.ค. 49 - 09:49:38 น. ]

ความเห็นที่ 117
การปฐมพยาบาล ของกระดูก
From : สา [ 16 ส.ค. 49 - 19:08:52 น. ]

ความเห็นที่ 118
การเคลื่อนที่ผู้ป่วย แบบอุ้มคนเดียว

From : กดีร้ดก่า [ 22 ส.ค. 49 - 14:15:26 น. ]

ความเห็นที่ 126
การCPR ในTrendใหม่ ถ้าไม่สะดวกเป่าปากก็ไม่ต้องเป่า แต่ต้องปั้มให้ถูกต้อง หรือที่เรียกว่า Hard and Fast คือปั๊มลึกแรงและเร็วพอ พร้อมต้องผ่อนแรงมือที่กดหน้าอกให้หมดทุกครั้งที่จะปั๊มครั้งต่อไป ถ้าเป่าปากด้วยต้องปั๊ม:เป่า 30:2 ซึ่งถ้าพูดก็คงไม่เข้าใจนัก ควรต้องไปอบรมและฝึกปฏิบัติจึงจะได้ผล
From : ผู้อยากบอก รับรองว่าบอกถูกแน่ [ 15 ต.ค. 49 - 18:53:58 น. ]

ความเห็นที่ 127
Trend ใหม่ ปั๊มหัวใจ:เป่า 30:2 หาอ่านได้ที่ไหนคะ เพื่อเอามาเป็นข้อมูลอ้างอิงที่ถูกต้อง
From : old nurse [ 30 ต.ค. 49 - 21:09:21 น. ]

ความเห็นที่ 128
คงต้องรอการแจ้งอย่างเป็นทางการจากองค์กรที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยเพื่อจะได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพราะTrendนี้เป็นTrend ของสมาคมโรคหัวใจแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศไทยโดยส่วนมากอ้างอิงมาตรฐานอเมริกา ชึ่งขณะนี้มีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้นำเสนอ Trend นี้ในการประชุมวิชาการต่างๆ และลงในหนังสือการประชุมนั้นๆ หรือลองค้นหาในNet ดูเรื่อง CPR มีให้ค้นหามากทีเดียว ตอนนี้รู้ไว้ก่อนจะได้ไม่ตกยุค และถ้าที่ทำงานเดิมยังใช้Trendเก่าอยู่ก็ใช้ไปก่อน รออย่างเป็นทางการของหน่วยงานนั้นๆในอนาคต
From : ผู้อยากบอก [ 30 ต.ค. 49 - 23:14:37 น. ]

ความเห็นที่ 129
cpr 2006 จะหารายละเอียดได้ที่ไหนครับ ทราบแต่เพียงว่าเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมจาก 2005 ไม่มากแต่ไม่มีรายละเอียด
From : ไฟ [ 5 พ.ย. 49 - 13:07:52 น. ]

ความเห็นที่ 130
เพิ่งเข้ามาอ่านกระทู้เป็นครั้งแรกค่ะ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมคุณสมชายที่มีน้ำใจนำเสนอข้อมูลดีๆที่น่าสนใจให้กับผู้อื่นได้รับรู้กัน แต่ว่าข้อมูลบางอย่างยังไม่อัพเดตเท่าที่ควรอย่างเช่น ในความคิดเห็นที่ 15 ที่ว่า ผู้ช่วยชีวิตนั่งคร่อมตัวผู้ป่วย ซึ่งจริงๆแล้วนั่งข้างตัวผู้ป่วยด้านใดด้านหนึ่งตามแต่ว่าเราถนัดมือไหน ยกเว้นการช่วยฟื้นคืนชีพในที่แคบๆจริง หรือบนรถพยาบาลเราถึงจะนั่งคร่อมตัวผู้ป่วยได้แต่การวางมือจะใช้คนละลักษณะกับการนั่งด้านข้างค่ะ ซึ่งความรู้เหล่านี้ดิฉันเห็นด้วยกับคุณลักษณ์ความคิดเห็นที่ 70 และคุณ winnie the pooh ความคิดเห็นที่ 82 ว่า การเรียนทฤษฎีกับปฏิบัตินั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ถ้าคุณมีความรู้ในเรื่องทฤษฎีเพียงอย่างเดียวแต่ไม่เคยลงมือปฏิบัติ เวลาคุณเจอกับเหตุการณ์จริงและสถานการณ์คับขัน คุณจะทำอะไรไม่ถูกและนึกไม่ออกว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง ดิฉันขอแนะนำว่าให้ทุกท่านที่สนใจที่จะมีความรู้อย่างจริงจังนะคะ ไปเข้ารับการอบรมเถอะค่ะ และทางที่ดีควรได้รับการทบทวนหรือ refresh ทุกปียิ่งดีใหญ่ ดิฉันเป็นพยาบาลกู้ชีพคนหนึ่งที่มีประสบการณ์ตรงมากมายในการทำ CPR และสอนเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกระดับแม้แต่พยาบาลด้วยกันค่ะ เป็นเวลากว่า 10 ปี ปัจจุบัน CPR ล่าสุดที่ได้มีการประชุมของสถาบันโรคหัวใจเกือบทั่วโลก ได้อัพเดต เปลี่ยนอัตราการกดหน้าอกต่อการเป่าปาก เป็น 30 : 2 ไม่ว่าผู้ช่วยเหลือกี่คนค่ะ ยกเว้นในเด็กแรกเกิดถึง 1 ปี ให้คงไว้แบบเดิม ถ้าใครสนใจเกี่ยวกับข่าวอัพเดตนี้ เข้าไปดู ภาคภาษาอังกฤษที่ www.americanheart.org/presenter.jhtml?identifier=3035517 ในหน้านี้คุณจะสามารถอัพเดตความรู้ในเรื่อง 2005 International Consensus on CPR and ECC Science with Treatment Reccomendations และถ้าต้องการภาคภาษาไทยคงต้องขอบคุณทางภาควิสัญญีวิทยา ศิริราชพยาบาล ที่ได้กรุณาแปลไว้ให้พวกเราดิฉันเพิ่งได้เข้าไปเจอเมื่อสักครู่นี้เองค่ะเลยเอามาแชร์ให้พวกเราได้ทราบกันค่ะ เข้าไปดูที่www.si.mahidol.ac.th/km/cops/cpr/knowledgeclick.asp?id=257&room=9 - 2k -
ดิฉันว่าถ้ามีปัญหาสงสัยเกี่ยวกับเรื่องการปฐมพยาบาล โทรไปถามที่ เบอร์ 1669 ซึ่งเป็นเบอร์ฉุกเฉิน โทรฟรีทั่วไทยนะคะ ในเขตกรุงเทพมหานครเรามีเครือข่ายของศูนย์นเรนทรที่เป็นศูนย์ใหญ่ของกระทรวงสาธารณสุขอยู่ 3 รพ.ค่ะ คือ รพ.ราชวิถี รพ.เลิดสิน และรพ.นพรัตนราชธานีค่ะ การแจ้งเหตุฉุกเฉินใช้เบอร์เดียวกันทั่วประเทศไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในประเทศไทย หากคุณพบเจออุบัติเหตุฉุกเฉินเพียงคุณโทร 1669 จะมีผู้คอยให้คำแนะนำและรับข้อมูล และจัดส่งรถพยาบาลของรพ.ที่ใกล้กับจุดเกิดเหตุที่สุดไปให้คุณค่ะ ดีใจนะคะที่ได้แชร์ความรู้ให้กับทุกคนค่ะ

From : EMS NURSE [ 12 พ.ย. 49 - 19:26:02 น. ]

ความเห็นที่ 131
ขอแก้ไขเกี่ยวกับการจับชีพจรในความคิดเห็นที่ 7 ค่ะว่าอัพเดตนั้นเราไม่สอนให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่บุคคลากรทางการแพทย์จับชีพจรนะคะ และถ้าหากจะจับไม่ควรใช้เวลานานเกิน 5 - 10 ...วินาที.... นะคะ ไม่ใช่ ...นาที... ค่ะ อ้อขอเพิ่มเติมข้อมูลว่า กระทรวงสาธารณสุขได้จัดให้มีศูนย์กู้ชีพ ครบแล้วทั้ง 76 จังหวัดนะคะ แต่ไม่แน่ใจว่ามีครบทุกอำเภอหรือยังค่ะ
From : EMS NURSE [ 12 พ.ย. 49 - 19:33:57 น. ]

ความเห็นที่ 132
หลักสตูรใหม่เปลี่ยน30ต่อ2แล้วนะครับ
From : emt.narenthorn [ 13 พ.ย. 49 - 00:35:37 น. ]

ความเห็นที่ 133

* ขอบคุณมากครับ.
From : "..ลุงเนตร.." [ 13 พ.ย. 49 - 05:18:47 น. ]

ความเห็นที่ 134

ก็ดีอย่างไงก็รักษาด้วยนะ
From : ดาว [ 15 พ.ย. 49 - 18:57:09 น. ]

ความเห็นที่ 135
เราอยากได้ เอามาทำรายงานอ่ะ
มีประโยชน์มากๆเลยเนอะ
From : 00 [ 16 พ.ย. 49 - 20:44:57 น. ]

ความเห็นที่ 136
วิธีการที่พวกเพื่อนๆชาวจักรยานของเราส่งมาดีมาก แต่ผมขอเสริมหน่อย ว่าผมอยากให้พวกเพื่อนๆ ไปหาซื้อ ยาชาอัดแก็ส จะมีลักษณะเป็นกระป๋องเหมือนๆกับWD40กระป๋องเล็กๆ นั่นแหละ จะช่วยได้มากเมื่อเราล้มแล้วมีแผล หรือความเจ็บปวดใดๆ ยาชาอัดแก็สจะช่วยระงับความเจ็บปวดไว้ได้ชั่วคราวในระหว่างที่เดินทางไปโรงพยาบาล
From : นายKALAHARI [ 20 พ.ย. 49 - 08:18:20 น. ]

ความเห็นที่ 137
เราอยากได้ไปทำรายงานอะ
From : เเพร [ 9 ธ.ค. 49 - 13:54:01 น. ]

ความเห็นที่ 138

เยอะอ่าคนป่วยจะตายก่อนมั้ยเนี่ยมานเยอะ
From : คนที่เข้ามาดู [ 11 ธ.ค. 49 - 19:54:21 น. ]

ความเห็นที่ 139
รับทราบแล้วค่ะ...เสือออยมีความรู้ในการปฐมพยาบาลพอสมควร (เอ้อ..ก็เป็นลูกเจ้าของร้านขายยา
นี่แหละ...) แต่ว่าใครมีบัตรของรพ.(ประจำตัว)ติดไปด้วย และต้องมีมือถือของเพื่อนๆ ที่อยู่ใกล้ตัวสามารถเรียกมอเตอร์ไซต์พยาบาลหรือรถตู้รพ.ด่วนได้ทันใจค่ะ มีที่เดียวคือ รพ.เลิดสิน อยู่ในพื้นที่ กทม.เท่านั้นค่ะ ถ้าบาดเจ็บหนักมาก...
การประเมินสภาพผู้บาดเจ็บ โดยพิจารณาปัจจัย 3 ประการ คือ
การประเมินสภาพผู้บาดเจ็บ โดยพิจารณาปัจจัย 3 ประการ คือ
1. ลักษณะของสถานการณ์
2. การตรวจร่างกาย
3. สิ่งแสดงชีพ (Vital sign)

1.ลักษณะของสถานการณ์
- ได้จากคำบอกเล่าของผู้บาดเจ็บ
- พิจารณาจากสถานการณ์ที่เกิดเหตุนั้น ๆ ประเมินจากชนิดของอุบัติเหตุ สาเหตุของอุบัติเหตุ
และสภาพแวดล้อมของสถานที่เกิดอุบัติเหตุด้วย


2. การตรวจร่างกาย
ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องตรวจร่างกายผู้บาดเจ็บอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อค้นหาตำแหน่งที่ได้รับ
บาดเจ็บ โดยเริ่มตรวจตั้งแต่ศีรษะลงไปถึงปลายเท้า การตรวจร่างกายจะประกอบด้วยการสังเกต การ
คลำและการพูดคุย
ขั้นแรก
ตรวจการหายใจ และตรวจชีพจร ถ้าผู้บาดเจ็บไม่หายใจ ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องผายปอดให้
แต่ถ้าผู้บาดเจ็บมีภาวะหัวใจหยุดทำงาน ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องกระตุ้นหัวใจและผายปอดให้
ตรวจเพื่อดูว่าบริเวณใดมีการตกเลือดรุนแรงหรือไม่ ถ้าพบว่ามีการตกเลือดที่รุนแรงต้องห้าม
เลือดให้ ถ้าผู้บาดเจ็บหายใจได้ ชีพจรเต้นตามปกติประกอบกับไม่มีการตกเลือดที่รุนแรง ผู้ปฐมพยา
บาลควรเริ่มตรวจขั้นต่อไป
ขั้นที่สอง
- ตรวจหนังศีรษะเพื่อดูว่ามีรอยฉีกขาดฟกช้ำหรือไม่
- ตรวจกระดูกกะโหลกศีรษะเพื่อดูว่ามีรอยย่น รอยแตกหรือไม่ มีน้ำหรือเลือดไหลออกจากช่องจมูก ช่องหู ช่องปากหรือไม่
- ตรวจบริเวณคอ โดยใช้มือคลำที่คอด้านหลังเพื่อดูว่ามีก้อนหรือมีกระดูกนูนขึ้นมาที่คอหรือไม่
- ตรวจกระดูกไหปลาร้า แขนทั้งสองข้าง กระดูกเชิงกราน และตรวจขาทั้งสองข้างเพื่อดูว่ามีกระดูกหักบริเวณใดหรือไม่
ขั้นสุดท้าย
ตรวจผนังหน้าท้องผู้บาดเจ็บเพื่อสังเกตว่า กล้ามเนื้อหน้าท้องมีการเกร็งตัวหรือไม่ กดเจ็บหรือไม่ โดยการใช้มือกดเบา ๆ ต่อจากนั้นให้ตรวจดูว่ามีอาการชาบริเวณใดบ้างหรือไม่ และสามารถขยับแขนและ ขาข้างใดได้บ้าง
นอกจากนี้ผู้บาดเจ็บบางคนอาจมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน, ลมบ้าหมู, โรคเลือด, หรือบางคนแพ้ยาต้านจุลชีพอย่างรุนแรง ฯ ผู้บาดเจ็บอาจเขียนบอกไว้ที่บัตรประจำตัว, เหรียญห้อยคอ, กำไลมือ เป็นต้น ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ปฐมพยาบาลเป็นอย่างมาก


3. สิ่งแสดงชีพ
ขณะทำการตรวจร่างกายผู้บาดเจ็บ ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องสังเกต จะต้องฟังและคลำสิ่งแสดงชีพอย่างละเอียด ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องตรวจสิ่งแสดงชีพ ต่อไปนี้
1. ชีพจร (Pulse) ถ้าคลำชีพจรที่เส้นเลือดแคงบริเวณข้อมือ (Radial artery) ไม่พบ ให้คลำที่เส้นเลือดแดงใหญ่ข้างคอ (Caroid artery)
2. การหายใจ (Respiration) ตรวจโดยวิธีนับอัตราการหายใจต่อนาที และสังเกตเสียงหายใจด้วยว่า หายใจตึ้น หรือหายใจลึก
3. ผิวหนัง สังเกตุสี อุณหภูมิ และ ความชื้น
4. รูม่านตา (Pupils of eye) สังเกตุการขยายตัว หดตัว ปฏิกริยาตอบสนองต่อแสง
5. ขั้นตอนความรู้สึกตัว (State of Consciousness)
6. ความสามารถในการเคลื่อนไหวของร่างกาย
7. ปฏิกริยาเจ็บปวด
เพิ่งเข้ามาอ่านกระทู้เป็นครั้งแรกค่ะ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมคุณสมชายที่มีน้ำใจนำเสนอข้อมูลดีๆที่น่าสนใจให้กับผู้อื่นได้รับรู้กัน แต่ว่าข้อมูลบางอย่างยังไม่อัพเดตเท่าที่ควรอย่างเช่น ในความคิดเห็นที่ 15 ที่ว่า ผู้ช่วยชีวิตนั่งคร่อมตัวผู้ป่วย ซึ่งจริงๆแล้วนั่งข้างตัวผู้ป่วยด้านใดด้านหนึ่งตามแต่ว่าเราถนัดมือไหน ยกเว้นการช่วยฟื้นคืนชีพในที่แคบๆจริง หรือบนรถพยาบาลเราถึงจะนั่งคร่อมตัวผู้ป่วยได้แต่การวางมือจะใช้คนละลักษณะกับการนั่งด้านข้างค่ะ ซึ่งความรู้เหล่านี้ดิฉันเห็นด้วยกับคุณลักษณ์ความคิดเห็นที่ 70 และคุณ winnie the pooh ความคิดเห็นที่ 82 ว่า การเรียนทฤษฎีกับปฏิบัตินั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ถ้าคุณมีความรู้ในเรื่องทฤษฎีเพียงอย่างเดียวแต่ไม่เคยลงมือปฏิบัติ เวลาคุณเจอกับเหตุการณ์จริงและสถานการณ์คับขัน คุณจะทำอะไรไม่ถูกและนึกไม่ออกว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง ดิฉันขอแนะนำว่าให้ทุกท่านที่สนใจที่จะมีความรู้อย่างจริงจังนะคะ ไปเข้ารับการอบรมเถอะค่ะ และทางที่ดีควรได้รับการทบทวนหรือ refresh ทุกปียิ่งดีใหญ่ ดิฉันเป็นพยาบาลกู้ชีพคนหนึ่งที่มีประสบการณ์ตรงมากมายในการทำ CPR และสอนเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกระดับแม้แต่พยาบาลด้วยกันค่ะ เป็นเวลากว่า 10 ปี ปัจจุบัน CPR ล่าสุดที่ได้มีการประชุมของสถาบันโรคหัวใจเกือบทั่วโลก ได้อัพเดต เปลี่ยนอัตราการกดหน้าอกต่อการเป่าปาก เป็น 30 : 2 ไม่ว่าผู้ช่วยเหลือกี่คนค่ะ ยกเว้นในเด็กแรกเกิดถึง 1 ปี ให้คงไว้แบบเดิม ถ้าใครสนใจเกี่ยวกับข่าวอัพเดตนี้ เข้าไปดู ภาคภาษาอังกฤษที่ www.americanheart.org/presenter.jhtml?identifier=3035517 ในหน้านี้คุณจะสามารถอัพเดตความรู้ในเรื่อง 2005 International Consensus on CPR and ECC Science with Treatment Reccomendations และถ้าต้องการภาคภาษาไทยคงต้องขอบคุณทางภาควิสัญญีวิทยา ศิริราชพยาบาล ที่ได้กรุณาแปลไว้ให้พวกเราดิฉันเพิ่งได้เข้าไปเจอเมื่อสักครู่นี้เองค่ะเลยเอามาแชร์ให้พวกเราได้ทราบกันค่ะ เข้าไปดูที่www.si.mahidol.ac.th/km/cops/cpr/knowledgeclick.asp?id=257&room=9 - 2k -
ดิฉันว่าถ้ามีปัญหาสงสัยเกี่ยวกับเรื่องการปฐมพยาบาล โทรไปถามที่ เบอร์ 1669 ซึ่งเป็นเบอร์ฉุกเฉิน โทรฟรีทั่วไทยนะคะ ในเขตกรุงเทพมหานครเรามีเครือข่ายของศูนย์นเรนทรที่เป็นศูนย์ใหญ่ของกระทรวงสาธารณสุขอยู่ 3 รพ.ค่ะ คือ รพ.ราชวิถี รพ.เลิดสิน และรพ.นพรัตนราชธานีค่ะ การแจ้งเหตุฉุกเฉินใช้เบอร์เดียวกันทั่วประเทศไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในประเทศไทย หากคุณพบเจออุบัติเหตุฉุกเฉินเพียงคุณโทร 1669 จะมีผู้คอยให้คำแนะนำและรับข้อมูล และจัดส่งรถพยาบาลของรพ.ที่ใกล้กับจุดเกิดเหตุที่สุดไปให้คุณค่ะ ดีใจนะคะที่ได้แชร์ความรู้ให้กับทุกคนค่ะ

From : นัท [ 18 ธ.ค. 49 - 17:54:15 น. ]

ความเห็นที่ 140
www.google.com
From : oym [ 18 ธ.ค. 49 - 17:55:10 น. ]

ขอเชิญร่วมเสนอแนะความคิดเห็นครับ
ท่านสามารถแทรกรูปภาพในกระทู้ได้ กรุณาบีบอัด (compress) ภาพก่อนส่งเพื่อความรวดเร็วในการแสดงผล
ถ้ารูปขนาดไฟล์เกิน 64KB แต่ไม่เกิน 100KB จะแสดงผลเป็น icon เท่านั้นต้องคลิกดูรูปอีกทีนึง
ถ้ารูปขนาดไฟล์เกิน 100KB ส่งรูปไม่ได้

From : นัท [ 18 ธ.ค. 49 - 17:59:00 น. ]


ความเห็นที่ 142
ปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน และ การปฐมพยาบาล

....ผมได้เอกสารแผ่นพับ มาจาก สถาบันการแพทย์ด้านอุบัติเหตุและสาธารณภัย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน .....จึงนำมาลงไว้ เพื่อ ให้เพื่อนๆ ได้ทราบถึงการให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บขั้นแรก ก่อนที่จะส่งไปให้แพทย์รักษาต่อ..../
By : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:36:33 น. ]

ความเห็นที่ 1

ขั้นตอนการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR)
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:39:51 น. ]

ความเห็นที่ 2

1. ตรวจดูระดับความรู้สึกตัว
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:42:08 น. ]

ความเห็นที่ 3

2. จัดให้ผู้ป่วยนอนหงาย
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:43:37 น. ]

ความเห็นที่ 4

3. เปิดทางเดินหายใจ
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:44:37 น. ]

ความเห็นที่ 5

4. ตรวจดูการหายใจ
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:45:36 น. ]

ความเห็นที่ 6

5. ช่วยหายใจด้วยการเป่าปาก 10-12 ครั้ง ใน 1 นาที
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:46:51 น. ]

ความเห็นที่ 7

6. ตรวจชีพจรในเวลา 5-10 นาที
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:47:48 น. ]

ความเห็นที่ 8

7. การกดหน้าอก
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:48:40 น. ]

ความเห็นที่ 9

7. การกดหน้าอก (ต่อ)
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:49:48 น. ]

ความเห็นที่ 10

7. การกดหน้าอก (ต่อ)
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:56:27 น. ]

ความเห็นที่ 11

8. ตรวจชีพจรและหายใจซ้ำ ทุก 3-4 นาที และให้การช่วยเหลือ
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:57:46 น. ]

ความเห็นที่ 12

8. ตรวจชีพจรและหายใจซ้ำ ทุก 3-4 นาที และให้การช่วยเหลือ (ต่อ)
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 11:58:28 น. ]

ความเห็นที่ 13

ผู้ช่วยเหลือ เตรียมข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน...../
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 12:00:20 น. ]

ความเห็นที่ 14
.... หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ สถาบันการแพทย์ด้านอุบัติเหตุและสาธารณภัย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โทร. 0-2590-6228, 0-2951-0272
.... หาก เพื่อนๆ มีข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ช่วยกันนำมาลง เพื่อจะได้เป็นการให้ความรู้ซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์ในการให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ
.... ส่วนเรื่องการปฐมพยาบาล ผมกำลังขอข้อมูลจาก กองการแพทย์ ของ กฟผ. จะนำมาลงให้อีกครับ..../
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 12:07:19 น. ]

ความเห็นที่ 15
ขอขอบคุณ คุณ Schmetz ที่แจ้ง Link มาให้
และ ขออนุญาต คัดลอกเนื้อหา
" ปฏิบัติการช่วยชีวิต "
จากคุณบอกต่อ ในกระทู้ของ TCC
มีข้อความดังนี้..
จากหนังสือเรื่อง หมอปากหมา เล่มสอง
1. ถ้าเลือดออกมาก ให้ห้ามเลือดโดยกดปากแผลให้แน่นจนไม่มีเลือดพุ่งกระฉูดออกมา
2. ถ้ากระดูกแขน-ขาหัก ให้ดามด้วยไม้ก่อนเคลื่อนย้าย
3. ถ้าตกจากที่สูงต้องระวังคอหัก เวลาเคลื่อนย้ายจะต้องประคองศรีษะให้ตรงและนิ่ง อย่าปล่อยให้พับไปพับมา
4.ถ้าหยุดหายใจ ให้ทำดังนี้
- กวาดล้วงเอาสิ่งต่างๆ ที่อาจตกค้างอยู่ในปากออกมาให้หมด
- ช่วยหายใจโดยการเป่าปาก โดยบีบจมูกผู้ป่วยให้แน่น สูดหายใจลึกๆ แล้วประกบปากกับผู้ป่วยพร้อมกับเป่าลมเข้าไปแรงๆ ทำไปจนกว่าจะถึงมือแพทย์
5. ถ้าหัวใจหยุดเต้น ให้ทำดังนี้
- ทุบหน้าอกด้านซ้ายด้วยกำปั้น 1-2 ครั้ง (ทุบแรงๆให้ดังบึก)
- นวดหัวใจโดยการวางผู้ป่วยบนพื้นแข็งๆ ผู้ช่วยชีวิตนั่งคร่อมตัวผู้ป่วย เหยียดแขนตรงใช้มือข้างหนึ่งวางบนอกของผู้ป่วยตรงกลางอกเหนือลิ้นปี่ มืออีกข้างหนึ่งกดทับมือแรก แล้วขย่มตัวกดมือลงไปกึ่งกระแทกแล้วยกขึ้น ทำซ้ำๆ เป็นจังหวะโดยนับ กด-ปล่อย สลับกันไปเช่นนี้
6. ถ้ามีคนที่รู้วิธีช่วยชีวิตเพียงคนเดียว จะต้องทำหน้าที่ทั้งช่วยหายใจและช่วยนวดหัวใจ โดยกะว่านวดหัวใจ 3-5 ครั้ง แล้วเป่าปาก 1 ครั้ง จำไว้ว่าต้องทำอยางแข็งขัน หากเหยาะแหยะ ผู้ป่วยตายแน่
7. การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยต้องรวดเร็ว อย่าปล่อยให้การช่วยหายใจและการนวดหัวใจขาดช่วง เวลาทุกนาทีมีค่าต่อชีวิต
8. อยากให้ผู้อ่านทุกคนลองฝึกซ้อมกดกับฟูกแน่นๆ ชนิดรู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม ทำเป็นแล้วให้บอกต่อๆ กันไป
......ก็ต้องฝึกปฏิบัติด้วยเพื่อให้เกิดทักษะ โดยสามารถเข้ารับการอบรมการฝึกปฐมพยาบาลที่กองบรรเทาสาธารณภัย สภากาชาดไทย สถานเสาวภา เรื่อง การปั๊มหัวใจ CPR ค่าสมัครเรียน ไม่เกิน 500 บาท...../

From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 12:25:04 น. ]

ความเห็นที่ 16
เป็นประโยชน์อย่างมากครับ ผมได้เซฟเก็บไว้อ่านแล้ว สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากกับพวกเรา หากว่าจะมีแอคซิเด็นท์เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน อย่างน้อยที่สุด การดูแลขั้นต้นกับผู้ป่วยก็สามารถช่วยเซฟได้ในระดับหนึ่งแล้ว ขอบคุณคุณสมชายครับ
From : ศุภชัย [ 18 ก.ย. 45 - 14:37:02 น. ]

ความเห็นที่ 17
ดีมากเลยครับ แต่สงสัยนิดเดียวตรงข้อ 5 ความเห็นที่ 6 ที่บอกว่า "ผู้ช่วยเหลือหายใจเข้าเต็มที่ประกบปาก....." จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าตอนเด็กๆ อาจารย์สอนว่าให้เราอมอากาศในปากแล้วเป่าเข้าไป เพราะถ้าเราหายใจเข้าแล้วเป่าเข้าปากเค้าจะได้แต่คาร์บอนไดออกไซด์ แต่ไม่แน่ใจนะครับ ใครเป็นหมอ ตอบให้หน่อยครับ
From : i-drive [ 18 ก.ย. 45 - 14:53:57 น. ]

ความเห็นที่ 18
......ตอบ คุณ i-drive....พอทราบคำถาม ผมก็เริ่มเอะใจ มันก็น่าจะจริงอย่างที่ว่ามาเหมือนกัน....เลยรีบโทรไปกองการแพทย์ กฟผ. ขอความรู้จากคุณหมอ.....ได้ความกระจ่างมาดังนี้ครับ.....
.....ตอนที่ผู้ช่วยเหลือ สูดหายใจเข้าทางจมูกจนเต็มปอดนั้น ถูกต้องแล้ว อากาศที่สูดเข้าไปจะมี อ๊อกซิเจน ผสมอยู่ประมาณ 21 % ซึ่งปกติทุกลมหายใจเข้า อากาศที่เข้าไป ถุงลมในปอดจะจับเอาอ๊อกซิเจนได้เพียง 5 % เท่านั้น ดังนั้น ตอนเป่าเข้าปากเพื่ออัดอากาศเข้าปอดผู้ป่วย จึงยังมีปริมาณ อ๊อกซิเจน อยู่อีกถึง 16 % ซึ่งก็มากพอ เพราะปอดของผู้ป่วยก็รับอ๊อกซิเจนได้เพียง 5 % ..... ผมก็เลยได้ความรู้ไปด้วยเลย.....ก็ขอขอบคุณในคำถามที่ถามมา....ทำให้ทราบเหตุผลและเกิดความเข้าใจยิ่งขึ้นครับ.../
From : สมชาย เขมะรังสี [ 18 ก.ย. 45 - 15:38:51 น. ]

ความเห็นที่ 19

เยี่ยมเลยครับ ... เป็นประโยชน์กับการช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุจากเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเนื่องจากขี่จักรยานหรือไม่ ...
ขอบคุณครับ ....


From : environmania@cocobike [ 18 ก.ย. 45 - 15:44:51 น. ]

ความเห็นที่ 20
ยอดเยี่ยมครับ โดยเฉพาะ คห.ที่18 ผมก็เพิ่งจะทราบ อย่างนี้เวลานำปลาสวยงามใส่ถุงพลาสติคเพื่อขนย้าย ก็สามารถเป่าลมให้ถุงพองก่อนจะมัดปากถุงได้แล้วครับ ขอบคุณมาก
From : vr. [ 18 ก.ย. 45 - 20:14:43 น. ]

ความเห็นที่ 21
เยี่ยมเลยครับ คุณสมชาย ถ้าเป็นไปได้มีภาคปฏิบัติสำหรับสมาชิกร่วมทริปสักครั้งก็น่าจะดี
สุดท้าย... ขออย่าให้เกิดอุบัติเหตุกับชาวจักรยานอีกเลยครับ
From : tom [ 18 ก.ย. 45 - 20:53:37 น. ]

nbt ความเห็นที่ 22 [ 18 ก.ย. 45 - 23:10:35 น. ]

webmaster

ขอบคุณมากครับพี่สมชาย ผมนำไปรวมในกระทู้ที่น่าสนใจหน้าแรกแล้วครับ

ความเห็นที่ 23
ขอขอบคุณมากครับพี่สมชาย เป็นประโยชน์มากเลยครับ/
From : ก้อง ซานตาครูซ [ 19 ก.ย. 45 - 00:16:50 น. ]

ความเห็นที่ 24
คุณ สมชาย..จะขอcopy ไปใส่ไว้ที่ TCC บ้างนะ
From : organ [ 19 ก.ย. 45 - 09:02:07 น. ]

ความเห็นที่ 25
ขอบคุณมากๆ ครับคุณสมชาย จะได้รู้วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องซะทีครับ
From : i-drive [ 19 ก.ย. 45 - 09:04:47 น. ]

ความเห็นที่ 26
....ผมได้รับข้อมูลจาก กองอนามัย สำนักงานแพทย์และ อนามัย กฟผ. มาแล้ว.....จึงได้เลือกบางส่วนมาลงให้ครับ.....ก็เริ่มด้วยเรื่องการปฐมพยาบาล....แล้วก็เรื่อง การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ซึ่งพวกเราชาวเสือมักจะเป็นกันเพราะอาจมีการออกกำลังที่หนักและเป็นเวลานานๆ ก็มีวิธีการรักษาในเบื้องต้นด้วย ....น่าจะเป็นประโยชน์บ้างครับ..... ....../
From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:08:35 น. ]

ความเห็นที่ 27

การปฐมพยาบาล
การปฐมพยาบาล หมายถึง การให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บขั้นแรกก่อนที่จะส่งไปให้แพทย์รักษาต่อ
โดยทั่ว ๆ ไปการปฐมพยาบาลจะปฏิบัติ ณ สถานที่เกิดเหตุ นอกเสียจากสถานที่นั้น ๆ ไม่เหมาะและไม่สะดวกแก่การให้การปฐมพยาบาล โดยใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือเท่าที่จะหาได้


จุดประสงค์
1. ป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นในระยะต่อไป
2. เพื่อช่วยชีวิต
3. บรรเทาความเจ็บปวดหรือความทรมานลง
4. ลดความพิการ และช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น
5. รีบนำส่งโรงพยาบาลในกรณีจำเป็น


หลักเบื้องต้นของการปฐมพยาบาล
โดยทั่วไปมักมีสิ่งที่เกี่ยวข้องสำคัญอยู่ 3 ประการ ได้แก่
ผู้ที่ให้การช่วยเหลือ
ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ (ผู้ป่วย) และ
สิ่งแวดล้อม
ซึ่งแยกลำดับความสำคัญ ดังนี้ :-
1. ผู้ให้การช่วยเหลือ ต้องตั้งสติให้ดี อย่าแสดงอาการที่ทำให้ผู้ป่วยเสียขวัญ ตัดสินใจว่าอะไรเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องให้การช่วยเหลือก่อน หรือหลัง หรือมีความจำเป็นต้องส่งผู้ป่วยเพื่อรับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที
2. สิ่งแวดล้อม โดยอย่าให้คนมุงดู เคลื่อนย้ายให้ถูกวิธีจากสถานที่เกิดเหตุ, ประเมินสถานการณ์ของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
3. ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ (ผู้ป่วย)

From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:09:36 น. ]

ความเห็นที่ 28

การประเมินสภาพผู้บาดเจ็บ โดยพิจารณาปัจจัย 3 ประการ คือ
การประเมินสภาพผู้บาดเจ็บ โดยพิจารณาปัจจัย 3 ประการ คือ
1. ลักษณะของสถานการณ์
2. การตรวจร่างกาย
3. สิ่งแสดงชีพ (Vital sign)


1.ลักษณะของสถานการณ์
- ได้จากคำบอกเล่าของผู้บาดเจ็บ
- พิจารณาจากสถานการณ์ที่เกิดเหตุนั้น ๆ ประเมินจากชนิดของอุบัติเหตุ สาเหตุของอุบัติเหตุ
และสภาพแวดล้อมของสถานที่เกิดอุบัติเหตุด้วย


2. การตรวจร่างกาย
ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องตรวจร่างกายผู้บาดเจ็บอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อค้นหาตำแหน่งที่ได้รับ
บาดเจ็บ โดยเริ่มตรวจตั้งแต่ศีรษะลงไปถึงปลายเท้า การตรวจร่างกายจะประกอบด้วยการสังเกต การ
คลำและการพูดคุย
ขั้นแรก
ตรวจการหายใจ และตรวจชีพจร ถ้าผู้บาดเจ็บไม่หายใจ ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องผายปอดให้
แต่ถ้าผู้บาดเจ็บมีภาวะหัวใจหยุดทำงาน ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องกระตุ้นหัวใจและผายปอดให้
ตรวจเพื่อดูว่าบริเวณใดมีการตกเลือดรุนแรงหรือไม่ ถ้าพบว่ามีการตกเลือดที่รุนแรงต้องห้าม
เลือดให้ ถ้าผู้บาดเจ็บหายใจได้ ชีพจรเต้นตามปกติประกอบกับไม่มีการตกเลือดที่รุนแรง ผู้ปฐมพยา
บาลควรเริ่มตรวจขั้นต่อไป
ขั้นที่สอง
- ตรวจหนังศีรษะเพื่อดูว่ามีรอยฉีกขาดฟกช้ำหรือไม่
- ตรวจกระดูกกะโหลกศีรษะเพื่อดูว่ามีรอยย่น รอยแตกหรือไม่ มีน้ำหรือเลือดไหลออกจากช่องจมูก ช่องหู ช่องปากหรือไม่
- ตรวจบริเวณคอ โดยใช้มือคลำที่คอด้านหลังเพื่อดูว่ามีก้อนหรือมีกระดูกนูนขึ้นมาที่คอหรือไม่
- ตรวจกระดูกไหปลาร้า แขนทั้งสองข้าง กระดูกเชิงกราน และตรวจขาทั้งสองข้างเพื่อดูว่ามีกระดูกหักบริเวณใดหรือไม่
ขั้นสุดท้าย
ตรวจผนังหน้าท้องผู้บาดเจ็บเพื่อสังเกตว่า กล้ามเนื้อหน้าท้องมีการเกร็งตัวหรือไม่ กดเจ็บหรือไม่ โดยการใช้มือกดเบา ๆ ต่อจากนั้นให้ตรวจดูว่ามีอาการชาบริเวณใดบ้างหรือไม่ และสามารถขยับแขนและ ขาข้างใดได้บ้าง
นอกจากนี้ผู้บาดเจ็บบางคนอาจมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน, ลมบ้าหมู, โรคเลือด, หรือบางคนแพ้ยาต้านจุลชีพอย่างรุนแรง ฯ ผู้บาดเจ็บอาจเขียนบอกไว้ที่บัตรประจำตัว, เหรียญห้อยคอ, กำไลมือ เป็นต้น ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ปฐมพยาบาลเป็นอย่างมาก


3. สิ่งแสดงชีพ
ขณะทำการตรวจร่างกายผู้บาดเจ็บ ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องสังเกต จะต้องฟังและคลำสิ่งแสดงชีพอย่างละเอียด ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องตรวจสิ่งแสดงชีพ ต่อไปนี้
1. ชีพจร (Pulse) ถ้าคลำชีพจรที่เส้นเลือดแคงบริเวณข้อมือ (Radial artery) ไม่พบ ให้คลำที่เส้นเลือดแดงใหญ่ข้างคอ (Caroid artery)
2. การหายใจ (Respiration) ตรวจโดยวิธีนับอัตราการหายใจต่อนาที และสังเกตเสียงหายใจด้วยว่า หายใจตึ้น หรือหายใจลึก
3. ผิวหนัง สังเกตุสี อุณหภูมิ และ ความชื้น
4. รูม่านตา (Pupils of eye) สังเกตุการขยายตัว หดตัว ปฏิกริยาตอบสนองต่อแสง
5. ขั้นตอนความรู้สึกตัว (State of Consciousness)
6. ความสามารถในการเคลื่อนไหวของร่างกาย
7. ปฏิกริยาเจ็บปวด


From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:11:05 น. ]

ความเห็นที่ 29

วิธีปฏิบัติเมื่อแรกพบผู้บาดเจ็บ
1. อย่าเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บจากตำแหน่งเดิมที่พบ ให้ทำการปฐมพยาบาลตรงที่เกิดเหตุ ยกเว้น
ในกรณีที่อาจมีอันตรายทั้งผู้บาดเจ็บและผู้ปฐมพยาบาล
2. ตรวจดูการหายใจ การทำงานของหัวใจพร้อมทั้งให้การช่วยเหลือ
3. ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บาดเจ็บในขั้นต่อไป
4. ห่มผ้าให้ผู้ป่วยเพื่อป้องกันการช็อค
5. ขยายเข็มขัดและเสื้อผ้าให้หลวม
6. ถ้ามีแผลควรพันผ้าให้ และถ้ากระดูกหักต้องเข้าเฝือกชั่วคราวให้
7. ชวนผู้บาดเจ็บคุยเพื่อให้เกิดความสบายใจ
8. อยู่กับผู้บาดเจ็บจนกระทั่งส่งผู้บาดเจ็บให้แก่ตำรวจ หน่วยกู้ภัย หรือญาติ
9. ให้สังเกตที่ข้อมือ และที่คอว่ามีเหรียญ บ่งบอกว่าผู้บาดเจ็บมีโรคประจำตัวหรือไม่
10. พึงระลึกถึงขอบเขต และความสามารถของตนเองในการให้การปฐมพยาบาล

From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:11:49 น. ]

ความเห็นที่ 30

การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย มีความสำคัญมากถ้าสามารถนำผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาล หรือสถานที่ ๆ ที่จะให้ความช่วยเหลือได้ถูกต้อง ได้เร็วขึ้นเท่าไร ชีวิตผู้ป่วยจะปลอดภัยได้เร็วขึ้นเท่านั้น แต่การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ขาดความรู้ ขาดความระมัดระวัง อาจทำให้เกิดผลเสียกับผู้ป่วยยิ่งขึ้นจนถึงกับเสียชีวิตหรือ พิการได้


หลักการปฏิบัติในขณะเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
1. ไม่ควรขยับเขยื้อนร่างการหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายผู้ป่วยโดยไม่จำเป็น
2. ไม่ควรพยายามเคลื่อนส่วนที่มีกระดูก หรือมีบาดแผลฉกรรจ์
3. การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้ได้รับความกระทบกระเทือนเท่าที่จะทำได้
4. ในระหว่างทางขณะนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลต้องระมัดระวังสังเกตอาการผู้ป่วยตลอดเวลา เพื่อการปฐมพยาบาลโดยด่วน อาการที่สำคัญที่ควรสังเกต ได้แก่
....... 4.1 การหายใจ สังเกตว่าการหายใจสะดวกตลอดเวลาหรือไม่ หรือเริ่มหายใจผิดไปจากเดิม เช่น เริ่มหายใจขัด หรือแผ่วเบาลง หรือหยุดหายใจเป็นระยะ ๆ เป็นต้น
.......4.2 การตกเลือด ให้ควบคุมการตกเลือดให้ได้มากที่สุด ในกรณีที่ปรากฏอาการให้เห็นได้ภายนอก
.......4.3 อาการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่ผิดไปจากเดิม


From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:12:56 น. ]

ความเห็นที่ 31

การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและโครงกระดูก


การฟกช้ำ
ในทางปฏิบัติ การปฐมพยาบาลให้ถือหลัก “ICE”
I - (ice) น้ำแข็งหรือน้ำเย็นประคบ
C - (compress) คือการประคบบริเวณที่บาดเจ็บ
E - (elevation) คือการยกส่วนที่ได้รับบาดเจ็บให้สูงขึ้น
ในการประคบอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงแรก ให้ประคบด้วยน้ำเย็นหรือน้ำแข็ง หลังจากนั้นให้ใช้น้ำอุ่น หรือความร้อนพอประมาณประคบต่อ


ตะคริว
1. เหยียดกล้ามเนื้อส่วนที่เป็นตะคริวให้ยืดออก
2. นวดบริเวณที่ปวดด้วยยาหม่อง หรือน้ำมันสโต๊ก
3. ถ้าเป็นตะคริวภายหลังเสียเลือดมาก ให้ดื่มน้ำเกลือ (เกลือ 1 ช้อนชา ในน้ำครึ่งขวดแม่โขง)


From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:14:37 น. ]

ความเห็นที่ 32

ข้อเคล็ด
หมายถึง การฉีกขาดของเอ็น และเยื่อหุ้มข้อที่อยู่รอบ ๆ ข้อนั้น เกิดจากมีการเคลื่อนไหวของข้ออย่างรวดเร็วเกินไป หรือมีการบิดของข้อนั้น ๆ จนเกิดขีดจำกัดของเอ็นและเยื่อหุ้มข้อที่จะยอมให้ได้ เช่น เดินสะดุด, ตกจากที่สูง


ข้อที่เกิดเคล็ดจะมีอาการ
- ปวด ถ้ามีการเคลื่อนไหวจะปวดมากขึ้น
- บวมช้ำ ๆ เนื่องจากมีการฉีกขาดของหลอดเลือดฝอยรอบ ๆ ข้อ เลือดจะออกและทำให้บวมขึ้นอย่างรวดเร็ว
- กดเจ็บ จะเกิดบริเวณข้อที่บาดเจ็บ
- ไม่สามารถใช้งานข้อนั้นได้ตามปกติ


การปฐมพยาบาล
1. พักข้อที่ได้รับบาดเจ็บนั้น พยายามให้อยู่นิ่งหรือมีการเคลื่อนไหวน้อยที่สุด
2. ใน 72 ชั่วโมงแรก ให้ประคบด้วยความเย็น เช่น น้ำแข็ง เพื่อลดความเจ็บปวด และทำให้เลือด
ออกน้อยลง หลังจาก 72 ชั่วโมงผ่านไปจึงประคบด้วยความร้อน เพื่อช่วยให้การดูดซึมไหลเวียนของเลือด
และลดอาการบวม อักเสบ
3. พันข้อที่ได้รับบาดเจ็บให้แน่นพอสมควร ช่วยให้ข้อนั้นมีการเคลื่อนไหวน้อยที่สุด การพันใช้ผ้ายึด
4. ยกข้อที่ได้รับบาดเจ็บให้สูงขึ้น เมื่ออยู่ในท่าพัก
5. ให้ยาระงับความเจ็บปวด
6. นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจให้แน่นอนว่าไม่มีโรคแทรกซ้อน เช่น กระดูกหัก หรือข้อเคลื่อน

From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:15:25 น. ]

ความเห็นที่ 33

ข้อเคลื่อน
หมายถึง ภาวะที่ปลายกระดูก 2 ชิ้น ซึ่งประกอบกันเป็นข้อ เคลื่อนหลุดออกจากตำแหน่งปกติ เป็นผลให้เยื่อหุ้มข้อ เอ็นหุ้มข้อ เส้นเลือด เส้นประสาทของข้อนั้น ๆ เกิดปวดเจ็บ มักเกิดจากมีแรงกระแทกจากภายนอกมากระทำที่ข้อนั้น หรือถูกกระชากที่ข้อนั้นอย่างรุนแรง เป็นต้น


อาการ
- ปวดเมื่อพยายามเคลื่อนไหวข้อที่ได้รับบาดเจ็บ
- รูปร่างของข้อนั้นผิดปกติจากเดิม เช่น ถ้าเป็นที่ข้อสะโพกขาข้างนั้นจะสั้นลง ถ้าข้อไหล่หลุดจะเห็นว่าบริเวณหัวไหล่จะแฟบยุบลง
- บวมบริเวณข้อที่เคลื่อน
- กดเจ็บ
- เคลื่อนไหวข้อนั้นไม่ได้เต็มที่


การช่วยเหลือ
1. ห้ามดึงข้อที่เคลื่อนนั้นให้เข้าที่ เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายมากขึ้น เช่น กระดูกหัก ปลายกระดูกตาย เนื่องจากขาดเลือดทำให้พิการได้
2. ช่วยให้ข้อที่เคลื่อนนั้นอยู่นิ่ง โดยให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าสบาย ๆ ใส่เฝือกชั่วคราว หรือใช้ผ้าคล้องไว้
3. ประคบข้อที่บาดเจ็บโดยใช้ความเย็น
4. รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล

From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:16:03 น. ]

ความเห็นที่ 34


กระดูกหัก
กระดูกหัก หมายถึง การเสียความต่อเนื่องอย่างหนึ่งอย่างใดของกระดูก


ชนิดของกระดูกหัก
1. กระดูกหักแบบปิด
2. กระดูกหักแบบเปิด


การปฐมพยาบาล
1. ระมัดระวังในการจับต้องอย่างรุนแรง
2. เข้าเฝือกชั่วคราวโดยใช้วัสดุที่แข็ง เช่น แผ่นไม้ กิ่งไม้ ม้วนหนังสือพิมพ์ วางรองยึดกระดูกส่วนที่หักให้อยู่กับที่
3. พันผ้ายืดไม่ให้เคลื่อนไหว ระวังอย่าพันผ้าให้แน่นจนเกินควร ซึ่งจะทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนปลายไม่ได้ ซึ่งเป็นอันตรายมาก
4. ทำการห้ามเลือดถ้ามีเลือดออกมาก
5. ในรายที่กระดูกโผล่ออกนอกเนื้อ อย่าพยายามดึงกระดูกให้กลับเข้าที่ เพราะจะทำให้เชื้อโรค และสิ่งสกปรกจากภายนอกเข้าในแผนส่วนลึกได้ ให้หาผ้าสะอาดคลุม หรือปิดบาดแผลไว้
6. ถ้าเป็นกระดูกชิ้นใหญ่ เช่น กระดูกโคนขา อาจใช้ขาข้างที่ดีเป็นตัวยึดก็ได้
7. ยกส่วนที่ได้รับบาดเจ็บให้สูงขึ้นเล็กน้อย
8. รีบนำส่งโรงพยาบาล

From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:16:41 น. ]

ความเห็นที่ 35


กระดูกต้นคอ หรือ กระดูกสันหลังหัก
อาการที่แสดงว่ามีภยันตรายต่อกระดูกสันหลัง
1. ผู้ป่วยมีอาการชาที่อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง
2. มีอาการเจ็บ ปวด บวม บริเวณกระดูกสันหลัง
3. ขณะเกิดอุบัติเหตุ สันหลังของผู้ป่วยมีการกระแทกหรือชนกับของแข็ง


วิธีการช่วยเหลือ
ต้องระมัดระวังในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ห้ามใช้วิธีหิ้วหัวหิ้วท้ายโดยเด็ดขาด
1. ให้ผู้ป่วยนอนหงายไม่หนุนหมอน บนไม้กระดานราบแผ่นใหญ่ (อาจใช้บานประตูก็ได้)
2. หาวัสดุมาประคองใบหน้าและขาให้อยู่ในลักษณะตรงไม่ตะแคงหรือบิดงอ
3. กรณีที่ไม่มีไม้อาจต้องช่วยกันอุ้ม โดยยึดหลักให้ยกผู้ป่วยขึ้นพร้อมกันทั้งตัวในแนวราบ
เพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกสันหลังที่อาจแตกหักอยู่เคลื่อนไปทับเส้นประสาทได้
4. นำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว

From : สมชาย เขมะรังสี [ 19 ก.ย. 45 - 12:17:50 น. ]

Wang ความเห็นที่ 36 [ 19 ก.ย. 45 - 16:24:14 น. ]

web moderator

ขอบคุณครับ กระทู้นี้จะลดความสูญเสียที่สามารถหลีกเลี่ยงได้จากความรู้เท่าไม่ถึงการได้เยอะเลยครับ
From : Wang [ 19 ก.ย. 45 - 16:24:14 น. ]

ความเห็นที่ 37
รับทราบแล้วค่ะ...เสือออยมีความรู้ในการปฐมพยาบาลพอสมควร (เอ้อ..ก็เป็นลูกเจ้าของร้านขายยา
นี่แหละ...) แต่ว่าใครมีบัตรของรพ.(ประจำตัว)ติดไปด้วย และต้องมีมือถือของเพื่อนๆ ที่อยู่ใกล้ตัวสามารถเรียกมอเตอร์ไซต์พยาบาลหรือรถตู้รพ.ด่วนได้ทันใจค่ะ มีที่เดียวคือ รพ.เลิดสิน อยู่ในพื้นที่ กทม.เท่านั้นค่ะ ถ้าบาดเจ็บหนักมาก...
From : oiltrips [ 19 ก.ย. 45 - 20:08:15 น. ]

ความเห็นที่ 38
เอ้อ...เสือออยพูด(เขียน)อะไรผิดมั้ยคะ...คุณพี่สมชายขา...
From : oiltrips [ 19 ก.ย. 45 - 20:09:48 น. ]

ความเห็นที่ 39
เยี่ยมเลยครับที่นำเสนอการปฐมพยาบาล ให้เพื่อน ๆ ได้ทราบหากมีปัญหาจะได้ปฏิบัติได้ถูกต้อง เป็นการลดอันตรายไปได้ส่วนหนึ่ง ผมเองก็ศึกษาอยู่เหมือนกันโดยอ่านจากหนังสือคู่มือนักศึกษาวิชาทหาร ที่ลูกเขาเลิกเรียนไปแล้วแต่ผมก็ยังเก็บไว้อยู่ เพราะเป็นเอกสารปกปิดของทางราชการ เพื่อน ๆ ที่มีอยู่ก็ลองเปิดอ่านดูซิครับ มีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ ความรู้เรื่องการใช้แผนที่และเข็มทิศ การดำรงชีพในป่า และเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย
From : เกษม ฯ [ 19 ก.ย. 45 - 22:56:10 น. ]

ความเห็นที่ 40
ชอบมากเลยค่ะ กับการปฐมพยาบาลที่ละเอียดกว่าการเรียนในชั้นเรียน และอีกอย่างนะค่ะ ลุงเกษมน่าจะลงคู่มือนักศึกษาวิชาทหารบ้าง ไม่ต้องเอาหมดก็ได้นะค่ะ อย่างการดูแผนที่หรือเข็มทิศซึ่งก็จำเป็นกับการปั่นจักรยานด้วยเหมือนกัน เพื่อเป็นวิทยาทานให้กับคนที่ยังไม่รู้อีกหลายคน อย่างปิยังไง คนใหม่ขอสมัครเป็นสมาชิกบ้างนะค่ะ ก็เ้ป็นเพื่อนกับเสือออยค้า กับคุณลุงก็เจอกันแล้วตอนปั่นจากตลาดน้ำไทรน้อย big grin
From : ปิ [ 20 ก.ย. 45 - 15:13:09 น. ]

ความเห็นที่ 41
จำได้ค่ะน้องปิ แต่สงสัยนิดหนึ่ง ชื่อที่เคยบอกลุงว่า ปิยกุล แต่เสือออยบอกว่า ปิยวรรณ ตกลงว่าปิ.. อะไรกันแน่ครับ จะให้ลุงลงข้อความเกี่ยวกับการปฐมพยาบาล ที่บ้านไม่มีเครื่องแสกนเนอร์ ลงแล้วมีแต่ตัวหนังสือมันไม่น่าอ่านเท่าไรน่ะ ในหนังสือคู่มือนักศึกษาวิชาทหาร ก็มีคล้าย ๆ กับที่คุณสมชายลงให้ดูนั่นแหละ แต่มีวิธีการเข้าเฝือกกรณี แขนหัก ไหล่หลุด ขาหัก ฯลฯ มันต้องมีรูปถึงจะเข้าใจง่ายทำได้ตามรูป เรื่องแผนที่เข็มทิศนี่คงจะล้าสมัยแล้ว เดี๋ยวนี้เขาใช้ GPS กันแล้ว เข้าไปอ่านเรื่องคุยเฟื่องเรื่อง GPS ของ อ. WANG น่าจะทันสมัยกว่าของเก่านะ .. แล้วน้องปิหายไปไหนไม่เห็นหลายทริปแล้ว ถ้าว่างทริปหน้าเจอกันครับ
From : ลุงเกษม ฯ [ 21 ก.ย. 45 - 20:31:27 น. ]

ความเห็นที่ 42
เคยปฏิบัติจริงแล้วที่ชุมพร แต่ที่ทำไม่ได้คือเป่าปาก ทำอย่างไรดีถึงจะช่วยได้ล่ะทุกอย่างทำได้หมดถูกต้องด้วย..ช่วยบอกหน่อยนะ การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานนี้ จำเป็นมากเลยนะนะในแวดวงเสือภูเขาเน่ย น่าจะมีการอบรมในชมรมต่าง ๆด้วยจะดีไม่น้อย
From : small giant [ 22 ก.ย. 45 - 01:42:16 น. ]

ความเห็นที่ 43
ถึง ลุงเกษม
น้องปิ ชื่อ ปิยนุช เจ้าค้า สงสัยคุณลุงฟังผิดไปมั่งถึงได้ยินเป็นปิยกุล ส่วนออยเขาชอบจำผิดบ่อยๆ ก็ไม่เป็นไรค้า เรื่องเข็มทิศน่าจะลงนะค่ะ เพราะบางท่านตังค์น้อย ยังต้องพึ่งพิงนาฬิกาที่ต้องบอกทิศทาง เผื่อเวลาหลงป่าจริงๆ แล้วไม่มีเจ้าเครื่อง GPS จะทำอย่างไรค้า คงต้องใช้ประสบการณ์จากการอ่าน หรือที่เคยพบปะด้วยตัวเองมาแก้ปัญหาใช่ไหมค้า ถ้าคนไม่รู้จะทำอย่างไร? นอกจาก....... ที่หายไปก็ไม่ได้หายไปไหนนะค่ะ ยังอยู่แต่ยังหาทรปถูกใจไม่ได้ และอีกอย่างไม่ทราบว่าใครจะจัดทริปอะไรไปบ้าง เห็นออยบอกว่า ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตชอบจัดทริปบ่อยๆ แล้วปิจะทราบได้อย่างไรว่าคราวต่อไปจะไปที่ไหนบ้าง ช่วยบอกได้ไหมค้า ขอบคุณค่ะ
From : ปิ [ 27 ต.ค. 45 - 10:36:40 น. ]

ความเห็นที่ 44
น้องปิ ครับ เราก็นัดกันในเวปนี้แหละครับ ลองดูในกระทู้ที่ 12749 ซิครับ กลุ่มรวมมิตร นัดออกทริปในวันที่ 3 พ.ย. 45 ไปเที่ยวนครปฐม ออกจาก หน้า กฟผ. 07.00 น. ถ้าว่างก็เชิญนะครับ
From : ลุงเกษม ฯ [ 27 ต.ค. 45 - 21:28:21 น. ]

ความเห็นที่ 49
อยากได้รูปกระดูกแขน/ขาหักไปทำแผนการสอนอยากได้ด่วนที่สุดค่ะ
From : นศพ. [ 16 ก.ย. 47 - 17:54:40 น. ]

ความเห็นที่ 50
ขอบคุณมากครับ จะได้ทวนกันอีกครั้ง
From : ถาวร [ 17 ก.ย. 47 - 06:08:51 น. ]

ความเห็นที่ 52
กระทู้พวกนี้ดีมากค่ะเปิดมาก็เจอ ไม่ต้องหาให้ยุ่งยาก ขอบคุณนะคะ ที่มาโพสกันเอาไว้ให้เด็กมัธยมปลายอย่างหนูได้ใช้ค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ
From : เด็กม.4นารีรัตน์จังหวัดแพร่ [ 9 พ.ย. 47 - 10:02:07 น. ]

ความเห็นที่ 53
สิ่งที่คุณสมชายนําเสนอเป็นสิ่งดี แต่ทฤษฎีกับการปฎิบัติไม่เหมือนกัน การช่วยฟื้นคืนชีพด้วยการเป่าปากและการนวดหัวใจโดยการกดทรวงอกต้องทําโดยผู้ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ไม่เช่นนั้นอาจเกิดผลเสียมากกว่าผลดี หากว่าได้รับการฝึกฝนบ้างก็จะมีประโยนช์ไม่น้อย
From : Dr.KEN [ 10 พ.ย. 47 - 08:13:53 น. ]

ความเห็นที่ 59
การปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่มีเลือดออกหรือตกเลือด ทำอย่างไร
และการปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่กระดูกแขนและกระดูกขาหักทำอย่างไรคะ
From : yui เมลล์ sasithorn.yui@chaiy [ 22 ธ.ค. 47 - 15:43:55 น. ]

ความเห็นที่ 61
ขอบคุณค่ะสำหรับเรื่องการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน เพื่อจะได้ทบทวนเนื้อหา การช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้น ก่อนนำส่งพบแพทย์ เพื่อลดอัตราการตายจากอุบัติเหตุต่าง ๆ
From : สุบัน อิงไทย [ 7 ก.พ. 48 - 22:47:36 น. ]

ความเห็นที่ 65
ปวดหัวทำอย่างไรดี
เกิดขึ้นเพราะอะไร

From : NAKEE99 [ 15 ก.พ. 48 - 11:06:13 น. ]

ความเห็นที่ 68
ขอบคุณมากครับ
From : นักเรียน [ 25 ก.พ. 48 - 10:08:28 น. ]

ความเห็นที่ 69
ขอบคุณมากค่ะ
From : อี่ฮวก [ 25 ก.พ. 48 - 10:10:01 น. ]

ความเห็นที่ 70
CPR เป็นการกู้ชีวิตขั้นสูง และถึงแม้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นจะดูเหมือนง่าย แต่จากประสบการณ์ มีเพียงแค่ข้อปฏิบัติหรืออ่านหนังสือเอา เมื่อถึงเวลาใช้จริงจะทำไม่ค่อยได้ ตกใจ ลนลาน และกดดัน ยิ่งเป็นคนที่เรารักด้วยแล้ว ไอ้ที่เรียนๆ หรืออ่านมาจะใช้แทบไม่ได้เลย สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้น (จริงจัง) ขอแนะนำให้ไปสมัครอบรมกับกองบรรเทาสาธารณภัย สภากาชาดไทย ถนนอังรีดุนังค์ครับ เรียน 5 วัน ห้ามขาด ห้ามสายจนครบ ท่านจะได้รับความรู้ ประสบการณ์ ฝึกหัดปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญ จนสามารถนำความรู้เหล่านั้นมาใช้ได้จริง ราคาค่าอบรมก็ไม่แพงอะไร เพียงหลักร้อย แต่ความรู้ที่ได้เกินกว่านั้นมากๆ ครับ ผมได้รับการอบรมมา 5 วันเต็มเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ถึงวันนี้ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกลับไป Refresh Course อีกครั้ง อาจารย์ที่สอนส่วนใหญ่คือหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่มีประสบการณ ออกปฏิบัติการจริง ได้ให้การปฐมพยาบาลในกรณีหนักๆ มากมายอยู่เป็นประจำ และเป็นมือาชีพที่จะสอนให้คุณได้เข้าใจอย่างถูกต้องแม่นยำ ขอแนะนำให้ไปเรียนกันเยอะๆ นะครับ เพราะวิชาเหล่านี้เป็นประโยชน์กับตัวคุณและคนที่คุณรักจริงๆ
From : ลักษณ์ (luckysmile.com) [ 25 ก.พ. 48 - 12:47:45 น. ]

ความเห็นที่ 71
้การปฐมพยาบาลนับว่าเป็นสิ่งดีถ้าไม่มีการปฐมพยาบาลทุกคนคงจะอาจเสียชีวิตไำด้
From : ศรีสะเกษ [ 25 ก.พ. 48 - 12:48:52 น. ]

ความเห็นที่ 72
veregood
From : sisaket [ 25 ก.พ. 48 - 13:00:01 น. ]

ความเห็นที่ 73
อยากทราบว่าระดับการหายใจของผู้ใหญ่และเด็กประมาณเท่าไร
From : Pook [ 28 เม.ย. 48 - 12:39:01 น. ]

ความเห็นที่ 74
อยากได้ vcd เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และ การช่วยฟื้นคืนชีพ ไม่ทราบจะหาได้จากที่ไหน ใครแนะนำได้บ้างคะ
From : nataporn.sinanun@kcc.com [ 10 พ.ค. 48 - 15:59:13 น. ]

ความเห็นที่ 75
การปฐมพยาบาล หากเราทำได้ในสถานการณ์จะเป็นผลดีต่อผู้ประสบเหตุ ท่านใดสนใจ09-0712357 ไม่เสียค่าใช้จ่าย
From : เจี๊ยบ [ 14 พ.ค. 48 - 13:44:18 น. ]

ความเห็นที่ 76
ระวังคนเถรตรงมาปฐมพยาบาลนะ เคยดูข่าว ผู้บาดเจ็บโดนยิงเข้าหน้าอก ดันมาผายปอด แถมสั่งห้ามเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาลอีก ผลคือ ตาย ส่งหมอไม่ทัน
From : มอมแมม [ 14 มิ.ย. 48 - 15:19:26 น. ]

ความเห็นที่ 77
ค่ะวันนี้ก้เพิ่งมาอ่านได้ครั้งแรกก็ดีค่ะได้ความรู้มากมายที่สามารถใช้ตอนเรียนได้ วันหลังจะมาอ่านใหม่น่ะ
อยากให้ใครที่รู้อะไรช่วยมาบอกบ้างน่ะ ขอบคุณค่ะ
From : สุ/เด็กพยาบาล [ 26 มิ.ย. 48 - 17:37:54 น. ]

ความเห็นที่ 78
ภาพประกอบน่ารักจัง(สุดยอด)

From : คนสวย [ 8 ส.ค. 48 - 10:24:34 น. ]

ความเห็นที่ 82
เรื่องการปฐมพยาบาลเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นต้องทำให้ถูกวิธี ทันเวลา บนพื้นฐานความปลอดภัยของผู้ช่วยเหลือด้วยครับ ผมได้เข้าร่วมอบรมกับทางสภากาชาดไทยแล้ว โดยใช้เวลาในการอบรม 5 วัน ซึ่งเป็นการฝึกจริงที่ได้ประโยชน์มากครับ แต่ถ้าท่านใดสนใจและไม่มีเวลาถึง 5 วัน ผมทราบว่ามีหน่วยงานเอกชนจัดอบรมเหมือนกัน เช่นที่ศูนย์นูเอ็ด ถ้าสนใจลองโทร. 029217294, 014442150 ลองสอบถามข้อมูลเองนะครับ
From : Winnie the Pooh [ 1 ก.ย. 48 - 23:42:46 น. ]

ความเห็นที่ 83
ก็ดีนะคะ

From : 222 [ 11 ก.ย. 48 - 15:44:27 น. ]

ความเห็นที่ 85
เห็นด้วยค่ะเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายนะคะเคยทำแล้ว

From : เจนนี่ [ 18 ก.ย. 48 - 15:53:43 น. ]

ความเห็นที่ 86
การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมีวิธีใดบ้างค่ะ
From : เด็กวิทย์กีฬา [ 30 ก.ย. 48 - 12:35:53 น. ]

ความเห็นที่ 87
การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมีวิธีใดบ้างค่ะ
From : เด็กวิทย์กีฬา [ 30 ก.ย. 48 - 12:36:06 น. ]

ความเห็นที่ 89
อยากได้ภาพเกี่ยวกับข้อเคล็ด และการรักษาที่เป็นรูปภาพและมีคำบรรยายใต้ภาพ เพื่อจะไปทำแผ่นพับให้ความรู้เกี่ยวกับข้อเคล็ดไม่ทราบว่าจะมีที่ไนบ้างค่ะ
From : มินิ [ 3 พ.ย. 48 - 15:51:11 น. ]

ความเห็นที่ 90
อยากได้ภาพเกี่ยวกับข้อเคล็ด และการรักษาที่เป็นรูปภาพและมีคำบรรยายใต้ภาพ เพื่อจะไปทำแผ่นพับให้ความรู้เกี่ยวกับข้อเคล็ดไม่ทราบว่าจะมีที่ไนบ้างค่ะ
From : มินิ [ 3 พ.ย. 48 - 15:51:46 น. ]

ความเห็นที่ 92
คุณสมชาย เขจมะรังสีมากน้ะค่ะ เพราะได้รายละเอียดเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเยอะเลย อยากทราบเว็บไซด์ของกระทรวงสาธารณสุขมาก ช่วยบอกภายในวันที่18/11/48ด้วยค่ะ
From : ทฟั [ 15 พ.ย. 48 - 19:26:36 น. ]

ความเห็นที่ 93
แก้ชื่อความเห็นที่ 92 เป็น เมย์

From : 1235456 [ 15 พ.ย. 48 - 19:28:50 น. ]

ความเห็นที่ 94
อยากให้มีรายละเอียดมากกว่านี้ค่ะ
From : กรณัฏฐ์ [ 13 ธ.ค. 48 - 19:15:32 น. ]

ความเห็นที่ 96
เป็นความรู้ที่ดีมากๆค่ะ

From : onone58 [ 19 ธ.ค. 48 - 16:31:13 น. ]

ความเห็นที่ 97
ดิฉันมีปัญหาอยากให้ช่วยอธิบายเรื่องการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่มีปัญหากระดูกหักค่ะ พร้อมด้วยภาพนะค่ะ
From : ya [ 13 ม.ค. 49 - 14:54:05 น. ]

ความเห็นที่ 99
อยากให้มีรายละเอียดมากกว่านี้ อย่างนี้มันน้อยไปมากๆ และอธิบายรายละเอียดให้เข้าใจมากกว่านี้ด้วยนะ เพราะรายละเอียดดูแล้วไม่เหมาะที่จะเป็นรายงานได้เลย ขอความกรุณาด้วยนะครับ
From : ไม่ขอระบุชื่อนะค่ะ [ 24 ม.ค. 49 - 15:22:08 น. ]

ความเห็นที่ 100
ดิฉันอยากให้มีลายละเอียดให้มากกว่านี้
From : นักเรียนร.ร.ธีรกาท์ [ 25 ม.ค. 49 - 14:37:51 น. ]

ความเห็นที่ 101
ดีครับ กำลังหารูปเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลอยู่พอดี
ตรงแปะเลย อิอิ
From : เด็กอัสสัม [ 31 ม.ค. 49 - 19:26:28 น. ]

ความเห็นที่ 107
การปฐมพยาบาลเบื้องต้นนั้นถือได้ว่าเป็นการปฐมพยาบาลทีสำคัญมากจึงต้งเรียนรู้การปฐมพยาบาลเราอาจจะเจอกับเรื่องที่เราไม่คาดคิดก็ได้ เพราะฉะนั้นเรียนรู้ไว้เถอะไม่เสียหาย
From : นักศึกษาคนหนึ่ง [ 22 ก.พ. 49 - 15:52:13 น. ]

ความเห็นที่ 108
มีประโยชน์ดีครับ
From : toon [ 21 เม.ย. 49 - 11:16:29 น. ]

ความเห็นที่ 109
ทำไมไม่ตัดข้อความที่อ่านไม่ออก และน่าเกลียดออกไปคะ ท่าผู้ตรวจเว็บ

*** ตัดแล้วครับ ***

From : ฤทัยวรรณ [ 22 เม.ย. 49 - 06:45:56 น. ]

ความเห็นที่ 110

กระท้ดีมีประโยชน์มากครับ

From : เสือส้ม [ 22 พ.ค. 49 - 11:18:54 น. ]

ความเห็นที่ 111
ขอบคุณ รายงานเสร็จแล้ว
From : of [ 22 พ.ค. 49 - 15:34:20 น. ]

ความเห็นที่ 112
ดีค่ะ ดีมากสามารถให้ความรู้ได้เยอะและก็อาจเป็นการช่วยเหลือผู้อื่นได้เยอะ ถ้ามีอะไรที่น่าสนใจเกี่ยวกับพยาบาลก็เมลมาที่ moya_boom@hotmail.com นะคะ
From : เด็กเรือนพยาบาล ก.น.ว [ 28 พ.ค. 49 - 15:15:42 น. ]

ความเห็นที่ 113
ชอบค่ะ ต้องทำรายงานพอดีเลย ได้มีความรู้มากขึ้นด้วยค่ะ
From : ผู้ลึกลับ [ 10 ก.ค. 49 - 17:15:21 น. ]

ความเห็นที่ 114
ขอบคุณครับ
From : เด็กทำรายงาน [ 18 ก.ค. 49 - 19:38:03 น. ]

ความเห็นที่ 115
ข้อมูลการCPR ยังไม่Update
From : spp [ 8 ส.ค. 49 - 09:43:48 น. ]

ความเห็นที่ 116
ต้องการทราบวิธีการดามกระดูกหักที่ถูกวิธี
From : TTT [ 8 ส.ค. 49 - 09:49:38 น. ]

ความเห็นที่ 117
การปฐมพยาบาล ของกระดูก
From : สา [ 16 ส.ค. 49 - 19:08:52 น. ]

ความเห็นที่ 118
การเคลื่อนที่ผู้ป่วย แบบอุ้มคนเดียว

From : กดีร้ดก่า [ 22 ส.ค. 49 - 14:15:26 น. ]

ความเห็นที่ 126
การCPR ในTrendใหม่ ถ้าไม่สะดวกเป่าปากก็ไม่ต้องเป่า แต่ต้องปั้มให้ถูกต้อง หรือที่เรียกว่า Hard and Fast คือปั๊มลึกแรงและเร็วพอ พร้อมต้องผ่อนแรงมือที่กดหน้าอกให้หมดทุกครั้งที่จะปั๊มครั้งต่อไป ถ้าเป่าปากด้วยต้องปั๊ม:เป่า 30:2 ซึ่งถ้าพูดก็คงไม่เข้าใจนัก ควรต้องไปอบรมและฝึกปฏิบัติจึงจะได้ผล
From : ผู้อยากบอก รับรองว่าบอกถูกแน่ [ 15 ต.ค. 49 - 18:53:58 น. ]

ความเห็นที่ 127
Trend ใหม่ ปั๊มหัวใจ:เป่า 30:2 หาอ่านได้ที่ไหนคะ เพื่อเอามาเป็นข้อมูลอ้างอิงที่ถูกต้อง
From : old nurse [ 30 ต.ค. 49 - 21:09:21 น. ]

ความเห็นที่ 128
คงต้องรอการแจ้งอย่างเป็นทางการจากองค์กรที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยเพื่อจะได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพราะTrendนี้เป็นTrend ของสมาคมโรคหัวใจแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศไทยโดยส่วนมากอ้างอิงมาตรฐานอเมริกา ชึ่งขณะนี้มีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้นำเสนอ Trend นี้ในการประชุมวิชาการต่างๆ และลงในหนังสือการประชุมนั้นๆ หรือลองค้นหาในNet ดูเรื่อง CPR มีให้ค้นหามากทีเดียว ตอนนี้รู้ไว้ก่อนจะได้ไม่ตกยุค และถ้าที่ทำงานเดิมยังใช้Trendเก่าอยู่ก็ใช้ไปก่อน รออย่างเป็นทางการของหน่วยงานนั้นๆในอนาคต
From : ผู้อยากบอก [ 30 ต.ค. 49 - 23:14:37 น. ]

ความเห็นที่ 129
cpr 2006 จะหารายละเอียดได้ที่ไหนครับ ทราบแต่เพียงว่าเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมจาก 2005 ไม่มากแต่ไม่มีรายละเอียด
From : ไฟ [ 5 พ.ย. 49 - 13:07:52 น. ]

ความเห็นที่ 130
เพิ่งเข้ามาอ่านกระทู้เป็นครั้งแรกค่ะ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมคุณสมชายที่มีน้ำใจนำเสนอข้อมูลดีๆที่น่าสนใจให้กับผู้อื่นได้รับรู้กัน แต่ว่าข้อมูลบางอย่างยังไม่อัพเดตเท่าที่ควรอย่างเช่น ในความคิดเห็นที่ 15 ที่ว่า ผู้ช่วยชีวิตนั่งคร่อมตัวผู้ป่วย ซึ่งจริงๆแล้วนั่งข้างตัวผู้ป่วยด้านใดด้านหนึ่งตามแต่ว่าเราถนัดมือไหน ยกเว้นการช่วยฟื้นคืนชีพในที่แคบๆจริง หรือบนรถพยาบาลเราถึงจะนั่งคร่อมตัวผู้ป่วยได้แต่การวางมือจะใช้คนละลักษณะกับการนั่งด้านข้างค่ะ ซึ่งความรู้เหล่านี้ดิฉันเห็นด้วยกับคุณลักษณ์ความคิดเห็นที่ 70 และคุณ winnie the pooh ความคิดเห็นที่ 82 ว่า การเรียนทฤษฎีกับปฏิบัตินั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ถ้าคุณมีความรู้ในเรื่องทฤษฎีเพียงอย่างเดียวแต่ไม่เคยลงมือปฏิบัติ เวลาคุณเจอกับเหตุการณ์จริงและสถานการณ์คับขัน คุณจะทำอะไรไม่ถูกและนึกไม่ออกว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง ดิฉันขอแนะนำว่าให้ทุกท่านที่สนใจที่จะมีความรู้อย่างจริงจังนะคะ ไปเข้ารับการอบรมเถอะค่ะ และทางที่ดีควรได้รับการทบทวนหรือ refresh ทุกปียิ่งดีใหญ่ ดิฉันเป็นพยาบาลกู้ชีพคนหนึ่งที่มีประสบการณ์ตรงมากมายในการทำ CPR และสอนเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกระดับแม้แต่พยาบาลด้วยกันค่ะ เป็นเวลากว่า 10 ปี ปัจจุบัน CPR ล่าสุดที่ได้มีการประชุมของสถาบันโรคหัวใจเกือบทั่วโลก ได้อัพเดต เปลี่ยนอัตราการกดหน้าอกต่อการเป่าปาก เป็น 30 : 2 ไม่ว่าผู้ช่วยเหลือกี่คนค่ะ ยกเว้นในเด็กแรกเกิดถึง 1 ปี ให้คงไว้แบบเดิม ถ้าใครสนใจเกี่ยวกับข่าวอัพเดตนี้ เข้าไปดู ภาคภาษาอังกฤษที่ www.americanheart.org/presenter.jhtml?identifier=3035517 ในหน้านี้คุณจะสามารถอัพเดตความรู้ในเรื่อง 2005 International Consensus on CPR and ECC Science with Treatment Reccomendations และถ้าต้องการภาคภาษาไทยคงต้องขอบคุณทางภาควิสัญญีวิทยา ศิริราชพยาบาล ที่ได้กรุณาแปลไว้ให้พวกเราดิฉันเพิ่งได้เข้าไปเจอเมื่อสักครู่นี้เองค่ะเลยเอามาแชร์ให้พวกเราได้ทราบกันค่ะ เข้าไปดูที่www.si.mahidol.ac.th/km/cops/cpr/knowledgeclick.asp?id=257&room=9 - 2k -
ดิฉันว่าถ้ามีปัญหาสงสัยเกี่ยวกับเรื่องการปฐมพยาบาล โทรไปถามที่ เบอร์ 1669 ซึ่งเป็นเบอร์ฉุกเฉิน โทรฟรีทั่วไทยนะคะ ในเขตกรุงเทพมหานครเรามีเครือข่ายของศูนย์นเรนทรที่เป็นศูนย์ใหญ่ของกระทรวงสาธารณสุขอยู่ 3 รพ.ค่ะ คือ รพ.ราชวิถี รพ.เลิดสิน และรพ.นพรัตนราชธานีค่ะ การแจ้งเหตุฉุกเฉินใช้เบอร์เดียวกันทั่วประเทศไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในประเทศไทย หากคุณพบเจออุบัติเหตุฉุกเฉินเพียงคุณโทร 1669 จะมีผู้คอยให้คำแนะนำและรับข้อมูล และจัดส่งรถพยาบาลของรพ.ที่ใกล้กับจุดเกิดเหตุที่สุดไปให้คุณค่ะ ดีใจนะคะที่ได้แชร์ความรู้ให้กับทุกคนค่ะ

From : EMS NURSE [ 12 พ.ย. 49 - 19:26:02 น. ]

ความเห็นที่ 131
ขอแก้ไขเกี่ยวกับการจับชีพจรในความคิดเห็นที่ 7 ค่ะว่าอัพเดตนั้นเราไม่สอนให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่บุคคลากรทางการแพทย์จับชีพจรนะคะ และถ้าหากจะจับไม่ควรใช้เวลานานเกิน 5 - 10 ...วินาที.... นะคะ ไม่ใช่ ...นาที... ค่ะ อ้อขอเพิ่มเติมข้อมูลว่า กระทรวงสาธารณสุขได้จัดให้มีศูนย์กู้ชีพ ครบแล้วทั้ง 76 จังหวัดนะคะ แต่ไม่แน่ใจว่ามีครบทุกอำเภอหรือยังค่ะ
From : EMS NURSE [ 12 พ.ย. 49 - 19:33:57 น. ]

ความเห็นที่ 132
หลักสตูรใหม่เปลี่ยน30ต่อ2แล้วนะครับ
From : emt.narenthorn [ 13 พ.ย. 49 - 00:35:37 น. ]

ความเห็นที่ 133

* ขอบคุณมากครับ.
From : "..ลุงเนตร.." [ 13 พ.ย. 49 - 05:18:47 น. ]

ความเห็นที่ 134

ก็ดีอย่างไงก็รักษาด้วยนะ
From : ดาว [ 15 พ.ย. 49 - 18:57:09 น. ]

ความเห็นที่ 135
เราอยากได้ เอามาทำรายงานอ่ะ
มีประโยชน์มากๆเลยเนอะ
From : 00 [ 16 พ.ย. 49 - 20:44:57 น. ]

ความเห็นที่ 136
วิธีการที่พวกเพื่อนๆชาวจักรยานของเราส่งมาดีมาก แต่ผมขอเสริมหน่อย ว่าผมอยากให้พวกเพื่อนๆ ไปหาซื้อ ยาชาอัดแก็ส จะมีลักษณะเป็นกระป๋องเหมือนๆกับWD40กระป๋องเล็กๆ นั่นแหละ จะช่วยได้มากเมื่อเราล้มแล้วมีแผล หรือความเจ็บปวดใดๆ ยาชาอัดแก็สจะช่วยระงับความเจ็บปวดไว้ได้ชั่วคราวในระหว่างที่เดินทางไปโรงพยาบาล
From : นายKALAHARI [ 20 พ.ย. 49 - 08:18:20 น. ]

ความเห็นที่ 137
เราอยากได้ไปทำรายงานอะ
From : เเพร [ 9 ธ.ค. 49 - 13:54:01 น. ]

ความเห็นที่ 138

เยอะอ่าคนป่วยจะตายก่อนมั้ยเนี่ยมานเยอะ
From : คนที่เข้ามาดู [ 11 ธ.ค. 49 - 19:54:21 น. ]

ความเห็นที่ 139
รับทราบแล้วค่ะ...เสือออยมีความรู้ในการปฐมพยาบาลพอสมควร (เอ้อ..ก็เป็นลูกเจ้าของร้านขายยา
นี่แหละ...) แต่ว่าใครมีบัตรของรพ.(ประจำตัว)ติดไปด้วย และต้องมีมือถือของเพื่อนๆ ที่อยู่ใกล้ตัวสามารถเรียกมอเตอร์ไซต์พยาบาลหรือรถตู้รพ.ด่วนได้ทันใจค่ะ มีที่เดียวคือ รพ.เลิดสิน อยู่ในพื้นที่ กทม.เท่านั้นค่ะ ถ้าบาดเจ็บหนักมาก...
การประเมินสภาพผู้บาดเจ็บ โดยพิจารณาปัจจัย 3 ประการ คือ
การประเมินสภาพผู้บาดเจ็บ โดยพิจารณาปัจจัย 3 ประการ คือ
1. ลักษณะของสถานการณ์
2. การตรวจร่างกาย
3. สิ่งแสดงชีพ (Vital sign)

1.ลักษณะของสถานการณ์
- ได้จากคำบอกเล่าของผู้บาดเจ็บ
- พิจารณาจากสถานการณ์ที่เกิดเหตุนั้น ๆ ประเมินจากชนิดของอุบัติเหตุ สาเหตุของอุบัติเหตุ
และสภาพแวดล้อมของสถานที่เกิดอุบัติเหตุด้วย


2. การตรวจร่างกาย
ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องตรวจร่างกายผู้บาดเจ็บอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อค้นหาตำแหน่งที่ได้รับ
บาดเจ็บ โดยเริ่มตรวจตั้งแต่ศีรษะลงไปถึงปลายเท้า การตรวจร่างกายจะประกอบด้วยการสังเกต การ
คลำและการพูดคุย
ขั้นแรก
ตรวจการหายใจ และตรวจชีพจร ถ้าผู้บาดเจ็บไม่หายใจ ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องผายปอดให้
แต่ถ้าผู้บาดเจ็บมีภาวะหัวใจหยุดทำงาน ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องกระตุ้นหัวใจและผายปอดให้
ตรวจเพื่อดูว่าบริเวณใดมีการตกเลือดรุนแรงหรือไม่ ถ้าพบว่ามีการตกเลือดที่รุนแรงต้องห้าม
เลือดให้ ถ้าผู้บาดเจ็บหายใจได้ ชีพจรเต้นตามปกติประกอบกับไม่มีการตกเลือดที่รุนแรง ผู้ปฐมพยา
บาลควรเริ่มตรวจขั้นต่อไป
ขั้นที่สอง
- ตรวจหนังศีรษะเพื่อดูว่ามีรอยฉีกขาดฟกช้ำหรือไม่
- ตรวจกระดูกกะโหลกศีรษะเพื่อดูว่ามีรอยย่น รอยแตกหรือไม่ มีน้ำหรือเลือดไหลออกจากช่องจมูก ช่องหู ช่องปากหรือไม่
- ตรวจบริเวณคอ โดยใช้มือคลำที่คอด้านหลังเพื่อดูว่ามีก้อนหรือมีกระดูกนูนขึ้นมาที่คอหรือไม่
- ตรวจกระดูกไหปลาร้า แขนทั้งสองข้าง กระดูกเชิงกราน และตรวจขาทั้งสองข้างเพื่อดูว่ามีกระดูกหักบริเวณใดหรือไม่
ขั้นสุดท้าย
ตรวจผนังหน้าท้องผู้บาดเจ็บเพื่อสังเกตว่า กล้ามเนื้อหน้าท้องมีการเกร็งตัวหรือไม่ กดเจ็บหรือไม่ โดยการใช้มือกดเบา ๆ ต่อจากนั้นให้ตรวจดูว่ามีอาการชาบริเวณใดบ้างหรือไม่ และสามารถขยับแขนและ ขาข้างใดได้บ้าง
นอกจากนี้ผู้บาดเจ็บบางคนอาจมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน, ลมบ้าหมู, โรคเลือด, หรือบางคนแพ้ยาต้านจุลชีพอย่างรุนแรง ฯ ผู้บาดเจ็บอาจเขียนบอกไว้ที่บัตรประจำตัว, เหรียญห้อยคอ, กำไลมือ เป็นต้น ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ปฐมพยาบาลเป็นอย่างมาก


3. สิ่งแสดงชีพ
ขณะทำการตรวจร่างกายผู้บาดเจ็บ ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องสังเกต จะต้องฟังและคลำสิ่งแสดงชีพอย่างละเอียด ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องตรวจสิ่งแสดงชีพ ต่อไปนี้
1. ชีพจร (Pulse) ถ้าคลำชีพจรที่เส้นเลือดแคงบริเวณข้อมือ (Radial artery) ไม่พบ ให้คลำที่เส้นเลือดแดงใหญ่ข้างคอ (Caroid artery)
2. การหายใจ (Respiration) ตรวจโดยวิธีนับอัตราการหายใจต่อนาที และสังเกตเสียงหายใจด้วยว่า หายใจตึ้น หรือหายใจลึก
3. ผิวหนัง สังเกตุสี อุณหภูมิ และ ความชื้น
4. รูม่านตา (Pupils of eye) สังเกตุการขยายตัว หดตัว ปฏิกริยาตอบสนองต่อแสง
5. ขั้นตอนความรู้สึกตัว (State of Consciousness)
6. ความสามารถในการเคลื่อนไหวของร่างกาย
7. ปฏิกริยาเจ็บปวด
เพิ่งเข้ามาอ่านกระทู้เป็นครั้งแรกค่ะ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมคุณสมชายที่มีน้ำใจนำเสนอข้อมูลดีๆที่น่าสนใจให้กับผู้อื่นได้รับรู้กัน แต่ว่าข้อมูลบางอย่างยังไม่อัพเดตเท่าที่ควรอย่างเช่น ในความคิดเห็นที่ 15 ที่ว่า ผู้ช่วยชีวิตนั่งคร่อมตัวผู้ป่วย ซึ่งจริงๆแล้วนั่งข้างตัวผู้ป่วยด้านใดด้านหนึ่งตามแต่ว่าเราถนัดมือไหน ยกเว้นการช่วยฟื้นคืนชีพในที่แคบๆจริง หรือบนรถพยาบาลเราถึงจะนั่งคร่อมตัวผู้ป่วยได้แต่การวางมือจะใช้คนละลักษณะกับการนั่งด้านข้างค่ะ ซึ่งความรู้เหล่านี้ดิฉันเห็นด้วยกับคุณลักษณ์ความคิดเห็นที่ 70 และคุณ winnie the pooh ความคิดเห็นที่ 82 ว่า การเรียนทฤษฎีกับปฏิบัตินั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ถ้าคุณมีความรู้ในเรื่องทฤษฎีเพียงอย่างเดียวแต่ไม่เคยลงมือปฏิบัติ เวลาคุณเจอกับเหตุการณ์จริงและสถานการณ์คับขัน คุณจะทำอะไรไม่ถูกและนึกไม่ออกว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง ดิฉันขอแนะนำว่าให้ทุกท่านที่สนใจที่จะมีความรู้อย่างจริงจังนะคะ ไปเข้ารับการอบรมเถอะค่ะ และทางที่ดีควรได้รับการทบทวนหรือ refresh ทุกปียิ่งดีใหญ่ ดิฉันเป็นพยาบาลกู้ชีพคนหนึ่งที่มีประสบการณ์ตรงมากมายในการทำ CPR และสอนเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกระดับแม้แต่พยาบาลด้วยกันค่ะ เป็นเวลากว่า 10 ปี ปัจจุบัน CPR ล่าสุดที่ได้มีการประชุมของสถาบันโรคหัวใจเกือบทั่วโลก ได้อัพเดต เปลี่ยนอัตราการกดหน้าอกต่อการเป่าปาก เป็น 30 : 2 ไม่ว่าผู้ช่วยเหลือกี่คนค่ะ ยกเว้นในเด็กแรกเกิดถึง 1 ปี ให้คงไว้แบบเดิม ถ้าใครสนใจเกี่ยวกับข่าวอัพเดตนี้ เข้าไปดู ภาคภาษาอังกฤษที่ www.americanheart.org/presenter.jhtml?identifier=3035517 ในหน้านี้คุณจะสามารถอัพเดตความรู้ในเรื่อง 2005 International Consensus on CPR and ECC Science with Treatment Reccomendations และถ้าต้องการภาคภาษาไทยคงต้องขอบคุณทางภาควิสัญญีวิทยา ศิริราชพยาบาล ที่ได้กรุณาแปลไว้ให้พวกเราดิฉันเพิ่งได้เข้าไปเจอเมื่อสักครู่นี้เองค่ะเลยเอามาแชร์ให้พวกเราได้ทราบกันค่ะ เข้าไปดูที่www.si.mahidol.ac.th/km/cops/cpr/knowledgeclick.asp?id=257&room=9 - 2k -
ดิฉันว่าถ้ามีปัญหาสงสัยเกี่ยวกับเรื่องการปฐมพยาบาล โทรไปถามที่ เบอร์ 1669 ซึ่งเป็นเบอร์ฉุกเฉิน โทรฟรีทั่วไทยนะคะ ในเขตกรุงเทพมหานครเรามีเครือข่ายของศูนย์นเรนทรที่เป็นศูนย์ใหญ่ของกระทรวงสาธารณสุขอยู่ 3 รพ.ค่ะ คือ รพ.ราชวิถี รพ.เลิดสิน และรพ.นพรัตนราชธานีค่ะ การแจ้งเหตุฉุกเฉินใช้เบอร์เดียวกันทั่วประเทศไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในประเทศไทย หากคุณพบเจออุบัติเหตุฉุกเฉินเพียงคุณโทร 1669 จะมีผู้คอยให้คำแนะนำและรับข้อมูล และจัดส่งรถพยาบาลของรพ.ที่ใกล้กับจุดเกิดเหตุที่สุดไปให้คุณค่ะ ดีใจนะคะที่ได้แชร์ความรู้ให้กับทุกคนค่ะ

From : นัท [ 18 ธ.ค. 49 - 17:54:15 น. ]

ความเห็นที่ 140
www.google.com
From : oym [ 18 ธ.ค. 49 - 17:55:10 น. ]

ขอเชิญร่วมเสนอแนะความคิดเห็นครับ
ท่านสามารถแทรกรูปภาพในกระทู้ได้ กรุณาบีบอัด (compress) ภาพก่อนส่งเพื่อความรวดเร็วในการแสดงผล
ถ้ารูปขนาดไฟล์เกิน 64KB แต่ไม่เกิน 100KB จะแสดงผลเป็น icon เท่านั้นต้องคลิกดูรูปอีกทีนึง
ถ้ารูปขนาดไฟล์เกิน 100KB ส่งรูปไม่ได้

From : ต้นนำ [ 18 ธ.ค. 49 - 17:59:33 น. ]


ความเห็นที่ 143
ขอบคุนมากๆนะฮับ เปงความรุมากเรยงะ

From : Tackeyzawa [ 18 ม.ค. 50 - 22:02:42 น. ]

ความเห็นที่ 144
Thank you หลายๆ ได้ข้อมูลเยอะมาก
From : yuki [ 5 ก.พ. 50 - 06:12:50 น. ]

ความเห็นที่ 145
อยากจะทราบว่าการปฐมพยาบาลเมื่อตาถูกใม้เสียบน่ะคะ ต้องทำยังไงบ้าง
From : นู๋ใหม่ [ 11 ก.พ. 50 - 18:00:26 น. ]

ความเห็นที่ 146
ฟดหกด
From : หดหำด [ 14 ก.พ. 50 - 12:24:56 น. ]

ความเห็นที่ 147
การช่วยเหลือคนเป็นสิ่งที่ดีนะครับ
From : นน [ 25 ก.พ. 50 - 17:08:20 น. ]

ความเห็นที่ 148
เราอยากได้การปฐมพยาบาลจากการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาอ่ะ

From : 85214966 [ 26 ก.พ. 50 - 18:09:28 น. ]

ความเห็นที่ 149
แนวสุดเลย ครับ
From : สิท [ 20 มี.ค. 50 - 10:43:04 น. ]

ความเห็นที่ 150
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงเลยครับ กับทุกๆท่านที่ให้ความรู้ และผู้ที่ก่อตั้งเวปนี้ขึ้นมา
From : นักเรียนสาธารณสุขมูลฐาน [ 24 มี.ค. 50 - 10:26:52 น. ]

ความเห็นที่ 151

เราอยากรุวิธีการขัณฉเนาะและการเป่าปาก คัยรุบอกเรามั้งดิ จะขอบคุงอย่างสูง
From : คนอยากรุ [ 27 พ.ค. 50 - 15:55:50 น. ]

ความเห็นที่ 152
เป็นความรู้ที่ดีสำหรับผู้ที่สนใจในด้านนี้ ทั้งนี้ยังสามารถนำไปปฎิบัติช่วยเหลื่อผู้ที่เราพบเห็นหรือประสบภัยต่างๆ
From : สาธารณสุขชุมชน [ 16 มิ.ย. 50 - 11:45:48 น. ]

ความเห็นที่ 153
อยากได้รูปการทำความสะอาดแผลแห้งค่ะ มีมั๊ยค่ะ
ใครมีช่วยหน่อยนะคะ่ ขอบคุณมากค่ะ
From : พยบ.2 [ 18 มิ.ย. 50 - 11:00:20 น. ]

ความเห็นที่ 154
ไม่ค่อยดี
From : เตย [ 19 ก.ค. 50 - 15:10:29 น. ]

ความเห็นที่ 155
ดีมากเลยคะมีประโยชน์มากเนื่องจากว่ากำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่พอดี ทำให้เราได้เห็นรูปประกอบทำให้เข้าใจมากขึ้น แต่สิ่งที่อยากจะเสนอแนะในเรื่องน่าจะมีเป็นวีดีโอให้ดูด้วยก็จะดีมากเลย
From : นัลลิกา [ 23 ส.ค. 50 - 11:32:24 น. ]

ความเห็นที่ 156
ขอบคณนะคะที่ให้ความรู้ จะนำไปปฏิบัตินะคะ
From : ยายคำ [ 16 ก.ย. 50 - 01:09:54 น. ]

ความเห็นที่ 157
ชอบเป่าปากมาก
From : bom_in_th_@hotmail.com [ 29 ก.ย. 50 - 13:18:08 น. ]

ความเห็นที่ 158
อยากทราบวิธีการปฐมพยาบาลเมื่อโดนสัตว์ใหญ่ทำร้าย
From : โมไนย [ 26 ต.ค. 50 - 10:57:12 น. ]

ความเห็นที่ 159

หนูอยากได้เเบบการปฐมพยาบาลเบื้องต้นของการโดนมีดบาดมือหรือเท้าอ่ะค่ะ เเต่หาที่เวปไหนก็ไม่มีเลย ต้องทำรายงานส่งครูด้วยอ่า ถ้าหามาได้ช่วยมาโพสต์ให้ทีนะคร้า
From : นุ่น noon_ghoster@hotmail.com [ 25 พ.ย. 50 - 17:43:56 น. ]

ความเห็นที่ 160
อยากทราบรายละเอียดของการปฐมพยาบาลเวลาแขนขาหักพร้อมภาพโดยละเอียดนะค่ะ
From : ครีม [ 25 พ.ย. 50 - 20:49:53 น. ]

ความเห็นที่ 161
อยากทราบวิธีการปฐมพยาบาลคนหัวแตกค่ะ แบบด่วนอ่ะค่ะ
จาทามรายงานค่ะ
ใครทราบช่วยบอกหน่อยค่ะ
From : ZinG Gil [ 27 พ.ย. 50 - 20:36:58 น. ]

ความเห็นที่ 162
ขอบพระคุณนะครับ จะขอเก็บข้อมูลให้กับพนักงาน
From : safety [ 4 ธ.ค. 50 - 13:49:13 น. ]

ความเห็นที่ 163
ขอคุณครับที่ให้ความรู้
From : . [ 6 ม.ค. 51 - 21:18:23 น. ]

ความเห็นที่ 164
ขอคุณครับที่ให้ความรู้
From : iszibank [ 6 ม.ค. 51 - 21:18:35 น. ]

ความเห็นที่ 165
ช่วยก็รักษามารญ

From : ........ [ 2 มิ.ย. 51 - 14:00:41 น. ]

ความเห็นที่ 166
มันยอดมาก
From : เบนซ์ [ 16 มิ.ย. 51 - 13:18:11 น. ]

ความเห็นที่ 167
สุยอดอาระบาน*-*
From : คนที่หล่อที่สุดในบุรีรัมย์ [ 16 มิ.ย. 51 - 13:23:31 น. ]

ความเห็นที่ 168
ผมมีงานส่งอาจารย์แล้วคร๊าบขอบคุณจร้า เทคนิคพิษณุโลกงับผม
From : มีโอสีแดง [ 21 มิ.ย. 51 - 13:37:53 น. ]

ความเห็นที่ 169
ขอบคุณสำหรับสาระดีดีค่ะ จะทำรายงานแผนความปลอดภัย เลยได้ภาพที่สวยและชัดเจน คนอ่านสามารถเข้าใจได้ง่ายจริง ๆ
From : พิม [ 26 มิ.ย. 51 - 09:30:20 น. ]

ความเห็นที่ 170
อยากทราบว่าการปฐมพยาบาลเบื้องต้นของอาการหัวแตก

From : น้องเดียร์ [ 29 มิ.ย. 51 - 14:55:57 น. ]


กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ