00001
อยากรู้ว่าแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านจังหวัดใดบ้างค่ะ
กำลังทำรายงานส่งอาจารย์อะค่ะ
อยากรู้ว่าแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านจังหวัดใดบ้างค่ะ มีกี่จังหวัด
อันอื่นด้วยก็ดีเลยนะค่ะ
อย่างพวก ข้อมูลของแม่น้ำเจ้าพระ
สำคัญในอดีตและปัจุบัน
ขอความกรุณาพี่ๆด้วยนะค่ะ
By : มุ้งมิ้ง [ 29 ส.ค. 49 - 20:37:07 น. ]

ความเห็นที่ 1
ดูแผนที่เอาสิหนู
ถ้าในบ้านไม่มีก็หาในเน็ตก็มี แผนที่ฟรีน่ะ
ใช้กูเกิ้ลหานะ
มีสุภาษิตว่าก่อนจะขอให้ใครช่วยน่ะ พยายามช่วยตัวเองซะก่อน
ไม่รู้เคยอ่านนิทานอีสปเรื่องเกวียนติดหล่มหรือเปล่า
From : มันคัน [ 29 ส.ค. 49 - 21:20:11 น. ]

ความเห็นที่ 2
กำ หาแล้วค่ะ แม่มันไม่มีอย่างที่มีแม่น้ำ หาข้อมูลมาเยอะพอสมควรแล้วค่ะ
ที่โพสเพราะอยากได้ข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติม กลับมาโดนว่าซะอีกไม่เป็นไรค่ะหาเองก็ได้ รู้งี้ไม่ถามดีกว่าโดนยกสุภาษิตซะงั้น
From : มุ้งมิ้ง [ 29 ส.ค. 49 - 21:24:21 น. ]

ความเห็นที่ 3

อีหนูโตเป็นสาวหัดทำการบ้านเยอะๆหน่อย รู้จักไหม การบ้าน นะ
...นั่งนับเอาเอง---เหนือจากนครสวรรค์ เขาเรียกเจ้าพระยาหรือเปล่า??
From : 2ครูกทม-เขตสายไหม [ 29 ส.ค. 49 - 22:03:00 น. ]

ความเห็นที่ 4
คอนหวัน ชัยนาท ยุดยา อ่างทอง ปทุม นนท์ กทม สมุทรปราการ เอ...สิงห์บุรีผ่านไหมหว่า
From : ไปหาต่อเอาเองเด้อ [ 29 ส.ค. 49 - 22:29:37 น. ]

ความเห็นที่ 5
สิงห์บุรีผ่านครับบ้านผมเอง
From : .... [ 29 ส.ค. 49 - 22:31:34 น. ]

ความเห็นที่ 6
มีวีดีโอสารคดีเกี่ยวกับแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างละเอียด
ไม่รู้ว่าทำรายงาน ยิ่งใหญ่ ขนาดไหน
เรียนอยู่ชั้นอะไร

เครื่องเล่นวิดิโอแบบเดิม ยังมีอยู่หรือเปล่า

แม่น้ำเจ้าพระยา เกิดจาก แคว สี่สาย ปิง วัง ยม น่าน ไหลมารวมกันที่ นครสวรรค์

มีนักปั่นชาวนครสวรรค์คนหนึ่งนิสัยดีใช้นามจอ ว่า เสือสี่แคว

มีภาพยนต์ไทยเรื่องหนึ่ง ชื่อ สี่แคว
พระเอก 4 คน ชื่อ ปิง วัง ยม น่าน

มีเพลงโฆษณาร้องดังนี้

สี่แควมาแล้วเข้าแถวต่อยหมู่
ชมเชิงบู๊ชนิดจะจะ
มีสาระประทับจับจิต..ฯลฯ

พยายามต่อไป
งานจะออกมาดีและน่าภูมิใจ
From : คนแก่ [ 29 ส.ค. 49 - 22:39:35 น. ]


ความเห็นที่ 7
นครสววรค์-ชัยนาท-อุทัยธานี-อ่างทอง-พระนครศรีอยุธยา-ปทุมธานี-นนทบุรี-กทม.สมุทรปราการ
From : เพ้งครับ [ 29 ส.ค. 49 - 23:23:34 น. ]

ความเห็นที่ 8

From : Page View [ 30 ส.ค. 49 - 00:04:08 น. ]

ความเห็นที่ 9
ขอบคุณพี่ๆมากๆค๊า
From : มุ้งมิ้ง [ 30 ส.ค. 49 - 01:13:38 น. ]

ความเห็นที่ 10
ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีพื้นที่ลุ่มน้ำ 20,125 ตร.กม. ครอบคลุมพื้นที่ 11 จังหวัดในภาคกลาง ได้แก่ นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง อยุธยา สระบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และ กรุงเทพฯ มีปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ย 22,016 ล้าน ลบ.ม. ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีแม่น้ำสายหลักคือแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีต้นกำเนิดเกิดจากแม่น้ำสาขา คือ ปิง วัง ยม และน่าน ไหลมาบรรจบกันที่ อ.ปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ จากนั้น จะไหลผ่านทุ่งราบภาคกลาง จนออกสู่อ่าวไทย ปริมาณน้ำท่าของลุ่มน้ำเจ้าพระยานั้น นอกจากได้รับน้ำจากลำน้ำสาขาตอนบน (ปิง วัง ยม น่าน) ที่จังหวัดนครสวรรค์แล้ว ยังได้รับปริมาณน้ำท่าจากลุ่มน้ำอื่นอีก ได้แก่ ลุ่มน้ำสะแกกรัง และลุ่มน้ำป่าสัก ปัจจุบันมีโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา 25 โครงการ โครงการขนาดกลาง 14 โครงการ โครงการขนาดเล็ก 119 โครงการ และโครงการอื่นๆ (โครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า, ขุดบ่อบาดาล) มีพื้นที่ชลประทานรวมทั้งสิ้น 7.5 ล้านไร่ (รวมทั้งพื้นที่ของลุ่มน้ำท่าจีน ฝั่งตะวันออกและพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสักตอนใต้) จากการประเมินความต้องการใช้น้ำในปัจจุบัน พบว่าร้อยละ 80 ของปริมาณน้ำใช้ เพื่อการเกษตร ซึ่งปัจจุบันได้ส่งน้ำให้แก่พื้นที่ชลประทานเฉลี่ยปีละ 11,400 ล้าน ลบ.ม. ช่วยเหลือพื้นที่นาปีได้เฉลี่ยปีละ 6.0 ล้านไร่ และนาปรังเฉลี่ยปีละ 2.5 ล้านไร่

http://www.rid.go.th/b10-chao.htm
From : บีเค-วัน [ 30 ส.ค. 49 - 02:24:09 น. ]


ความเห็นที่ 11

แหล่งกำเนิด

แม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแม่น้ำสายใหญ่ในภาคกลาง ที่ได้รับน้ำจากแควสำคัญ 4 สาย คือ ปิง วัง ยม และน่าน ที่ไหลมาจากภาคเหนือ มาบรรจบกันที่ ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ นอกจากนี้ยังมีแม่น้ำสายอื่นๆไหลมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งแม่น้ำ เจ้าพระยาเองก็แยกสาขาไหลออกทะเลด้วย แควสำคัญ 4 สาย มีแหล่งกำเนิดต้นน้ำดังนี้
1.แควปิง ยาว 580 กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากภูเขาตอนเหนือของอ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
2.แคววัง ยาว 335 กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากภูเขาตอนเหนือของลำปาง ไหลมา บรรจบกับแควปิงที่บ้านปากวัง อ.บ้านตาก จ.ตาก
3.แควยม ยาว 555 กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากภูเขาขุนยวมในอ.ปง จ.เชียงราย ไหลมาบรรจบกับแควน่านที่ ต.เกียชัย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์
4.แควน่าน ยาว 627 กิโลเมตร มีต้นกำเนิดมาจากภูเขาหลวงพระบาง ในอ.ปัว จ.น่าน ไปบรรจบกับแควปิงที่ ต.ปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์

ลักษณะเด่น
แม่น้ำเจ้าพระยา เป็นระบบน้ำใหญ่เพียงระบบเดียวในภาคกลาง ซึ่งมีความยาว ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ภาคเหนือที่ต.ปากน้ำโพ อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ แล้วไหลผ่าน เส้นแบ่งเขต จ.อุทัยธานี กับ จ.ชัยนาท เข้าเขต จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนคร- ศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร ไปออกทะเลที่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทร- ปราการ มีความยาว 370 กิโลเมตร เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ และมี ขนาดใหญ่จึงมีสาขาแยกย่อยออกเป็นแม่น้ำอื่นๆอีก 3 สายด้วยกันคือ
1.แม่น้ำลพบุรี ไหลจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ ต.ม่วงหมู่ อ.สิงห์บุรี จ.สิงห์บุรี แล้วไหลเข้าเขต จ.ลพบุรี ผ่านเมืองลพบุรี จากนั้นไหลเข้าเขต จ.พระนครศรีอยุธยา ไปบรรจบ กับแม่น้ำป่าสักวัดตองปุ ในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา
2.แม่น้ำน้อย ไหลจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ อ.ชัยนาท ผ่านเขต จ.สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ตรงบริเวณเลยที่ตั้งอ.เสนาไปเล็กน้อยไปบรรจบกับคลองบางบาล ซึ่งเป็น แม่น้ำเจ้าพระยาสายเดิมที่บ้านสีกุก แล้วไหลต่อไปบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทางทิศตะวันออก ของที่ตั้ง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
3.แม่น้ำท่าจีน ไหลแยกจากแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ผ่านจ.ชัยนาท สุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร ไปลงทะเลที่อ.เมืองสมุทรสาคร แม่น้ำสายนี้มีชื่อเรียกแตก ต่างกันเป็นตอนๆ คือ ตอนที่ไหลอยู่ในเขต จ.ชัยนาท เรียกชื่อว่าแม่น้ำมะขามเฒ่า ไหลเข้าเขต จ.สุพรรณบุรี เรียกว่าแม่น้ำสุพรรณบุรี ไหลเข้าเขต จ.นครปฐม เรียกว่า แม่น้ำนครชัยศรี และ เมื่อไหลเข้าเขต จ.สมุทรสาคร เรียกว่าแม่น้ำท่าจีน



ความสำคัญและคุณประโยชน์ทางธรรมชาติ

1.ใช้ในการอุปโภคและบริโภค เช่น นำมาทำน้ำประปาใช้ดื่ม ปรุงอาหาร ใช้ใน กิจกรรมด้านสุขาภิบาล การดับเพลิง ปรับอุณหภูมิของอากาศและเพื่อใช้เป็นสถานที่พักผ่อน
2.ใช้ในการผลิตทุกชนิดที่ต้องใช้น้ำ ได้แก่ การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ และ การอุตสาหกรรม เช่น โรงงานทำน้ำแข็ง โรงงานสุรา โรงงานทำน้ำอัดลม เป็นต้น
3.เป็นเส้นทางการคมนาคม การสัญจรไปมาทางน้ำ การขนส่งสินค้า การนำผลผลิต ออกสู่ตลาดโดยทางน้ำ เพราะสะดวกและค่อนข้างปลอดภัย
4.แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์มาก เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำจืดนานา ชนิดและพืชน้ำ เช่น สาหร่าย ผักตบชวา บัว ผักบุ้ง จึงเป็นบริเวณที่มีประชากรตั้งถิ่นฐานอยู่หนา แน่น โดยอาศัยทรัพยากรที่มีอยู่ในแม่น้ำเป็นเครื่องดำรงชีวิตในการประกอบอาชีพเพาะปลูก และ การประมง

ผลกระทบต่อชุมชน
แม่น้ำเจ้าพระยา เปรียบประดุจเส้นเลือดใหญ่ของชุมชนชาวไทยในภาคกลาง ใน อดีตที่ผ่านมาชุมชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ได้รับประโยชน์ทั้งทางการบริโภค เศรษฐกิจ การคมนาคมขนส่งทางน้ำ และทางสังคมเป็นอันมาก แต่ในปัจจุบัน ปัญหาจากน้ำมีผล กระทบกระเทือนต่อชีวิตของชุมชนแถบนี้มากขึ้น ได้แก่ ปัญหาความต้องการใช้น้ำในท้องถิ่น ทั้ง อุปโภคและบริโภคไม่เพียงพอ ปัญหาการเน่าเสียของน้ำ ซึ่งนอกจากจะสังเกตได้จากสีที่เป็นสีคล้ำ ไม่บริสุทธิ์ และจากกลิ่นแล้ว ยังสามารถวัดได้หลายวิธีด้วยกัน เช่นวัดจากจำนวนแบคทีเรียที่มีอยู่ ในน้ำ ซึ่งกำหนดปริมาณไว้ดังนี้

1.แบคทีเรียเกิน 20 ตัวต่อน้ำ 100 มิลลิเมตร ดื่มไม่ได้
2.แบคทีเรียเกิน 10,000 ตัวต่อน้ำ 100 มิลลิเมตร ทำน้ำประปาไม่ได้
3.แบคทีเรียเกิน 25,000 ตัวต่อน้ำ 100 มิลลิเมตร ไม่ควรจะลงไปว่ายน้ำ
วัดจากปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ ถ้าน้ำขาดออกซิเจนและมีสิ่งโสโครกน้ำจะ เริ่มส่งกลิ่นเหม็น สิ่งมีชีวิตในน้ำจืดไม่สามารถหายใจในน้ำได้ ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อการ ดำรงชีวิตของมนุษย์
วัดความเข้มข้นของแร่ธาตุที่ละลายอยู่ในน้ำ เช่น ปริมาณแร่ธาตุ และสารบาง อย่าง ที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต ละลายปะปนอยู่ในน้ำ เช่น ดีดีที ปรอท แคดเมียมและตะกั่ว สิ่งมีชีวิตที่ได้รับสารเหล่านั้นปะปนกับน้ำเข้าไปในร่างกาย จะสะสมในร่างกาย ทำให้เป็นพิษต่อ ร่างกาย อย่างที่เรียกว่า "ตายผ่อนส่ง"

การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ
1.ออกกฏหมายเกี่ยวกับการใช้น้ำ เนื่องจากประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ความ ต้องการใช้น้ำมีมากขึ้น จึงควรมีกฏหมายเกี่ยวกับสิทธิการใช้น้ำเพื่อควบคุมการแจกจ่ายน้ำ ทั้งยัง เป็นการประหยัดและป้องกันการสูญเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์
2.วางแผนการพัฒนาแหล่งน้ำและการจัดการลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ผู้ที่อยู่อาศัยใน บริเวณนี้ได้รับประโยชน์ทั่วถึง
3.ปรับปรุงการใช้ประโยชน์จากที่ดินและน้ำ โดยการชลอการไหลของน้ำให้คงอยู่ใน ลำน้ำให้นานที่สุด มิให้น้ำฝนที่ตกลงมาไหลบ่าลงสู่ทะเลโดยปราศจากการใช้ประโยชน์และลดอัตรา การพังทลายของดินและการตกตะกอนของลำน้ำ
4.สร้างเขื่อน อ่างเก็บน้ำ ปรับปรุงการชลประทานและคลองส่งน้ำต่างๆ
5.หาวิธีปรับปรุงเอาน้ำทิ้งจากโรงงานอุสาหกรรมต่างๆ หมุนเวียนเปลี่ยนกลับมาใช้ ใหม่

http://kanchanapisek.or.th/kp8/culture/bkk/bkk161.html

ประวัติจังหวัดนครสวรรค์
นครสวรรค์เป็นเมืองโบราณสันณนิษฐานว่าสร้างขึ้นใน สมัยสุโขทัยปรากฎชื่อในหลักศิลาจารึกว่า "เมืองพระบาง" ซึ่งปัจจุบันมีแนวเชิงเทินดินปรากฎให้เห็นเมื่อกรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานีสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่1 (ขุนหลวงพระงั่ว) ได้รวมหัวเมืองกำแพงเพชร เมืองตากและเมืองพระบาง เข้าเป็นแขวงเรียกว่า "นครพังคา"
นอกจากนี้ยังมีชื่อเรียกอีกว่า "เมืองชอนตะวัน" ของแม่น้ำ เจ้าพระยาและหันหน้าเมืองไปทางทิศตะวัน ออกต่อมา ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "เมืองนครสวรรค์"แต่ ชื่อที่รู้จักกัน แพร่หลายมานานสมัยกรุงศรีอยุธยา คือ "ปากน้ำโพ" สันนิษฐาน ได ้ 2 ประการ คือ อาจ เพี้ยนมาจากคำว่า "ปากน้ำโผล่" เนื่องจากเป็นจุดรวม หรือปากน้ำที่แม่น้ำปิง โผล่มารวมกันเป็น แม่น้ำเจ้าพระยาหรืออีกประการหนึ่งในอดีตเคยมีต้นโพธิ์ ใหญ่ขึ้นอยู่ที่ปากน้ำนี้ ชาวบ้านจึงนิยมเรียกว่า "ปากน้ำโพธิ์"
นอกจากนี้ยังนิยมเรียกว่า เมืองสี่แคว ซึ่งหมายถึงเมืองที่มีแม่น้ำ 4 สาย ไหลผ่านอันได้แก่ ปิง ยม น่าน - และ เจ้าพระจ้าพระยาซึ่งป็นแม่น้ำสายสำคัญของประเทศไทยมีต้นกำเนิดหรือจุดเริ่มต้นที่จังหวัดนครสวรรค์นี้เอง

คำขวัญประจำจังหวัดนครสวรรค์
"เมืองสี่แคว แห่มังกร พักผ่อนบึงบอระเพ็ด ปลารสเด็ดปากน้ำโพ"

http://www.nfe.go.th/60/html/nk_places/gen_info.html

From : บีเค-วัน [ 30 ส.ค. 49 - 02:29:41 น. ]


ความเห็นที่ 12
นัองมุ้งมิ้ง เข้า Yahoo หรือ Google แล้ว พิมพ์ "แม่น้ำเจ้าพระยา" ครับ
From : บีเค-วัน [ 30 ส.ค. 49 - 02:35:13 น. ]

ความเห็นที่ 13
สมัยพี่ต้องเข้าห้องสมุดค้นคว้าหาข้อมูลเอาเอง สมัยนี้มีInternet น้องเล่นตั้งกระทู้ถามให้คนอื่นหาข้อมูลให้ง่ายๆเลย Search Engine ก็มีไม่หัดใช้ให้เป็น แบบนี้ไม่สมควรสนับสนุน
From : Say No! [ 30 ส.ค. 49 - 03:47:37 น. ]

ความเห็นที่ 14
หุ หุ หุ ความเห็นที่ 6 โดนใจมาก นึกย้อนกลับไปอดีตสมัยโรงภาพยนต์ (ยนตร์ หรือ ยนต์) ระบบซีเนมาสโคป 35 มม. ก่อนฉายหนังต้องเปิดเพลงมาร์ชราชนาวี สมัยนั้นมีหนังหลายเรื่องที่เกี่ยวกับแม่น้ำนะครับ ที่พอนึกได้ ตาปี อีปัน ลุ่มเจ้าพระยา ฯลฯ นึกไม่ออก
From : คนไม่อยากแก่ หุ หุ หุ [ 30 ส.ค. 49 - 08:35:41 น. ]

ความเห็นที่ 15
ลุ่มเจ้าพระยา
สุเทพ วงศ์กำแหง

ลุ่มเจ้าพระยาเห็นสายธาราไหลล่อง
เพียงแต่มองหัวใจให้ป่วน
น้ำไหลไปมักไม่ไหลทวน
ชีวิตเราไม่มีหวน ไม่กลับทวนเหมือนกัน

เราเกิดมาผูกใจรักกันดีกว่า เพราะว่าชีวาแสนสั้น
เราอย่าได้กระเทือนหัวใจต่อกัน ทั้งชีวิตอันสุขใจ

อย่าแตกกันเลย รักไว้ชมเชยชิดมั่น
จงผูกพันรักกันด้วยใจ
ขอจงเป็นเหมือนเช่นนกไพร
ที่เหินบินคู่กันไป หัวใจคู่กัน


ฝากเพลง ให้กับทุกๆท่านที่เข้ามาชมกระทู้นี้ครับ
เป็นพิเศษสำหรับ ค.ห.14
จากค.ห.6


From : ไม่อยากแก่ต้องปั่นจักรยาน [ 30 ส.ค. 49 - 09:26:06 น. ]


ความเห็นที่ 16
ใครช่วยเล่าเรื่อง
แม่น้ำสองสีใน ค.ห.11
ให้ฟังบ้างครับ
แทรกตำนานด้วยยิ่งดี
From : ขอบคุณครับ [ 30 ส.ค. 49 - 09:28:06 น. ]

ความเห็นที่ 17
ขอบคุณมากครับ ไม่อยากแก่ต้องปั่นจักรยาน
ฮัม ๆ เพลงไปด้วย นั่งอมยิ้มไปคนเดียว ชีวิตคนเราเหมือนเช่นสายน้ำนะครับ ไหลไปไม่มีย้อนกลับ โอ้ กินใจเหลือเกิน ผมขอ copy เนื้อเพลงไว้ร้องนะครับ
แล้วเพลงเกี่ยวกับแม่น้ำก็มีหลายเพลงนะครับ กว่าที่คุณสุเทพ วงห์กำแหง จะร้องเพลง ลุ่มเจ้าพระยาได้ ต้องชรินทร์ นันทนาคร (หรือเปล่า) ร้องเพลงคู่ สักขีแม่ปิง ถ้าแม่ปิงไม่เกิด ก็ไม่มีแม่น้ำเจ้าพระยา (แซวเล่นขอรับ) แล้วต่อจากเจ้าพระยา ก็ไหลลงทะเล

ชีวิตที่คร่ำกลางน้ำเวียนวน ลอยล่องตามชลไม่พ้นทนไป
อยู่กับเรือเบื่อใจ ผองพรานทะเลเร่ไป อยู่ห่างไกลกลางสายชล
มองน้ำตรงหน้าจรดฟ้าไกล ๆ ว้าเหว่ดวงใจไม่เห็นผู้คน
คลื่นและลมสู้ทน ทุกข์ใจปานใดไม่บ่น สู้แดดและผนลำบากกาย
อยู่หว่างทะเลนาน ๆ ท้องเรือเป็นบ้าน ท้องธารเรือนตาย
สิ้นชีพสิ้นชนม์เคราะห์ร้ายศพฝังโดยง่ายฝากเอาไว้ใต้คงคา
มองเห็นริมฝั่งสักครั้งดีใจ มาบกคราใดให้แสนปรีดา
ใกล้แผ่นดินเข้ามา เหมือนมีวิมานตรงหน้าปลื้มหนักหนาแทบจูบดิน

และอีกเพลงหนึ่ง waltz นาวี เพราะมาก

เห็นมั๊ย มุ้งมิ้ง อยากรู้ว่าแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านจังหวัดไหนบ้าง ได้อะไรอีกมากมาย

เสริมต่อกับ ขอบคุณครับ ค.ห.16 อยากจะรู้เรื่องเกี่ยวกับแม่น้ำสองสีในหลาย ๆ พื้นที่ด้วยเช่นกันครับ น่าจะลองรวบรวมดู
แม่น้ำสงครามมาบรรจบแม่น้ำโขง ที่นครพนม หรือแม่น้ำมูลที่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ที่อื่น ๆ อีก มากมาย มากมาย
From : ต้อง ไปปั่นจักรยานแล้ว [ 30 ส.ค. 49 - 10:20:21 น. ]


ความเห็นที่ 18
มีการขุด ลัดช่วงธรรมศาสตร์ ลองไปค้นต่อเอารายละเอียดเพิ่มเติมเองแล้วกัน
From : ช่วยหน่อยนึง [ 3 ก.ย. 49 - 12:15:34 น. ]

ความเห็นที่ 19
เคยอ่านมีตำนานแม่น้ำเจ้าพระยาในเว็บนี้แหละ แต่ไม่รู้จะอ้างอิงทางวิชาการใด้หรือไม่ บางทีเขาก็แต่งขึ้นโดยใช้ชื่อและสถานที่ที่มีอยู่จริงเอามาผูกเป็นนิทาน เล่าต่อกันมาก็เป็นใด้ ลองค้นแล้วพิจารณาดูว่าจะใช้ใด้ไหม
From : ช่วยอีกหน่อย [ 3 ก.ย. 49 - 12:28:26 น. ]

ความเห็นที่ 20
น้องมุ้งมิ้งครับคงจะได้ข้อมูลไปเยอะเลยนะครับ(ที่คนอื่นหาให้นะ ไม่ทราบว่ามีสมองหรือเปล่าครับน้องมุ้งมิ้ง ตอนที่พี่เรียนอยู่พี่ยังต้องหาเองไม่มีใครคอยทำให้เราซะทุกอย่างหรอกครับ)
From : พี่ บาส ครับ [ 19 ก.ค. 51 - 12:41:56 น. ]


กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ