00001
อยากถามพวกพี่ๆว่าพวกพี่ๆมีสูตรการลดน้ำหนักบ้างๆหรือเปล่าครับ
อยากถามพวกพี่ๆว่าพวกพี่ๆมีสูตรการลดน้ำหนักบ้างๆหรือเปล่าครับตอนนี้อยากลดน้ำหนักครับขอบคุณมากครับ
By : ผัดไท [ 28 เม.ย. 45 - 21:30:37 น. ]

ความเห็นที่ 1
น้ำหนักที่ว่าคุณผัดไทหมายถึง MBT หรือคนขี่ครับ ปั่นเยอะๆ ทานไม่มาก ไม่น้อย พอดีๆ
From : 7 [ 28 เม.ย. 45 - 22:14:55 น. ]

ความเห็นที่ 2
ผมไม่ทานของหวาน ทานข้าวจานเดียวทุกมื้อ ไม่ทานอาหารมันมากๆ ทานผลไม้และผักมาก ออกกำลังกายทุกวันอย่างน้อยครึ่งชม.
From : lotus [ 28 เม.ย. 45 - 22:16:25 น. ]

nbt
ความเห็นที่ 3 [ 28 เม.ย. 45 - 23:37:09 น. ]

webmaster

มีช่วงนึงผมแขนหักเข้าเฝือกเลยถือโอกาศลดน้ำหนักเลย ผมลดได้ 8 กก. ภายในประมาณ 4-5 เดือน เจอใครมีแต่คนทัก พอกลับมาปั่นทั้งๆที่ไม่ได้ซ้อมเลยแต่ขึ้นเขาดีขึ้นมากไม่เหนื่อยเหมือนเมื่อก่อน เพราะน้ำหนักหายไปเยอะ พอเริ่มซ้อมด้วยคราวนี้ยิ่งมีความสุขกับการขึ้นเขาเลยครับ

สูตรผมตอนเช้ากินขนมปังทาแยม+น้ำส้มคั้น กลางวันกินปกติพยายามเน้นผักเป็นพวกสุกี้ หรือก๋วยเตี๋ยวน้ำ ตอนเย็นกินแต่ผลไม้ ถ้าหิวก็กินขนมปังซักแผ่น ถ้าผ่านสองสามวันไปได้จะไม่ค่อยหิวครับ ลดได้แน่นอนเอาใจช่วยครับ


ความเห็นที่ 4
ลองสูตรนี้ดูนะครับก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจในหลักการง่ายๆ ว่าน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทุกวันๆของเรานั้นเกิดจากไขมันสะสมในร่างกาย เพราะฉะนั้นถ้าเราใช้มากกว่ากินร่างกายก็จะเผาพลานไขมันที่สะสมมาใช้
ที่นี้ในการลดน้ำหนักแบบถาวรและมั่นคงนั้นจะลดฮวบฮาบไม่ได้นะครับ ร่างกายเราจะเสียสมดุลทำให้เกิดสภาวะร่างกายอดอยากขาดสารอาหารซึ่งนั่นยิ่งแย่ใหญ่เพราะร่างกายเราจะไม่ยอมเผาผลานพลังงานมาใช้เพราะคิดว่ากำลังขาดอาหารอยู่ ตามหลักการที่ถูกต้องควรลดน้ำหนักไม่เกินสัปดาห์ละ1กิโลกรัมครับ
ครับมาดูกันต่อเราต้องการสูญเสียไขมันที่สะสมสัปดาห์ละ1กิโลกรัม เพราะฉะนั้นแปลงเป็นพลังงานก็ได้เท่ากับ 9000kCal. แสดงว่าเราต้องใช่มากกว่ากินเข้าไปสัปดาห์ละ 9000kCal.หารมาต่อวันก็ได้เท่ากับ 1,285 kCal.คิดง่ายๆ สัก 1,300 ก็ได้นะครับ
ที่นี่มาดูว่าร่างกายต้องการใช้พลังงานวันละเท่าไหร่ โดยชิวิตปรกติแบบไม่ได้ออกกำลังวันนึงๆ ร่างกายต้องการใช้พลังงานโดยประมาณเท่ากับน้ำหนักตัวคูณด้วย 30 เช่นถ้าตอนนี้หนัก 80kg.ร่างกายในปรกติวันนึงก็ใช้พลังงาน 2400kCal. ขณะหลับก็ใช้พลังงานนะครับ
ทีนี้แหละครับเราต้องทานวันละเท่าไหร่? ก็เอาพลังงานที่ใช้ลบ 1285 ก็ออกมาเป็น 1115 kCal.ท่านที่หนัก 80kg.และต้องการลดน้ำหนักอาทิตย์ละโลต้องทานวันละไม่เกิน 1115 kCal.ทานครบหมู่ครบมื้อนะครับแต่ต้องแม่นเรื่องของ Cal.ของๆที่กินเข้าไปนับทุกเม็ดนะครับ(เม็ดมะม่วงหิมพานเม็ดละ 10)ไปลองหาตารางโภชนาการมาดูกันเลยว่าอะไรเท่าไหร่แล้วท่านจะรู้ว่าข้าวมันไก่จานละ 600!!ก๋วยเตี๋ยว 300!กาแฟ 60! ที่นี่วันนึงกินอะไรบ้างก็จำๆไว้น้ำมันหนึ่งช้อนชาเท่ากับข้าวหนึ่งทัพพีอันนี้ต้องจำไว้เลย
แล้วที่นี้ถ้าเราทำกิจกรรมพิเศษวันนั้นเช่นวิ่งหรือขี่จักรยานเราก็ต้องทราบปริมาณพลังงานที่เราใช้ไปโดยการวัดด้วยHRM บางรุ่นที่วัดได้เชื่อไหมครับขี่จักรยานให้หัวใจเต้นที่ 155ต่อเนื่องครึ่งชม.ใช้พลังงานประมาณ250kCal.เองครับไม่ได้ข้าวมันไก่ครึ่งจานเลย ถ้าเราออกกำลังมากก็เป็นแต้มสะสมไว้ทำให้เราทานอะไรได้มากขึ้นในบางมื้อเช่นไปงานเลี้ยงหรือให้รางวัลตัวเองซักมื้อต่อสัปดาห์ ทำแบบนี้ให้จนกลายเป็นนิสัยเลยนะครับแล้วพอลดน้ำหนักได้ถึงจุดที่พอใจแล้วก็เปลี่ยนมาทานให้เท่ากับที่ร่างกายต้องการอย่าเกินน้ำหนักก็จะไม่ขึ้นอีก ต้องเปลี่ยนนิสัยการกินเลยพฤติกรรมเราให้ได้ พวกเก็บเล็กพสมน้อยก็สำคัญนะครับเช่นน้ำอัดลม กาแฟ เบียร์นี่ตัวดีเลยแก้วละ 120! การเดินบ้างยืนบ้าง ขึ้นบันได ก็ช่วยเล็กๆน้อยๆได้
หวังว่าคงทำกันได้นะครับ
From : GunG [ 29 เม.ย. 45 - 10:16:42 น. ]

ความเห็นที่ 5
นึกว่ากินเบียร์แทนข้าวจะช่วยลดน้ำหนัก โถ เลยอ้วนหนักกว่าเก่าอีก
From : Leo [ 29 เม.ย. 45 - 19:58:58 น. ]

nbt
ความเห็นที่ 6 [ 29 เม.ย. 45 - 21:07:23 น. ]

webmaster

อธิบายได้เยี่ยมมากเลยครับคุณ GunG
คนที่ออกกำลังเหนื่อยๆเสร็จ แล้วมาเบิ้ลข้าว 2 จานอาจจะอ้วนขึ้นนะครับ ต้องดูระดับของพลังงานที่เราใช้ด้วย อย่างนักแข่งระดับอาร์มสตองนี่เขาใช้พลังงานวันละกว่า 6,000 แคลอรี่ ต้องกินเยอะมากครับ

ความเห็นที่ 7

อธิบายได้ละเอียดจริงๆครับ ...ผมคงทำได้ยาก แต่ก็จะพยายามครับ
... ของโปรดของผม ตั้ง 600 kCal เชียวหรือครับ...
From : ONE [ 29 เม.ย. 45 - 22:55:11 น. ]

ความเห็นที่ 8
ช่วงเย็นเนี่ยให้เน้นผลไม้ ช่วงนี้ผมก็เน้นผลไม้ครับแต่เป็นพวกทุเรียนครับ โอ้โห..ลดเอา.. ลดเอา (ความผอมครับที่ลด แต่ความอ้วนเพิ่มครับ)
From : ไก่โต้ง [ 30 เม.ย. 45 - 09:03:34 น. ]

ความเห็นที่ 9
ผมเองก็พยายามต่อสู้กับความอยากของตัวเองอย่างสุดฤทธิ์เหมือนกันอยากจะลดให้ได้อีกสัก 10kg.ตอนนี้ลดมาได้ 10kg. แล้วแต่ต้องใจเย็นๆนะครับห้ามตบะแตกอาทิตย์ละโล 10 โลนี่ก็ เกือบ 3 เดือน พวกอดอาหารลดน้ำหนักอดมื้อกินมื้อนี้ห้ามนะครับร่างกายจะปรับตัวเองสู่สภาวะที่เรียกว่าจำศิลไม่ยอมเผาผลานไขมันมาใช้เพราะกลัวอดตายจะเก็บตุนไว้ท่าเดียว ทานเข้าไปก็จะพยายามตุน น้ำหนัที่ลดลงก็จะเป็นน้ำหนักของสิ่งที่อยู่ในท้องเราไม่ใช่ไขมัน
เชื่อไหมครับว่าน้ำหนักของอาหารที่หมุนเวียนอยู่ในลำไส้ใหญ่และเล็กของเรานี่คนตัวโตๆหน่อยอาจจะมีปริมาณถึง 7-10 กก.ทีเดียวจะเห็นว่าคนที่ลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารนั้นจะลดลงได้ในช่วงแรกๆจะลงเร็วดีมากเพราะเป็นส่วนของอาหารในระบบ แต่พอหมดช่วงนั้นไปแล้วคราวนี้จะลงยากมากแล้วเพราะเป็นเรื่องของไขมันสะสมแล้วทีนี้หลังจากอดอาหารมานานร่างกายจะไม่ค่อยยอมเผาไขมันมาใช้และจะออกคำสั่งให้ร่างกายเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน ผลก็คือเราจะไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงอ่อนเพลียง่วงเหงาหาวนอน(safe mode)จะออกกำลังก็ไม่มีแรงถ้าฟืนออกแรงมากก็จะหิวจัด
แล้วการออกกำลังสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักหรือลดขนาดของร่างกายก็ไม่เหมือนคนที่จะออกให้ร่างกายใหญ่โตนะครับผมเป็นคนนึงที่ไม่ทราบจุดนี้มาก่อนจนได้มาเจอครูฝึกที่ Fitness แต่ก่อนผมเป็นคนขี่จักรยานแบบชอบใช้เกียร์หนัก คิดว่าเท่ห์ขี่ทางราบนี่ 3-8,3-9 ตลอดซอยขาไม่เร็วแต่ได้ความเร็ว ขี่แบบนี้มา7-8 ปีผลหรือครับขาผมใหญ่มากเลยยิ่งขี่ขายิ่งโตตัวยิ่งหนา(เพราะกินเยอะหลังขี่) พอมาปรึกษาทาง Fitness เขาก็บอกว่าผิดถ้าอยากจะลดน้ำหนักหรือขนาดร่างกายนี่ต้องให้งานเบาแต่นาน เช่นถ้ายก weight ก็ใช้น้ำหนักไม่มากแต่จำนวนครั้งต่อ set เยอะ 25-30 ครั้ง5-6 set ขี่จักรยานนี่ก็ใช้เกียรเบารอบขาจัด 90-100 กว่าๆ ตลอด!!! ช่วงแรกปรับตัวยากมากเลยครับเพราะพอใช้รอบขาจัดงานจะไปหนักที่หัวใจต้องใช้เกียร์เบาๆมากเลย(พยายามรักษา HR ไว้ที่ระดับไม่ให้เกิน 85%) และพอเริ่มชินก็เพิ่มเกียร์หนักขึ้นทีละเกียร์โดยที่คงความเร็วรอบขาขนาดนั้นตลอดการปั่น แล้วจะไม่รู้สึกหิวจะเป็นจะตายเลยครับหลังจากขี่เสร็จกินก๋วยเตี๋ยวจานเดียวก็อิ่มแล้ว แล้วกล้ามเนื้อก็จะไม่ล้าด้วยขี่ทุกวันก็ได้ ขาก็จะเริ่มเรียวขึ้นใส่กางเกงจักรยานแล้วเท่ห์ขึ้นเยอะเลย
อิ..อิ..ผมขอทิ้งท้ายด้วยรายการอาหาร top 5 ที่น่าจะหลีกเลยนะครับเพราะจานละมากกว่า 500kCal. 1.ข้าวมันไก่ 600 2.ข้าวกระเพราไก่ไข่ดาว 600 3.เส้นใหญ่ผัดซีอิ้ว 650 4.ทุเรียน พลูละกว่า 800 5.ช่วงนี้พอดีข้าวเหนียวมูล โอโหขีดละ 700 ได้ครับ
From : GunG [ 30 เม.ย. 45 - 10:38:50 น. ]

ความเห็นที่ 10
ขอขอบคุณพวกพี่ๆมากนะครับและผมจะพยายามทำตามให้ได้ครับ
From : ผัดไท [ 30 เม.ย. 45 - 18:14:24 น. ]

nbt
ความเห็นที่ 11 [ 30 เม.ย. 45 - 19:24:53 น. ]

webmaster

ทำไมข้าวเหนียวมูล cal มันเยอะจังอ่ะ ของชอบซะด้วย แล้วคุณ GunG พอทราบมั๊ยว่า PEPSI กระป๋องนึงนี่กี่ cal ครับ

ความเห็นที่ 12
คุณ GunG อธิบายได้เข้าใจดีจัง...

From : Pc [ 30 เม.ย. 45 - 20:47:31 น. ]

หนูภูเขา 15 ปีแล้ว
ความเห็นที่ 13 [ 1 พ.ค. 45 - 15:21:16 น. ]

web moderator

พี่โนเค้ากินวันละ 10 กระป๋องน่ะ ...... อิอิอิ
From : หนูภูเขา 15 ปีแล้ว    [ 1 พ.ค. 45 - 15:21:16 น. ]

ความเห็นที่ 14
ข้อมูลมีประโยชน์มากจริงๆครับ ขอบคุณครับ
From : น้องเฝือก [ 1 พ.ค. 45 - 18:47:12 น. ]

ความเห็นที่ 15
Pepsi 1กระป๋อง ประมาณ 80 ครับ
From : GunG [ 1 พ.ค. 45 - 20:10:15 น. ]

ความเห็นที่ 16
จะพยายามทำตามครับ แต่ไม่รู้จะสำเร็จหรือไม่ หมอก็บอกให้พยายามหน่อย น้ำหนักเกินไปประมาณ13 กิโลครับ
From : 860 [ 3 พ.ค. 45 - 19:53:43 น. ]

ความเห็นที่ 17
สงสัยหน่อยนะครับ เรื่องอาหารแต่ละตัวจะให้พลังงานเท่าไหร่ เขาวัดโดยคำนึงถึงความสามารถในการดูดซึมด้วยไหมครับ คือผมสงสัยว่า
1. กรณีในคนๆเดียวกัน ถ้าบางมื้อเรากินมากๆๆๆแล้ว ร่างการเราจะดูดซึมเอาไว้ได้หมดทุก Calories ตาม Spec ที่ตำราเขียนไว้ไหมครับ, หรือพอหมดเวลาย่อยแล้ว มันก็ถ่ายทิ้งไปเลย ทั้งๆที่ยังดูดซึมไม่หมด
2. กรณีหลายคน สงสัยว่า คนแต่ละคนจะมีคสามารถในการดูดซึมใกล้เคียงกันไม่ครับ (เพราะเท่ากันคงเป็นไปไม่ได้) เป็นไปได้มั๊ย ว่าคนที่ 1. ดูดได้ 9 KCal/g แต่อีกคนได้น้อยกว่าถึง 50 % คือเรียกว่า กินยังงัยก็ไม่อิ่ม กินยังงัยก็ไม่อ้วน เช่นพวกลำไส้สั้น เป็นต้น
From : สุรศักดิ์ [ 11 พ.ค. 45 - 12:43:55 น. ]

ความเห็นที่ 18
ว่าแล้วก็หิวอีกแล้ว
From : satan :* [ 31 พ.ค. 45 - 15:50:41 น. ]

ความเห็นที่ 19
รู้สึกว่าลำบากจัง กับการที่ต้องมานั่งคำนวนแคลลอรี่ ขนาดดิฉันเป็นผู้หญิงยังไม่ชอบมานั่งคำนวนเลย เพราะอะไรเหรอ สถานการณ์น่ะซี ที่ทำงานนะ หาอาหารทานยากจะตายไป ราคาก็แพง มัวแต่คำนวนแคลลอรี่อยู่ มีหวังไม่ได้กิน อีกอย่าง ทุกคนใช่ว่าจะคำนวนแคลลอรี่ได้เหมือนๆกัน ถึงแม้นว่าจะมีน้ำหนักตัวและส่วนสูงเท่ากัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ความต้องการแคลลอรี่จะต้องเท่ากัน ต้องดูด้วยว่า คนๆนั้นมีกล้ามเนื้อมากน้อยแค่ไหน มีระบบการเผาผลาญเมตาโบลิซึ่มได้เร็วหรือช้า มากน้อยแค่ไหน ผู้ชายมีระบบการเผาผลาญได้มากกว่าผู้หญิงอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการคำนวนหาแคลลอรี่ มันลำบากค่ะ ไม่ได้ว่าคุณ GAN G นะคะ เพียงแต่ขออธิบายเพิ่มเติมหน่อยน่ะค่ะ เพราะสำหรับบางคนมันก็ไม่สะดวกหรอกค่ะ
ดิฉันแนะว่าให้ออกกำลังกายด้วยการยกน้ำหนัก จะช่วยได้เหมือนกันนะคะ (ช่วยได้เยอะด้วย ไม่เชื่อลองทำดู) ออกวันเว้นวัน ไม่จำเป็นต้องออกทุกวัน ทำท่าละ 2 ชุด ชุดละ 8 ครั้ง แล้วจึงค่อยเพิ่มเป็น 10 ถึง 12 ครั้ง ถ้าคุณทำได้ถึง 12 ครั้งแล้วไม่เหนื่อย ให้เพิ่มน้ำหนักที่ยกขึ้น แล้วเริ่มทำ 8 ครั้งใหม่ จนขึ้นไปถึง 12 ลองทำดูนะคะ ถ้าอยากรู้ว่าเพราะอะไรถึงลดน้ำหนักตัวได้ให้ไปอ่านในหัวข้อ 09431 ดิฉันอธิบายไว้ในนั้นค่ะ
From : sunaUTC [ 1 มิ.ย. 45 - 22:54:23 น. ]

ความเห็นที่ 20
ที่ผมเล่าให้ฟังเป็นหลักการนะครับส่วนการไปปรับใช้ก็แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละคนครับ เรื่องการเผาผลานพลังงานก็ต้องรู้ตัวเองว่าตัวเองเป็นอย่างไร หลักสำคัญก็คือกินให้ได้พลังงานน้อยกว่าใช้ และพยายามใช้ให้มากกว่าที่กินสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก
From : GunG [ 2 มิ.ย. 45 - 18:44:11 น. ]

ความเห็นที่ 21
ทั้งสองหลักการนี้ ถ้าใช้ร่วมกันได้ ก็น่าจะให้ผลดีมากขึ้นนะครับ
From : Pc [ 3 มิ.ย. 45 - 18:17:33 น. ]

ความเห็นที่ 22
กินน้อยหน่อย ออกมากหน่อย ไม่อ้วนครับ ผมช่วงนี้ไม่ออกกำลังมาก ทานน้อยลง ทุเรียนเมินเลยครับ ในห้าปีนี่ขึ้นไปแค่ 3 กก เอง ตอนนี้ 66 กก สูง 179
From : lotus [ 4 มิ.ย. 45 - 03:15:47 น. ]

ความเห็นที่ 23
รู้ทุกอย่างคะ ว่ากินอย่างไง ทำอย่างไง ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ตั้งหน้าตั้งตาลดอย่างเอาจริงเอาจัง ยอมซื้อจักรยานแค่เพียงจะไม่ให้น้ำหนัดขึ้น ตอนแรกน้ำหนัก 52 ก.ก ตอนนี้ 58 แล้วคะ เมื่อก่อนใช่พลังงานน้อย พอออกกำลังกายกับทานได้อร่อยมาก น้ำหนักขึ้นไม่รู้ตัว การจะลดสตูรใครก็สูตรใครคะ แต่ละคนการเผาผลานไม่เหมือนกัน ก็ทานน้อยๆ ใช้พลังงานเยอะ แต่ก็ระวังหม้าทานหลังออกกำลังเสร็จแล้วคะ ไม่อย่างนั้นจะเป็นอย่าวดิฉันได้
From : pui [ 21 ก.ค. 45 - 22:59:17 น. ]

ความเห็นที่ 24
ผมก็มีปัญหาเหมือนกัน คือ นำหนักไม่ขึ้นแต่ลงพุง พุงโตขึ้น จะลดพุงได้ยังไงบ้าง ใส่กางเกงตัวเก่าไม่ได้แล้วอึดอัด กุ้มใจจัง
From : ferguson [ 27 ก.ค. 45 - 19:29:25 น. ]

ความเห็นที่ 25
อยากลดความอ้วนมากๆค่ะเพราะอายุเเค่ 9ปีนําหนักตั้ง 50เชียวค่ะส่วนมากจะเหมือนคุณพ่อไม่ค่อยเหมือนคุณเเม่เท่าไรเลยค่ะ เเต่เพื่อนนะสิค่ะ อายุเเค่ 9 ปี นําหนักตั้ง 81 82 เเต่ยังไงคนอ้วนก็ยังดีกว่าคนผอมเเล้วกัน ฮิ....ฮิ.....ฮิ......ฮิ.......ฮิ
From : ด.ญ. จิตตวรรณ [ 2 พ.ย. 46 - 14:48:27 น. ]

ความเห็นที่ 26
ทานทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่น้ำหนักลดลงได้เรี่อยๆทีละนิดๆ จาก นน.83 สูง 168 เดี๋ยวนี้ เหลือ 76 แถมร่างกายแข็งแรงขึ้นไม่ต้องทานยา ตรวจเลือดก็อยู่ในเกณฑ์หมด เพราะตั้งหนัาตั้งตาปั่นอย่างเดียว วันหยุดไม่ต่ำกว่า 100 กม. วันธรรมดาไม่ต่ำกว่า 1 ชม. ฝนตกหรือไม่อยากปั่น ก็เข้าฟิตเนส ทำได้ไหมครับ ถ้าได้ก็เชิญทานทุกอย่างที่อยากจะทานต่อไป 555.
From : bk. [ 3 พ.ย. 46 - 14:29:13 น. ]

ความเห็นที่ 27
จริงคะ ปั่นแล้วทานปกติ แต่น้ำหนักก็ลดลงได้ ถ้าไม่ทำอะไรเลย ทานปกติก็อ้วนได้
เพราะฉนั้น ปั่นดีกว่า แล้วทุกอย่างก็ดีขึ้นด้วย น้ำหนักก็ค่อยๆ หายไป กินเตี๋ยวทุกวัน
ด้วยยิ่งดีคะ... ตอนนี้คนรอบข้างเรา เด็กที่ทำงานจบมาใหม่ๆ บางคน อ้วนขึ้น แต่เราเริ่ม
ผอมลง ดีใจมากคะ... แล้วได้ไปซิ่งจักรยานบนถนนด้วย มันกว่าขับรถเป็นไหนๆ ไม่ต้อง
เติมน้ำมันด้วย ฟรีๆ ฟรี ไล้ เดอร์ วิน....
From : t-stretch [ 4 พ.ย. 46 - 13:30:18 น. ]

ความเห็นที่ 28
อยากลดเหมือนกัน แต่ตามใจปากมากไปหน่อย
แล้วเราไม่ได้อยากลดแค่น้ำหนักนะ ขาเราหนะ ใหญ่มากๆ ใครรู้บ้างว่าลดต้นขา และน่องขาให้มันเล็กลงยังไง
From : อยากลด [ 13 ม.ค. 47 - 20:26:47 น. ]

ความเห็นที่ 29
มื้อเช้า กินอย่างราชา
มื้อกลางวัน กินอย่างคนธรรมดา
มื้อเย็น กินอย่างยาจก

มีคนเค้าแนะนำมาอ่ะค่ะ
From : ใหม่ [ 1 ก.พ. 47 - 16:01:54 น. ]


ความเห็นที่ 30
เมื่อก่อนเคยลดได้5กก ใน1เดือนแบบปกติไม่อดอาหารแต่กินอย่างระวัง ผมจะมีตาราง kcal ติดตัวดูให้กินเข้าใช้ออกให้สมดุลกัน ขี่รถใช้ไป600kcalเวลากินก็อย่าให้เกิน600kcal ผมเน้นกว๋ยเตี๋วย1ชามมีประมาณ200kcalกินข้าวน้อยๆกินผัก ผลไม้โดยเฉพาะฝรั่ง1ลูกตอนคำ่ๆ อยู่ท้องดี
From : หมู [ 1 ก.พ. 47 - 20:16:15 น. ]

ความเห็นที่ 31
ผมใช้วิธี กินมื้อเช้าน้อยๆ(ชา-กาแฟ)เพื่อให้หิวจัดตอนเที่ยง แล้วมื้อเที่ยงกินข้าวได้เต็มที่เพื่อที่มื้อเย็นจะกินได้ไม่มาก ตอนบ่ายสามครึ่งปั่นจักรยานทุกวันๆละ 30 กม. มื้อเย็นจะกินข้าวได้ไม่เยอะ เพราะเสียดายเวลาที่ปั่นไปจะเสียเปล่าหากกินมาก ประกอบกับมื้อเที่ยงตุนไว้แล้ว จากน้ำหนัก 88 กก. ตอนนี้เหลือ 67.4 กก. ตอนดึกหากยังหิวหาผลไม่รสจืดๆถ่วงท้อง
From : สเตอร์ลิงค์ [ 2 ก.พ. 47 - 11:35:37 น. ]

ความเห็นที่ 32
แล้วทำยัง ให้น้ำหนักขึ้นหรือคงทีละครับ แต่แข่งจักยานและซ้อมปกติด้วยนะ

ผมน้ำหนัก 60 กิโล ปั่นวันอาทิตย์ วันเดียว น้ำหนักลดไป 3 กิโล เซ็งจังเลย อยากทำให้น้ำหนักเพิ่ม
From : ตาดิน [ 2 ก.พ. 47 - 11:41:17 น. ]


ความเห็นที่ 33
เมื่อก่อนผมหนัก 106 กก ปัจุบัน 72 กก ระยะเวลาในการลด 10เดือน สนมั้ย ไม่เสียตังค์ แต่ต้องอดทน trk@sanook เมล์มานะแล้วจะบอก
From : เสือเฒ่า [ 10 ก.พ. 47 - 22:28:35 น. ]

ความเห็นที่ 34
ลองสูตรนี้ดูครับ...เป็นของนอกที่เรียกว่า Atkins Diet

หลักๆก็คือพยายามหลีกเลี่ยงอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรทและเปลี่ยนมาเน้นอาหารประเภทโปรตีนแทน...ซึ่งในอันนี้จะต้องระวังด้วยเนื่องจากแม้กระทั่งผักบางชนิดก็มีคาร์โบไฮเดรทและ/หรือน้ำตาลสูง...อีกประการคือโปรแกรมนี้ไม่ควรใช้หากต้องแข่งขันหรือต้องขี่ทางไกลๆอย่างทริปไปหัวหินอาทิตย์นี้เนื่องจากร่างกายจะต้องใช้พลังงานโดยตรงจากอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรทเป็นเชื้อเพลิง...หาไม่ก็จะเกิดอาการชอรต์หรือที่เรียกว่าบ๊องซ์ได้

ลองดูนะครับ...ถ้าสนใจจะลด...เพราะเป็นโปรแกรมที่ใช้ได้ดีทีเดียว...และลองไปค้นดูรายละเอียดเพิ่มเติมในเวปของเขาได้ (ต้องขอประทานโทษที่จำชื่อเวปไม่ได้...ใครทราบช่วยที)

และตอบคุณ คห. ที่ 28...ถ้าอยากลดต้นขาและได้ขาที่เรียวสวย...ให้ลองปั่นทุกวันๆละ 1/2 ชม. ที่รอบขาประมาณ 100 รอบ/นาที อย่างต่อเนื่อง...รับรองว่าถ้าทำต่อเนื่องได้ทุกวันก็ไม่น่าจะเกินเดือน...จะต้องเล็กลงแน่นอนครับ
From : เสือพระราม 9 [ 11 ก.พ. 47 - 09:25:49 น. ]


ความเห็นที่ 35
หา ปั่นวันเดียวลด 3 กก อดข้าวมาป่ะเนี่ย
From : ใหม่ [ 11 ก.พ. 47 - 23:06:05 น. ]

ความเห็นที่ 36
ผมมีวิธีการลดน้ำหนักในแบบผสมผสานมาฝากนะครับโดยวิธีนี้จะทำให้ร่างกายไม่สูญเสียความสมดุลไปโดยหลักสำคัญคือการที่ร่างกายจะต้องได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วนนะครับ โดยเราจะสามารถทานอาหารได้ตามที่ต้องการในมีเช้า(หรือมื้อแรกของวันนะ) โดยสามารถทานข้าวหรืออาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลได้ ในมื้อที่สองของวันหรือมื้อเที่ยงนั้นของให้ทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ นม หรืออาหารจำพวกที่ให้โปรตีนสูง โดยจะต้องลดหรือไม่ทานอาหารประเภษคาร์โบรไฮเดรตเลยนะครับ ให้ดีมื้อที่สองนั้นจะต้องทานก่อนเวลาบ่ายสามโมงนะครับ เพื่อให้ร่างกายย่อยสลายพลังงานได้พอดีในแต่ละวัน ส่วนในมื้อเย็นนั้นเน้นเป็นพวกผักกับผลไม้จะดีกว่าเพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินเพียงพอ (งดผลไม้จำพวกที่มีน้ำตาลหรือแป้งในตัวมากๆเช่นทุเรียน หรือลำไยจะดีกว่านะ) และก็สามารถดื่มนมได้นะครับแต่ต้องในปริมาณที่พอเหมาะ และที่สำคัญจะต้องงดของจำพวกขนมขบเคี้ยวและขนมหวานโดนเด็ดขาดนะครับ (โดยเฉพาะขนมที่มีกะทิเพราะกะทิ 1 ช้อนมีพลังงานกว่า 700 Cal เชียว)
วิธีนี้จะได้ผลดีมากถ้ามีการออกกำลังกายด้วยโดยในระยะแรกแนะนำให้ออกกำลังกายเป็นเวลา 20-30นาทีนะครับพอร่างกายเริ่มชินแล้วก็ให้เพิ่มเวลาออกกำลังกายทีละ 10-15 นาที ถ้าจำเป็นที่จะไม่ได้ออกกำลังกายเป็นเวลาหลายวัน จะต้องงดอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลในมื้อเที่ยงนะครับไม่เช่นนั้น ร่างกายจะสร้างพลังงานส่วนเกินออกมา ซึ่งจะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้อีก
From : JoJo [ 24 ก.ค. 47 - 13:11:36 น. ]

ความเห็นที่ 37
ผมอายุ17ครับน้ำหนัก74กิโลครับสูง186ซ.ม.ไม่อ้วนครับแต่น้ำหนักผมไม่แน่นอนทุกวันเลยครับ บางวันน้ำหนักลดเหลือ71วันต่อมากินมากเลยขึ้นเป็น73แต่วันต่อมาเหลือ72บางที่ลดจาก74เป็น71เลยก็มีผมไม่เข้าใจจริงๆเลยครับ แล้วน้ำหนักผมก็จะเฉลี่ยราวๆ71-74ไม่เท่ากันสักวัน ผมออกกำลังกายทุกวันๆวันละ1-2ชมโดยขี่จักรยานแต่ผมไม่เข้าใจเลยเวลาหิวจัดกินมากก็เพิ่มมากแต่ลดเร็วมากคือตื่นมาวัดดูก็ลดแล้ว น้าๆหรือลุงหรือพี่ๆคนไหนรู้ช่วยตอบด้วยว่าผมเป็นแบบนี้เพราะอะไรหรือครับ
From : Chak [ 14 ก.ย. 47 - 11:43:52 น. ]

ความเห็นที่ 38

ผม เป็นคนๆนึงที่มีนำหนักตัวมากกว่า 85 กิโลกรัม มาตั้งแต่อายุ 12 ปี สาเหตุคือกินจุ ครอบครัวเลี้ยงแบบอยู่ดีกินดีมาตลอด จนผมอายุได้ 14 ปีผมเริ่มรู้สึกว่าไม่ได้แล้ว ต้องลดนำหนักแล้ว
และหลังจากนั้นผมก็ตั้งใจลดนำหนักอย่างจริงจัง และเป็นวิธีที่บางคนบอกไม่ดีไม่ได้ผล แต่ผมขอรับรองว่า "ผมทำได้และได้ผล" บางคนมักบอกว่าทำไม่ได้หรอก ชั้นอดไม่ได้ทำไม่ได้ ผมขอบอกว่าถ้าตั้งใจจริงรับรอง ใครๆ ก็ทำได้ ปัจจุบัญผมอายุ 18 ปี ผมมีนำหนัก 60 กก. มาตังแต่อายุ 15 ปี นำไม่เพิ่มขึ้นเลยไม่ขึ้นมาเลย และวิธีของผมคือ "ท่นอาหารวันละมื้อ" คือ เช้า หรือเที่ยง แค่มื้อเดียว แต่ห้ามทานเยอะ แค่จานเดี่ยวอะไรก็ได้ และห้ามตบท้ายด้วยของหวานเด็ดขาดเลยนะครับ แรกผมทำ เดือนแรก ลดได้ 8 กก. ดูเหมือนเว่อ นะครับ แต่เป็นเรื่องจริง ทางการแพทย์บอกว่า คนที่นำหนักตัวเยอะ จะสามารถลดได้เร็ว กว่าคน นำหนักตัวน้อยกว่า
พอมาเดือนหลัง ผมรู้สึกตัวว่ามันลดช้าลงผมเลยคิดว่าอยากหาตัวช่วยแล้วล่ะ แต่ผมไม่ได้ทานยานะครับ คือผมทานอาหารเสริม( ผมไม่ได้โฆษณา หรือขายของอะไรนะครับ เพี่ยงแค่อยากบอกให้ฟังว่ามันได้ผล อยากให้คนที่มีปัญหาลองดู ) ตัวแรกที่ทานเป็น สารสกัดส้มแขก กับโครเมี่ยม นำหนักก็ลดลงนะครับ หลายกิโล อยู่เหมือนกัน แต่พอเดือนหลังๆ มันช้าลงๆ ผมก็เลยเปลี่ยนมาทาน อาหารเสริมยี่ห้อ Hydrolite Strom ปรากฎว่านำหนักไม่กระดิกเลยครับ รู้สึกเหมือนถูกหลอกเลย เลยเปลี่ยนมาเป็น LCH ตัวนี้ทำให้นำหนักผมลดลงกว่า 10 กก.เลย สัดส่วนกระชับขึ้นมากเลย ขอยำผมไม่ได้โฆษณาให้ใคร เพราะไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่แล้วครับ เพียงแต่อยากบอกว่า มันช่วยให้คนที่มีปัญหาอย่างเราพ้นจากปัญหาได้จริงๆ
** แต่ข้อสำคัญที่สุดของการลดนำหนักนพครับ คือ ความตั้งใจจริงของตัวเรา เวลาที่เรากำลังคิดจะกินอาหารเพราะห้ามใจไม่ได้ ขอให้คิดเสมอ ( หากเป็นผู้หญิงให้ท่องว่า"สวย ๆๆๆๆ" ) (ถ้าเป็นชายก็ท่องว่า หล่อๆๆๆ ) แล้วจินตนาการภาพขแงตัวเราเองเวลาที่เราหุ่นดีสิ นั่นแหละครับเป็นอะไรที่สร้งกำลังใจให้เราได้อยางดีทีเดียว
**ให้กำลังใจตัวเองทุกครั้งที่นำหนักลดลงได้ ลองชมตัวเองว่า "เก่งมากเลย ว่ะลดลงแล้ว"
**อย่าชั่งนน.ทุกวัน เพราะนำหนักจะขึ้นๆลงๆตามอาหารที่ทานไป แนะนำว่า อาทิตย์ละครั้ง
**ถ้าเดินผ่านร้านอาหาร หรือเห็นคนอื่นกินของอร่อยๆ ก็ให้คิดว่า "ไอ้นั่นมันจะทำลายความผอมของเรา มันคือศัตรู ฆ่ามัน!!!"
**ก่อนนอนให้ท่องเสมอๆๆ ว่า "เราจะผอมๆๆๆ"
**หากช่วงไหนที่หนักไม่ลดลงตามเป้า ห้ามท้อเด็ดขาด ให้คิดว่า "อาทิตย์หน้าก็ลดล่ะ"(จงมีความหวังอยู่เสมอ นะ)
****** พอนำหนักลดลงได้ตามเป้าแล้ว และอยากคงที่ไว้ มันอยู่ที่การกินของเราเท่านั้นครับ ถ้าเรามีระเบียบในการกิน กินแค่พออิ่ม ควบคุมแคลลอรี่ไว้ครับและ ขอให้ทุกคนท่องไว้นะครับว่า "อย่าให้การกิน เป็นเรื่องใหญ่ ให้อาหารเป็นเพียงส่วนประกอบ ไม่ใช่เรื่องหลักของชีวิต " แค่นี้เราก็จะหุ่นดีตลอดไปแล้วล่ะครับ*****

From : Mr.Im@ge ครับ [ 10 พ.ค. 48 - 15:36:30 น. ]

ความเห็นที่ 39
อ้อ อยากเสริมครับว่า Atkins Diet ได้ผลจริงๆ แต่ต้องมีวินัยมากๆ
( 7 วันผมลด 2 กก.แน่ะ ) ใครอยากลองก็ทำดูนะ แต่แบบสุดๆเลยขอบอกว่ายาก
ซีอิ๊วก็ห้ามนะครับ ( คาร์บอไฮเดรต เยอะ)
คุณ Chak คห.37 ครับ อย่าชั่งนำหนักทุกวันสิครับ ที่มันเพิ่มขึ่นน่ะ มันคืออาหารที่อยู่ในลำใส้กับกะเพาะต่างหากกก
From : Mr.Im@ge ครับ [ 10 พ.ค. 48 - 15:44:31 น. ]

ความเห็นที่ 40
ผมลดนำหนักจาก106 เป็น95 ใช้เวลา 1เดือน คับ
ผมปั่นจักรยานทางไกลบ่อยๆ แล้วไม่กินข้าวเย็น
From : สปรินเตอร์ จันทบุรี [ 27 ก.ค. 48 - 18:06:56 น. ]

ความเห็นที่ 41

From : 1 [ 28 ก.ค. 48 - 10:29:37 น. ]

ความเห็นที่ 42
เปนคผอมที่มีเหนียงค่ะ(คางสองชั้น)พอดีมีช่วงนึงทานเยอะน้ำหนักเบยขึ้น เเล้วถ้าลดเหนียงจะลดตามมั้ยคะ
From : bee [ 27 พ.ค. 49 - 11:56:37 น. ]

ความเห็นที่ 43

อิอิ ลดครับ
From : joa [ 13 ธ.ค. 49 - 15:51:36 น. ]

ความเห็นที่ 44
ความคิดเห็นที่ 43 น่ารักจัง
From : สมาชิกใหม่ [ 9 เม.ย. 50 - 16:23:48 น. ]

ความเห็นที่ 45
เราเคยลองมาเกือบทุกสูตรแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสูตร3วันม 7วัน หรือ 13วันแต่ ไม่เคยจะกินได้ครบตามที่เค้ากำหนดมาเลย ตอนนี้เลยลองกำหนดอาหารในแบบของตัวเอง โดยการคำนวนcalories ของอาหารที่เราควรกินในแต่ละวัน โดยจะเน้นอาหารที่ต้ม นึ่งเป็นหลัก ส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบกินเกาเหลาอยู่แล้วเลยค่อนข้างจะสบายหน่อย ถ้าวันไหนอยากกินของทอดก็จะกินให้หายอยากแค่1-2ชิ้นก็พอนะคะ ไม่ใช่อดไปเลย เพราะเรากลัวตบะแตกที่สุด และการออกกำลังกายก็สำคัญนะคะ เพราะจะทำให้ร่างกายเผาผลาญได้มากกว่าอยู่เฉยๆๆ ขอบอกว่าเวริกมากๆๆ เพราะตอนนี้นำหนักลดไป7 กิโลแล้วในระยะเวลา 2เดือน
From : TK [ 7 ส.ค. 50 - 16:54:58 น. ]

ความเห็นที่ 46
แนะนำนะค่ะ ว่าให้ใช้วิธีโภชนาการบำบัดค่ะ เพราะร่างกายของคนเราประกอบด้วยเซลล์ขนาดเล็กๆ อันเป็นหน่วยย่อยที่สุดของชีวิตจำนวนมากมาย และเซลล์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ต้องการโภชนาการที่เหมาะสมในการปฎิบัติหน้าที่อันสำคัญซึ่งได้แก่ ขบวนการเผาผลาญอาหาร การเติบโต การซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ การขจัดสารพิษ และการสร้างเซลล์ใหม่ค่ะ ใช้วิธีนี้จะช่วยเราในการลดเฉพาะส่วนได้ด้วยนะค่ะ
ถ้าสนใจอยากได้ข้อมูลเพิ่มก็โทรมาสอบถามได้นะค่ะที่เบอร์ 0859992613 ฟรีค่ะ

From : แอ [ 31 ส.ค. 50 - 19:08:27 น. ]

ความเห็นที่ 47
เราอ้วนเพราะกินเยอะ เพราะไขมัน เพราะแป้ง แต่บางคนกินเยอะเท่าไหร่กลับไม่อ้วน เพราะอะไรคะ

และทำไมอาหารถึงทำให้เราป่วยได้ ทั้งโรคตับ โรคไต เบาหวาน เคยสงสัยไม๊คะ

เคยได้ยินคำว่า You are what you eat มั้ยคะ ลองนึกกันดี ๆ เราโตเพราะอาหาร เราป่วยเพราะอาหาร และทำไมเราจะอายุยืน สุขภาพดีเพราะอาหารไม่ได้

เราหายป่วยได้เพราะกินยา ไม่ว่าจะเป็นยาแก้ปวด ยาปฎิชีวนะ หรือ แม้แต่เราคุมกำเนิดได้ด้วยยาเม็ดเล็ก ๆ เม็ดเดียว/วัน

เพราะฉะนั้น อย่าประเมิณอาหารทุกอย่างที่เรากินเข้าไปสู่ระบบในร่างกาย ร่างกายมนุษย์ทำงานอย่างน่าอัศจรรย์ และระบบการทำงานเพื่ออยู่รอดของมนุษย์เป็นสิ่งมหัศจรรย์เหลือเชื่อบนโลกนี้ที่เป็นวิทยาศาสตร์

*** แล้วทำไมเราจะกินเพื่อผอมไม่ได้ ***

เราเคยลดน้ำหนักมาหลายวิธีจริง ๆ ลองทุกอย่าง จ่ายเงินหมดไปเยอะ ท้อแท้กับการลดน้ำหนัก จนในที่สุดต้องพึ่งตัวเอง และเรากล้าพูดได้ว่า วิธีที่ดีที่สุดในการลดน้ำหนักคือ การกินตามที่ร่างกายต้องการเท่านั้น เราต้องใช้หลักโภชนาการบำบัดค่ะ ถ้าคุณลดน้ำหนักโดยอดอาหาร น้ำหนักลงจริงแต่คุณกำลังทำลายระบบสมดุลย์ในร่างกาย และคุณกำลังรังแกมันโดยไม่รู้ตัว มันเลวร้ายจริง ๆ ค่ะ สังเกตดูคนรอบข้างสิคะ พออายุมากขึ้นอ้วนทุกคน แล้วอ้วนแบบรูปร่างเปลี่ยนแปลงทั้งห้อย ทั้งย้อย ทั้งส่วนเกิน นั่นเป็นเพราะระบบการทำงานในร่างกายเปลี่ยนแปลงทำงานไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และยังเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคสะสมต่าง ๆ นานา "เลิกทำร้ายร่างกายตัวเอง แล้วหันมารักษาสุขภาพของเราให้อยู่ได้นาน ๆ กันเถอะค่ะ"

ถ้าสนใจเราจะแนะนำให้นะ ลองทำตามดูแล้วจะรู้ว่าได้ผลจริง เราศึกษาเรื่องลดน้ำหนักมาเยอะ ว่าทำไมเราถึงอ้วน พอเริ่มศึกษามากขึ้นก็เริ่มลงลึกถึงหลักการแพทย์ จนเราได้ค้นพบหลักโภชนาการบำบัดด้วยตัวเอง และดูแลตัวเองจากการกินอาหาร เราใช้วิธีคำนวณแคลลอรี่เลยแหละ อาทิตย์แรกเราลดได้ 3 กก.เราดีใจมาก เราไม่ต้องอดของหวาน ของอร่อยที่เคยชอบ ไม่ต้องลดน้ำอัดลม ไม่ต้องนั่งกลืนน้ำลายเวลาเห็นข้าวขาหมู จริง ๆ แล้วร่างกายคนเราต้องการสารอาหารครบ 5 หมู่นะ เราลดจาก 60 กก.เหลือ 54 กก.ภายใน 1 เดือนกว่า ๆ จนทุกคนรอบข้างแปลกใจ และเราก็แนะนำแต่ละคนตัวต่อตัวเลย เพื่อนซี้เราก็ทำตามที่เราแนะนำ ลดได้จนสเลนเดอร์เหมือนเดิม และไม่เคยกลับไปอ้วนอีกเลย น้ำหนักเราคงที่มา 3 ปีเต็ม ๆ ย่ำอยู่กับที่ 54-55 กก. ซึ่งเราพอใจมาก ๆ เวลาใครถามเคล็ดลับเราจะบอกเลย ไม่ต้องไปเสียเงินลดน้ำหนักที่ไหน เพราะส่วนใหญ่ไม่ได้ผลค่ะ คุณต้องทำด้วยตัวเอง ด้วยแรงบันดาลใจที่คุณมี แล้วคุณยังมีความสุขได้จากการกิน ไม่ต้องทรมาน ไม่ต้องออกกำลังกาย ไม่ต้องกินยาลดน้ำหนักเสี่ยงตายด้วย

เอาง่าย ๆ นะ ถ้าคุณเป็นคนไม่เคยออกกำลังกาย ร่างกายคนเราจะเผาผลาญแคลอรี่จากชีวิตประจำวันอยู่ที่ประมาณ 300-400 กก.แคลลอรี่ / วัน ถ้าสมมติร่างกายคุณต้องการแคลลอรี่ที่ 1600 กก.แคลลอรี่/วัน แต่คุณกินแค่ 1000 กก.แคลลอรี่ต่อวัน ลบด้วย 300 ที่ใช้ไป หมายความว่าร่างกายคุณมีแคลลอรี่สะสมอยู่ที่ 700 กก.แคลลอรี่ และมันจะเอาพลังงานนี้แหละค่ะไปใช้งาน เพราะฉะนั้นคุณจึงผอมได้นะคะ

สูตร :

1. ผู้หญิง นน.ปัจจุบัน x 25 ผู้ชายให้เอา นน.ปัจจุบัน x 30 คุณก็จะรู้ว่าวันนึงร่างกายคุณต้องการพลังงานเท่าไหร่ ตัวอย่างนะคะ

2. ร่างกายต้องใช้พลังงานถึง 1350 กก.แคลลอรี่ ในการลดน้ำหนักให้ได้ 1 กก.**

3. ร่างกายเผาผลาญในชีวิตประจำวันโดยไม่ออกกำลังกายได้เพียง 300 กก.แคลลอรี่ ต่อวัน เพราะฉะนั้นการลดน้ำหนักโดยไม่ออกกำลังคุณต้องใช้พลังงานให้ได้ 1050 กก.แคลลอรี่ต่อวัน

ถ้าสมมติร่างกายคุณต้องการแค่วันละ 1500 กก.แคลลอรี่ แต่คุณกินมากถึง 2000 กก.แคลลอรี่แถมยังไม่ได้เผาผลาญ นั่นเท่ากับว่าภายใน 1 เดือนน้ำหนักคุณจะเพิ่มขึ้น 2000-300-1500= มีส่วนเกิน 200 กก.แคลลอรี่ต่อวัน x 30 วัน=6,000 กก.แคลลอรี่ หาร 1350 = 4.45 กก.

** เพราะฉะนั้น น้ำหนักคุณจะขึ้นมาอยู่ที่ 4.5 กก.ใน 1 เดือน **

ตัวอย่าง ตอนนั้น เราสูง 165 ซม. หนัก 60 กก. ร่างกายเราต้องการพลังงาน 1500 กก.แคลลอรี่ (60x25=1500)

ถ้าเราอยากจะลด 6 กก.ภายใน 1 เดือน เราต้องใช้พลังงานให้ได้ 8100 กก.แคลลอรี่ (6x1350=8100) หาร 30 = 270 กก.แคลลอรี่ต่อวัน เพราะฉะนั้นการลดน้ำหนักให้ได้ตามเป้าก็แค่กินอาหารให้ไม่ไห้เกิน 1230 กก.แคลลอรี่ (1500-270=1230) ใน 1 เดือนเราก็จะลดน้ำหนักได้ 6 กก. ฟังดูง่ายไม๊คะ

อันนี้คือที่เราค้นพบด้วยตัวเองนะ ถ้าใครทำได้ก็ลองทำแล้วมาเล่าให้ฟังบ้าง แต่ถ้าทำไม่ได้ ตอนนี้เค้าก็มีโปรแกรมลดน้ำหนักด้วยหลักการเดียวกัน เราชอบเลยขายอยู่ด้วย เป็นผลิตภัณฑ์ Herbalife นะ สนใจโทรคุยกันได้ ถ้าไม่อยากซื้อเราจะแนะนำวิธีลดด้วยตัวเองให้ เราชื่อ บี โทร. 086-5439307

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ

From : บี [ 17 ก.ย. 50 - 19:03:33 น. ]


ความเห็นที่ 48
ถ้าสนใจลดน้ำหนักแบบจริงจังโทรมาปรึกษาเราซิ เราสามารถลดได้ 10 กก. ภายใน 2 เดือน
แสงอรุณ 081-3083484
From : แสงอรุณ 081-3083484 [ 25 ต.ค. 50 - 17:57:17 น. ]

ความเห็นที่ 49

ใครเข้ามาช้วยบอกเราทีนะว่าอย่างเราอ้วนมากรึเปล่า เข้ามาคุยกันได้นะคะ
086-1498525
From : Flimja [ 29 ต.ค. 50 - 14:13:39 น. ]

ความเห็นที่ 50
หนูอ้วนหนูพยายามลดน้ำหนักแต่ก็ลดไม่ได้ซักทีหนูกินอาหารวันละพอเหมาะแล้วและหนูก็ทำตามทุกขั้นตอนที่อินเตอร์เน็ตเขียน,พิมพ์มาตลอดเลยค่ะแต่ยังอ้วนอยู่เหมือนเดิมเพื่อนๆที่โรงเรียนเรียกหนูว่าอีช้างน้ำค่ะเริ่มโกรธแล้วนะไม่รู้โกหกรึเปล่าและที่ร.ร.หนูครูประจำชั้นห้องม.3
ยังอ้วนเหมือนหนูและครูก็ชอบหยอกหนูว่าลูกสาวครูค่ะ หนูขอเล่าแค่นี้นะคะ อ๋อลืมไปหนูลืมแนะนำตัวเอง หนูชื่อนางสาวนิตยา อักษรชู ชื่อเล่นสาม เป็นบุตรของนายวิจิตร อักษรชู เป็นบุตรลำดับที่3 ผู้หญิง 1คน ผู้ชาย2 คน ชอบอ่านหนังสือท่กสิ่งที่กลัวที่สุดคือ
ความสูง คติประจำใจคือ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน หนูต้องรีบกลับเข้านอนก่อนค่ะบ๊าบบ่าย
From : มีน [ 14 ธ.ค. 50 - 17:42:57 น. ]

ความเห็นที่ 51
หนูอ้วนหนูพยายามลดน้ำหนักแต่ก็ลดไม่ได้ซักทีหนูกินอาหารวันละพอเหมาะแล้วและหนูก็ทำตามทุกขั้นตอนที่อินเตอร์เน็ตเขียน,พิมพ์มาตลอดเลยค่ะแต่ยังอ้วนอยู่เหมือนเดิมเพื่อนๆที่โรงเรียนเรียกหนูว่าอีช้างน้ำค่ะเริ่มโกรธแล้วนะไม่รู้โกหกรึเปล่าและที่ร.ร.หนูครูประจำชั้นห้องม.3
ยังอ้วนเหมือนหนูและครูก็ชอบหยอกหนูว่าลูกสาวครูค่ะ หนูขอเล่าแค่นี้นะคะ อ๋อลืมไปหนูลืมแนะนำตัวเอง หนูชื่อนางสาวนิตยา อักษรชู ชื่อเล่นสาม เป็นบุตรของนายวิจิตร อักษรชู เป็นบุตรลำดับที่3 ผู้หญิง 1คน ผู้ชาย2 คน ชอบอ่านหนังสือท่กสิ่งที่กลัวที่สุดคือ
ความสูง คติประจำใจคือ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน หนูต้องรีบกลับเข้านอนก่อนค่ะบ๊าบบ่าย
From : สาม [ 14 ธ.ค. 50 - 17:43:08 น. ]

ความเห็นที่ 52
หนูอ้วนหนูพยายามลดน้ำหนักแต่ก็ลดไม่ได้ซักทีหนูกินอาหารวันละพอเหมาะแล้วและหนูก็ทำตามทุกขั้นตอนที่อินเตอร์เน็ตเขียน,พิมพ์มาตลอดเลยค่ะแต่ยังอ้วนอยู่เหมือนเดิมเพื่อนๆที่โรงเรียนเรียกหนูว่าอีช้างน้ำค่ะเริ่มโกรธแล้วนะไม่รู้โกหกรึเปล่าและที่ร.ร.หนูครูประจำชั้นห้องม.3
ยังอ้วนเหมือนหนูและครูก็ชอบหยอกหนูว่าลูกสาวครูค่ะ หนูขอเล่าแค่นี้นะคะ อ๋อลืมไปหนูลืมแนะนำตัวเอง หนูชื่อนางสาวนิตยา อักษรชู ชื่อเล่นสาม เป็นบุตรของนายวิจิตร อักษรชู เป็นบุตรลำดับที่3 ผู้หญิง 1คน ผู้ชาย2 คน ชอบอ่านหนังสือท่กสิ่งที่กลัวที่สุดคือ
ความสูง คติประจำใจคือ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน หนูต้องรีบกลับเข้านอนก่อนค่ะบ๊าบบ่าย
From : สาม [ 14 ธ.ค. 50 - 17:43:08 น. ]

ความเห็นที่ 53
อีเปรต
From : . [ 14 ธ.ค. 50 - 17:51:24 น. ]

ความเห็นที่ 54

TRA The Right Approach คือผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมการเผาผลาญพลังงาน ลดการสะสมของไขมัน และดักจับไขมันและลดการดูดซึมของคาร์โบไฮเดรต ทำให้การดูแลรูปร่างประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ต้องการ
TRA .The Right Approach เราเลือกสรรค์ผลิตภัณฑ์และวิธีการที่ได้ประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเหมาะสมแก่ผู้บริโภคอย่างถูกวิธี โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญและเภสัชกรคอยให้คำปรึกษา เพื่อสุขภาพผิวและสุขภาพกายที่ดีที่สุดของผู้บริโภค โดยสามารถพิสูจน์ได้ทั้งผลทางด้านความรู้สึกและกระบวนการวัดผลทางวิทยาศาสตร์


วิธีการ ลดน้ำหนัก แบบทั่วๆไป
1. ใช้ยาลดน้ำหนัก เกิดอาการโยโย่
2. อดอาหาร เกิดอาการร่างกายขาดสารอาหาร
3. ผ่าตัด ดูดไขมัน เจ็บตัวเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
4. ฝังเข็มเพื่อลดความอยากแต่พอเราหยุดฝังเข็มก็หิวเหมือนเดิม
5. ใช้ความร้อนขับเหงื่อ ข้อเสียคือร่างกายสูญเสียน้ำ
6. ใช้ยาถ่ายในการลดน้ำหนัก น้ำหนักตัวลดจริงแต่สิ่งที่ลดคือน้ำไม่ใช่ไขมัน พอเราทานน้ำเข้าไปน้ำหนักตัวก็เหมือนเดิม
7. วิธีการแปลกๆ ที่อย.ไม่ได้รับรอง

ทั้งหมดนี้เป็นการลดที่ ผิดหลัก เพราะจะทำให้น้ำหนัก ลดลงชั่วคราวแต่จะกลับมา โยโย่อย่างถาวร

จุดเด่นของโปรแกรมการลดน้ำหนัก TRA – The Right Approach

1. ควบคุม ความอยาก และทำให้อิ่มเร็ว
2. ลดการสะสมของไขมันใหม่ เร่งการเผาผลาญของไขมันเก่า
3. ดักจับไขมันจากอาหารเพื่อยับยั้งการดูดซึมไขมันเข้าสู่ร่างกาย
4. เพิ่มการเผาผลาญพลังงาน ลดการสะสมของไขมันในร่างกาย
5. คุมระดับของฮอร์โมนคอร์ทิซอล ที่เกิดจากความเครียดเพื่อลด ไขมันบริเวณหน้าท้อง และไม่ทำให้หิวบ่อยช่วยให้เกิดความผ่อนคลายเวลาหิว
6. ยับยั้งเอนไซม์อะมัยเลส ซึ่งทำหน้าที่ย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ ช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็ว ลดพลังงานที่ได้รับจาก คาร์โบไฮเดรต
7. เสริมการทำงานของฮอร์โมน อินซูลิน ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล ซึ่งมีผลลดอาการหิวบ่อยได้
8. เพิ่มเปอร์เซ็นต์กล้ามเนื้อ โดยการเปลี่ยนไขมันเป็นกล้ามเนื้อ
9. เพิ่มการสร้างมวล กล้ามเนื้อให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้ไม่กลับมา โยโย่ ในภายหลังหยุดรับประทาน
10. หน้าตา และร่างกายไม่ทรุดโทรม ระหว่างการลดน้ำหนัก เพราะมีวิตามินและเกลือแร่ที่ร่างกายต้องการ 17 ชนิด
11. TRA ไม่ใช่ยา จึงไม่มีผลข้างเคียงหรือเกิดสารตกค้าง


อันตรายจากโรคอ้วน

โรคอ้วนในไทย แนวโน้มที่คนไทยเป็นโรคอ้วนสูงขึ้นถึง ร้อยละ 30 ของจำนวนประชากรทั้งหมด (เดินมา 3 คน ต้องมีคนอ้วน 1 คน หรืออาจจะอ้วนทั้ง 3 คนก็อาจเป็นไปได้ ง่ายๆลองมองคนข้างๆคุณดูว่ามีพุงหรือเปล่า) ภาวะแทรกซ้อนที่ใหม่และอันตรายมากที่สุดคือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เพราะการทำงานปอดของคนอ้วนขยายตัวไม่ดี ออกซิเจนไม่สามารถไหลเวียนสู่สมองได้ ทำให้เกิดอาการหยุดหายใจและเสียชีวิตได้ ซึ่งพบว่าคนอ้วนสามารถเกิดภาวะนี้ได้ถึงร้อยละ 40 ของคนอ้วน" นอกจากความอ้วนจะทำให้ขาดความมั่นใจ ขาดความคล่องตัว เสียบุคลิกภาพ รูปร่างไม่ดีแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพและเพิ่มความเสี่ยงของ...

โรคเบาหวาน 5 เท่า
โรคความดันโลหิตสูง 3.5 เท่า
โรคไขข้อเสื่อม 1.5 เท่า
โรคเก๊าต์ 2.5 เท่า
โรคหัวใจและหลอดเลือด 2 เท่า
ฮอร์โมนผิดปกติ เป็นหมัน 3 เท่า
โรคไขมันในเลือดผิดปกติ โรคมะเร็ง โรคนิ่วในถุงน้ำดี ฯลฯ

สาเหตุคนไทยน้ำหนักเกิน

60% จะเลือกกินอาหารโดยคำนึงถึงความอร่อยอย่างเดียว
20% คำนึงถึงความอร่อยและคุณภาพ
20 % คำนึงถึงคุณภาพอาหารเป็นหลัก
การบริโภคน้ำตาลเพิ่มมากขึ้นโดยเพิ่มจากคนละ 12 กิโลกรัมต่อปีในปี 2526 เป็น 30 กิโลกรัมต่อปี ในปี 2546


***เราต้องการบุคคลที่มีความ จริงจัง และ ตั้งใจ ในการลดน้ำหนักเท่านั้น***
บริษัทมีการจัดอบรม เรื่องการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี ทุกอาทิตย์ ฟรี (ซื้อหรือไม่ซื้อเราไม่ว่ากันเรายินดีให้คำปรึกษากับทุกท่าน)
ภายใน 3 เดือนถ้าไม่เห็นผลบริษัทยินดีคืนเงิน

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ คุณปอน 083-0414047

From : ตรี [ 21 ธ.ค. 50 - 13:34:57 น. ]


ความเห็นที่ 55


อาหารเสริม สารต้านอนุมูลอิสระ Lifepak (ไลฟ์แพ็ก )

Lifepak ของ Nuskin ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงในระยะยาว เพราะครบถ้วนด้วยสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง วิตามิน เกลือแร่ และสารไฟโต นิวเทรียนท์ (สารสกัดจากพืช ผัก ผลไม้) ในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกายและร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้เต็มที่ สามารถทานต่อเนื่องได้ โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ราคาไม่แพงอย่างที่คุณคิด เมื่อเปรียบเทียบกับการกินอาหารเสริมยี่ห้ออื่นๆ ที่ต้องกินหลายอย่าง แต่ Lifepak เป็นอย่างเดียวที่รวมครบไว้ในหนึ่งเดียว

Lifepak ออกรายการทางโทรทัศน์ประมาณ 8 รายการ เช่น ทไวท์ไลฟ์ โชว์,ผู้หญิงถึงผู้หญิงสวย,กล่องดำ,ร้านชำยามเช้า

Lifepak ได้รับคัดเลือกให้เป็น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สำหรับนักกีฬา ระดับโลก Olympic Game 6 ครั้งติดต่อกัน นักกีฬาที่ทาน เช่น คุณปิยะพงษ์ ผิวอ่อน คุณโจ้ สืบศักดิ์ ผันสืบ คุณต่อลาภ เสฎฐโสธรนักกีฬาเหรียญทองว่ายน้ำเอเชี่ยนเกมส์ คุณณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ นักแข่งรถอาชีพ ดร.ฐะนีย์นาถ ทองสิมา , คุณเชิดศักดิ์ ชัยบุตรอดีตโค้ชฟุตบอลทีมชาติไทย และสโมสรการท่าเรือ เพราะฉะนั้นแน่ใจได้เลยว่าไม่มีสารตกค้างแน่นอน

Lifepak อันดับ 1 รับรองโดยสถาบันที่ต่างประเทศว่า ดีกว่า Centrum, Double X Blackmore,

ความปลอดภัยของ Lifepak

1.ไม่มีสารตกต้าง ไม่สารเคมี ผลการตรวจสอบจากองค์การอาหารและยา นานาชาติอเมริกา และ อย.ของไทย

2. คุณภาพในการผลิต ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบจากที่ๆ ดีที่สุดของวัตถุดิบแต่ละตัว เพราะว่าพืชผักแต่ละชนิดชอบสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน รวมถึงขั้นตอนการผลิตการควบคุมคุณภาพ จนถึงบรรจุภัณฑ์

3. สิ่งที่สำคัญมากๆ สามารถตรวจวัดได้ ด้วยเครื่อง Biophotonic scanner เป็นนวัตกรรมใหม่ สามารถตรวจวัดในเชิงวิทยาศาตร์ได้ โดยมากเกือบทุกยี่ห้อก็บอกว่าของตนเองดี ถามว่าวัดจากอะไร (ความรู้สึกของผู้ทาน) แต่เดี๋ยวนี้มีการตรวจวัดทางวิทยาศาสตร์ได้แล้ว

4.LifePak จะมีสูตรที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค เพื่อช่วยเสริมกับลักษณะการทานอาหารประจำวันของแต่ละภูมิภาคได้อย่างเหมาะสม

ประโยชน์ของ Lifepak ไลฟ์แพ็ก

1.รวมคุณค่า 5 สูตร สารอารอาหาร 44 ชนิด ครบถ้วนด้วยสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง และสารอาหารอื่นๆ
2. ปกป้องการเสื่อมของเซลล์ สาเหตุหนึ่งของการเกิด โรคมะเร็ง หัวใจ เบาหวาน ความดัน ระบบภูมิคุ้มกัน การแก่ก่อนวัย และสาเหตุของการเกิดโรคอีกกว่า 200 ขนิด
3. ป้องกันโรคหัวใจ ส่งเสริมระบบการไหลเวียนของเลือด ลดคลอเลสเตอรอลในร่างกาย
4. ป้องกันโรคเบาหวาน ดูแลการเผาผลาญกลูโคส และอินซูลินที่ควบคุมน้ำตาลในร่างกาย
5. ป้องกันการเป็นภูมิแพ้ การเป็นหวัด เสริมการทำงานของภูมิคุ้มกัน
6.เสริมสร้างกระดูกและฟัน การอักเสบของเหงือก เลือดออกตามไรฟัน
7.ส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรงในระยะยาว
8.การนอนหลับดีขิ้น ตื่นขึ้นมา รู้สึกสดชื่น ไม่เพลีย
9.สำหรับผู้ที่มีปัญหา ปวดประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่ปกติ

FDA ของประเทศอเมริกา (Food And Drug Administer หรือ อย. อเมริกานั่นเอง) ได้ตั้ง ข้อกำหนดของอาหารเสริมที่ครบถ้วนไว้ 11 criteria ผมจะขอพูดถึงอาหารเสริมที่นำเข้ามาขายในเมืองไทยว่าผ่านกันกี่ข้อดังต่อไปนี้

1 HERBALIFE formula 2&3 ผ่าน 1 ข้อ จาก 11 ข้อกำหนด
2 Lederie CENTRUM silver ผ่าน 2 ข้อ จาก 11 ข้อกำหนด
3 GNC men’s vita pak ผ่าน 2 ข้อ จาก 11 ข้อกำหนด
4 Morinda NONI hoa one ผ่าน 2 ข้อ จาก 11 ข้อกำหนด
5 REXALL showcase ultima plenamins ผ่าน 3 ข้อ จาก 11 ข้อกำหนด
6 NATURE’S SUNSHINE super supplemental ผ่าน 5 ข้อ จาก 11 ข้อกำหนด
7 AMWAY nutrilite doubleX ผ่าน 5 ข้อ จาก 11 ข้อกำหนด
8 GNC ultra mega for women ผ่าน 6 ข้อ จาก 11 ข้อกำหนด
9 LIFEPAK ผ่าน 11 ข้อ จาก 11 ข้อกำหนด

1 กล่องประกอบด้วย 60 ซอง 180 เม็ด
ราคา ปลีก 4,000 บาท
ราคา MEMBER (ลด 30%) 2,800 บาท
ราคา VIP ( Guarantee ) ลด 55% 2,100 บาท

Course VIP ของบริษัท ได้รับสิทธิประโยชน์ดังนี้
1. Voucher 500 บาท Member Free ! ตลอดชีพ
2. Voucher 100 บาท ตรวจวิเคราะห์ผิวหน้าเชิงลึก 6 มิติ
3. บริการจัดส่งสินค้าถึงบ้าน ฟรี !

ข้อมูลทุกอย่างมีหนังสือยืนยันและผลการวิจัยรับรอง(ขอข้อมูลเพิ่มเติมได้)
หมายเหตุ แหล่งที่มา www.fda.com , www.supplementwatch.com,www.pharmanex.com

เว็บไซต์ที่แนะนำเป็นเว็บไซด์ ส่วนกลางที่ให้ข้อมูลด้านโภชนาการ มีการจัดอันดับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยนักวิทยาศาสตร์ด้านโภชนาการครับ……ในท้องตลาดอาหารเสริมมีมากกว่า 500 ยี่ห้อแต่ทุกที่จะบอกว่าของตัวเองดีกว่าของเจ้าอื่นทุกอย่าง แต่ของผมแตกต่างกว่าที่สามารถ ตรวจวัดได้.....ทั้งก่อนกินและหลังกิน

สนใจข้อมูล ติดต่อคุณตรีบดินท์ 083-8800098 083-0414047
บริษัทอยู่ที่ SCB อาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่


From : ตรี [ 21 ธ.ค. 50 - 13:45:51 น. ]


ความเห็นที่ 56

เคยลองมาหลายวิธีแล้วค่ะ จนตอนนี้เริ่มที่จะท้อแล้ว...อยากจะลดปริมาณการทานอาหารโดยเฉพาะมื้อเย็น เพราะกลับมาจากวิท,ลัย คุณแม่ทำอาหารรอไว้แล้วค่ะ...แต่ตอนนี้ลองทาน L C H ไม่รู้ว่าจะได้ผลไหม แต่จะพยายามให้ได้ค่ะสู้ๆ
From : นู๋โบว์ [ 14 ก.ค. 51 - 16:29:31 น. ]


กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ