00001
เทคโนโลยีสงครามแห่งศตวรรษที่ 21ภาค 2
คุณ Wang กรุณากลับมาให้ความรู้แก่พวกเราด้วยเถอะครับ กำลังติดตามด้วยความตื่นเต้นอยู่เลย
...สำหรับท่านอื่นๆ ที่จะเข้ามานำเสนอเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (หรือไม่เกี่ยวข้องก็ตาม) กรุณาไตร่ตรองข้อความของคุณ ก่อนที่จะ Post ด้วยเถิดครับ ทราบดีว่าท่านที่มีข้อมูลก็อยากที่จะนำเสนอ แต่ก็ขอให้อยู่ในกรอบของตัวเอง อย่าใช้คำพูดกระทบกระเทียบท่านอื่นเลยครับ เราทุกคนต่างก็ต้องการรู้ในสิ่งที่เราสนใจกันทั้งนั้น และยิ่งเป็นเหตุการณ์ปัจจุบันอย่างนี้ด้วยแล้ว
....ขอทีเถอะครับ ช่วยกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้ดำรงอยู่ใน ThaiMTB.com ด้วยนะครับ.

....ติดตามอ่านกระทู้ภาคแรกได้ลิงค์นี้ครับ
สหรัฐบอมบ์ อัฟกานิสถานแล้วครับ ...(เทคโนโลยีสงครามแห่งศตวรรษที่ 21ภาค 1)


By : . [ 14 ต.ค. 44 - 22:22:44 น. ]


ความเห็นที่ 1
เราน่าจะร่วมแจมกระทู้ หรือสนับสนุนข้อมูลความรู้ อยู่ในกรอบที่ตนเองถนัด อย่างรักษาหน้ากันนะ
เพราะจะเป็นผลดีแก่ผู้อ่าน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
เรื่องที่อยู่ในความสนใจของคนทั่วๆ ไป ที่ไม่กระทบต่อความรู้สึกของใครโดยตรง เช่น
- ข้อมูลเกี่ยวกับเขี้ยวเล็บของแต่ละฝ่าย
- ลักษณะการยุทธ์ของแต่ละฝ่าย
น่าจะเป็นประเด็นพูดคุยกันได้ยืนนานกว่า การลงความเห็นไปในทำนองว่า ฝ่ายใดถูก ฝ่ายใดผิด
หรือชอบ หรือไม่ชอบฝ่ายใด เพราะในหมู่ผู้อ่านจำนวนมากนั้น นอกจากมากความคิดเห็นแล้ว
ยังหลากความรู้สึกนึกคิดอีกด้วย ผมเห็นว่า ถ้าเราพูดคุยกันในเรื่องราวเกี่ยวกับอัฟกานิสถาน ให้มากทางด้านข้อมูลข่าวสาร แต่ให้น้อยทางด้านความคิดเห็นและความรู้สึกส่วนตัว ก็จะกระทบกันเองน้อยลง

From : คนไทยด้วยกัน [ 14 ต.ค. 44 - 23:17:31 น. ]

ความเห็นที่ 2
ใช่ครับ บางคำเวลาที่เรา post เราอาจไม่คิดอะไร แต่คนอื่นกลับคิดก็ได้ ช่วยกันระวังหน่อยนะครับ
ถ้าเฮีย Wang มีข้อมูลเรื่องเทคโนฯก็เชิญต่อเลยครับ หลายคนตามอ่านอยู่ เรื่องกำลังเข้มข้นเลยครับ

From : nbt [ 15 ต.ค. 44 - 02:00:21 น. ]

ความเห็นที่ 3
ขอบคุณทุกท่านในกำลังใจทั้งในนี้และทางโทรศัพท์ครับ

เมื่อคืนก็เป็นคืนแรกที่ผมได้นอนอย่างเต็มที่ ตื่นมายังนึกดีใจว่าตั้งแต่นี้ไปคงไม่ต้องนอนดึกๆเพื่อเตรียมข้อมูลอีกแล้ว

ก่อนอื่นขอเรียนให้ทราบว่า การเขียนเรื่องราวลงเวปที่เป็นการสื่อสารสองทางนั้น..ยากมาก............เพราะหากเขียนไม่รัดกุม ก็จะกลายเป็นจุดบกพร่องให้เกิดการโต้แย้ง แต่ถ้าเขียนให้รัดกุมไปหมด ก็ต้องขยายความกันจนเยิ่นเย่อ ไม่น่าอ่าน

หากข้อมูลของผมมีจุดบกพร่อง ผมยินดีรับฟังคำทักท้วงจากทุกท่านครับ และจะดีใจอย่างยิ่งหากเพื่อนๆจะช่วยเข้ามาแก้ เข้ามาเสริม ให้เกิดความหลากหลายของข้อมูล

ผมขออย่างนี้นะครับ หากท่านใดจะเข้ามาเสริมข้อมูลที่พาดพิงถึงสิ่งที่ผมนำเสนอไป ขอความกรุณาใช้ชื่ออันเป็นที่รู้จัก และมีช่องทางที่ผมจะติดต่อได้จากข้อมูลในมุมสมาชิก เพื่อว่า เราจะได้พูดคุยถึงความไม่เข้าใจ”หลังไมค์” หลีกเลี่ยงการโต้วาทะและวาทีบนเวป


From : Wang [ 15 ต.ค. 44 - 13:46:29 น. ]


ความเห็นที่ 4

พอดีหนังสือที่เกี่ยวกับยุทโธปกรณ์ ผมขนกลับบ้านไปตั้งแต่วันเสาร์เพื่อสแกนภาพเตรียมข้อมูลสำหรับสัปดาห์นี้ และข้อมูลที่เคยเตรียมไว้ก็ลบออกจากคอมฯไปหมดแล้ว ที่อยู่ใกล้พอไขว่คว้าได้ในขณะนี้ เป็นหนังสือเกี่ยวกับประวัติ และเหตผลในการจัดกองกำลังต่างๆของสหรัฐ เอาเรื่องนี้มาขัดตราทัพไปก่อนนะครับ

ในภาพเป็นรูปแบบการจัดกองกำลังของกองทัพบกสหรัฐ กองกำลังอื่นเช่น Air Force, Navy & Marine ก็มีรูปไม่เหมือนกัน เนื่องด้วยความแตกต่างของภารกิจ

ข้อความในภาพอธิบายความได้สมบูรณ์ในตัวอยู่แล้ว ขอไม่ขยายความต่อนะครับ


From : Wang [ 15 ต.ค. 44 - 13:48:20 น. ]


ความเห็นที่ 5

ส่วนภาพนี้เป็นการแบ่งชั้นยศของกองทัพบกอเมริกัน
พรุ่งนี้จะเขียนต่อเรื่องยุทโธปกรณ์นะครับ


From : Wang [ 15 ต.ค. 44 - 13:49:20 น. ]

ความเห็นที่ 6
หวัดดีครับพี่หวัง ลงต่อ ครับ ลงต่อ กำลังมันเลยครับ

From : i-drive [ 15 ต.ค. 44 - 13:55:16 น. ]

ความเห็นที่ 7
แง่มๆ เฮือก..... โล่งอก แหม....นึกว่าเรื่องที่ไม่ใช่จักรยานจะทำให้เวปจักรยานบานตะไทซะแล้ว
ข้อมูลดีๆ ของหลายๆ คนสรรหามาให้ความรู้กับพวกเราก็ขอขอบพระคุณตรงนี้ แต่ประเภทรักใครชอบใคร (อันนี้ไม่เกี่ยวกับเลขาฯ นะเจ้าคะ อิ อิ) แล้วมาโพสต์จน "เอียงเป็นลำ" เห็นได้ชัด อันนี้ก็ขอละไว้ก่อนนะ
เราวางตำแหน่งตัวเราไว้ตรงกลางสำหรับเรื่องนี้กันดีกว่า แต่มาหาอาหารสมองเรื่องเครื่องมือเครื่องใช้ (ยังกะทำกับข้าวแน่ะ) และการจัดเตรียมหมวดหมู่เหล่าเชฟและกุ๊กฝีมือดีกันดีกว่านะขอครับ

From : Stem [ 15 ต.ค. 44 - 15:59:26 น. ]

ความเห็นที่ 8
ที่ลงยศหนะขอชื่อเต็มด้วยดิ แล้วซ้ายกับขวาอะไรมันหย่ายกว่ากัน
เชียร์ให้เขียนต่อมันดี เวลาเอาไปคุยกับคนอื่นแล้วเหมือนรู้เยอะดี โอ๊ยครบ 3 นาทีแล้วพิมพ์ต่อม่ายหวายแล้วววววววว

From : old dale [ 15 ต.ค. 44 - 17:15:20 น. ]

ความเห็นที่ 9
ดีใจที่พี่Wang กลับมาให้ความรู้แก่พวกเราครับ

From : ONE [ 15 ต.ค. 44 - 19:06:23 น. ]

ความเห็นที่ 10
ผมไม่ชอบ สงคราม และอาวุธสงคราม แต่ผมชอบอ่านบทความของคุณ.ขอบคุณครับ

From : DAN BB [ 16 ต.ค. 44 - 00:47:45 น. ]

ความเห็นที่ 11
ก็ลองเรียงลงมานะครับ ชั้นยศที่สูงที่สุดก็จะอยู่ข้างบน ผมจะลองไล่ลงมาเปรียบเทียบกับยศทางกองทัพบกของไทยนะครับ..
เรียงจากบนลงมานะครับ
จอมพล
พลเอก
พลโท
พลตรี
พลจัตวา ( ไทยเปลี่ยนเป็น พันเอกพิเศษ )
พันเอก
พันโท
พันตรี
ร้อยเอก
ร้อยโท
ร้อยตรี
นายดาบ ( ยังมีแต่สำนักงานตำรวจฯ ที่ยังใช้อยู่ ) แต่ในภาพที่ อ. Wang ร่างเอาไว้ น่าจะแบ่งเป็นอีก4ระดับ แต่ผมไม่แน่ใจว่าจะใช่หรือเปล่า
ที่ต่อจากนั้นมา ถ้าเป็นในกองทัพบกไทยจะเป็นยศจ่า แต่ที่ผมเห็นนั้น ไม่รู้ว่าตัวย่อนั้นหมายความว่าอย่างไร แต่ถ้าเป็นยศจ่าจริงๆก็น่าแบ่งมากกว่ากองทัพบกไทย
แล้วก็ตามด้วยตำแหน่งนายสิบ
คิดว่าน่าจะมี
สิบเอก
สิบโท
สิบตรี
แล้วก็พลทหาร. ( อันนี้ไม่แน่ใจอย่างยิ่ง )



From : Mr. Ayothaya [ 16 ต.ค. 44 - 04:56:28 น. ]


ความเห็นที่ 12
ผมก็คงแปลได้ไม่ดีเท่าคุณ Ayothaya ……ขอบคุณนะครับ
เขินเหมือนกัน เขียนแต่เรื่องไกลตัว เรื่องใกล้ตัวกลับไม่ค่อยรู้


From : Wang [ 16 ต.ค. 44 - 12:27:26 น. ]

ความเห็นที่ 13

วันที่ผ่านมา “ฝ่ายรุก”ได้โจมตีทางฟ้าภาคกลางวันที่รุนแรงที่สุด ข่าวบอกว่า มีการใช้อาวุธพื้นฐานเช่นปืนใหญ่หรือปืนกลอากาศกันแล้ว ซึ่งก็แสดงว่า การป้องกันภัยทางอากาศของ”ฝ่ายรับ”เริ่มเป็นหมันแล้ว

Time ฉบับเดือนนี้ บอกว่า อาวุธต่อต้านอากาศยานของฝ่ายรับ มีเพียง ปตอ เก่าๆหลากชนิด อย่างดีก็อาวุธประทับไหล่ยิง เช่น SA-7 Missile ของรัสเซีย และ Stinger ของสหรัฐ

แต่ดูจากภาพข่าวทีวี นอกจากจะเห็นกระสุนส่องวิถีของ ปตอ ที่ออกมาเป็นชุดแล้ว นานๆก็จะเห็นลูกไฟวาบใหญ่ๆ ขึ้นฟ้าแบบสโลโมชั่น(ความเร็วต้นน้อย แต่ความเร็วปลายมาก)ซึ่งบ่งถึงจรวดต่อสู้อากาศยานที่ค่อยๆงัดออกมาใช้

SAM (Surface to Air Missile) ที่จะพูดถึงในที่นี้ คงไม่ได้เกี่ยวข้องกับการศึกครั้งนี้ แต่ก็รู้ไว้ใช่ว่านะครับ

ด้านซ้ายคือ Rapier ของอังกฤษ สอยเป้าที่อยู่เหนือหัวได้ถึง 3.6 กม วิ่งเข้าหาเป้าด้วยความเร็วสองมัค

ทางขวาคือ SA-6 Gainful ของรัสเซีย สอยเป้าที่เพดานบินได้ถึง 12 กม…2.5 มัค ....มีใช้ในประเทศอาหรับ


From : Wang [ 16 ต.ค. 44 - 12:29:09 น. ]


ความเห็นที่ 14

ส่วนรุ่นเฮวี่เวทนี้คือ SA-4 Ganef ของรัสเซียเจ้าเก่า 27 กม.....4 มัค มี(หรือเคยมี)ใช้ใน ลิเบีย และอิรัค

ส่วน SAM ของสหรัฐก็มีนะครับ แต่ไม่ค่อยเป็นข่าว เพราะตัวเองถนัดเป็นฝ่ายรุก ไม่ค่อยได้เห็นตั้งรับ

เนื่องด้วย SAM คล่องตัวในการเคลื่อนที่ และพรางตัวได้ดี จึงต้องมีอาวุธเฉพาะกิจในการจัดการ วิ่งเข้าหาตัวปล่อยคลื่นเรดาร์ (Radar Emitter) ของ SAM .........อาวุธที่ว่านี้คือ ARM (Anti-Radiation Missile) หรือ HARM (Hi-speed ARM)


From : Wang [ 16 ต.ค. 44 - 12:29:58 น. ]


ความเห็นที่ 15

ตัวยาวในภาพคือ AGM-88B HARM ของฝ่ายรุก ผลิตโดย Texas Instrument
ส่วนตัวสั้นคือ Maverick ซึ่งเป็น Air to Ground Missile (AGM) อีกชนิดหนึ่ง

เนื่องจาก ARM วิ่งเข้าหาตัวปล่อยคลื่นเรดาร์ วิธีที่ SAM จะรอดพ้นจาก ARM ได้นั้น อาจทำโดยการสลับคลื่นความถี่เรดาร์ (Wavelength Hopping – จริงๆแปลว่าสลับความยาวคลื่น ซึ่งเป็นสัดส่วนผกผันกับความถี่) เป็นช่วงๆ หรือไม่ก็ปิดเรดาห์เสียเลย และจะเปิดอีกทีก็ต่อเมื่อแน่ใจว่าเครื่องบินอยู่ในรัศมียิงหวังผล


From : Wang [ 16 ต.ค. 44 - 12:31:03 น. ]


ความเห็นที่ 16

ARM ที่มีพิษสงสูงสุด (หนังสือว่าอย่างนั้นนะครับ แล้วจะกล่าวถึงหนังสือที่ผมใช้เป็นข้อมูลภายหลัง) เป็นของอังกฤษ ชื่อ Alarm เนื่องจากมีลูกเล่นออปชั่นในการยิง

หากนักบินยังจับเรดาห์จากเบื้องล่างได้ไม่ชัดเจน ก็สามารถยิง Alarm ออกไปก่อนแล้วบินหนี......Alarm จะเหิรฟ้าขึ้นไปที่ระดับความสูงได้ถึง 12 กม จากพื้นผิว .... สลัดจรวดขับดันท่อนแรก แล้วกางร่ม ปล่อยตัวเองเท้งเต้งลอยลงมาอย่างช้าๆ คอยตรวจจับคลื่นเรดาร์เบื้องล่างในบริเวณกว้าง หากพบคลื่นเรดาร์เมื่อใด….Alarm ก็จะล็อคเป้า สลัดร่ม และจุดจรวดขับดันท่อนที่เหลือ เพื่อพุ่งเข้าสู่เป้าหมาย


From : Wang [ 16 ต.ค. 44 - 12:31:43 น. ]


ความเห็นที่ 18

จากหน้าหนึ่ง”ข่าวสด”วันนี้ ใต้ภาพเขียนว่าระเบิดลูกนี้ด้าน......ก็ไม่ทราบว่าฝ่ายรุกจะมากู้ไปเคลมบริษัทหรือเปล่า
ผมว่าผมตามรุ่นของระเบิดไม่ทันแล้วครับ อะไรจะใหญ่ยักษ์ได้ปานนี้
ปัจจุบันหนังสือพิมพ์ไม่ค่อยมีอะไรให้อ่านแล้วครับ ข่าว”สีกา”แซงหน้าไปแล้ว


From : Wang [ 16 ต.ค. 44 - 16:01:02 น. ]

ความเห็นที่ 19

ที่หน้าตาใกล้เคียงที่สุดก็คงเป็นเจ้า Pave Tack ในรูป.......แต่ขนาดต่างกันเยอะมาก
ระเบิดพวกนี้เค้าเรียกกันย่อๆว่า GP (General Purpose แปลว่า เละทุกที่)


From : Wang [ 16 ต.ค. 44 - 16:01:48 น. ]

ความเห็นที่ 20
โห..เทคโนโลยีสงครามปัจจุบันนี้ไม่นึกมาก่อนเลยว่า Hitech ขนาดนี้เลยนะครับ ขอบคุณเฮีย Wang ที่ช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆให้พวกเราครับ

วันนี้ผมได้มีโอกาสคุยกับคุณ น. เนื่องจากในกระทู้เกา ...การสื่อสารกันในกระดานอาจทำให้เกิดการเข้าใจผิดในสิ่งที่ผู้พูดต้องการสื่อกันได้ง่ายๆ ... ซึ่งตอนนี้ก็ทำความเข้าใจกับคุณ Wang แล้วครับ ...ผมก็เพิ่งมาทราบว่าจริงๆแล้วคุณ น. ก็คือผู้ใหญ่นอกราชการในวงการทหารท่านหนึ่งของเมืองไทยเลยครับ ท่านมีความรู้ความสามารถในเชิงยุทธวิธีและยุทธศาสตร์เป็นอย่างสูง ทั้งยังเคยผ่านโรงเรียนเสนาธิการทหารบกสหรัฐฯ และทำงานร่วมกับสหรัฐมานาน จึงรู้จักกึ๋นอเมริกันพอสมควร ... ถ้าท่านพอมีเวลาว่างคงจะแวะมาให้แง่มุมความรู้สำหรับศึกครั้งนี้แก่พวกเราด้วยครับ และเมื่อเสริมกับเทคโนโลยีทางด้านอาวุธจากเฮีย Wang คงทำให้พวกเราชาว ThaiMTB ได้ความรู้เป็นอย่างมากจริงๆครับ โปรดคอยติดตาม...



From : nbt [ 16 ต.ค. 44 - 20:47:35 น. ]


ความเห็นที่ 21
นับว่าเป็นโชคดีของพวกเรานะครับ ที่มีมืออาชีพอย่างพี่น. ให้เกียรติมาให้ความรู้แก่พวกเราครับ

From : Wang [ 16 ต.ค. 44 - 22:00:26 น. ]

ความเห็นที่ 22
ดีจังๆ กะลังติดตามอย่างใจจดใจจ่อ แต่กระทู้เก่าหล่ะครับหายไปไหน ยังอ่านไม่จบเลย

From : ลาเดิ้น [ 16 ต.ค. 44 - 22:11:18 น. ]

ความเห็นที่ 23
โอ้โฮ! กระทู้นี้มันจริงๆครับ สงสัยต้องมี ภาค3 ภาค 4 ต่ออีกแน่ๆเลย

ปล.ผมสงสัยว่า ผู้พันแซนเดอร์(colonel sander,ลุงเคนตั๊กกี้) นี่ใหญ่ไหมครับ แล้วมีอำนาจบังคับบัญชาหรือเปล่า? แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกันระหว่้าง ไก่ทอดกับกองทัพ

From : velocity [ 16 ต.ค. 44 - 22:28:56 น. ]


ความเห็นที่ 24
กระทู้เก่าครับ http://www.thaimtb.com/webboard/14/07460.html


From : . [ 16 ต.ค. 44 - 23:07:42 น. ]

ความเห็นที่ 25
เอาละเราเข้าใจกันนะคุณ WANG ผมไม่ได้มาป่วนคุณ แต่ผมพอมีความรู้บ้างก็อยากจะอธิบายบอกกันให้ทราบบ้างก็เท่านั้นเอง แต่ตอนนี้ก็อยากอธิบายให้ทราบกันชัดๆอีกครั้งถึงเรื่องการจัดกำลังเข้าทำการรบ
เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้กำลังทหารเข้าทำการรบหรือปฏิบัติการ ถ้ามีหน่วยในอัตราอยู่และมีขีดความสามารถตามที่ต้องการพอก็ใช้หน่วยนั้นไปเลย แต่ถ้าไม่มีก็ตั้งหน่วยใหม่จะใหญ่เป็นระดับกรมหรือหน่วยเฉพาะกิจก็ได้แล้วก็ยืมหน่วยที่มีขีดความสามารถตรงตามต้องการมาใช้ชั่วคราว (เหมือนแข่ง Tour De France ในStage แรก แข่ง Time trial ก็เอารถ Trialมาใช้ พอวันที่สองแข่งขี่ทางไกลก็เปลี่ยนรถใหม่ อย่างนี้คงพอจะเห็นภาพ) เมื่อจบภารกิจก็ส่งหน่วยที่ยืมมาคืนหน่วยเดิมไป การตั้งหน่วยชั่วคราวก็เหมือนไทยส่งทหารไปรบเวียตนาม เราก็ตั้งหน่วยจงอางศึก และกองพลเสือดำ ขึ้นมา พอจบภารกิจ หน่วยนั้นก็สลายตัวไป กำลังพลก็กลับหน่วยเดิม
ส่วนที่ผมว่า For your information ก็เพื่อจะบอกให้ทราบเป็นbackground เท่านั้น และที่ว่าการรบไม่เหมือนในหนังนั้น ความหมายก็คือ หนังจะถ่ายกี่ take ก็ได้เอาจนให้เห็นว่าพระเอกเก่งจริงๆ แต่ในการรบมี take เดียว บุกเข้าไปแล้วไม่ชนะก็แพ้ รอดหรือตาย สำเร็จหรือล้มเหลว
การยุทธในอัฟกานิสถานกำลังจะเปลี่ยนรูปไป เพราะเมื่ออเมริกันโจมตีด้วยระเบิดและจรวดทำลายอาวุธต่อสู้อากาศยานของตาลิบันเป็นง่อยไปแล้ว อเมริกันก็นำเครื่องบิน AC-130 ติดปืนกลอากาศที่ประตูข้างลำตัวมาไล่ยิงทหารตาลิบันในที่โล่งหรือในที่กำบัง(Bunker)ที่ไม่แข็งแรง ปืนกลอากาศนี้ยิงได้ ๖๐๐๐นัดต่อนาที อเมริกันกำลังทำการรบต่ำลงมาเรื่อยๆ ต่อไปก็จะใช้ ฮ. แล้วต่อไปก็จะให้ทหารลงจาก ฮ.กันละ
(สมัยก่อนตอนปราบปราม ผกค. พลประจำปืนเอาปลอกกระสุนกลอากาศที่ทิ้งแล้วมาขายรวยกันไป ทองเหลืองก็เอามาหลอมแล้วมาหล่อเป็นพระให้พวกเรากราบไหว้กันต่อมา) Specของ C130 กับปืนกลอากาศ คุณ WANG คงจะมีและนำเสนอต่อไปนะครับ
พวกเรานี่โชคดีที่มีคุณWANGค้นคว้าแล้วมาเล่าให้พวกเราฟัง ความรู้ของคุณWANGในรื่องอาวุธ ยุทโธปกรณ์นี่ ผมว่าดีกว่านายทหารไทยบางคนเสียอีกนะจะบอกให้ ขอบคุณคุณWANGในความอุตสาหะที่ค้นคว้ามาเล่าให้พวกเราฟังครับ


From : [ 17 ต.ค. 44 - 08:46:37 น. ]

ความเห็นที่ 26

ก่อนที่จะดำเนินเรื่องต่อไป ผมขอแนะนำบรรดาหนังสือข้อมูล ที่ผมใช้เป็นตำรับตำราในการนำรูปภาพและเรื่องราวต่างๆมาพูดคุยกับเพื่อนๆนะครับ


From : Wang [ 17 ต.ค. 44 - 11:36:59 น. ]

ความเห็นที่ 27

รวมไปถึงนิตยสารต่างๆ เช่น Soldier of Fortune และ Popular Mechanic อีกสองลัง ที่ผมค่อยๆสะสมมาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ

แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งพิมพ์เหล่านี้ ก็คงครอบคลุมเนื้อหาสาระได้ไม่กว้างไกลเท่าความรู้และประสบการณ์ทั้งชีวิตของพี่ น ที่ได้ให้เกียรติ์มาช่วยแจมเพื่อความครบถ้วนและครบครันของข้อมูลในกระทู้นี้


From : Wang [ 17 ต.ค. 44 - 11:37:43 น. ]


ความเห็นที่ 28

หลังจากที่ใช้อาวุธยาวๆ ไฮเทคสุดๆ จัดการกับฐานที่มั่นสำคัญ ระบบต่อสู้อากาศยาน และ เครือข่ายการสื่อสารจนได้ที่แล้ว ก็ถึงคิวอาวุธพื้นฐาน ที่โลว์เทคสุดๆอย่างผิดความคาดหมายเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีของการทำสงครามในยุคนี้

การปฏิบัติการในวันสองวันที่ผ่านมา ฝ่ายรุกได้”ขุด”เอาเครื่องบิน”ใบพัด” AC-130 อันต่ำต้อย ซึ่งปกติใช้ในการลำเลียงอยู่แนวหลัง ไม่เคยมีชื่อแม้ในพจนานุกรม Combat Aircraft ด้วยซ้ำ มาดัดแปลง เติมเขี้ยวเล็บ เพื่อให้ก้าวเข้าสู่แนวหน้าของสมรภูมิอย่างสมศักดิ์ศรี ในฐานะ Gunship

(ในภาพ เป็นปฏิบัติการไล่ล่าเวียตกงทางอากาศในปี 1966 ....โดยดัดแปลงและติดตั้งปืนกลเรียงเป็นตับให้แก่เครื่องบินพาณิชย์ DC-3 อย่างเต็มอัตราศึก สามารถสาดกระสุนเข้าสู่ศัตรูได้ในอัตรารวม 18,000 นัดต่อนาที)


From : Wang [ 17 ต.ค. 44 - 11:38:31 น. ]


ความเห็นที่ 29
จ๊ะเอ๋เรื่อง AC-130 .......ใจตรงกันเลยครับ เตรียมมาเรื่องเดียวกัน ผมหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอสเปคของ AC-130 เลยครับพี่ แม้แต่หนังสือเก่าๆ ก็ยังไม่ค่อยให้ความสำคัญต่อเครื่องบินลำเลียงเท่าไหร่เลยครับ


From : Wang [ 17 ต.ค. 44 - 11:44:06 น. ]

ความเห็นที่ 30
ได้ความรู้ดีครับ ต้องขอขอบคุณคุณ Wang กับคุณ น.
จะติดตามตอนต่อไปครับ

From : ศิษฎ์ [ 17 ต.ค. 44 - 12:04:25 น. ]

ความเห็นที่ 31
อยากบอกว่าขอบคุณทั้งคุณ น. และเฮีย Wang ครับ กระทู้นี้สนุกเหลือเกิน คิดว่าต้งอมีเพื่อนๆ อีกหลายคนที่คอยติดตามอ่านทุกระยะอย่างใจจดใจจ่อเหมือนผม เพราะเท่าที่ดูการวิเคราะห์ข่าวทางทีวีในบ้านเราตอนนี้ เกือบทั้งหมดจะเน้นวิเคราะห์สงครามครั้งนี้ในแง่มุมของการเมืองเสียมาก นี่ถ้าผู้ดำเนินรายการทีวีเหล่านั้นเข้ามาอ่านในกระทู้นี้สงสัยต้องหายาลดไข้มากินแทบไม่ทัน (แบบว่าหนาวไปเลย อิ อิ) จริงๆ แล้วไม่ทราบว่าเป็นไปได้ไหมครับที่จะคาดเดาแผนการรบขั้นต่อๆ ไปตามลำดับของฝ่ายรุก และกลยุทธหรือแนวทางตอบโต้ของฝ่ายรับน่าจะเป็นในรูปใด ฝากผู้สันทัดกรณีช่วยวิเคราะห์และเก็งข้อสอบให้ด้วย ขอบคุณล่วงหน้าครับ

From : Stem [ 17 ต.ค. 44 - 12:14:42 น. ]

ความเห็นที่ 32
. . . . แม้ไม่ปรารถนาจะเห็นความหายนะจากสงคราม
. . . . แต่การที่ได้เกาะติดข่าว และความโยกตัวของเหตุการณ์ จากผู้รู้ ทั้งเรื่องของ "ขุมกำลัง" และ "ยุทธการ" อย่างอาจารย์ Wang และ อาจารย์ น. จึงน่าจะเป็นการตั้งอยู่ในความไม่ประมาทอย่างหนึ่ง เพราะการขยายตัวของสงครามได้เกิดขึ้นแล้ว แม้จะเป็นเพียงการเพิ่มรูปแบบเป็นสงครามชีวภาพ (ไม่รู้จะมีเคมีตามมาอีกเมื่อไหร่) แต่การขยายวงของแนวรบก็ได้เกิดขึ้นแล้ว คือ ไม่ได้กระทำอยู่ในวงจำกัดเฉพาะเขตที่ทหารกำลังทำการสู้รบกัน เช่น ในสงครามเวียตนาม
. . . . สงครามขณะนี้มีความน่าเชื่อว่า มีการส่งจดหมายแนบเชื้อโรค เข้าไปในหน่วยงานเอกชนที่มีการรับจดหมายบ่อยๆ เช่น สำนักข่าว ฯลฯ อีกด้วย หากความอาฆาตมาดร้าย และการเอาชนะกันอย่างไม่คำนึงถึงประชาชนผู้บริสุทธิ์ มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โอกาสที่ความรุนแรงจะขยายวงออกไปในที่ที่มีประชาชนของคู่สงคราม ก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ซึ่งประเทศไทยของเรา ก็มีทั้งประชาชน และสำนักงานที่ทำการของคู่สงคราม อยู่หลายแห่งทีเดียว
. . . . เฮ้อ!! ถ้าประเทศใดถึงกับต้อง ซ้อมแผนอพยพผู้คนจากในเมือง ออกไปหาที่ปลอดภัยในชายป่า ก็จะเป็นการขนเคลื่อนผู้คน สวนทิศทางกับสถานการณ์ครั้งที่คอมมิวนิสต์ใช้ยุทธการสงครามเย็น เลยนะ นี่!!


From : Pc [ 17 ต.ค. 44 - 16:10:49 น. ]

ความเห็นที่ 33

เยี่ยมจริงๆ นสพ บ้านเรา รายงานสถานการณ์การสู้รบ ......... ถึงในห้องนอน ! ! !

From : Wang [ 17 ต.ค. 44 - 16:34:21 น. ]

ความเห็นที่ 34
เรื่องคาดเดาสถานการณ์ ผมไม่ค่อยถนัดเลยครับ ขอ”ฝอย”เรื่อง Hardware ไปเรื่อยๆดีกว่า

From : Wang [ 17 ต.ค. 44 - 16:34:52 น. ]

ความเห็นที่ 35

ขอออกนอกเรื่องนิดนึงนะครับ เพื่อที่จะได้โยงเข้าหายุทโธปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่อลังการที่สุดของสหรัฐ

ในภาพคือ Exocet ทำในฝรั่งเศษ ทั้งถูกทั้งดี

สมัยที่อังกฤษยกกองเรือเข้าชิงเกาะ Falkland (Malvenas) คืนจากอาร์เยนติน่าในปี 1982 นั้น เครื่องบิน Super Etendard (ทำในฝรั่งเศษเช่นกัน) ของอาร์เยนติน่า ยิง AM-39 Exocet เข้าใส่ในระยะที่ไกลมากไม่เห็นตัว เป็นการยิงแบบ Fire & Forget เพียงลูกเดียวเท่านั้นแล้วบินหนี ....โดนเรือ Sheffield ของอังกฤษอย่างจัง ลูกเดียวก็มากเกินพอที่จะจมเรือขนาด Sheffield ได้ในพริบตา
แต่ Sheffield ไม่จม .....เพราะ..............(ลองเดาดูนะครับ)

.........เพราะ.......หัวรบ”ด้าน” แต่แรงปะทะทำให้เชื้อเพลิงจรวดขับดันที่เหลืออยู่ระเบิด เกิดไฟไหม้ และลุกลามจนควบคุมไม่ได้ กัปตันต้องสั่งสละเรือ ลูกเรือเสียชีวิตไป 30 นาย


From : Wang [ 17 ต.ค. 44 - 16:36:00 น. ]


ความเห็นที่ 36

ในภาพคือ Harpoon Anti-Ship Missile ในยุคนี้ ติดตั้งใต้ปีก F/A Hornet

พอจะเดาภาพได้นะครับว่า อะไรที่เสี่ยงต่อการถูกยิง พรางตัวก็ยาก เคลื่อนตัวก็อืดอาด อยู่ในสภาพเป็ดง่อยป้องกันตัวเองแทบไม่ได้

คราวหน้า เราจะพูดถึงยุทโธปกรณ์ที่ใหญ่ที่สุด แพงที่สุด อลังการที่สุด และเกรียงไกรที่สุดของสหรัฐ


From : Wang [ 17 ต.ค. 44 - 16:37:08 น. ]


ความเห็นที่ 37

เพิ่มเติมเรื่อง AC-130 นะครับ
ภาพข่าว AP ตีพิมพ์ใน Bkk Post วันนี้

ภาพแสดงถึงการติดเขี้ยวเล็บให้แก่ เครื่องบินลำเลียง C-130 Hercules……..สิ่งที่ผมยังหาคำตอบไม่ได้ก็คือ ลำกล้องปืนกลและปืนใหญ่นั้น “ส่าย”ไปมาได้หรือไม่ ถ้าส่ายได้ ก็คงใช้ระบบการยิงคล้ายในรถถัง M1 Abrams ที่ใช้คอมฯช่วยคำนวนวิถีโค้งของกระสุนปืนใหญ่ ........แต่ถ้าส่ายไม่ได้ (เหมือนรังปืนกลในความเห็นที่ 2 มุมยิงต้องขึ้นกับการตั้งลำ(Banking)ของเครื่องบิน ความแม่นยำน่าจะลดลงไปมาก


From : Wang [ 18 ต.ค. 44 - 11:20:27 น. ]


ความเห็นที่ 38

ลักษณะการโจมตีเป็นการวนยิงรอบเป้าหมาย

From : Wang [ 18 ต.ค. 44 - 11:21:10 น. ]

ความเห็นที่ 40

ข้อสังเกตของผม ที่ใช้ AC-130 ในการโจมตีระดับต่ำก็คือ (อาจผิดก็ได้นะครับ)

(1) เครื่องบินลำเลียงมีรัศมีทำการมากกว่า ฮ

(2) การโจมตีเป็นแบบบินวน ไม่ต้องโฉบเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วต่ำแบบ ฮ ....น่าจะปลอดภัยจาก Stinger มากกว่า

(3) เนื่องจาก Stinger ใช้ Infrared Seeker วิ่งเข้าหารังสีความร้อน......เครื่องยนตร์แบบใบพัด Turboprop ความร้อนต่ำกว่า After Burner ของเครื่องบินเจ็ตมาก ....ความเสี่ยงน่าจะลดลงอีกนิด

(4) ราคาอาวุธต่ออำนาจการทำลาย "ถูก"มาก แค่เพียงกระสุนปืนกล และกระสุนปืนใหญ่เท่านั้น

ก็น่าจะเป็นการปูทางให้แก่ ฮ ที่จะมาเก็บเป้าหมายอย่างละเอียดเป็นลำดับต่อไป ตามที่พี่ น ได้ออกความเห็นไปตั้งแต่ต้น


From : Wang [ 18 ต.ค. 44 - 11:25:11 น. ]


ความเห็นที่ 41

(ต่อจากความเห็นที่ 36)
คงเห็นภาพแล้วนะครับว่า การจัดการกับเป้าหมายที่ลอยเท้งเต้งกลางทะเลนั้น ง่ายเพียงใด .... ขนาดระเบิดกระจอกๆเพียงลูกเดียวของญี่ปุ่น ที่”ฟรุค”ตกทะลุเข้าไปในห้องเก็บดินระเบิด ก็สามารถทำลายเรือรบ Arizona ได้อย่างง่ายดาย.............บ้องไฟยโสธร ก็อาจสามารถ”ป่วน”เรือรบได้ ถ้าตกถูกที่สำคัญ

ดังนั้น เป้าหมายที่ยั่วยวนที่สุดในทะเล คงไม่มีอะไร”หอมหวน”เกินเรือบรรทุกเครื่องบิน เพราะหากสร้างความเสียหายให้แก่เรือบรรทุกเครื่องบินเพียงลำเดียวได้ ก็เท่ากับได้เด็ดปีกเครื่องบินที่บรรทุกมาอีกร่วมร้อยลำ


From : Wang [ 18 ต.ค. 44 - 15:26:27 น. ]


ความเห็นที่ 42

ผมเคยขึ้นไปเดินเล่นบนเรือบรรทุกเครื่องบินสองลำ ลำแรกคือเรือของสหรัฐที่ใช้ใน WW II จอดเป็นพิพิธภัณฑ์ลอยน้ำที่ฝั่งตะวันตกของ Manhattan......อีกลำก็ จักรีนฤเบศร์ ของเราที่ฐานทัพสัตหีบ

ไม่มีวัตถุลอยน้ำใดที่สร้างด้วยฝีมือมนุษย์ จะยิ่งใหญ่เท่า Nimitz-Class Aircraft Carrier อีกแล้ว –

- ใช้พลังงานนิวเคลียร์จากเตาปฏิกรณ์สองเตา เติมเชื้อเพลิงแต่ละครั้ง ใช้ได้นานถึง ..........13 ปี

- ความสูงตั้งแต่กระดูกงูถึงปลายเสา .............................................................. เทียบเท่าตึก 24 ชั้น

- พื้นที่ลานบินของดาดฟ้าเรือ ............................................................................................. 11.25 ไร่

- ระวางขับน้ำบรรทุกเต็มที่ ............................................................................................. 97,000 ตัน
(เกือบสิบเท่าของ จักรีนฤเบศร์)

- พลังขับเคลื่อน ....................................................................................................... 260,000 แรงม้า

- ความเร็ว .......................................................................................................................... 30+ น็อต

- พลประจำเรือ ................................................................................................................ 6,200 นาย

- มีโรงซ่อมเครื่องบิน และโรงขึ้นรูปโลหะอย่างเต็มรูปแบบ

คำว่าอลังการ คงจะน้อยเกินไปแล้ว
(Next : ระบบการป้องกันตัวเองของเรือบรรทุกเครื่องบิน)


From : Wang [ 18 ต.ค. 44 - 15:29:32 น. ]


ความเห็นที่ 43

ท่ามกลางความหวาดวิตกสงครามเชื้อโรค วิธีสังเกตุจดหมายที่น่าสงสัยมีดังนี้ –

- ไม่มีที่อยู่ตอบรับของผู้ส่ง
- จ่าหน้าเพียงตำแหน่งหน้าที่(และอาจใส่ตำแหน่งผิดด้วย) ไม่ใส่ชื่อ หรือใส่ชื่อแต่สะกดผิดๆถูกๆ
- ติดแสตมป์มากเกินจำเป็น (เพราะผู้ส่งไม่กล้านำไปชั่งที่ที่ทำการไปรษณีย์)
- มีลวดโผล่ออกจากซอง
- น้ำหนักซองถ่วงไปที่ข้างใดข้างหนึ่ง
- จับดูรู้สึกว่าแข็งๆ หรือตุงๆ
- ซองมีคราบน้ำมัน หรือคราบที่โดนเคมีกัดจนเปลี่ยนสี หรือมีเกร็ดบางอย่างติดอยู่
- ซองมีการปิดเทปมากเกินความจำเป็น

ถ้าเจอจดหมายลักษณะนี้ อย่าเปิด อย่าดม อย่าเขย่า ให้แยกใส่ถุง มัดปากถุงให้มิดชิด เอาออกจากห้องแอร์ ล้างมือหลายๆครั้งให้สะอาด หรือ"จั่งเอ๊ก"เลยก็ได้ แล้วแจ้งตำรวจนะครับ


From : Wang [ 18 ต.ค. 44 - 16:27:46 น. ]


ความเห็นที่ 44
อาบน้ำๆ .... อิ อิ อิ

From : เบ๊น ลา เด๊น [ 18 ต.ค. 44 - 18:12:58 น. ]

ความเห็นที่ 45
ผมอยากออกความเห็นเรื่องปืนกลและปืนใหญ่ที่ติดตั้งบน AC-130 ที่คุณ WANG มาให้เราดูในกระทู้ ๓๗ ,
๓๘ สักนิดครับ
๑. ลำกล้องปืนกลคงส่ายได้ เพื่อยิงตามแนวเล็งตามกล้องทีวีของพลประจำปืนในเครื่อง แต่ต้องล็อคไม่ให้มีมุมเงยมาก เพราะเวลายิงเครื่องบินจะบินวน ปีกด้านที่จะยิงจะต้องเอียงลง ถ้าปืนมีมุมเงยมากไปก็จะ
โดนปีก
๒. ในภาพบอกว่าเป็น HOWITZER ซึ่งเป็นปืนใหญ่กระสุนวิถีโค้ง แต่ปืนใหญ่ขนาด๑๐๕มม.นี้เป็นปืนใหญ่ขนาดเบา สามารถถอดออกเป็นชิ้นๆบรรทุกบนรถหรือหลังลาเวลาเคลื่อนย้ายได้ เมื่อเอามาติดตั้งบน
บ. AC-130 คงจะออกแบบใหม่ แต่กระสุนปืนใหญ่นี่ซีทรงอาณุภาพมาก สามารถทำลายใด้เป็นพื้นที่ ไม่จำเป็นต้องยิงถูก แค่ตกห่างเรา ๑๐ เมตรก็เสร็จแล้ว คราวนี้ ตาลิบัน คงจะลำบาก อยู่ในที่โล่งก็โดนปืนกล
หลบเข้าไปใน BUNKER ก็โดนปืนใหญ่

From : [ 18 ต.ค. 44 - 20:14:44 น. ]

ความเห็นที่ 46
ผมพูดตกไปครับ
ปืน HOWITZER 105mm. นี้คงจะยิงโดยการคำนวรด้วย Computer เมื่อพลประจำปืนเห็นเป้าหมายจากทีวี Computer ก็จะคำนวนมุมยิง แต่ที่สำคัญเครื่องบินก็กำลังบินซึ่งมีความเร็ว Computer คงคำนวนหมดมั้งครับ ใครทราบบอกกันบ้าง

From : [ 18 ต.ค. 44 - 20:25:33 น. ]

ความเห็นที่ 47
แม้ไม่ชอบสงคราม แต่ชอบวิทยาการครับ
อยากบอกให้ทั้ง 2 ท่าน ทราบว่า ยังมีคนติดตามอยู่อย่างใจจดใจจ่อ ครับ!!

From : Pc [ 18 ต.ค. 44 - 22:55:50 น. ]

ความเห็นที่ 48
การที่ AC-130 เข้ามาทำงานในอัฟกานิสถานนี้ แสดงว่ากำลังทางบกของอเมริกันมาอยู่ในประเทศที่สนับสนุนอเมริกาไกล้ๆอัฟกานิสถานแล้ว ถ้าจะให้ผมเดาคงเป็น UZBEKISTAN เพราะถ้ามี AC-130 มา จะต้องมีส่วนอื่นๆมาด้วย คือ
๑. ช่างเครื่องบิน
๒. สรรพาวุธ รับผิดชอบ ปืน และ กระสุนปืน ไม่ทราบว่ากี่พันตัน
๓. ส่วนส่งกำลังบำรุง ( Logistics ) นำมันเครื่องบิน ยานพาหนะต่างๆสำหรับขนกระสุน นักบิน ช่าง
และกำลังพลที่มาปฏิบัติงาน
๔. ส่วนรักษาความปลอดภัย ทั้งเครื่องบิน และ ฐานบิน
๕. หน่วย Special Force
นี่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ตรุกีเปิดเผยว่า US TROOP จำนวนมากไปอยู่ที่นั่นแล้ว พร้อมที่จะเขยิบ
เข้าไกล้อัฟกาฯ เมื่อ Factor อื่นเกื้อหนุน เช่น ต้องรอให้ North Alliance ที่อเมริกันสนับสนุนอยู่ตั้งรัฐบาล
ใหม่เข้ามาปกครองอัฟกาฯได้เสียก่อน ถ้าเข้ามาตอนนี้จะโดนประนามจากทั้งโลกว่ารุกราน พันธมิตรอาจจะถอนตัวจากการให้การสนับสนุนได้ และที่สำคัญที่สุดคือ บินลาเด็น อยู่ที่ไหน
การรบในขั้นต่อไปเราอาจจะไม่ทราบรายละเอียดและเห็นภาพเลยก็ได้ ทีวีทั้งของ การ์ต้า และ CNN
ก็คงจะไปเอาภาพมาได้ คงได้เห็นเฉพาะที่ Pentagon เขา Release มาให้ดูเท่านั้น

From : [ 19 ต.ค. 44 - 06:43:35 น. ]

ความเห็นที่ 49
แก้คำผิด บรรทัดสุดท้ายและรองสุดท้าย ทีวีของการ์ต้า และ CNN คงไปเอาภาพมาไม่ได้ (ไม่ใช่เอามาได้)

From : [ 19 ต.ค. 44 - 06:57:10 น. ]

ความเห็นที่ 50
ที่ผมมาเล่าเรื่อง ยุทธวิธี ยุทธศาสตร์ให้พวกเราฟังนั้น ผมเพียงอยากบอกว่าเขารบกันเขาทำกันอย่างไร ไม่ใช่ผมชอบสงคราม สงครามมีแต่การฆ่า การทำลายซึ่งกันและกัน ไม่มีการสร้างสรร ไม่มีมิตร ยิ่งเมื่อได้เห็นภาพผู้อพยพลี้ภัย โดยเฉพาะภาพเด็กอดอยากแล้วน่าสงสาร อาหารไม่มีจะกิน บ้านไม่มีจะอยู่ ที่เป็นอย่างนี้เขาทำอะไรผิด ทำไมเขาต้องมารับผลที่ผู้ใหญ่กระทำด้วย อย่างสงครามคราวนี้ ผมสงสัยมากว่าทำไม ตาลิบัน ถึงยอมสละประเทศให้เขาทำลาย ยอมสละชีวิตเพื่อนร่วมชาติให้เขาฆ่า เพียงเพื่อ ปกป้อง
บินลาเด็น ซึ่งก็ไม่ใช่คนอัฟกัน แล้วพยายามยกระดับการรบให้เป็นสงครามศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่เห็นใครเข้ามาช่วย จะรบกันไปทำไมกันเนี่ย


From : [ 19 ต.ค. 44 - 07:33:45 น. ]

ความเห็นที่ 51
ขอบคุณในข้อมูลครับพี่ น

From : Wang [ 19 ต.ค. 44 - 11:31:38 น. ]

ความเห็นที่ 52

ภาพข่าว AP จาก Bkk Post ฉบับวันนี้ แสดงกรรมวิธีการผลิตอาวุธ Anthrax

1) เพาะจุลชีพแบคทีเรียที่ชื่อว่า Bacillus Anthracis ในห้องทดลอง

2) ปล่อยจุลชีพให้อดอยากปากแห้ง จุลชีพจะได้จำศีล กลายสภาพเป็นสปอร์ เพื่อรอสิ่งแวดล้อมใหม่ที่เหมาะสมต่อการดำรงชีพต่อไป .....ปกติสปอร์ในธรรมชาติจะอยู่ติดกันเป็นกลุ่มแบบเลือดสุพรรณ

3) ทำความสะอาด และแยกสปอร์ออกจากกัน

4) คลุกสปอร์ให้ฝังตัวกับฝุ่นละออง เพื่อให้แพร่กระจายและล่องลอยอยู่ในอากาศได้นาน

5) เมื่อเราหายใจเอาสปอร์เข้าไป สภาพแวดล้อมในปอดเอื้ออำนวยต่อการดำรงชีพ สปอร์ก็จะกลับสภาพมาเป็นแบคทีเรีย ทำมาหากินตามปกติ ตั้งฮาเล็ม แบ่งตัวผลิตลูกผลิตหลานกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย .............. อาการของโรคเกิดจากพิษที่จุลชีพนี้ปล่อยออกมา

Time (Oct) บอกว่า สปอร์ของเชื้อนี้ ทนทายาด ทนต่อแสงแดด ความร้อน และยาฆ่าเชื้อได้ดี สามารถอยู่เฉยๆในดินได้นานเป็นสิบปี......... ถ้าเชื้อเข้าทางผิวหนัง โอกาสที่จะเป็นอันตรายร้ายแรงมีเพียง 20% ........แต่ถ้าเข้าทางลมหายใจ โอกาสรอดมีเพียง 10% เท่านั้น


From : Wang [ 19 ต.ค. 44 - 11:33:10 น. ]


ความเห็นที่ 53
คุณ WANG โรค Anthrax โรคนี้ผมไม่ค่อยห่วง เพราะมียารักษา แกกลัวว่า ถ้า FBI สืบได้ว่า โรคนี้มา
จากพวกก่อการร้ายแล้ว Link กับการก่อการร้ายที่ WTC ละก้อยุ่งแน่ๆ การแก้แค้นจะต้องมีแน่ วันหลังจะเล่าเรื่อง สงครามเคมี ให้ฟังถ้าสนใจ
๊US ส่ง Troop เข้าไปในอัฟกาฯแล้ว แต่ไม่ทราบจำนวนและวางกำลังที่ไหน เพราะถ้าเรารู้ ตาลิบัน ก็รู้ด้วย ส่วนการปฏิบัติการเราก็คงไม่มีโอกาสรู้รายละเอียดเช่นกัน จะรู้ก็ต่อเมื่อ ตาลิบัน จับหรือฆ่าทหาร US ได้แล้วออกมาประจานให้โลกรู้
ทหารฝ่าย ตาลิบัน แปรพักตร์มาเข้ากับพวก North Allaiance จำนวนมาก

From : [ 19 ต.ค. 44 - 16:05:07 น. ]

ความเห็นที่ 54
ตอนนี้คุณWANG ยังไม่เข้ามา ผมขอขัดจังหวะไปก่อน ต่อจากกระทู้ที่แล้ว ที่ US Troop จำกัดจำนวน
ได้เข้าไปปฏิบัติการในอัฟกาฯ มา ๒-๓ วันแล้ว Pentagon บอกว่าเป็น Elite special force เข้าไปปฏิบัติ
การในพื้นที่เมือง Kandahar เพื่อจัดระเบียบและต้อนรับทหารแปรพักตรจาก ตาลิบัน และเพื่อเป็นประสาน
งานระหว่างเครื่องบินและภาคพื้นดิน ซึ่งผมคาดว่าอาจจะไปเลือกพื้นที่ส่งลงจาก ฮ. ของเหล่า Special
Force ที่จะมาตั้ง Base ปฏิบัติงานใน Stage ต่อไป Pentagon บอกว่า ขณะนี้ ฝ่ายตาลิบัน ไม่มี Air plane
และ Air port ดังนั้น ถ้าสหรัฐฯจะส่งกำลังเข้าไปในอัฟกาฯก็จะต้องเข้าไปสร้าง Landing strip หรือ Landing zone ทั้งของเครื่องบินและ ฮ.ขึ้นมาใหม่


From : [ 19 ต.ค. 44 - 19:44:16 น. ]

ความเห็นที่ 55
หน่วย Special Force ที่ส่งไปปฏิบัติการในอัฟกาฯ นั้นเป็นชุดเล็กๆ ชุดละ ๗-๑๑ นาย ที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีที่สุด ทั้งในด้านการทหาร และ Civic Action มีภารกิจพอสรุปได้
๑. รวบรวมข่าวสารทางการทหารให้แก่หน่วยเหนือเพื่อใช้ในการวางแผนการปฏิบัติในขั้นต่อไป เพราะการปฏิบัติการทางอากาศอย่างเดียวไม่สามารถทำลายพวกก่อการร้ายและผู้สนับสนุนได้๑๐๐%
๒.ช่วยเหลือกลุ่มต่อต้านตั้งรัฐบาลใหม่
๓.หาพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการในขั้นต่อไป
๔. ปฏิบัติทุกอย่างตามที่หน่วยเหนือต้องการ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติในขั้นต่อไป
ขณะนี้ได้ส่งเข้าไป ๑๐๐ นาย ชุดทั่วอัฟกาฯ แต่ข่าวร้ายก็คือ ฮ. ได้ Crash ไป ๒ เครื่อง ไม่ทราบการสูญเสีย

การปฏิบัติการจะไม่อยู่นาน ไม่ตั้งฐานปฏิบัติการ จะทำงานงานแบบไปเช้าเย็นกลับ เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสีย

From : [ 20 ต.ค. 44 - 09:02:37 น. ]


ความเห็นที่ 56
ล่าสุดจาก CNN
ฮ ของหน่วยปฏิบัติการพิเศษตกไปแล้วหนึ่งลำ มีทหารสหรัฐเสียชีวิตไปสองนาย
ถ้า ฮ ไม่ได้ตกเพราะอุบัติเหตุ แต่ถูกอาวุธยิงตก ก็แสดงว่าฝ่ายรับยังคงมีเขี้ยวเล็บในการต่อต้านอากาศยาน และยังสามารถค่อยๆงัดออกมาใช้ได้


From : Wang [ 20 ต.ค. 44 - 10:50:36 น. ]

ความเห็นที่ 57
เพิ่มเติม
Pentagon อ้างว่าเป็นอุบัติเหตุ.......ฮ ที่ตกนั้น ใช้ในการ Search and Rescue Mission


From : Wang [ 20 ต.ค. 44 - 10:56:42 น. ]

ความเห็นที่ 58
ถ้าพี่ น ว่าง ก็ช่วยเล่าเรื่องสงครามเคมีคั่นรายการให้ฟังกันนะครับ หาอ่านยากเต็มที อาจเพราะเป็นการชกใต้เข็มขัด ไม่สามารถควบคุมขอบเขตความเสียหาย ไม่ใช่อาวุธที่ยอมรับได้ จึงไม่ค่อยมีประเทศใด”อวด”อาวุธประเภทนี้กัน


From : Wang [ 20 ต.ค. 44 - 12:01:31 น. ]

ความเห็นที่ 59

ขอพักเรื่องเรือบรรทุกเครื่องบินไว้ก่อนนะครับ เรามาอัปเดทสถานการณ์กัน

จริงแล้ว เครื่องบินที่ไม่มีนักบิน (Drone) มีใช้กันมานานแล้ว ส่วนใหญ่ใช้ในการหาข่าว ส่งเข้าไปในแนวหน้าเพื่อหาแหล่งที่ตั้งของศัตรู Droneในภาพติดทั้งกล้องถ่ายภาพ และกล้องวีดีโอ .... ใช้เลนส์ Zeiss เสียด้วย


From : Wang [ 20 ต.ค. 44 - 12:02:26 น. ]


ความเห็นที่ 60

กำหนดเส้นทางบินของ Drone โดยโปรแกรมเส้นทางบินล่วงหน้า

From : Wang [ 20 ต.ค. 44 - 12:03:07 น. ]

ความเห็นที่ 61

แต่ Drone ไฮเทคที่นำมาใช้ในการยุทธครั้งนี้ บังคับการบินแบบ Remote Control…….ใช้คนบังคับจากระยะไกล เหมือนเล่นวีดีโอเกมเลยครับ

วันก่อน Predator ตัวนี้ ไม่ได้ใช้ในการสังเกตการณ์อย่างเดียวเท่านั้น แต่กลับได้รับการติดตั้งอาวุธเพื่อทำลายรถถัง.............. การรบในยุคหน้า คงเป็นการรบที่ใช้เครื่องจักรเป็นตัวแทนเท่านั้น


From : Wang [ 20 ต.ค. 44 - 12:06:54 น. ]


ความเห็นที่ 62

เมื่อวาน มีการใช้เครื่องบินของกองทัพอากาศ F-15 Eagle (ในรูป) เข้าร่วมปฏิบัติการเพิ่มอีกรุ่นหนึ่ง คงบินมาจากฐานทัพอากาศในบริเวณนั้น......จริงๆแล้วก็มีสมรถนะใกล้เคียงกับ F/A-18 Hornet ที่มีใช้อยู่แล้วในสมรภูมินี้ ...... คงเป็นการทดสอบเครื่องบินรบหลายๆรุ่นในสภาพสงครามจริงมากกว่า

อ้อ.........เพื่อนๆอย่าสับสนนะครับ B-1B, B2 และ F-15 ที่ใช้ในครั้งนี้นั้น เป็นของกองทัพอากาศ ไม่ได้ออกแบบมาให้ขึ้นลงบนลานบินสั้นๆของเรื่อบรรทุกเครื่องบินได้

Carrier-Base Aircraft ของ Navy เช่น F-14, F/A-18, etc เท่านั้นที่ได้รับการออกแบบให้บินขึ้นจากลานปล่อยเครื่องบินสั้นๆแค่ 100 เมตร ของเรือบรรทุกเครื่องบิน ต้องขึ้นฟ้าให้ได้ภายในสองวินาที มี Landing Gear (ช่วงล่าง)ที่แข็งแรง ทนต่อการกระแทกกระทั้นเมื่อลงจอด และยังต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรง ทนต่อการ”ดีดส่ง”ของเครื่องดีด(Catapult)ในยามขึ้นบิน และทนต่อการฉุดรั้งของสลิงช่วยเบรคในขณะร่อนลงจอด ........ ผมจะพูดถึงเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่งเมื่อวกกลับไปที่เรือบรรทุกเครื่องบินนะครับ


From : Wang [ 20 ต.ค. 44 - 12:07:58 น. ]


ความเห็นที่ 63
ตามรายงานของ CNN ล่าสุดว่า การเข้าโจมตีของ US Troop เริ่มเมื่อ ๒๓.๐๐ น.ใช้ ฮ.มาลงที่ Kandahar
แล้วเข้าตีที่ค่ายของตาลิบัน เป็นการเก็บรายละเอียดเพิ่มเติมต่อจากการโจมตีทิ้งระเบิดของเครื่องบิน ทอ.
บ้างก็ว่า เป็นการ Show of force ก็คือแสดงให้ ตาลิบัน เห็นว่า US จะมาจะไปเมื่อไหร่และทำอะไรก็ได้ในอัฟกาฯ การโจมตีคราวนี้ยังสับสน CNN ก็คงเดาๆไปยังงั้น Pentagon ก็ไม่ค่อยจะบอกอะไร แต่สรุป
ว่าการโจมตีใช้เวลา ๓-๔ ชม. ก็ถอนตัวก่อนสว่าง การรบครั้งนี้ US ได้เปรียบ เพราะมี Star light scope ทำให้มองเห็นในที่มืด ส่วนตาลิบันมองไม่เห็น พอตอนเช้าวันนี้ US ก็ทิ้งระเบิดที่ Kandahar อย่างรุนแรงและ
ต่อเนื่องอีกเพื่อไม่ให้ ตาลิบัน ได้มีเวลาพักผ่อน
ส่วนสงครามเคมีขอติดไว้ก่อนนะครับ

From : [ 20 ต.ค. 44 - 15:27:15 น. ]

ความเห็นที่ 64
โอออออออออออ ละเอียดยิบๆ ผมจะรอติดตามตอนต่อไปครับ

From : PopPy [ 20 ต.ค. 44 - 18:23:02 น. ]

ความเห็นที่ 66
อะโห! ขอบคุณท่านผู้รู้ทุกท่านที่นำความรู้มาแบ่งปันกัน ถือว่า ย่อโลกสงครามมาไว้ในเว็บ เลยนะเนี่ย ทีแรกถ้าไม่คลิกเข้ามาคงเสียดายแย่ เข้มข้นจริงๆ ต้องติดตามๆ


From : หนูพุก [ 20 ต.ค. 44 - 19:58:20 น. ]

ความเห็นที่ 67
ไม่รู้ขัดจังหวะไม๊ มีอีเมวคลายเครียดมาฝากจ้า
1.http://www.gotlaughs.com/funpages/bin2.cfm
2. เรื่องของไอ้ฟัก--(ล้อเลียนสถานการณ์ดัง)
เรื่องนี้.........โดย พิง ลำพระเพลิง
เขาหาว่าไอ้ฟักมันบอมบ์ตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์"ไอ้ครูใหญ่มันโกงku ไอ้ครูใหญ่มันโกงาku"ฟักเดินพึมพำหนีบขวดเหล้าเข้าง่ามจั๊กกะแร้นั่นเป็นภาพที่ชาวบ้านเห็นอยู่เป็นประจำไม่รู้ว่ามันกินเหล้าทางรักแร้ได้หรือยังไง "ไอ้ครูใหญ่มันเลวจริงๆ นะฟังชั้นสิป้า เชื่อข้าสิลุง"แต่ไม่เคยมีใครฟังคำพูดของไอ้ฟัก ครูใหญ่ใจดีคนนั้นนะเหรอ จะเป็นคนเลวไปได้มีแต่เขาจะช่วยเหลือคนทั้งโลกน่ะสิไม่ว่าไอ้ฟักยามนี้เหมือนอยู่ตัวคนเดียว มันนั่งมองผืนทรายเวิ้งว้างที่ครั้งนึงเคยเป็นของบรรพบุรุษกำลังถูกไอ้ครูใหญ่มันใช้อุบายครอบครองเอาซึ่งๆ หน้าโดยเรียกสิทธิอันชอบธรรมนั้นว่า สัมปทานขุดเจาะน้ำมันพี่สาวแม่ของไอ้ฟักที่ชื่อ เลสไตล์ มันมักจะเรียกเธอว่า ป้าเลสไตล์ เคยเล่าให้ฟังว่า"ไอ้ครูใหญ่มันคอยถือหางไอ้อิสราอยู่" ป้าเลสไตล์หมายถึงคนในลูกหลานตระกูลเอลมันคือไอ้อิสรา เอลนั่นเอง "ครูใหญ่มันกลัวว่าพวกเราจะรวมกันติดมันก็เลยสนับสนุนให้อิสราฟาดปากอยู่กับป้าเลสไตล์ทุกวัน ทุกคืนมันไม่ยอมให้สงครามสงบหรอก มันขายอาวุธสงครามได้"ไอ้ฟักต้องทนนั่งมองป้าเลสไตล์กับอิสรา เอล รบพุ่งกัน ทั้งๆที่เป็นวงศาคณาญาติเดียวกันแท้ๆครูใหญ่มันเริ่มเข้ามามีอำนาจในดินแดนแถบนี้ตั้งแต่หลังสมัยสงครามโลกครั้งที่สองพอมันชนะสงครามมันก็ถือสิทธิจัดระเบียบแบ่งโฉนดให้คนที่มันสามารถควบคุมได้เข้ามามีบทบาทในแถบนี้แทนเพราะมันไม่สามารถมาปกครองได้เองตามกฎหมายนางรัก เองก็เช่นกัน ไอ้ครูใหญ่มันไม่ค่อยชอบนางรักเท่าไหร่"อีรัก" ครูใหญ่เรียกมันจิกกระบานอยู่บ่อยๆ "ผืนดินของเอ็งแบ่งให้ ครูเวตมันดูแลบ้างก็แล้วกันนะ"ความที่ผืนดินของอีรักมีน้ำมันมากครูใหญ่มันก็เลยเถือผืนดินแบ่งโฉนดเป็นสองประเทศ ให้ครูเวตดูแลครูเวตเป็นครูชั้นผู้น้อย พอครูใหญ่บอกจะเลื่อนให้เป็นอาจารย์ประจำชั้นครูเวตก็รีบเอาทันที ยังความเจ็บแค้นให้กับอีรักอยู่เนิ่นนานครั้นพยายามที่จะทวงสิทธิคืนเอากับครูเวต ครูเวตก็รีบแจ้นไปฟ้องครูใหญ่ครูใหญ่ก็เลยส่ง รปภ.ประจำโรงเรียนมายำอีรักซะน่วมความทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาไอ้ฟักมาโดยตลอด ทุกเมื่อเชื่อวันชนชาติศาสนาเดียวกันแท้ๆ แต่ต้องถูกปัน ถูกแบ่งแยกเพียงเพราะผลประโยชน์แค่หยิบมือที่ไอ้ครูใหญ่มันปันให้ไหนจะน้องพ่อของไอ้ฟักที่ชื่อ อุ นั่นอีกล่ะไอ้ฟักรักที่จะเรียกน้องพ่อมันว่าอาอุ แต่ไอ้ฟักเคยมีเรื่องผิดใจกับอาอุ จนอาอุโกรธจัดออกปากว่า"ไม่ต้องมาเรียกkuว่าอา""แต่อาเป็นอาของชั้นนะ" ไอ้ฟักพยายามทวงสิทธิในสายเลือด"น้องพ่อมีตั้งหลายคน อยากเรียกใครว่าอาก็เรียกไป kuเป็นอาคนที่สามแต่ห้ามเรียกอา""คนที่สาม" ไอ้ฟักทวนคำ นับนิ้วเป็นภาษาจีน "งั้นชั้นเรียกอาว่า ซาก็แล้วกัน"จากนั้นไอ้ฟักจึงเรียก อาอุ ว่า ซาอุ มาโดยตลอดซาอุเอง เคยเป็นชนเผ่าเร่ร่อนในดินแดนแถบผืนทรายนี้ไอ้ครูใหญ่มันก็เลยสถาปนาจัดตั้งขึ้นเป็นฝ่ายปกครองซะเลยมอบตำเเหน่งให้นิดหน่อย ซาอุก็พูดอะไรไม่ออกมักจะต้องให้ความร่วมมือกับครูใหญ่อยู่เสมอไม่ว่าครูใหญ่จะต้องการความร่วมมืออะไรก็ตาม งานบุญ งานบวชขอพื้นที่จัดตั้งฐานทัพก็ไม่ขัดซาอุมีฐานะดีวันดีคืน เพราะสามารถผลิตน้ำมันได้เป็นอันดับสามของโลกซึ่งไม่ต้องแปลกใจเลยว่า สัมปทานขุดเจาะน้ำมันทั่วผืนแผ่นดินของไอ้ฟักจะเป็นของครูใหญ่เกือบทั้งสิ้นความสงบไม่เคยมีในแผ่นดินของไอ้ฟักเพราะใคร...พิจารณาดูเอาเองไอ้ฟักเฝ้ามองดูทรัพยากรธรรมชาติถูกดูดถูกสูบออกไปอย่างถูกต้องด้วยกฎหมายที่ครูใหญ่เป็นคนกำหนดเพื่อแลกกับผลประโยชน์ที่กลับคืนมาเพียงน้อยนิดคล้ายกับเรานั่งเฝ้าดูคนต่างชาติมาขนข้าวจากผืนนาของเราขึ้นเกวียนไปเกวียนแล้วเกวียนเล่า เกวียนแล้วเกวียนเล่า มาตลอดชีวิตแล้ววันหนึ่ง บ้านของครูใหญ่ก็โดนบึ้ม มีคนตายเจ็บมหาศาลไม่มีใครรู้ว่าไอ้ฟักทำจริงหรือเปล่า แต่เมื่อครูใหญ่ชี้นิ้วว่าไอ้ฟักทำทุกคนก็พยักหน้าตาม ก่นด่าประณามสาปแช่งไอ้ฟักด้วยเหตุผลที่ทุกคนอยากอยู่ฝ่ายพระเอกน้อยคนที่จะมองเหตุผลของคนร้าย มีใครอยากเลวบ้างคนที่ตายในตึก กับคนที่ตายกลางผืนทราย ค่าแห่งความเป็นคนมีเท่ากันแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ถูกถ่ายทอดผ่านซีเอ็นเอ็นก็ตามย้ำอีกครั้ง...เขาหาว่า ไอ้ฟัก มันบอมบ์ตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์
(คุณเทียนหอม 24 ก.ย. 44 23:13:55 pantip.inet.co.th/cafe )


From : หนูพุก [ 20 ต.ค. 44 - 21:33:17 น. ]

ความเห็นที่ 68
พี่wangครับ มันข้องใจผมมานานแล้วผมอยากรู้ว่าในภารกิจเดียวกันF-14,F-15,F/A-18อันไหนดีกว่ากันครับ

From : แบม [ 20 ต.ค. 44 - 22:41:45 น. ]

ความเห็นที่ 69
Gen Richard Myer US Joint Chief of Staff Chairman ได้ออกมาแถลงข่าวเรื่องการเข้าโจมตีค่ายทหารของ ตาลิบัน เมื่อคืนวันที่ ๑๙ แล้วว่า เป็นอุบัติเหตุตอนร่อนลง ขณะที่ Hovering มีทรายปลิวขึ้นมามาก ทำให้มองอะไรไม่เห็นอะไรเลยเกิดอุบัติเหตุ ( เหตุเช่นนี้เคยเกิดกับ ฮ.ของ ทบ.ไทย เมื่อหลายปีมาแล้ว
คราวนั้นนักบินตาย ) เป็น ฮ.แบบ Blackhawk ( MH-60 ) เป็น ฮ.ขนาดกลาง บรรทุกทหารได้ ๑๒ นาย มีถังน้ำมันจุ ๒๓๐ แกลลอน ๒ถัง ทำให้มีรัศมีทำการ ๓๗๐ กม. และสามารถเติมน้ำมันกลางอากาศได้จาก Tanker แบบ C-130 ฝุ่นทรายนี้เป็นปัญหากับ ฮ. ตอนลงมาก คงยังจำกันได้ เมื่อหลายปีมาแล้ว Marine
พยายามจะเข้าไป Rescue พยายามจะเข้าไป Rescue เจ้าหน้าที่สถานฑูตที่กรุงเตหราน เกิดอุบัติเหตุชนกันตกไป ๒ เครื่อง ก็เพราะฝุ่นทรายนี่ละ
ส่วนภารกิจที่ไปโจมตีเมื่อวันก่อนเพื่อทำลายค่ายพักและที่มั่นของ Al Qaida และผู้สนับสนุน ก็คือ ตาลิบัน
Gen Myer ไม่ยอมตอบคำถามผู้สื่อข่าวในเรื่อง Technic, Tactics, Procedure ของการปฏิบัติการ ( ที่ผมเคยบอกว่า CNN รายงานข่าวสับสน เดาภารกิจกันมั่ว ก็เพราะ Pentagon ไม่บอกอะไร ) ในตอนต้นบอกว่า Special Force ที่ส่งเข้าไปเป็น Elite special force ผ่านการฝึกมาอย่างดีทั้งด้านการรบ การช่วยเหลือประชาชน และสามารถพูดภาษาอัฟกันได้

From : [ 21 ต.ค. 44 - 06:33:38 น. ]

ความเห็นที่ 70
เครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดของ ทร. ที่ประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบินมีขนาดแตกต่างกับของ ทอ. เล็กน้อย
คือขนาดจะสั้นกว่าของ ทอ. เพื่อต้องการความแข็งแรง ส่วนเครื่องที่ส่งเครื่องบินขึ้นจากเรือบรรทุกเครื่องบิน
บางทีก็เรียกกันว่า JATO ( ๋ำJet auxillary take off )ครับ การขึ้น ลง บนเรือบรรทุกเครื่องบินนั้นยากมาก ตอนวิ่งขึ้นถ้าพลาด นักบินต้องดีดตัวทันที ส่วนตอนลง เป็นการลงแบบ Spot landing และ Spot จะเคลื่อนที่ตลอดเวลาเพราะเรือบรรทุกเครื่องจะต้องแล่นทวนลมเพื่อเพิ่มระยะทางวิ่งให้ครื่องบินที่จะลง และ
ถ้าลงไม่สำเร็จ ๒ครั้ง ต้องลงทะเลเพราะน้ำมันหมด ( ตอนลงทุกครั้งต้องเหลือน้ำมันให้น้อยที่สุด ขืนเหลือน้ำมันมากมาลงแล้วพลาด มันก็คือระเบิดเพลิง )

From : [ 21 ต.ค. 44 - 06:58:11 น. ]

ความเห็นที่ 71

ภาพข่าว AP จากหน้าหนึ่ง Bangkok Post วันนี้ ...........แสดงความไฮเทคของอุปกรณ์ประจำกายของทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษ .... มีข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้ –

- Claymore Mine เป็นกับระเบิดสำหรับสังหารบุคคลในวงกว้าง ภายในบรรจุลูกเหล็กเล็กๆ 700 ลูกเพื่อทำหน้าที่เป็นสะเก็ดระเบิด

- NVG ตอนแรกผมคิดว่าเป็น Infrared Illuminator ที่แสดงภาพรังสีความร้อนจากตัวคนหรือเครื่องจักร.... แต่คำอธิบายในภาพบอกว่า เป็นกล้องที่ไวต่อแสงมาก สามารถขยายความสว่างของวัตถุภายใต้ดาวเดือนได้หลายล้านเท่า

- Ground Laser Target Designator ใช้สำหรับชี้เป้าให้อาวุธที่นำวิถีด้วย Laser Seeker (กล่าวถึงไปแล้วในภาค 1)

- ความยาวของปืนกลที่มีคำว่า Extended(ยืด) กำกับอยู่นั้น หมายความว่า ปืนกลนั้นมีพานท้ายที่สามารถหดหรือพับได้ (Telescopic or Collapsible Butt)


From : Wang [ 21 ต.ค. 44 - 14:28:50 น. ]


ความเห็นที่ 72
ในบรรดาข้อมูลข่าวสารที่เป็น Hard Copy จับต้องได้ละก็.... Bangkok Post เป็นหนึ่งในสิ่งพิมพ์ที่เกาะติดสถานการณ์ได้ดีที่สุดเลยครับ และผมก็ได้ใช้เป็นแหล่งข้อมูลในการอัปเดทสถานการณ์ในกระทู้นี้ ขอขอบคุณ Bangkok Post มา ณ ที่นี้ด้วย

เพื่อนๆสามารถแวะอ่านข้อมูลข่าวสารในเวปไซท์ของ Bangkok Post ได้ที่
http://www.bangkokpost.com
หรือโทร 0-2240-3772~9 ก็ได้ครับ .... ถ้าอยากอ่านกันอย่างเต็มอิ่มทุกเช้า สิ่งที่นำมาเล่าให้ฟังในที่นี้เป็นเพียงเสี้ยวเล็กๆเท่านั้น


From : Wang [ 21 ต.ค. 44 - 14:31:20 น. ]


ความเห็นที่ 73

จาก Time (Oct 22)
ในภาพคือ MH-53J Pave Low “ม้าใช้”ที่นำทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าสู่สมรภูมิ มี ฮ Apache (ดูภาค 1) คุ้มกัน

กลยุทธใหม่ Hit and Run นั้นเริ่มจากการหาข่าวด้วย Drone …. วิเคราะห์จุดที่น่าสงสัยว่าจะเป็นขุมกำลัง .... ส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าไป ....... เข้าตีแล้วถอยกลับ


From : Wang [ 21 ต.ค. 44 - 14:32:49 น. ]


ความเห็นที่ 74

จาก Time ฉบับเดียวกัน

อาวุธที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับที่ซ่อนตัวในถ้ำท่ามกลางขุนเขาน้อยใหญ่ ของภูมิประเทศ Impossible Terrain ที่มหาอำนาจไม่ว่าอังกฤษหรือรัสเซียเคยปราชัย.........มีดังนี้

- EGBU-28 Bunker Buster (ดูข้อมูลจากภาค 1)

- Fuel-Air Explosive ใช้วัตถุระเบิดที่ลุกท่วมเป็นไฟ เพื่อให้เปลวเพลิงดูดออกซิเจนทั้งหมดออกจากถ้ำ ข้าศึกในถ้ำจะหมดอากาศหายใจ

- 83mm XM-141 ติดหัวรบพิเศษ “Bunker Defeat” สำหรับประทับไหล่ยิง

- Tunnel Rat ..... หากจำเป็น ทหารที่ได้รับการฝึกฝนพิเศษ จะเข้าถ้ำไปไล่ล่า ชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน


From : Wang [ 21 ต.ค. 44 - 14:33:52 น. ]


ความเห็นที่ 76
โอววว...ขอบคุณพี่น.และพี่ Wang มากๆครับ ข้อมูลแน่นจุใจจริงๆครับ

From : nbt [ 21 ต.ค. 44 - 23:46:55 น. ]

ความเห็นที่ 77
การปราบปราม Terror ของอเมริกาในอัฟกาฯก็พอมองเห็นแล้วว่าแพ้ยาก ยิ่งการปฏิบัติการคราวนี้ ชาวอเมริกันสนับสนุน เพราะมีความมุ่งหมายว่าทำเพื่อคนอเมริกันและประเทศอเมริกา ไม่เหมือน
เวียตนามที่มีจุดมุ่งหมายไม่เด่นชัดว่าทำเพื่อคนอเมริกัน การที่อเมริกาแพ้ที่เวียตนามไม่ได้แพ้เวียต
นาม แต่ความพ่ายแพ้มาจากภายในประเทศอเมริกาเอง คนอเมริกันไม่ต้องการเห็นเด็กๆอเมริกันไปรบไปตายเพื่อคนเวียตนาม จึงเดินขบวนแล้วกดดันรัฐบาลจนต้องถอนตัวจากสมรภูมิ ทำให้ดูเหมือนแพ้
แต่การที่อัฟกานิสถานชนะรัสเซียได้เพราะอเมริกาโดย CIA ให้การสนับสนุนทั้งการเงินและอาวุธ
กระสุน ทุกอย่าง (ขณะนั้น รัสเซียกับอเมริกายังไม่ถูกกัน) มาคราวนี้ยังไม่มีผู้ใดช่วยเหลือ ยิ่งอาวุธกระสุน
หร่อยหรอลงทุกวัน อาหารก็หมด กลางคืนก็โดนโจมตีบ้าง โดนทิ้งระเบิดบ้าง กลางวันก็โดนทิ้งระเบิด ไม่มี
เวลาพัก จะหวังพึ่ง UN คลังเสบียงของ UN ก็โดนทิ้งระเบิด(คาดว่าอเมริกาเกรงว่าพวกตาลิบันจะได้อาหาร

จาก UN เลยทำลายเสีย การทิ้งระเบิดมันจะพลาดได้ยังไงในเมื่อ Control ด้วยดาวเทียม นอกจากจงใจ)
เมื่อเป็นอย่างนี้ มันจะชนะได้อย่างไร เมื่อก่อน อเมริกามีรัสเซียเป็นศัตรู ตอนนี้รัสเซียล่มสลาย ทำให้ศัตรู
ของอเมริกาไม่มี แต่ปัจจุบัน อเมริกามีศัตรูใหม่แล้วคือ Terrorist ใครให้การสนับสนุนก็เป็นศัตรูไปด้วย
อเมริกาก็เลยใช้การปราบปรามคราวนี้ทดลองอาวุธไปด้วย พอได้อาวุธใหม่พอใจแล้วก็ขายของเก่าไปให้
อาหรับ ขออย่างเดียว อย่าใช้อาวุธ CBR เลย มันโหดร้ายต่อมนุษย์ชาติเกินไป


From : [ 22 ต.ค. 44 - 07:49:47 น. ]


ความเห็นที่ 78
ดูๆ ไปคล้ายกับว่า อเมริกาจะนำประสบการณ์ในสงครามเวียตนาม ที่ตนเองเคยตกอยู่ในสภาวะของฝ่ายตั้งรับ ทั้งๆ ที่อยู่ในที่มั่นในเมือง มาเป็นยุทธวิธีแรกเริ่มของปฏิบัติการภาคพื้นดินในครั้งนี้ โดยการส่งชุด Special Force เข้าไปปฏิบัติการแบบ Elite special force ซึ่งตามความเห็นที่ 55 พี่ น. พูดถึงภารกิจเริ่มต้นว่า เพียงสำรวจพื้นที่ และหาข่าวสาร เพื่อวางแผนปฏิบัติการในขั้นต่อไป แต่ยังไม่เห็นข้อมูลว่า ยุทธวิธีขั้นต่อไปนั้น อเมริกาจะปรับภารกิจของชุด Special Force ให้ทำการรบแบบกองโจร โดยก่อกวนแล้วรีบถอนตัวแบบเวียตกงหรือไม่
. . . . ฟังเขาเล่ามาว่า ครั้งที่สงครามเวียตนามนั้น เวลาอเมริกาจะนอนก็โดนก่อกวน โดยเวียตกงส่งชุดเล็กๆ เพียง 2-3 คน มาขุดหลุมในตอนดึกๆ ขุดช้าๆ เงียบๆ ขุดเสร็จก็ลงไปอยู่ในหลุม แล้วใช้อาก้ายิงก่อกวนจาก 2-3 ทิศทาง ทำให้ดูเหมือนว่า มีเป็น 10 เวียตกงคงเห็นว่า อเมริกาไม่ค่อยรบแบบประชิดตัว อเมริกาเองก็คงแก้ไม่ตกกับวิธีการแฝงตัวในป่าของศัตรู จึงไม่ค่อยเลือกวิธีฝ่าความมืดออกไปไล่ล่า(สมัยนั้นกล้อง NGV คงมีไม่มากพอสำหรับทหารทุกคนในแนวรบ) พออเมริกาหลงกล เปิดฐานปืนกล M-60 กราดออกมา เวียตกงก็หลบอยู่ในหลุม แล้วจำจุดแสงไฟ M-60 เอาไว้ พร้อมกับเปลี่ยนจากอาก้ามาเป็นเครื่องยิงจรวดอาร์พีจี (ที่ใช้ยิงรถถัง) พอแสงไฟหยุดปั๊บ ก็ยิงอาร์พีจีสวนปุ๊บ ระหว่างที่อเมริกากำลังพะวงอยู่กับการกู้บังเกอร์ของฐานปืนกล เวียตกงก็จะถอนตัวลับหายไปในราวป่าอย่างรวดเร็ว
. . . . สิ่งที่คุณ Wang และ พี่ น. ย่อมาให้อ่านกันนั้น มันช่วยเรียกความทรงจำของผม จากเรื่องเล่าของหลายๆ คน ที่เคยไปในสงครามเวียตนาม แต่ค่อนข้างเลือนลางเพราะกาลเวลา


From : Pc [ 22 ต.ค. 44 - 11:11:37 น. ]

ความเห็นที่ 79
ปล. พอจะจำได้ว่า คนที่เล่าไม่ใช่ พลปืนกล M-60 คนนั้น จึงไม่อาจยืนยันข้อมูลที่เล่าได้

From : Pc [ 22 ต.ค. 44 - 11:21:21 น. ]

ความเห็นที่ 80
คุณแบม..........
ข้อสงสัยที่ถามนั้น ให้อ่านกระทู้ไปเรื่อยๆนะครับ


From : Wang [ 22 ต.ค. 44 - 11:42:39 น. ]

ความเห็นที่ 81

ภาพ : F-14 Tomcat…….ดาราแสดงนำฝ่ายเครื่องจักรในเรื่อง Top Gun

เนื่องจากเรือบรรทุกเครื่องบินเป็นเป้าที่หอมหวานของศัตรู และ”กองเรือ”บรรทุกเครื่องบินก็อยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางทะเล ห่างไกลจากการสนับสนุนทางอากาศจากฐานทัพภาคพื้นดิน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีเครื่องบินประจำเรืออย่างน้อยก็รุ่นหนึ่งที่สามารถครองความเป็นจ้าวอากาศ มีขีดความสามารถเหนือเครื่องบินโจมตีใดๆของศัตรู สามารถคุ้มกันและสกัดกั้นการคุกคามใดๆทั้งจากท้องน้ำและอากาศ

F-14 จึงได้รับการออกแบบมาสำหรับการนี้โดยเฉพาะ


From : Wang [ 22 ต.ค. 44 - 11:43:51 น. ]


ความเห็นที่ 82

ด้วยเหตุนี้ F-14 ที่มีสมรรถนะสูงและสุดแสนแพง จึงหน้าที่ในการลาดตระเวน(Air Patrol)และสกัดกั้น(Deck-Launched Intercept)ภัยคุกคามที่มีต่อกองเรือบรรทุกเครื่องบินเป็นภารกิจหลัก

และหากมีการโจมตีเป้าหมายทางภาคพื้นดิน ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องบินที่มีสมรรถนะสูง ก็จะใช้เพียงเครื่องบินที่เล็กกว่า ถูกกว่า เช่น Corsair, Prowler, Intruder และ F/A-18 (ในระยะหลังๆ) ก็เพียงพอแล้ว…….F-14 จะทำหน้าที่เพียงคุ้มกันเครื่องบินเหล่านี้จากการคุกคามของเครื่องบินศัตรูเท่านั้น

ดังนั้น อาวุธที่ติดบน F-14 ส่วนใหญ่จะเป็นอาวุธประเภทยิงจากอากาศสู่อากาศ (AAM-Air to Air Missile) …………ส่วนในการยุทธครั้งนี้ ได้ยินว่า F-14 ถูกใช้ในการโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินด้วย HARM (ความเห็นที่ 15) ด้วย

(Next : Variable Wing & Pivot อันหนักอึ้งของ F-14)


From : Wang [ 22 ต.ค. 44 - 11:44:54 น. ]


ความเห็นที่ 83
คุณ Pc ครับ เรื่องที่ผมเอามาเล่าเรื่องการโจมตีภาคพื้นดินของทหาร US นั้น ผมก็ฟังมาจาก CNN แหละครับ เขาบอกมายังไง ผมก็เก็บมาเล่าต่อยังงั้น แต่พอปฏิบัติการจริงกลับปฏิบัติอีกอย่าง นั่นแสดงว่า ทาง
Pentagon ออกแผนลวง ตาลิบัน บอกอย่างทำอย่าง นี่คือสงครามครับ ขืนบอกความจริงตั้งแต่ต้น พอโดด
ร่มลงไป ตาลิบัน ก็คอยต้อนรับซิครับ ขนาดปฏิบัติการเสร็จ ถอนตัวออกจากที่ปฏิบัติการแล้ว พลอากาศ-
เอก Richard Myers ซึ่งเป็น Chairman Joint Chief of Staff ยังปฏิเสธที่จะตอบคำถามนักข่าวในเรื่อง Technic, Tactics,Procedure ของการปฏิบัติการที่ผ่านมาเลยครับ ปกติแผนการรบนี่เขาถือว่า ลับที่สุด
แล้วจะออกข่าวลวงข้าศึกให้เข้าใจผิด ถ้า CNN ออกมาให้ข่าว พวกตาลิบันย่อมทราบเพราะดู CNN เหมือนกัน

วันนี้ถ้าผมดูไม่ผิด ผมเห็นพวกตาลิบันโกหกคำโตหนึ่งอย่าง ดูใน CNN เห็นตาลิบันออกมาแถลงข่าวว่ายิง
ฮ. US ตกไป ๑ ลำ แล้วแสดงภาพพวกอัฟกันและตาลิบันกำลังถ่ายภาพล้อของ ฮ. ที่อ้างว่าเป็นลูกล้อของ ฮ.
ที่ยิงตก ผมว่านั่นเป็นภาพที่แสดงว่าตาลิบันโกหก เพราะ ฮ.ที่ใช้ในการรบจะไม่มีลูกล้อ แต่จะใช้ฐานแบบ
Ski เพราะ ฮ.ที่มีล้อจะลงยาก ถ้านำมาใช้ทางยุทธวิธีจะอันตรายมาก ยิ่งเวลานำไปลงในพื้นที่การรบจะพลิกคว่ำได้ง่าย ฮ.ที่มีล้อจะใช้กับเครื่อง VIP เท่านั้น ยิ่ง ฮ. ลำที่ตกเป็น ฮ. แบบ Blackhawk ตามที่ Pentagon บอกด้วยแล้วยิ่งเห็นชัดว่า ตาลิบันโกหก
From : [ 22 ต.ค. 44 - 20:39:08 น. ]


ความเห็นที่ 84
พี่ น. วิเคราะห์ข่าวที่แต่ละฝ่ายออกลวงกันอย่างนี้ ช่วยเพิ่มอรรถรสในการติดตามสถานการณ์ อีกโขเลยครับ!!
From : Pc [ 23 ต.ค. 44 - 01:48:05 น. ]

Wang
ความเห็นที่ 85 [ 23 ต.ค. 44 - 11:25:18 น. ]

web moderator

เยี่ยมเลยครับ เรื่อง ล้อสกีกับล้อยางของ ฮ ….หนังสือผมยังครอบคลุมไม่ถึงเลย
From : Wang    [ 23 ต.ค. 44 - 11:25:18 น. ]

Wang
ความเห็นที่ 86 [ 23 ต.ค. 44 - 11:26:11 น. ]

web moderator


เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า แรงยกของเครื่องบินนั้นมาจากกระแสลมที่ไหลผ่านปีก เครื่องบินที่มีปีกกว้าง จะขึ้นบินได้ง่าย ใช้ทางวิ่งน้อย ทรงตัวได้ดีที่ความเร็วต่ำ แต่ปีกที่กว้างก็กลับต้านลม เป็นอุปสรรคในขณะที่ใช้ความเร็วสูง

F-14 จึงหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว โดยใช้แนวคิด Variable Sweep Wings ทำปีกให้สามารถกางออกได้เต็มที่ในขณะขึ้นบินและลงจอด แต่จะลู่เก็บปีกไปข้างหลังในขณะใช้ความเร็ว .... F-14 จึงเป็นเครื่องบินประจำเรือบรรทุกเครื่องบินรุ่นเดียวเท่านั้น ที่สามารถทำความเร็วเหนือเสียงได้ถึง 2.3 เท่า

ภาพ : F-14 กางปีกออกเต็มที่ขณะร่อนลงจอด

From : Wang    [ 23 ต.ค. 44 - 11:26:11 น. ]


Wang
ความเห็นที่ 87 [ 23 ต.ค. 44 - 11:27:18 น. ]

web moderator


ด้วยแนวการออกแบบ Variable Sweep Wings นี่เอง...... F-14 จึงจำเป็นต้องมี Pivot ของปีกที่แข็งแรง ซึ่งถ้ารวมกับระบบกลไกและระบบควบคุมที่ทั้งหนักและสิ้นเปลืองเนื้อที่แล้ว .. ทำให้ F-14 เป็นเครื่องบินที่หนักเทอะทะ เฉพาะเครื่องบินเปล่าก็หนักเกือบสองเท่าของ F/A-18 ที่เล็กกว่าเพียงนิดเดียวเท่านั้น

เมื่อน้ำหนักมาก ความเฉื่อยก็มากตาม ... F-14 จึงไม่คล่องตัวนักในการต่อกรกับเครื่องบินที่เล็กกว่าและเบากว่าในแบบ Dogfight ประชิดตัว ..... แต่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า เพดานบินที่สูงกว่า ระบบเรดาร์ที่เหนือกว่า (สามารถล็อคเป้าได้ถึง 6 เป้าในเวลาเดียวกัน) และอาวุธที่ยิงได้ยาวกว่า (AIM-54 Phoenix ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ ลูกละล้านเหรียญ) ทำให้ F-14 สามารถหลบหลีก และทำลายเครื่องบินข้าศึกที่อยู่ไกลออกไปได้ถึง 160 กม.....ก่อนที่ข้าศึกจะรู้ตัวด้วยซ้ำ

กล่าวได้ว่า F-14 เป็นเครื่องบินที่เหมาะสมที่สุด สำหรับการคุ้มกันทางอากาศแก่กองเรือบรรทุกเครื่องบิน และฝูงบินทิ้งระเบิด อย่างไร้ข้อโต้แย้ง....ในขณะนี้

F-14 :
Max Speed - 2.34 Mach
Service Ceiling – 56,000 ft
Range – 3,200 km
Cost - $ 38M

(Next : F/A – 18 )

From : Wang    [ 23 ต.ค. 44 - 11:27:18 น. ]


ความเห็นที่ 90
สุดยอด....... กระทู้นี้ต้องพริ้นท์เก็บไว้อ่านเป็นเล่มซะแล้ว เนี่ยอีตาป๋าโนฯ ปรับปรุงระบบฐานข้อมูลได้ก็อย่าทำให้กระทู้นี้ล่มเด็ดขาด อารมณ์จะค้างเอาง่ะ อิ อิ
From : Stem [ 23 ต.ค. 44 - 13:55:53 น. ]

ความเห็นที่ 92
ในความคิดผม ผมว่าตอนนี้เครื่องบินรบหลักของกองทัพอากาศสหรัฐต้องเป็นF-15
ส่วนทัพเรือต้องF-14(แต่อนาคตก้อต้องF-22กับJSFตามลำดับครับ) ถูกไหมครับพี่Wang
From : แบม [ 23 ต.ค. 44 - 21:07:22 น. ]

ความเห็นที่ 94
สงครามเคมีทำท่าจะเข้ามาจริงๆแล้วซี
เมื่อวาน อัฟกาฯกล่าวหา US ว่าพยายามจะทำลายล้างเผ่าพันธ์
วันนี้ แถลงข่าวว่า US ใช้อาวุธเคมี และ UN กล่าวหาว่า US ทิ้งระเบิดใส่ ร.พ.ทหาร (สงสัยจะไม่ให้มีที่รักษากันเลย ) สงครามนี้ทำท่าจะไปกันใหญ่นะครับ มันก็น่าจะเป็นเช่นนั้น เมื่อวันที่ ๑๑ ก.ย. US โดน
การก่อการร้าย ดูเผินๆเสียไป ๒ ตึก กับชีวิตคนอีก ๖๐๐๐ คน แต่ผลตามมา เศรษฐกิจฝุบ อุตสาหกรรมการ
บิน ท่องเที่ยวบรรลัยไปด้วย คนตกงานมากมาย ฯลฯ แล้วจะไม่ให้แค้นได้ยังไง แล้วจะให้แก้ปัญหาด้วยวิธี
สันติ ดู ปาเลสไตน์ กับ อิสราเอล ซิครับ มันยิงกันเกือบทุกวัน ส่วนใหญ่ปาเลสไตน์จะเป็นฝ่ายเริ่มก่อนเกือบทุกครั้ง ที่ผมเอามาพูดไม่ใช่นอกเรื่อง สองศาสนานี่ไม่เคยยอมกัน ที่จะให้เลิกลาคงยาก ความจริง
US ก็มีอาวุธเคมีมากและพร้อมใช้ตั้งแต่ GULF WAR แล้ว
คุณ WANG อ่านพบที่ไหนหรือเห็นในทีวี รีบบอกกันด้วยนะครับ
From : [ 23 ต.ค. 44 - 21:17:22 น. ]

ความเห็นที่ 95
เกือบ 100 ความเห็น และเกือบ 1000 Page View แล้ว เริ่มโหลดกระทู้นี้ได้ช้าแล้วครับคุณ Wang... ปิดกระทู้นี้ เปิดกระทู้ใหม่เป็นตอนที่ 3 แล้วทำลิงค์(ทั้ง 2 แบบ)จากกระทู้นี้ไปยังกระทู้ใหม่ดีไหมครับ
From : Pc [ 23 ต.ค. 44 - 23:28:05 น. ]

ความเห็นที่ 96
เมื่อวาน( ๒๓ต.ค.)ได้เห็นภาพการทิ้งระเบิดของเครื่องบิน US แล้ว มีข้อสงสัยจนอยากถามคุณ WANG คือ
ท่าการบินทิ้งระเบิดของเครื่องบินโจมตีทิ้งระเบิดที่เคยเห็นมาก่อนมีแต่บินตรงเข้าหาที่หมายแล้วปลดระเบิด
หรือบินระดับผ่านที่หมายเมื่อถึงจุดปลดระเบิด ก็ปลดระเบิด ระเบิดก็จะตรงเข้าหาที่หมาย
แต่เมื่อวานใด้เห็น เครื่องบินทิ้งระเบิดบินเข้าหาที่หมาย เมื่อจะถึงที่หมายก็ดึงหัวขึ้นชันเกือบ ๙๐ องศา แล้ว
ปลดระเบิด ท่านี้ทำให้เห็นว่าลูกระเบิดหมดความเร็วที่จะไปข้างหน้า (เหมือนความเร็วเป็นศูนย์ ณ ตำแหน่งของที่หมาย) เมื่อปลดระเบิด ระเบิดก็จะตกลงเหมือน Free drop ลงสู่ที่หมาย การทิ้งระเบิดแบบนี้อาจใช้ลูกระเบิดธรรมดาเพราะไม่ต้องนำทิศด้วย Computer หรือเครื่องมือที่ทันสมัยใดๆ
ที่อยากถามคุณ WANG ก็คือเคยเห็นเครื่อง GPS ที่เมื่อเราเล็งที่หมายโดย(สมมุติ)เล็งให้เส้นเล็งทาบที่หมาย แล้วเครื่องมันอ่านพิกัดที่หมายได้ แล้วนักบินก็บินเข้าหาที่หมาย เมื่อถึงจุดจุดหนึ่งจะดึงหัวขึ้น ณ จุดนี้ความเร็วของเครื่องบินไปข้างหน้าจะเป็นศูนย์ นักบินอีกคนหนึ่งที่ทำหน้าที่ทิ้งระเบิดก็จะปลดระเบิด คุณ
WANG เคยเห็นเครื่องอ่านพิกัดแบบนี้ไหม ถ้ามีเครื่องอ่านพิกัดแบบนี้ การทิ้งระเบิดหรือการยิงปืนใหญ่จะง่ายขึ้นและยิงไม่พลาด ไม่ว่าจะใช้แผนที่เก่าหรือใหม่
การทิ้งระเบิดของ US ใน ๓ วันที่ผ่านมา เป็นการทิ้งระเบิดเพื่อสนับสนุนการรบทหารภาคพื้นดินของ Northern Allaiance เพื่อจะยึด Kabul ให้ได้เร็วๆ แต่ US ก็ออกมายอมรับว่า ฝ่ายตาลีบัน ได้สะสมอาวุธ
ยุทโธปกรณ์ไว้มากเกินคาด ทำลายเท่าไรก็ไม่หมด
ส่วนล้อ ฮ. ที่เอามาถ่ายรูปอวดกันนั้น US ออกมาแถลงว่าเป็นล้อของ ฮ.ขนส่งแบบ ชินุก ที่ชนกับอะไรบางอย่างขณะลงแล้วล้อหลุด แต่สามารถลงได้อย่างปลอดภัย

From : [ 24 ต.ค. 44 - 09:45:33 น. ]

Wang
ความเห็นที่ 104 [ 24 ต.ค. 44 - 16:18:05 น. ]

web moderator

เราย้ายวิกกันไปที่ ภาค 3 กันนะครับ....เคาะลิงค์ข้างล่างนี้ได้เลย
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=07579
From : Wang    [ 24 ต.ค. 44 - 16:18:05 น. ]

Wang
ความเห็นที่ 107 [ 24 ต.ค. 44 - 16:45:06 น. ]

web moderator

ขอบคุณคุณโนมาอย่างแรงกล้าเลยนะครับ ที่อดนอนมาเป็นเดือนs ตั้งหน้าตั้งตาปรับปรุงโครงสร้างของเวป ให้พวกเราได้มาพบปะพูดคุยกัน
From : Wang    [ 24 ต.ค. 44 - 16:45:06 น. ]


กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ