00001
มาแล้วครับ... "eTrex Legend" ..GPS รุ่นล่าสุดจาก garmin

เพื่อนๆที่เริ่มสนใจ GPS ลองค่อยๆศึกษาจากสารพันข้อมูลในคลังกระทู้นี้นะครับ

............................................................................................................................ wang





มาแล้วครับ GPS ตระกูล eTrex "Legend" รุ่นล่าสุดที่หลายๆคนรอคอย


สำหรับท่านที่ยังไม่ทราบว่า GPS คืออะไรและมีประโยชน์อย่างไร
เชิญไปอ่านได้ที่บทความนี้ครับ ... What's GPS

รุ่น Legend นี้พัฒนามาจากรุ่น eTrex ธรรมดา (รุ่นสีเหลือง) มาเพิ่มความสามารถทางด้านแผนที่ โดยมีหน่วยความจำถึง 8MB สามารถ download ข้อมูลแผนที่จาก CD mapsource จากโดยตรง

และที่สำคัญได้เพิ่มความสามารถทางด้าน pan ภาพได้แล้ว โดยมีปุ่ม Click Stick คล้ายๆ joystick อยู่ทางด้านซ้ายบนของหน้าจอ ... โดยปุ่มนี้จะเปรียบเสมือนมี 5 ปุ่ม ภายในปุ่มเดียวกันคือ กดตรงๆและอีก 4 ทิศทางขึ้นบนซ้ายขวา ... ทำให้การใช้งานสะดวกมากกๆๆๆครับ .. โดยเขาออกแบบมาใช้งานโดยมือซ้าย (คล้ายๆกับมือขวาทำอย่างอื่นอยู่เช่นขี่จักรยาน) เลยกดไม่ค่อยถนัดเลยครับ



By : nbt [ 1 พ.ค. 44 - 18:29:20 น. ]


ความเห็นที่ 1

ขนาดของ Legend นี้ขนาดเท่า eTrex เดิมเลยครับ บางคนอาจไม่เคยเห็นเลยถ่ายเทียบกับ Nokia 8210 ครับ

From : nbt [ 1 พ.ค. 44 - 18:34:48 น. ]

ความเห็นที่ 2

ด้วยขนาดที่เล็กเท่า etrex เดิม แต่ยังสามารถแสดงแผนที่ได้ จึงทำให้ต้องใช้จอที่มีความละเอียดของจุดมากกว่าเดิมถึง 560% หรือมีจำนวนจุดที่ 160 x 288 เทียบกับ eTrex เดิมคือ 64 x 128 เท่านั้น ทำให้สามารถอ่านตัวหนังสือได้อย่างสบายตาแทบไม่มีรอยยักเลยครับ


From : nbt [ 1 พ.ค. 44 - 18:30:35 น. ]

ความเห็นที่ 3

จุดเด่นของ software ใหม่นี้ ยังทำให้การ edit ชื่อต่างๆ โดยใช้ Click stick ทำได้สะดวกมากเลยครับ

From : nbt [ 1 พ.ค. 44 - 18:31:54 น. ]

ความเห็นที่ 4


ด้วยหน้าจอการทำงานแบบ icon ที่ใช้งานง่าย ผมสามารถกดใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดคู่มือเลย (แต่ผมเคยใช้งาน garmin มาแล้วหลายรุ่น) และความสามารถใหม่ที่เหมือนจะออกมาเอาใจนัก outdoor ทั้งหลายคือ บอกเวลาพระอาทิตย์/พระจันทร์ ขึ้น-ตก ,คำนวณเวลาที่เหมาะสมในการล่าสัตว์/ตกปลา และปฎิทินสำหรับบันทึกการเดินทาง


From : nbt [ 1 พ.ค. 44 - 18:32:22 น. ]

ความเห็นที่ 5


หน้านี้แสดงเวลาพระอาทิตย์/พระจันทร์ ขึ้น-ตก และยังสามารถดูภาพ animation แสดงการโคจรของพระอาทิตย์/พระจันทร์ด้วย !!

From : nbt [ 1 พ.ค. 44 - 18:32:50 น. ]

ความเห็นที่ 6


หน้านี้แสดงการคำนวณ แนะนำเวลาล่าสัตว์หรือตกปลาด้วย พร้อมบอกโอกาสประสบความสำเร็จด้วย
เอ..ใครเป็นนักตกปลา ช่วยบอกหน่อยซิว่าเขาคำนวณจากอะไร? ใช้หลักการของอุณหภูมิ+เวลาน้ำขึ้นจากพระอาทิตย์/พระจันทร์หรือเปล่าครับ

From : nbt [ 1 พ.ค. 44 - 18:33:25 น. ]

ความเห็นที่ 7

มีความสามารถทางปฏิทินด้วย โดยสามารถจดบันทึก (แต่ไม่มี alarm) และกดเข้าไปดูเวลาเวลาพระอาทิตย์/พระจันทร์ ขึ้น-ตก หรือเวลาที่เหมาะสมของการตกปลา/ล่าสัตว์ ของวันใดๆเพื่อวางแผนการเดินทางด้วยครับ


From : nbt [ 1 พ.ค. 44 - 18:33:49 น. ]

ความเห็นที่ 8

ด้วยความสามารถที่เพิ่มขึ้นของการ setup TrackLog .... เราสามารถสั่งให้ TrackLog On/Off ก็ได้ (ถ้าเป็น etrex ,emap รุ่นเก่าต้องคอยลบเองน่าเบื่อมาก) ... หรือแม้แต่เลือก Record Method แบบ Time/distance/Auto แบบของ III+ เลยครับ

From : nbt [ 1 พ.ค. 44 - 18:34:28 น. ]

ความเห็นที่ 9
นอกจากนี้รุ่น Legend นี้ยังถือว่ารุ่นที่เริ่มรองรับระบบ WAAS เพื่อปรับความแม่นยำจากทางถาคพื้นดินโดยสามารถทำให้มีความแม่นยำได้ถึง 1-3 เมตร ซึ่งดีกว่าระบบ DGPS (3-5 ม.) หรือทั่วไปคือ 10 เมตรครับ... แต่ไม่มีข้อมูลว่าในเมืองไทยจะสามารถรองรับระบบ WAAS นี้ได้หรือไม่

From : nbt [ 1 พ.ค. 44 - 18:34:28 น. ]

ความเห็นที่ 10
สำหรับ Legend เครื่องนี้ราคาตั้ง 15,700 บาท ทางตัวแทนนำเข้ามาเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น
ส่วนรุ่น eTrex Vista ราคาสองหมื่นนิดๆ โดยมีความสามารถเพิ่มมาเหมือนรุ่น summit ครับ
From : nbt [ 1 พ.ค. 44 - 18:48:32 น. ]

ความเห็นที่ 11
ขอบคุณป๋าโนครับ ผมซื้อมาแล้วครับ กำลังหัดใช้อยู่ แต่รู้สึกว่า map ที่ให้มามันจะไม่ค่อยตรงซักเท่าไหร่นะครับ (โดยรวมก็ตรง 95 % ยกเว้นคลองประปาหน้าบ้านผม ) ถ้าเราจะสร้างถนนหรือคลองเองนี่ทำได้ไหมครับ

From : ่jon [ 1 พ.ค. 44 - 18:54:33 น. ]

ความเห็นที่ 12
ผมก็ซื้อพร้อมคุณ jon แหละครับแหะๆ...map ที่ให้มาในเครื่อง...ทางเมืองนอกคงจะสแกนจากแผนที่ ไม่ได้ใช้พิกัดจากดาวเทียมที่ถูกต้องครับ จึงผิดพลาดไปบางช่วงถึง 100-200 เมตรทีเดียวครับ แต่ถ้าเราขับรถไปตามถนนแล้วตั้ง scale ประมาณ 2กม ก็จะเห็นว่าเที่ยงตรงพอรับได้ครับ ... ส่วนฐานข้อมูลถนนค่อนข้างนานแล้ว ถ้าเป็นทางหลวงเส้นที่เพิ่งสร้างไม่นานจะไม่มีครับ ...และก็ไม่รู้เขาจะทำรึเปล่าเพราะเมืองไทยมีผู้ใช้ GPS น้อยครับ.. แล้วเรื่องจะสร้างเส้นถนนเพิ่มเติมเองคงทำไม่ได้ครับ นอกจากบันทึกเป็น Track ที่เดินทางผ่านมาได้ 10 เส้นทางครับ แล้วสั่งให้แสดงซ้อนบนแผนที่แทนครับ

From : nbt [ 1 พ.ค. 44 - 19:06:15 น. ]

ความเห็นที่ 13
เจ๋งดีจังเลยครับ

From : หนูภูเขา14ขวบ [ 1 พ.ค. 44 - 19:13:51 น. ]

ความเห็นที่ 14
ราคาเท่าไรครับคุณ จ้อน หลังจากลดแล้วผมสนใจครับ

From : เสือหางด้วน [ 2 พ.ค. 44 - 10:59:23 น. ]

ความเห็นที่ 15
น่าจะมีเปรียบเทียบกับของ magellan ด้วยนะครับ

From : นายนับ [ 2 พ.ค. 44 - 11:59:58 น. ]

ความเห็นที่ 16
ขอไปเรียนรายละเอียดที่บ้าน ป๋า ก่อนซื้อได้ม่ะ

From : ศิษย์เก่า thaimtb [ 2 พ.ค. 44 - 12:11:44 น. ]

ความเห็นที่ 17

แต่แรกที่เห็นสเปครุ่นนี้แล้วกลัวครับ กลัวว่าจอ Display เท่าเดิม เพิ่ม Resolution จะทำให้ตัวหนังสือบน Display ยิ่งเล็กลงจนคนที่สายตาเริ่มยาวอย่างผมจะอ่านไม่ออก ปกติเวลา Mark Waypoint ด้วย eTrex เสือเหลืองก็ยังมองลำดับเลขไม่เห็นอยู่แล้ว ....... แต่เจ้ารุ่นนี้เจ๋งจริงครับ สามารถกำหนดขนาดตัวอักษรของ Waypoints, Street Label, Land Cover และ Point of Interest ได้

รุ่นนี้ถ้าใช้ในอเมริกาคงจะดีไม่น้อย ได้ประโยชน์จากระบบ WAAS (Wide Area Augmentation System) รับสัญญาณ”คาบแก้”จากสถานีภาคพื้นดิน เพิ่มความแม่นยำให้แก่ข้อมูลจากดาวเทียมได้ถึงห้าเท่า

เวอชั่นล่าสุด OziExplorer Fully Released Version 3.85.4.4 (เบต้าไปถึง 3.85.6.4 แล้ว)ยังไม่มี Legend อยู่ในรายชื่อเครื่องที่ OziExplorer รู้จัก มีเพียง eTrex, eTrex Summit, eMap และรุ่นที่เก่ากว่าเท่านั้น ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเราจะใช้ Legend กับ OziExplorer ไม่ได้ แต่คงต้องเลือก “Other Garmins” ในช่องตัวเลือกแทน เมื่อเป็นเช่นนี้ เราต้องเปิดคู่มือป้อนค่า Parameter ต่างๆให้ถูกต้อง โปรแกรมจึงจะทำงานกับเครื่องของเราได้อย่างราบรื่น


From : Wang [ 2 พ.ค. 44 - 13:15:43 น. ]


ความเห็นที่ 18
ผมยังไม่ได้ลอง link เข้าคอมเลยครับ ขอบคุณมากครับเฮีย Wang ที่มาบอกซะก่อน เอ...แล้วถ้าไปเลือกเป็น eTrex ธรรมดาจะมีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ

ราคาตั้ง 15,700 (ยังไม่รวม VAT ) แต่ราคาลดแล้วเน็ตเหลือประมาณหมื่นห้าหน่อยๆครับคุณเสือหางด้วน ราคาที่แน่นอนโทรถามเองดีกว่าครับเพราะมีเรื่องการจัดส่งด้วย มีแถมสาย interface เข้าคอมแล้วไม่ต้องซื้อเพิ่ม

From : nbt [ 2 พ.ค. 44 - 15:09:35 น. ]


ความเห็นที่ 19

การเซ็ท Parameter เป็นการ Synchronize โปรแกรม OziExplorer กับ เครื่อง GPS ที่ต่อพ่วงให้รู้เขารู้เรา หากเป็นเครื่องที่ Ozi รู้จัก ค่าเหล่านี้จะถูกเซ็ทโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าเครื่องเราใหม่จน Ozi ตามไม่ทัน เราก็ควรจะเซทค่าเหล่านี้เองให้ถูกต้อง

หากเรานำค่า Parameter ของเครื่องรุ่นเก่ามาใช้กับเครื่องรุ่นใหม่ ความสามารถที่ดีขึ้นของเครื่องรุ่นใหม่จะถูกจำกัดลง ตัวอย่างเช่น …

Legend สามารถบันทึกชื่อ Waypoint ด้วย 10 ตัวอักษร แต่หากเราเซ็ทค่าเป็น 6 เท่า eTrex ละก็ เวลาสร้างหรือแก้ไข Waypoint บน Ozi จำนวนของตัวอักษรจะถูกขีดวงจำกัดลงมาเหลือเพียง 6 อักษรเท่านั้น ทั้งๆที่ Legend รับได้ถึง 10 อักษร

ไหนๆก็อ่านคู่มือของ Legend ไปแล้วทั้งๆที่ยังไม่เคยจับต้องเครื่องเลย ก็ขอสรุปค่า Parameter ที่ว่านี้ในตารางข้างบนนะครับ

สำหรับค่า Event นั้น เป็นลูกเล่นของยี่ห้อ Lowance และ Eagle บางรุ่น….. เครื่อง Garmin และ Magellans ไม่มีลูกเล่นนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ให้เซ็ทค่านี้ไว้ที่ 500 เผื่อเยอะไว้สำหรับใช้ทำ Marker ในแผนที่ที่เรา Edit บน Ozi ไม่มีผลต่อการ Upload หรือ Download ข้อมูลแต่ประการใด


From : Wang- [ 2 พ.ค. 44 - 20:42:53 น. ]


ความเห็นที่ 20
จริงอย่างที่เฮีย Wang บอกจริงๆด้วย ... ผมเคยใช้มาทั้ง III+ ,eMap เพิ่งสังเกตว่า eMap ใส่ชื่อได้ 10 หลัก มากกว่า III+ ซึ่งใส่ได้แค่ 6 หลักจริงๆด้วย .... โห เรื่อง spec นี่เฮีย Wang แม่นจริงๆเลยครับ นับถือๆ ... เอ... แล้วเรื่องจำนวนหลัก 6 หลักหรือ 10 หลักนี่เฮีย Wang ไปดูจากตรงไหนมาเนี่ย ผมนั่งพลิกดูคู่มือทั้งเล่มแล้วไม่เห็นมีเขียนบอกไว้เลย ใน comparison table ก็ไม่มีบอก ....หรือดูจากรูปหน้าจอที่เขาวาดไว้หรือเปล่าครับ??

From : nbt [ 2 พ.ค. 44 - 22:43:20 น. ]

ความเห็นที่ 21
ขอบคุณ อ. Wang ที่ช่วยแนะวิธีแก้ปัญหาการป้อนค่า Parameter ใน OziExplorer ให้รองรับ GPS รุ่นใหม่ได้

From : Pc [ 2 พ.ค. 44 - 23:28:18 น. ]

ความเห็นที่ 22
ราคาลองโทรไปสอบถามกับเบอร์ที่ป๋าโนให้ไว้นะครับ ผมเพิ่งเอาไปใช้ที่ต่างประเทศมารู้สึกว่าดีครับ ช่วยให้มั่นใจในการไปเดินในทางที่เราไม่คุ้น อย่างน้อยก็กลับที่เดิมถูก ผมว่าจะลอง MAPSOURCE ของแต่ละประเทศดูแต่ว่าแพงเหลือเกิน เอาไว้ถูกหวยจะลองซื้อมาดูนะครับ

From : ่jon [ 5 พ.ค. 44 - 14:56:21 น. ]

ความเห็นที่ 23
สงสัยเกี่ยวกับ gps ครับ รบกวนผู้ชำนาญครับ
1. มีไฟ backlight ช่วยให้ใช้งานตอนกลางคืนหรือเปล่่าครับ
2. เข้าใจว่าน่าจะมีถ่านกระดุม ทำหน้าที่เก็บข้อมูลเหมือนเก็บ bios ของคอมฯ อยากทราบว่าเป็นถ่านแบบไหน เมื่อหมดแล้ว สามารถเปลี่ยนเองได้ หรือว่าต้องส่งเข้าเปลี่ยนที่บริษัทเท่านั้นครับ
3. การนำไปใช้ต่างประเทศ ต้องขออนุญาตนำออก หรือต้องแจ้งรายการไว้ที่กรมศุลหรือเปล่า หมายถึงเครื่องที่ซื้อในนี้นะครับ ไม่อยากมีปัญหาตอนเอากลับเข้ามาอีกครับ
4. ขอ url ของ site ที่มีโปรแกรม crack Ozi 3.80.1 อีกครั้งครับ ของเดิมที่มี ( http://site.oxta.net/cgi-bin/gateway.cgi?49175) ใช้ไม่ได้ครับ
ขอบคุณครับ

From : ขวด [ 5 พ.ค. 44 - 17:58:17 น. ]

ความเห็นที่ 24
ตอบคุณขวด
1.เท่าที่ใช้ garmin มามีไฟทุกรุ่นครับ
2.garmin รุ่นใหม่เท่าที่ใช้มา etrex,emap,III+ ไม่จำเป็นต้องใช้ถ่านกระดุมใดๆ คิดว่าคงเป็นเทคโนโลยี e2prom หรือ Flash แต่รุ่นก่อนหน้านั้นไม่ทราบครับ
3.เคยไปใช้ต่างประเทศ ก็ไม่เห็นเขาว่าอะไรนะ เหมือนของใช้ส่วนตัวเช่นเดียวกับกล้อง คงไม่เป็นไรครับ
4. ลองใช้ name= "test" , code ="$E89636A7"

From : nbt [ 5 พ.ค. 44 - 18:23:52 น. ]

ความเห็นที่ 25
รบกวนคุณ nbt อีกหน่อยครับ
1. ถ้าไม่มีถ่านกระดุมสำรองข้อมูลแล้ว สมมุติว่าระหว่างการใช้งานแล้วถ่าน AA หมดกลางคัน ขณะที่ถอดเปลี่ยนถ่าน ข้อมูลที่เก็บไว้ระหว่างเดินทาง หรือข้อมูลในตัวปฎิทินจะหายมั้ยครับ ผมเห็นเครื่อง palm บางรุ่นถ้าถ่าน AAA หมด แล้วต้องเปลี่ยนถ่านให้เสร็จภายใน 1 นาที ไม่งั้นข้อมูลหายเกลี้ยง ต้องทำ sync. ใหม่ ยุ่งยากมากครับ
2. ความถูกต้องของพิกัด ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วยหรือเปล่าครับ เช่น วันแดดจัด กับวันฝนตก และกลางวันกับกลางคืน
3. ยังไม่เข้าใจกับข้อ 4 ครับ ผมหมายถึง full address ยังเข้าไม่ได้เลย ยังไม่ถึงขั้นตอนต้องใช้ user id หรือ code ครับ

From : ขวด [ 5 พ.ค. 44 - 21:45:07 น. ]

ความเห็นที่ 26
1. ง่ะ... กลับไปตรวจเช็คดูรุ่น eTrex Legend ภายในมีถ่านกระดุมจริงๆด้วยครับ!! ตอนแรกก็คิดว่าข้อมูลต่างๆคงเก็บในหน่วยจำชนิด e2prom หรือ flash memory ซึ่งข้อมูลใน IC พวกนี้จะไม่หายถึงแม้จะไม่มีไฟเลี้ยงก็ตาม ... ถ้าให้เดาถ่านกระดุมนี้ก็คงใช้ให้นาฬิกาเดิน ส่วนข้อมูลจะเก็บใน RAM ด้วยรึเปล่าชักไม่แน่ใจครับ แล้วเรื่องถ่านกระดุมนี่ในคู่มือของเครื่องก็ไม่มีบอกใดๆไว้เลยว่ามีใช้ด้วยและจะต้องมีการเปลี่ยนเมื่อไหร่ และถ้าจะเปลี่ยนถ่านนี่ต้องแงะเครื่องกันเลยครับไม่ได้ถอดกันง่ายๆ ... และถึงแม้ถ่าน AA ที่เราใช้จะหมด ถ้าเรายังเสียบถ่านคาไว้ก็จะไว้เลี้ยงวงจรไว้ด้วย ( แบบว่าไฟไม่พอใช้ทำงาน.. แต่ไฟพอแค่ backup ข้อมูล) ถ่านกระดุมนั้นก็คงแทบไม่ได้ใช้เลยครับ ... และเท่าที่ใช้มาบางทีแบตหมดไปตั้งนาน เพิ่งนำกลับมาใช้ข้อมูลก็ไม่เคยหายนะครับ ... เอ..แล้วท่านอื่นใช้แล้วเคยมีปัญหาเรื่องนี้บ้างมั๊ยละ

2.เรื่องความแม่นยำก็มีส่วนกับสภาพอากาศด้วยครับ แต่ถ้ารับดาวเทียมได้ซัก 4 ดวงขึ้นไปแล้ว ก็คงต่างกันไม่มากหรอกครับ
3. ไป download โปรแกรม 3.80 ที่นี่มาก่อน http://www.thaimtb.com/download
พอ install เสร็จแล้วใส่ code ตามที่ผมบอกครับ


From : nbt [ 6 พ.ค. 44 - 02:27:33 น. ]


ความเห็นที่ 27
ระหว่างโปรแกรมของ GARMIN ที่ให้มาในแผ่น CD mapsource กับ โปรแกรม Oziexplorer อันไหนน่าใช้มากกว่ากันครับ ในแง่ไหนบ้าง ถ้าผมใช้แค่ save tracklog, route แค่ garmin จะพอไหมครับ ราคาเป็นยังไง แต่เข้าใจว่าถ้าไม่ใช่ oziexplorer คงจะแชร์ข้อมูลกับเพื่อนๆทาง web นี้ยากหน่อยใช่ไหมครับ

From : jon [ 6 พ.ค. 44 - 19:32:38 น. ]

ความเห็นที่ 28
ผมถนัดใช้โปรแกรม mapsource ครับ เพราะผมใช้ GPS รุ่นที่มันมี map ในตัวเลยดูง่ายดี และเวลามันเก็บข้อมูลไว้มันจะเก็บทุก track,waypoint,route ไปในไฟล์เดียวกันเลย เหมาะกับการเก็บข้อมูลแต่ไม่เหมาะไว้ให้ EDIT ด้วย ... ส่วนฟังก์ชัน oziexplorer ลึกๆนี่ต้องถามเฮีย Wang เลยครับแกเป็นเซียนตัวจริง ใช้ยากหน่อยครับ แต่ปรับแต่งได้ดีกว่า

From : nbt [ 7 พ.ค. 44 - 00:45:54 น. ]

ความเห็นที่ 29
ขยายความของคุณโนฯนิดนึงเกี่ยวกับข้อสี่ของคุณขวดนะครับ....

ก่อนอื่น ขอเครดิตวิธีการนี้แก่ท่านลูฯผู้ตั้งกระทู้ข้างล่างนี้....
http://www.thaimtb.com/webboard/10/05431.html

เมื่อติดตั้ง Ozi 3.80 แล้ว เราจะได้ Ozi ในรูป Shareware เท่านั้น ผู้เขียนโปรแกรมได้กั๊กคุณสมบัติเยี่ยมๆอื่นๆไว้มากมาย ไม่ให้เราใช้ความสามารถของ Ozi ได้อย่างเต็มที่ นอกจากเราจะส่งเงินไป Register เพื่อแลกกับโค้ดในการปลดปล่อยพลังความสามารถทั้งหมดของโปรแกรมออกมา

วิธีที่ประหยัดคงต้องใช้ Crack ตามที่คุณโนฯให้ไว้ข้างบน ทำตามขั้นตอนดังนี้ –

ติดตั้ง Ozi 3.80 แล้ว......Click HELP > Click ENTER REGISTRATION CODE >
ป้อน User Name & Keycode > Click SAVE > ปิดโปรแกรมแล้วเปิดใหม่
เพียงเท่านี้จะได้ 3.80 ฉบับสมบูรณ์

จากนั้นทำการอัพเกรด 3.80 ให้เป็น 3.85.4.4 ล่าสุด (หรือจะลองเสี่ยงเล่นเบต้า 3.85.6.4 ก็ได้) โดยเข้าไปที่....
http://www.powerup.com.au/~oziexp/oziexp3854.zip
โหลดไฟล์ Zip นี้เข้ามา ..... Unzip(Extract) แล้วจะได้ไฟล์ชื่อ OziExp.exe ขนาด 3+ MB ....ย้ายไฟล์นี้เข้าแทนไฟล์ชื่อเดียวกันใน Folder ชื่อ OziExplorer บน Root ที่เราติดตั้ง 3.80 แต่แรก.....เราก็จะได้ Ozi ล่าสุดฉบับสมบูรณ์


ส่วนคำถามคุณ jon นั้น ตอบได้ว่า....ขึ้นอยู่ที่พวกเราใช้โปรแกรมตัวไหนมากกว่ากัน MapSource ไม่มีให้ดาวน์โหลดในเวป ต้องหยิบยืมจากผู้ที่มีแผ่น .... แต่ Ozi นั้นหาง่ายกว่าด้วยวิธิการข้างบน น่าจะมีใช้กันแพร่หลายกว่า


From : Wang [ 7 พ.ค. 44 - 12:10:54 น. ]


ความเห็นที่ 30

gps รุ่นไหนที่สามารถไปดำน้ำลึกได้บ้างครับโดยทำ cses หรือ housing ลงไปเหมือนกับกล้องถ่ายรูปใต้น้ำใครรู้บ้างช่วยบอกทีครับ

From : หนุ่ม GRAND [ 7 พ.ค. 44 - 13:47:18 น. ]

ความเห็นที่ 31
ขอบคุณ อ.Wang ที่ช่วยอธิบายขั้นตอนด้วยครับ
เรื่องนำ GPS ไปใช้ใต้น้ำนี่ ไม่แน่ใจว่าใต้น้ำลึกนี่เครื่อง GPS จะรับสัญญานดาวเทียมได้รึเปล่าครับ... หุหุหุ

From : nbt [ 7 พ.ค. 44 - 14:48:34 น. ]

ความเห็นที่ 32
ขอบคุณครับพี่ wang ผมทำการติดตั้ง 3.80 แล้วแต่ upgrade ไม่ได้แฮะ file ที่ผมไป load มาจาก link มันไม่ใช่ zip file ครับ ตอนนี้ก็ลองใช้ 3.80 ไปก่อน มึนจริงๆ ตอนนี้ยัง interface ระหว่าง gps กับ pc ไม่ได้เลยครับ เดี๋ยวจะลองคลำไปเรื่อยๆนะครับ

From : jon [ 7 พ.ค. 44 - 14:49:18 น. ]

ความเห็นที่ 33
- ขอบคุณ อ.หวังครับ
- เรียนคุณ jon ผมลอง d/l มาแล้ว เป็น zip ไฟล์ครับ สามารถ unzip ได้
- เรียนคุณ nbt ถ้าสนใจซื้อ ทางตัวแทนเขามีสอนการใช้ให้ด้วยมั้ยครับ


From : ขวด [ 7 พ.ค. 44 - 20:02:00 น. ]

ความเห็นที่ 34

การ Crack โปรแกรม Ozi ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น มีข้อจำกัดที่ว่า เราต้องติดตั้ง 3.80 ก่อน แล้วค่อยป้อนรหัส Crack ……. จากนั้นค่อยอัปเกรดเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด…… เราไม่สามารถติดตั้งเวอร์ชั่นล่าสุดแต่แรกแล้วใช้รหัส Crack นี้ได้ เพราะรหัสนี้ใช้ได้เฉพาะกับ 3.80 หรือเก่ากว่าเท่านั้น


จากการสังเกต Folder ชื่อ OziExplorer ที่ผมติดตั้งใหม่เมื่อวันที่ 27/11/43 เวลา 10:30 หลังจากนั้นผมก็ป้อน Passcode ในอีกเจ็ดนาทีต่อมา มี File ชื่อ oziexp.reg เกิดขึ้นใหม่ในช่วงนั้น(10:37) ไฟล์นี้น่าจะเป็นไฟล์ที่เก็บข้อมูลในการ Unlock Demo/Shareware Version ให้เป็น Registered Version

เมื่อผมลองลบไฟล์นี้ออกไป แล้วเปิดOziใหม่ Oziก็จะกลับเป็น Demo/Shareware Ver .......แต่เมื่อก๊อปไฟล์นี้กลับไปที่เก่า Oziก็จะกลับเป็น Registered Version เหมือนเดิม

ปัญหาคือ ไฟล์นี้ใช้คู่กับไฟล์นามสกุล ISU และ ISR หรือไม่ ถ้าใช่ สองไฟล์นี้น่าจะได้รับการ Modify ขณะป้อนโค้ด เวลาน่าจะเป็น 10:37 ตามด้วย

ความน่าจะเป็นคือไฟล์ oziexp.reg น่าจะเป็นไฟล์เดียวในการ Unlock (จริงๆไม่น่าง่ายเช่นนั้น)......พอดีผมได้ติดตั้ง Ozi ในเครื่องทั้งสามของผมไปแล้ว แต่ละเครื่องได้ Customize ไว้ใช้งานในลักษณะต่างๆกัน ไม่สะดวกที่จะ Uninstall และ Install ใหม่ (ไฟล์ *.ini บางทีก็ไม่สามารถเก็บข้อมูลที่ Customize ได้หมด)

เพื่อนๆที่มีหลายเครื่องลองทดสอบดูนะครับ ลองก็อปไฟล์ที่ว่านี้ไปใส่ใน Ozi ที่ยังไม่ Crack แล้วแจ้งผลดูว่าได้ผลหรือไม่ ถ้าได้ผลคุณโนจะได้ใส่ไฟล์นี้(1KB เอง)ให้เราได้ดาวน์โหลด พวกเราที่อยากใช้ Ozi จะได้ติดตั้งเวอร์ชั่นล่าสุดเลย แล้วย้ายไฟล์นี้ใส่เข้าไป ไม่ต้องเริ่มต้นจากการติดตั้งเวอร์ชั่น 3.80 อีกต่อไป


From : Wang [ 8 พ.ค. 44 - 12:56:21 น. ]


ความเห็นที่ 35
วิธีใช้ไฟล์ REG ไม่ได้ผลครับ เพื่อนๆไม่ต้องทดลองแล้วนะครับ ไม่ Work ครับ

ผมได้ทดลองแลกไฟล์ที่ว่านี้กับ อ.ลู เพราะโปรแกรมของผมกับ อ.ลู ใช้ Passcode ต่างกัน ปรากฏว่าโปรแกรมของผมกลับไปเป็น Demo Ver ทั้งๆที่มีไฟล์ REG ที่สามารถ Unlock โปรแกรมของ อ.ลู ได้

เข้าใจว่าตอนป้อน User Name & Passcode แล้วกด Save นั้น คงต้องมีการบันทึกอะไรสักอย่างใน System File หรือ Registry ของ Windows เป็นแน่ ........ไฟล์ REG จึงใช้ได้เฉพาะเครื่องใครเครื่องเค้าเท่านั้น


From : Wang [ 8 พ.ค. 44 - 16:52:51 น. ]


ความเห็นที่ 36
ลองแล้วเป็นอย่างที่เฮีย Wang บอกจริงๆครับ ว้า..เสียดายจัง โปรแกรมมันหลอกให้ดีใจนี่นา...หุหุหุ

From : nbt [ 8 พ.ค. 44 - 18:09:14 น. ]

ความเห็นที่ 37
ตอบคุณขวด... ทางตัวแทนไม่มีคอสสอนให้โดยตรงครับ แต่อาจจะให้ sale ช่วยสอนการใช้งานเบื้องต้นให้ได้ครับ เดี๋ยวนี้เห็นมีเริ่มทำคู่มือไทยในรุ่น etrex บางรุ่น แล้วนะครับ

From : nbt [ 9 พ.ค. 44 - 01:33:26 น. ]

ความเห็นที่ 38
ป๋าโนครับ จะซื้อรุ่น Vista ราคาสักเท่าไหร่ครับ
ซื้อผ่านตัวแทนหรือซื้อกับบริษัทเลยดีครับ
ตอนนี้ผมกำลังสั่งสายที่ใช้โหลดข้อมมูลจาก GPS ไปลงปาล์มแล้วครับ
โปรแกรมลงปาล์มเสร็จแล้ว รอสายอย่างเดียว
ทีนี้ไปไหนไกลๆก็ไม่ต้องกลัวแทรกหายแล้วครับ เพราะย้ายมาเก็บในปาล์มเลย

อ้อ คุณ Wang ผมมีแครกของ 3.85.4.4 ล่าสุดด้วยนะครับ
ผมลองแล้วใช้ได้ด้วยอ่ะ ใช้ได้ดี สนใจติดต่อทางเมล์ครับ

From : Trek UTC [ 11 พ.ค. 44 - 10:55:32 น. ]


ความเห็นที่ 39

ผมทำสายต่อจาก GPS มาเข้า Palm เสร็จแล้วครับ
ไม่ต้องเสียเงินซื้อเลย โหลดแทรกกับ waypoint มาเก็บไว้ใน Palm ได้เลย
สะดวกดีครับ ใครสนใจถามมาได้ครับ

From : Trek UTC [ 11 พ.ค. 44 - 13:07:26 น. ]

ความเห็นที่ 40

ข้อดีคือ เวลาไปเที่ยวไหนไกลๆทางรถยนต์ หาก memory จะเต็มก็โหลดมาเก็บไว้ก่อน
ที่มันจะโดนทับไป ครับ

From : Trek UTC [ 11 พ.ค. 44 - 13:11:46 น. ]

ความเห็นที่ 41
Vista ราคาตั้ง 21,090 , Camo=8860,Venture=10980,Legend=15700,
ถ้าซื้อกับบริษัทจะแพงกว่าครับเพราะลดให้นิดหน่อยแต่คิด VAT ด้วย ถ้าสนใจเดี๋ยวผมบอกจะให้คุณ kore คิดราคาพิเศษให้ครับ

ผมเคยดึงข้อมูลเข้า palm เหมือนกันครับ ใช้โปรแกรม GPilotS 4.4pre1 ไม่ได้ใช้นานแล้ว ไม่รู้มีโปรแกรมตัวอื่นน่าสนใจกว่า หรือสามารถแก้ไข Track ได้รึเปล่าครับคุณ Trek ... เออ แล้วเคยลอง moving map ใน palm รึยังครับ

From : nbt [ 11 พ.ค. 44 - 14:58:23 น. ]


ความเห็นที่ 42
ผมถามไปที่ garmin เรื่องถ่านกระดุมว่ามีหรือเปล่า เป็นแบบไหน อายุการใช้งาน ถ้าถ่านหมดเปลี่ยนเองได้หรือเปล่า เขาตอบมาดังนี้ครับ
We don't have a memory battery in our Garmin eTrex Legend. We use one "capacitor" as a memory battery. There is no "average life" of it unless the flash is destructed. You will have to send back the unit to us if the "capacitor" drain out. (We could stay the waterproof function of legend.) Stored data will not lost.

สงสัยต่ออีกว่ารูปดาวเทียมที่ปรากฏพร้อมกับความแรงของสัญญาณ และมีหมายเลขกำกับอยู่ของแต่ละดวงนั้น
1) มีทางทราบได้มั้ยครับ ว่าแต่ละดวง แต่ละหมายเลข เป็นของดาวเทียมชื่ออะไร
2) หมายเลขนี้จะคงอยู่กับดาวเทียมแต่ละดวงตลอดไปหรือเปล่า เช่น สมมุติหมายเลข 1 คือดาวเทียมไทยคม ทุกครั้งที่ใช้งาน หมายเลข 1 ก็จะเป็นไทยคมตลอด แบบนี้มั้ยครับ




From : ขวด [ 11 พ.ค. 44 - 16:46:56 น. ]


ความเห็นที่ 43
ขอบคุณ คุณ Treck UTC มากครับในน้ำใจ

คืองี้ครับ.....ในช่วงแรกๆนั้น ผมก็มีปัญหามากมายกับข้อจำกัดของ Calibration Point และ Map Datum ของ Demo/Shareware Ozi โชคดีที่ว่าปวดหัวเรื่องนี้ได้ไม่นาน ก็มีสมาชิกท่านหนึ่งโทรมาปรึกษาหารือเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมนี้ คุยไปคุยมาจึงทราบว่าสมาชิกท่านนี้ได้ส่งเงิน $75- ไป Register เป็นค่าทรัพย์สินทางปัญญากับคุณ Des Newman เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สมาชิกท่านนั้นได้กรุณาแบ่ง Passcode ที่ได้มาให้ผมใช้ และผมก็ขอขอบคุณท่านในที่นี้อีกครั้งหนึ่ง

ด้วยมารยาท ผมคงไม่สามารถส่งต่อ Passcode นี้ให้แก่ผู้อื่นได้ เพราะ Passcode ประกอบด้วย User Name อันเป็นชื่อจริงของผู้ Register หากหลุดไปอยู่ใน Public Domain แล้ว สิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับในอนาคตของสมาชิกท่านนี้อาจถูกจำกัดลง

อย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นโชคดีของพวกเราที่อยากลองใช้ Ozi ฉบับเต็ม คุณโนมีเก็บเวอร์ชั่นเก่า 3.80 พร้อม Crack สำหรับเวอร์ชั่นนี้ไว้ จึงได้นำ 3.80 ที่หาโหลดไม่ได้อีกแล้วมาลงไว้ในเวปนี้ และต่อมา อ.ลู ก็ได้ค้นพบว่า เราสามารถอัปเกรด 3.80 ที่ Crack แล้วให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดโดยไม่สูญเสียผลของการ Crack แต่ประการใด


From : Wang [ 11 พ.ค. 44 - 16:47:36 น. ]


ความเห็นที่ 44
ในรุ่น Legend มีถ่านกระดุมภายในจริงๆครับ ...ที่ผมเห็นได้เพราะรุ่นนี้เป็น case ฟ้าใส พอเปิดฝาหลังแล้วก็เห็น component ภายในเลย คิดว่าเขาคงเอาไว้ backup นาฬิกามากกว่า ซึ่งคงอยู่ได้นานเป็นปีๆ แต่อาจจะกินถ่านเฉพาะเวลาเราถ่าน AA นั้นไม่มีไฟหลงเหลืออยู่เลยจริงๆ ดังนั้นจึงแทบไม่ได้ใช้ไฟในถ่านกระดุมมากกว่าครับ

From : nbt [ 11 พ.ค. 44 - 17:44:42 น. ]

ความเห็นที่ 45
คุณ ขวด ครับ ที่ garmin เค้าว่างั้ยนะครับไม่รู้เรื่องเลย

From : หนุ่ม GRAND [ 11 พ.ค. 44 - 18:40:50 น. ]

ความเห็นที่ 46
ดาวเทียม GPS ทุกดวงมีรหัสประจำตัว ทำให้เครื่องรับสัญญาณ GPS รู้ว่ากำลังรับสัญญาณจากดวงไหน เลขที่เห็นบน Satellite View ก็คือเลขประจำตัวของดาวเทียมนั่นเอง

ดาวเทียม Navstar GPS ที่ DoD (Department of Defense – กระทรวงกลาโหมอเมริกัน) ปล่อยขึ้นไปนั้นมีทั้งหมดมีอย่างน้อย 24 ดวงที่กำลังใช้การอยู่......ในจำนวนนี้เป็นดาวเทียมสำรองสามดวง อย่าแปลกใจที่เห็นเลขประจำดาวเทียมเกิน 24.......ทั้งนี้เพราะดวงแรกนั้นถูกยิงขึ้นไปตั้งแต่ปี ’78 และแต่ละดวงมีอายุการใช้งาน 10 ปี ดวงหลังๆที่มีเลขมากๆ(เมื่อเย็นนี้เห็นเลข 30)เป็นดวงที่ปล่อยขึ้นไปชดเชยดาวเทียมที่หมดอายุไป

ดาวเทียม GPS ไม่อยู่กับที่ แต่ละดวงโคจรรอบโลกครบหนึ่งรอบทุก 12 ชั่วโมง มีการกำหนดวงโคจรให้ดาวเทียมทั้งยี่สิบสี่นี้ปกคลุมกระจายอยู่ทั่วโลก...... ไม่ว่าจะเป็นเวลาใด ณ ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งบนผิวโลก จะมีดาวเทียมอยู่เหนือเส้นขอบฟ้าอย่างน้อยสี่ดวงคอยส่งสัญญาณนำทางแก่เครื่องรับ GPS

ก่อนหน้านี้เราคงเคยได้ยินคำว่าSA Program (Selective Availability Program) ซึ่งเป็นการ Degrade สัญญาณดาวเทียมภาคพลเรือนหรือ L1 (ย่าน UHF 1575.42 MHz) การ Degrade หรือลดคุณภาพรายละเอียดของสัญญาณนี้ เป็นการจงใจป้อนสัญญาณที่มีความคลาดเคลื่อน(แต่ไม่มาก)ให้แก่เครื่องรับ GPS ด้วยเหตุผลของความมั่นคง....... เดือนนี้ก็ครบหนึ่งปีพอดีที่รัฐบาล Clinton ยกเลิกการแทรกแซงสัญญาณ GPS



From : Wang [ 11 พ.ค. 44 - 20:14:35 น. ]


ความเห็นที่ 47
ป๋าโนครับ ผมจะติดต่อคุณ Kore ยังไงครับ
ผมจะซื้อ Etrex Vista พร้อมที่ชาร์ตในรถกับแท่นยึดในรถด้วยครับ
เบอร์ผม 01-8656304

From : Trek UTC [ 14 พ.ค. 44 - 10:50:21 น. ]

ความเห็นที่ 53
ขอบคุณอ.หวังครับ แต่ว่าคำถามในข้อหนึ่งยังคาใจอยู่ พอจะหาค้นได้จากที่ไหนมั้ยครับ ยังมีคำถามเกี่ยวกับใช้งานอีกเล็กน้อย คือ
- ค่า accuracy แสดงค่าเปลี่ยนไปมา ไม่คงที่ เป็นเพราะอะไรครับ
- หากเราทราบพิกัดของปลายทางแล้ว เราสามารถป้อนค่านี้เข้าไปที่เครื่อง เพื่อให้ช่วยแสดงทิศทางว่าเราไปถูกทางหรือเปล่าได้มั้ยครับ (เข้าใจว่าต้องป้อนผ่านโปรแกรม ไม่สามารถป้อนเข้าที่เครื่องได้โดยตรง?)
- การบอกพิกัดของสถานที่ ที่มีขนาดใหญ่เช่น สนามบิน เราจะบอกพิกัดที่ตรงไหนของสนามบินครับ

From : ขวด [ 15 พ.ค. 44 - 21:24:39 น. ]

ความเห็นที่ 54
คุณ Wang
เราช่วยกันส่งเมล์ไปให้ Garmin ให้เค๊าพัฒนาโปรแกรมเครื่อง
ให้เราสามารถ on/off track point ได้เองดีไหมครับ
บางทีเข้าป่า ตอนขาออกใช้ GPS นำทาง มันดันมีเส้นทับกับเส้นเก่าอีก
เปลืองเมโมรี่แถมต้องมานั่งลบทีหลังอีกนะ

From : Trek UTC [ 16 พ.ค. 44 - 09:06:46 น. ]

ความเห็นที่ 55
คุณ Trek ......เท่าที่เห็น Garmin ไม่ได้มีอัปเดทซอฟแวร์ (หลังสุด 2.10) ในเครื่อง eTrex รุ่นธรรมดาของผมมากว่าแปดเดือนแล้ว ผมว่าเค้าทิ้งเครื่องที่ตกรุ่นแล้วหละ สู้ทุ่มทรัพยากรไปพัฒนาของใหม่ยั่วน้ำลายให้พวกเราควักกระเป๋าดีกว่า

คุณขวด......
ค่า Accuracy ที่เปลี่ยนไปมาเพราะความเข้มของสัญญาณจากดาวเทียมแต่ละดวงที่เราได้รับเปลี่ยนไปตามการเคลื่อนที่ของเรา บางขณะอาจมีตึกหรือต้นไม้รวมทั้งตัวเราบัง ทำให้ความเข้มของสัญญาณดาวเทียมและจำนวนดาวเทียมที่เครื่องเห็นเปลี่ยนแปลงไป

เครื่องรับ GPS ต้องเห็นดาวเทียมอย่างน้อยสามดวงจึงสามารถบอกตำแหน่งได้ และบอกความสูงได้ก็ต่อเมื่อเห็นดวงที่สี่ ยิ่งเห็นดาวเทียมเยอะยิ่งบอกตำแหน่งได้แม่นยำ.....ตำแหน่งของดาวเทียมที่รับได้ในขณะนั้นก็มีความสำคัญ ความแม่นยำจะมากขึ้นเมื่อเราได้รับสัญญาณจากดาวเทียมที่อยู่ในตำแหน่งกระจายไขว้กันมากๆ - ไม่กระจุกตัว

ถ้าเครื่องของคุณมี Satellite View......วงในจะเป็นดาวเทียมที่อยู่เหนือหัวเราเป็นมุมเงย 45 องศา....วงนอกจะเป็นระดับเหนือเส้นขอบฟ้าเล็กน้อย .....ดาวเทียมที่อยู่บริเวณวงในจะให้ความเข้มของสัญญาณมากที่สุดเพราะอยู่เหนือหัวเราซึ่งมีระยะทางที่ใกล้กว่าและโอกาสที่จะโดนบังมีน้อย ส่วนดาวเทียมที่เห็นอยู่บริเวณวงนอกจะอยู่ห่างไกลกว่า สัญญาณที่ได้รับจะมีความเข้มน้อยกว่า แต่ดาวเทียมบริเวณวงนอกนี่แหละที่ให้ความแม่นยำมากกว่าด้วยเหตุผลที่กล่าวมาแล้ว

ผมได้ทำการบันทึกดาวเทียม Navstar GPS (ตามเลขประจำตัว) ที่โคจรผ่านฝากฟ้ากรุงเทพฯมาระยะหนึ่งแล้ว จำนวนดาวเทียมที่ปกคลุมบ้านเรามีจำนวนไม่เท่ากันตามแต่ช่วงเวลา.....ช่วงเย็น 19:00 จะมีดาวเทียม GPS อยู่เหนือเส้นขอบฟ้ากรุงเทพมากที่สุด 12 ดวง ได้แก่...
05, 06, 09, 14, 15, 17, 18, 21, 23, 26, 29, 30

ช่วงสายจะเห็นดาวเทียมน้อยที่สุด 11:00 จะเห็นเพียงแปดดวง ได้แก่....
02, 04, 07, 08, 09, 13, 20, 24

ไว้เก็บรายละเอียดอีกหน่อยจะนำรายละเอียด (Log)นี้มาแสดงดาวเทียมที่อยู่เหนือ กทม ในรอบ 24 ชม

ถ้าใครจะทำ Log นี้ก็ง่ายมากครับ ไม่จำเป็นต้องปีนตึกเพื่อให้เห็นท้องฟ้าได้กว้างไกล เปิดเครื่องในตัวอาคาร ไม่จำเป็นต้องให้เครื่องรับ GPS เห็นฟ้าเลย เครื่องรู้อยู่แล้วว่าในแต่ละช่วงเวลามีดาวเทียมดวงไหนแวะเวียนมา ..... เพราะเครื่องได้รับการอัปเดทตำแหน่งที่แท้จริงของดาวเทียมทั้งหมด และสูตรวงโคจรจากสัญญาณดาวเทียมเมื่อครั้งสุดท้ายที่เครื่องเห็นฟ้าก่อนปิดเครื่อง ลองเปิดเครื่องในร่มดูซิครับ ดูหน้า Satellite View .......เลขดาวเทียมที่ควรอยู่บนฟ้า (ณ ตำแหน่งที่เราอยู่ครั้งสุดท้ายก่อนปิดเครื่อง) จะอยู่บนจอเตรียมพร้อมรับสัญญาณเลย ลองจดขึ้นมาในแต่ละช่วงเวลาสิครับ แล้วมาเทียบกันดู


ส่วนคำถามที่ว่า...... หากรู้ตำแหน่งพิกัดเป้าหมาย จะป้อนใส่เครื่องรับ GPS ได้อย่างไร ?
เพียงแต่ Mark Waypoint ตำแหน่งที่คุณอยู่ในขณะนั้น แล้ว Edit ใส่พิกัดเป้าหมายเข้าไป


การบอกพิกัดของสถานที่ ที่มีขนาดใหญ่เช่น สนามบิน เราจะบอกพิกัดที่ตรงไหนของสนามบินครับ
แล้วแต่จุดประสงค์ครับ ถ้าต้องการเพื่อแสดงตำแหน่งในแผนที่และบริเวณนั้นกว้างใหญ่ก็ควร Mark กันบริเวณขอบมุมของปริมณฑล เพื่อแสดงขอบเขตของสถานที่...... แต่ถ้าจุดประสงค์เพียงเพื่อการนำทาง ก็ควร Mark บริเวณทางเข้า



From : Wang [ 16 พ.ค. 44 - 12:15:51 น. ]


ความเห็นที่ 56
ลองบริหารเซลสมองกับคำถามนี้ดูนะครับ

จากข้อเท็จจริงที่ว่า ดาวเทียม GPS ทุกดวงโคจรรอบโลกทุก 12 ชั่วโมง หมายความว่าดาวเทียมทุกดวงจะกลับมาตำแหน่งเดิมของวงโคจรทุก 12 ชั่วโมง

ถามว่า......เราจะเห็นดาวเทียมชุดเดิมอยู่บนฟากฟ้าทุก 12 ชั่วโมงหรือไม่ ??
(ตอบวันหลัง.....มี Satellite Log ยืนยัน)


From : Wang [ 16 พ.ค. 44 - 15:01:10 น. ]


ความเห็นที่ 57
>ถามว่าเราจะเห็นดาวเทียมชุดเดิมอยู่บนฟากฟ้าทุก 12 ชั่วโมงหรือไม่
อืม.. ตอนแรกก็คิดว่าเป็นอย่างนั้นนะ ...แต่แอบไปรู้คำตอบมาว่ามีการเกี่ยวกับการโคจรของโลกด้วยแหะ ..ขอบคุณ อ.Wang ด้วยครับ.. ตอบได้ลึกซึ้งจัง

From : nbt [ 16 พ.ค. 44 - 16:18:16 น. ]

ความเห็นที่ 58

คงมีคำตอบกันในใจแล้วนะครับ

คำตอบคือ ....ไม่

ลองดูภาพประกอบนะครับ
สมมุติว่า....
- ชั่วโมงที่ 0....... ดาวเทียมอยู่เหนือประเทศเม็กซิโกพอดี
- ชั่วโมงที่ 12...... ดาวเทียมโคจรกลับมาครบหนึ่งรอบ แต่เนื่องจากโลกหมุนรอบตัวเอง(ทุก 24 ชั่วโมง) และหมุนไปได้เพียงครึ่งรอบเท่านั้น เม็กซิโกจึงไม่เห็นดาวเทียมดวงนี้เพราะเม็กซิโกอยู่อีกฟากหนึ่งของโลก
- ชั่วโมงที่ 24........ดาวเทียมโคจรกลับมาครบรอบที่สอง และโลกหมุนรอบตัวเองครบหนึ่งรอบ ดาวเทียมดวงนี้จึงกลับมาอยู่เหนือเม็กซิโกพอดีอีกครั้งหนึ่ง

สรุป ดาวเทียม GPS ชุดเดียวกันจะกลับมาให้เราเห็น ณ ตำแหน่งเดิมของท้องฟ้าทุก 24 ชั่วโมง.....ไม่ใช่ 12 ชั่วโมง

ถ้าอธิบายด้วยหลักคณิตศาสตร์(สมัยเรียนมัธยม)ก็คือ ครน (คูณร่วมน้อย) ของ 12 กับ 24 = 24


From : Wang [ 17 พ.ค. 44 - 11:36:15 น. ]


ความเห็นที่ 59
จากหลักการที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้เราสามารถสร้างตารางการโคจร (Almanac Data)ของดาวเทียม GPS ทุกดวงในรอบ 24 ชั่วโมงได้....เครื่องรับ GPS ของเราจะได้รับการอัปเดท Almanac Data นี้เป็นระยะๆในขณะใช้งาน และจะเก็บข้อมูลนี้ไว้ในหน่วยความจำ เพื่อที่จะได้ทราบวงโคจรของดาวเทียมอย่างคร่าวๆในขณะที่เปิดเครื่องครั้งต่อไป

แน่นอนว่าวงโคจรของดาวเทียมอาจมีการคลาดเคลื่อนได้ จึงต้องมีสถานีภาคพื้นดินคอยติดตามเส้นทางโคจร รวมทั้งระดับความสูง ตำแหน่ง และความเร็วของดาวเทียมทุกดวงตลอดเวลา.....ถ้าดาวเทียมออกนอกวงโคจรไปมาก ก็อาจถูกสั่งให้จุดจรวดขับดันเพื่อปรับทิศทาง....ถ้าน้อย สถานีภาคพื้นดินก็จะส่งข้อมูลแก้ไขตารางโคจร (Ephemeris Data)ขึ้นไปที่ดาวเทียม เพื่อให้ส่งกลับไปให้เครื่องรับ GPS ใช้ในการปรับแต่งข้อมูลการโคจรให้ถูกต้องตามความเป็นจริง

เมื่อเราเปิดเครื่องรับ GPS .....เครื่องจะรู้ถึงตำแหน่งของดาวเทียมคร่าวๆจาก Almanac Data....ขณะเดียวกันก็อัปเดท Ephemeris Data ซึ่งจะใช้บอกตำแหน่งของดาวเทียมอย่างแม่นยำไปได้อีกสี่ถึงหกชั่วโมง .....และปรับตั้งเวลาในเครื่องให้ตรงกับเวลาของดาวเทียม GPS ทั้งระบบ (ขณะปิดเครื่อง นาฬิกาในเครื่องจะทำหน้าที่รักษาเวลา แต่อาจมีความคลาดเคลื่อนได้)

“เวลา”นี่แหละเป็นหัวใจในการบอกตำแหน่ง เพราะในการนำทาง เครื่องต้องการเพียงข้อมูลของ “เวลา” ที่ดาวเทียมส่งลงมาอย่างต่อเนื่อง ..... เมื่อเครื่องรับข้อมูลของ”เวลา”แล้ว ก็จะทำการหาส่วนต่างของ”เวลา”ที่ดาวเทียมส่งลงมา กับ”เวลา”จริงที่เครื่องได้รับ.....เศษเสี้ยวของวินาทีที่ต่างกันนี้ ทำให้เครื่องสามารถคำนวณระยะทางระหว่างตัวเครื่องกับดาวเทียมได้ ....โดยคูณเศษเสี้ยววินาทีนี้ ด้วยความเร็วของแสง (186,000 ไมล์ต่อวินาที)

เมื่อทราบระยะห่างจากดาวเทียมแล้ว เครื่องรับ GPS ก็จะสร้างแบบจำลอง(ด้วยสูตรทางคณิตศาสตร์)ของทรงกลม....ที่มีดาวเทียมเป็นศูนย์กลาง มีรัศมีเท่ากับระยะห่างที่คำนวณได้.....ตำแหน่งของเราจะอยู่ที่จุดใดก็ได้บนเปลือกของทรงกลมนี้

เมื่อได้ทรงกลมหลายลูกจากดาวเทียมดวงอื่นๆ จุดตัดร่วมในบริเวณที่อยู่ใกล้เคียงกันที่สุดบนเปลือกของทรงกลมทุกลูกก็คือตำแหน่งของเรานั่นเอง


From : Wang [ 17 พ.ค. 44 - 16:43:03 น. ]


ความเห็นที่ 60
โห..ขอบคุณมากครับท่านอ.Wang เข้าใจการทำงานของ GPS ขึ้นเยอะเลย ผมยังเคยนึกสงสัยเลยว่าทำไมตอนเปิดเครื่องใหม่ๆเครื่องจะหาดาวเทียมนาน บางครั้งนานเป็นสิบนาทีเลย พอเมื่อมันล๊อคได้แล้วถ้าปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่จะรับสัญญานได้แทบจะทันทีเลย เอ... แล้วถ้าใน GPS มันมีข้อมูลตารางโคจร (Almanac Data) อยู่แล้ว ทำไมเปิดเครื่องมาใหม่ๆถึงยังใช้เวลาหาดาวเทียมนานๆอีก สงสัยอาจจะเป็นเพราะนาฬิกาในเครื่องเดินไม่ตรงหรือเปล่าครับ แต่มันก็ผิดไปไม่เยอะนะ.. เมื่อตอนเย็นลองไปเปิดเครื่องดูหลังจากปิดไว้ 3 วัน พบว่าเดินเร็วไป 10 sec และกว่ามันจะปรับนาฬิกาในเครื่องให้ตรง ก็ต่อเมื่อรับสัญญานดาวเทียมได้อย่างน้อย 3 ดวงแล้ว จริงๆรับได้ดวงเดียวก็น่าจะ update ได้แล้วเนอะ

From : nbt [ 17 พ.ค. 44 - 23:53:18 น. ]

ความเห็นที่ 61
นั่นสิ ผมเคยปิดเครื่องทิ้งไว้เป็นเดือน พอเปิดอีกที ใช้เวลาตั้งครึ่ง ชม.มั้ง
ถึงจะหาดาวเทียมละปรับเวลาได้ ตอนแรกคิิดว่าเสียซะอีก



From : Trek UTC [ 18 พ.ค. 44 - 08:46:05 น. ]


ความเห็นที่ 62
Almanac Data เป็นข้อมูลคร่าวๆเท่านั้น ต้องเสียเวลากับการอัปเดท Ephemeris Data เพื่อรับตำแหน่งเส้นทางโคจรที่แท้จริงของดาวเทียมทุกดวง และข้อมูลนี้เพียงพอที่ให้ตำแหน่งดาวเทียมได้ถูกต้องไปอีกสี่ถึงหกชั่วโมง

หากเราเปิดเครื่องไกลจากตำแหน่งที่ปิดเครื่องไปมาก ถึงแม้จะห่างกันไม่เกินสี่ชั่วโมง เครื่องก็จะงง ต้องเสียเวลาอัปเดทข้อมูลใหม่ทั้งหมด และที่ต้องรอหลายนาที เพราะข้อมูลมากมายเหล่านี้ มี Data Rate of Transfer เพียง 50 Baud เท่านั้น

อ.ลู ได้ทดลองความเที่ยงตรงของ”เวลา” โดยเทียบกับกรมอุทกศาสตร์ ถ้าปิดเครื่องไว้นานหลายวัน “เวลา”ตอนเปิดเครื่องอีกทีจะเพี้ยนไปหลายวินาที แต่หลังจากที่เครื่องรับข้อมูลแล้ว เวลาจะถูกเซ็ทให้เท่ากันทั้งระบบ

การเซ็ท”เวลา” คงไม่สามารถมาจากดาวงเทียมเพียงดวงเดียวได้ เพราะกว่าข้อมูลเวลาจะมาถึง ต้องเดินทางหมื่นกว่าไมล์ Delayเป็นเสี้ยววินาทีก็ไม่ได้ กรรมวิธีสลับซับซ้อนเกินจินตนาการ

นาฬิกาบนดาวเทียมเป็น Atomic Clock มีความละเอียดถึง 0.000000003 วินาที (เศษสามในพันล้านของหนึ่งวินาที)


From : Wang [ 18 พ.ค. 44 - 12:36:28 น. ]


ความเห็นที่ 63
สาระล้วนๆ สุดยอดครับ พี่หวัง (แต่อ่านแล้ว รู้สึกว่า ตัวเองโง่ๆ ยังงัยก้อไม่รู้)

From : เข้ม คนเดิม [ 18 พ.ค. 44 - 17:14:30 น. ]

ความเห็นที่ 64
คุณเข้มถล่มตัวเกินไปแล้ว

From : Wang [ 19 พ.ค. 44 - 15:15:48 น. ]

ความเห็นที่ 65

ใช้ของเค้าฟรีมานาน มารู้จักตราสัญลักษณ์ และความหมายของตัวย่อสักหน่อย

USA – NAVSTAR GPS
NAVigation Satellite Timing And Ranging Global Positioning System

Russian Federation – GLONASS
GLObal NAvigation Satellite System


From : Wang [ 19 พ.ค. 44 - 15:17:26 น. ]


ความเห็นที่ 66
ตราอย่างกับทีมฟุตบอลเลยครับ น่าทำมาติดเสื้อบ้างเนอะ

From : nbt [ 19 พ.ค. 44 - 16:49:49 น. ]

ความเห็นที่ 67

เพิ่มเติมเรื่องเลขประจำตัวดาวเทียมหน่อยนะครับ เค้าเรียกดาวเทียมตามรหัส PRN-Code ไล่ตั้งแต่ PRN1 ไปเรื่อยจนถึง PRN32 …เลขนี้จะสัมพันธ์กับเลขที่เราเห็นในจอ Satellite View……ดวงใหม่ที่ปล่อยขึ้นไปจะใช้รหัสวนซ้ำกับดวงที่ชำรุดไป ชุดการแปลรหัสที่ใช้จะได้ไม่เกิน 32 ชุด


ผมได้เล่าเรื่องราวการทำงานของระบบ GPS อย่างคร่าวๆ พอเป็นน้ำจิ้มไปแล้ว ….. เกิดติดลม ขอต่อเป็นมินิซีรี่ส์แล้วกัน ลงในรายละเอียดให้ลึกกันอีกสักหน่อยนะครับ

เอาเรื่องคาใจคนใช้ GPS ประเดิมแล้วกันนะครับ…..ทำไมเครื่องของเราจึงออกสตาร์ทช้า กว่าจะใช้งานได้ต้องเปิดเครื่องตากแดดอยู่หลายนาที ไหว้ครูนานเหลือเกิน……ก่อนอื่น สรุปเรื่องข้อมูลที่เครื่องเราต้องรับจากดาวเทียมให้พร้อมก่อนใช้งาน –

Almanac Data

  • เป็นข้อมูลการโคจรของดาวเทียมทุกดวงอย่างคร่าวๆ
  • เครื่องสามารถโหลดข้อมูลนี้จากดาวเทียมดวงใดก็ได้
  • โหลดเข้าหน่วยความจำแล้วสามารถนำมาใช้งานได้หลายเดือนโดยไม่จำเป็นต้องโหลดใหม่
  • เครื่องใช้ข้อมูลนี้ในการคาดหมายดาวเทียมที่ควรจะเห็นในวันและเวลาที่เปิดเครื่องใหม่อีกครั้ง
  • ถ้าขาดข้อมูลนี้ เครื่องต้อง Search the Sky ไล่หาดาวเทียมแต่ละดวง ตั้งแต่ PRN1 เรื่อยไปจนถึง PRN32 …..เสียเวลากับการนี้อย่างน้อย 20 นาที
  • ข้อมูลนี้ถูกแบ่งเป็น 25 บล็อค…..แต่ละบล็อคใช้เวลาโหลด 30 วินาที…..เท่ากับใช้เวลาในการโหลดทั้งหมด 12.5 นาที
  • เมื่อดาวเทียมส่งบล็อคสุดท้ายเสร็จสิ้น ก็จะเริ่มส่งทวนซ้ำตั้งแต่บล็อคหนึ่งใหม่ หมายความว่าจะมีข้อมูลนี้ส่งลงมาทุก 12.5 นาทีเช่นกัน

Ephemeris Data

  • เป็นข้อมูลการโคจรเฉพาะดวงใดดวงหนึ่งอย่างละเอียด มีความแม่นยำสูง
  • เป็นข้อมูลจำเพาะที่ส่งจากดาวเทียมเฉพาะของดวงนั้น
  • โหลดเข้าหน่วยความจำแล้วสามารถนำมาใช้งานได้เพียง 4 ถึง 6 ชั่วโมงเท่านั้น
  • มีข้อมูลในการเปรียบเทียบเวลาเพื่อตั้งเวลาในเครื่องให้ตรงกับดาวเทียมทั้งระบบ
  • ข้อมูลนี้ถูกแบ่งเป็น 3 Packets
  • ใช้เวลาในการโหลด 30 วินาที
  • ดาวเทียมส่งสัญญาณนี้ทวนลงมาทุก 30 วินาทีเช่นกัน

หมายเหตุ : เครื่องรับ GPS รู้ว่า ข้อมูลแต่ละตัวจะใช้ได้ถึงเมื่อใดเพราะข้อมูลที่โหลดมามี “Fit Indicator” คอยบอกเครื่องให้อัปเดทข้อมูลเมื่อถึงเวลาอันควร

(Next : สถานะ - Search the Sky, AutoLocate, Cold & Warm Start)


From : Wang- [ 21 พ.ค. 44 - 00:19:57 น. ]


ความเห็นที่ 68
เยี่ยมยุทธ จริงๆครับ ข้าน้อยขอคาระวะ ขาไก่หนึ่งขา
ฝากการบ้านอ.หวัง ๑ ข้อซิครับ เจ้า eMap มันมีการแพร่คลื่นอะไรออกมาด้วยหรือเปล่า เวลาอยู่ไกล้กับ HRM MS3-CDX แล้ว ค่า HRM เพี้ยนครับ หรือไม่ก็ขึ้นเป็น ๐ หลอกให้หัวใจวายเล่น ลูกศิษย์ อ.หวัง คาดเดาไว้ว่า น่าจะมีการแพร่คลื่นไฟฟ้าออกมาบ้าง แต่ยังไม่มีพิสูจน์ทราบครับ
...... ขอบคุณครับ .....

From : eMap กับ GPS มือใหม่ [ 21 พ.ค. 44 - 08:52:43 น. ]

ความเห็นที่ 69
อืม มิน่าละ เปิดเครื่องแต่ละทียังงงๆว่า
ปกติจะมีดาวเทียวขึ้นมาสิบสองดวงที่จอเลย
แต่ไหงบางทีมีน้อยกว่า เพราะตัวมันเองรู้นี่เองว่า ณ.ตอนนั้นมันจะเห็นดาวเทียมกี่ดวง
ฉลาดจริงๆ ตอนที่พิมพ์นี้ เห็นแค่ 9 ดวงเอง เคยไปเกาะสีชัง
เห็นเกือบครบทุกดวงแถมคลื่นเต็มเหยียดเลย


From : Trek UTC [ 21 พ.ค. 44 - 10:18:36 น. ]

ความเห็นที่ 70
คำว่า GPS Receiver ก็มีความหมายในตัวเองอยู่แล้วว่า เป็นเครื่องรับสัญญาณอย่างเดียว ไม่มีการส่งคลื่นวิทยุออกมาติดต่อกับดาวเทียมแต่ประการใด.........แต่...เช่นเดียวกับเครื่องใช้ทุกชนิดที่ใช้ไฟฟ้า การวิ่งของอิเลคตรอนก่อให้เกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า(EMF – Electro Magnetic Field ถ้าแรงมากจะมีผลต่อเม็ดโลหิตขาว เชื่อว่าเป็นปัจจัยหนึ่งของโรค Leukemia)ออกมา คลื่นนี้อาจรบกวนเครื่องใช้ไฟฟ้าข้างเคียง โดยเฉพาะเครื่องวัดชีพจรไร้สายที่รับ-ส่งสัญญาณในรูป Pulse

และเหตุนี้เองที่ทางสายการบินขอให้เรางดใช้คอมฯขณะบิน เครื่องบินปัจจุบัน Fly By Wire ใช้อิเลคโทรนิคในการสังการอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งรับสัญญาณจาก Sensor


From : Wang [ 21 พ.ค. 44 - 11:42:06 น. ]


ความเห็นที่ 71
คุณ Trek เข้ามาเลขสวย....ความเห็นที่ 69…..บิ๊ก”ต้มยำกุ้ง Disease/Crisis” ของเราเพิ่งครบรอบวันเกิด 69 ขวบไปไม่กี่วันนี้นี่เอง


From : Wang [ 21 พ.ค. 44 - 11:43:11 น. ]

ความเห็นที่ 72
นึกขึ้นได้ว่าเคยอ่านเรื่องฝรั่งคนนึงเอา GPS III ขึ้นเครื่องบิน
  • เค้าได้รับการอนุญาตจากนักบินในการเปิดเครื่องรับGPS ขณะอยู่กลางอากาศ
  • การสตาร์ทเครื่องใช้เวลาห้านาที
  • ต้องถือเครื่องใกล้หน้าต่างจึงรับสัญญาณได้
  • เครื่องจะรับสัญญาณได้ดีเมื่ออยู่บริเวณขอบล่างของหน้าต่าง(ยังไงเครื่องต้องเห็นท้องฟ้า เพราะดาวเทียมอยู่สูงกว่าเพดานบินมากมายนัก)
  • เครื่องบอกความสูงผิดเพี้ยนจากเพดานบินถึงพันกว่าฟุต (เข้าใจว่าเกิดจากเครื่องเห็นฟ้าผ่านหน้าต่าง เห็นดาวเทียมที่กระจุกในมุมเดียว...ไม่รอบตัว)
  • ความสุขอยู่ที่รู้ว่าอยู่เหนือแห่งหนตำบลใดตลอดเวลา



From : Wang [ 21 พ.ค. 44 - 12:17:17 น. ]

ความเห็นที่ 73
(ต่อ)
เมื่อเรากดปุ่มเปิดเครื่อง เครื่องของเราจะตื่นจากภวังค์ ลืมตาในสภาวะต่างๆตามคำจำกัดความของ Garmin (แต่ไม่ยักเขียนในคู่มือ)ดังนี้ -

Search the Sky
ข้อมูล : เวลา....สถานที่....Almanac & Ephemeris Data ไม่มีอยู่เลยในเครื่อง หรือมีอยู่แต่หมดอายุไปแล้ว เครื่องต้องโหลดข้อมูลเหล่านี้ใหม่ทั้งหมด โดยเริ่มจากการสุ่มหาดาวเทียม เทียบโค้ดเพื่อถอดรหัสว่าเป็นดาวเทียมดวงไหน ไล่ไปตั้งแต่โค้ด PRN1 ยัน PRN32 วนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ(แต่ถ้ามี Almanac Data ในหน่วยความจำ... เครื่องจะเปิดช่องรับสัญญาณดาวเทียมตามที่คาดว่าจะเห็นเลย ไม่เสียเวลาวนหา)...แล้วจึงเริ่มกระบวนการโหลดข้อมูลทั้งหมด.. ใช้เวลาในการสตาร์ทยาวนานที่สุดถึง 20 นาที ....ส่วนใหญ่เกิดกับเครื่องใหม่ป้ายแดงที่ยังไม่เคย On มาก่อน ..เครื่องที่ผ่านการ Reset..หรือปิดเครื่องไว้นานจน Almanac Data หมดอายุ

AutoLocate
หากเราเปิดเครื่องห่างจากสถานที่ที่ปิดเครื่องเป็นร้อยไมล์...ดาวเทียมบนท้องฟ้า ณ สถานที่ใหม่ต่างจากดาวเทียมที่เครื่องคาดหวังว่าจะเห็น อาจจะเพียงบางดวงหรือทั้งหมด (ที่เป็นเช่นนี้เพราะ...ถึงแม้ Almanac Data จะมีข้อมูลของดาวเทียมที่เครื่องควรเห็น ณ เวลาและสถานที่ใหม่ก็ตาม แต่ตอนเปิดเครื่องนั้น เครื่องยังไม่รู้จักสถานที่ใหม่ เครื่องจึงคาดหมายว่าจะเห็นดาวเทียมดวงไหนบ้าง ณ เวลาใหม่ของสถานที่เก่าซึ่งเป็นสถานที่ที่เครื่องรู้จักครั้งหลังสุดก่อนปิดเครื่อง)..... เครื่องจะเสียเวลาในการค้นหาดาวเทียมที่มีอยู่จริงบนท้องฟ้าอีกรอบ....จากนั้นจึงโหลด Ephemeris Data ....การสตาร์ทเครื่องในสภาวะนี้ใช้เวลาน้อยกว่า “Search the Sky” ตรงที่ไม่ต้องโหลด Almanac Data

ในเครื่องบางรุ่น หากเครื่องไม่พบสัญญาณจากดาวเทียมดวงที่คาดหมายไว้ เครื่องจะถามเราว่า “Are you indoor now?” ถ้าเราตอบว่า “No” ….. เครื่องจึงจะเข้าสู่สภาวะ AutoLocate Mode

Cold Start
เปิดเครื่องในสถานที่ที่ไม่ห่างจากจุดปิดเครื่องมากนักแต่ต่างเวลาไปมาก เครื่องเห็นดาวเทียมตามความคาดหมาย ...การสตาร์ทใช้เวลาไปกับการโหลด Ephemeris Data เพียงอย่างเดียว

Warm Start
เปิดเครื่องในสถานที่ที่ไม่ห่างจากจุดปิดเครื่องมากนักในเวลาไล่เลี่ยกันไม่กี่ชั่วโมง ข้อมูล Ephemeris Data จากดาวเทียมอย่างน้อยสามดวงที่อยู่ในหน่วยความจำยังใช้ได้ ไม่ต้องโหลดใหม่....เครื่องจะใช้เวลาในการสตาร์ทน้อยที่สุด

(Next : ความหมายของแท่งกลวง/แท่งทึบ ของ Signal Strength Bar ในจอ Satellite View)


From : Wang- [ 21 พ.ค. 44 - 21:03:11 น. ]


ความเห็นที่ 74
โห.. มินิซีรีส "X-File ฉบับ GPS " ชุดนี้ ทำให้ได้รู้จัก GPS ของตัวเองขึ้นจมเลยครับ จากที่เคยแต่ใช้อย่างเดียวเลยครับ.. แหะๆ แล้วจะคอยอ่านเรื่องต่อไปครับอ.Wang

From : nbt [ 21 พ.ค. 44 - 23:00:01 น. ]

ความเห็นที่ 75
ศิษย์ขอน้อมนับถือ

From : lucifer [ 21 พ.ค. 44 - 23:33:27 น. ]

ความเห็นที่ 76
นับถือด้วยอีกคน

ถาม หากเราอยู่ในเมืองไทย ซึ่งท้องฟ้าคงจะเห็นดาวเทียมเหมือนๆกันทุกๆวัน
ย้ายจากชลบุรี ไปสระบุรี จะถือว่าเป็นการเปลี่ยนตำแหน่งที่ไกลหรือไม่มีผลครับ


From : Trek UTC [ 22 พ.ค. 44 - 08:52:37 น. ]


ความเห็นที่ 77
แหม.....อย่าถล่มตัวกันเลยครับ ผมเชื่อว่าสิ่งที่เล่าไปนั้น พวกเราคงเคยประสบมาแล้วไม่มากก็น้อย เพียงแต่ผมนำมาเรียบเรียงสรุปให้อีกครั้งเท่านั้น


From : Wang [ 22 พ.ค. 44 - 12:03:18 น. ]

ความเห็นที่ 78

ภาพบนเป็นแผนที่ดาวเทียม ณ วันเวลาที่ระบุไว้ ขณะนั้นมีดาวเทียม NavStar GPS ใช้งานอยู่ถึง 27 ดวง


ตอบคุณ Trek......
ไม่มีตำราใดและเอกสารใดกล้าฟันธง”ลง”ระยะทางที่ว่านี้ ส่วนใหญ่ใช้คำว่า “If you restart your GPS receiver after moving more than a few hundred miles or kilometers, your receiver will startup with AUTOLOCATE mode”

แต่ถ้าจะอธิบายความตามประสบการณ์และความเข้าใจจาก eTrex ละก็ ขอตอบว่า.....ไม่แน่..
ทั้งนี้เพราะ...(ลำดับขั้นตอนการสตาร์ทดีๆนะครับ) :

  • เมื่อเปิดเครื่อง เครื่องจะเจาะจงเปิดช่องรับสัญญาณดาวเทียมเฉพาะดวงที่คาดหมายว่าจะเห็นตามเวลาใหม่(เวลาที่เปิดเครื่อง)แต่สถานที่เก่า(สถานที่ที่ปิดเครื่อง)
  • ถ้าโชคดี สถานที่ใหม่นั้นมีดาวเทียมตามความคาดหมายอย่างน้อยสามดวง(เพียงพอที่จะทำงาน)...เครื่องจะรู้ตำแหน่งของสถานที่ใหม่ และรู้ว่าควรจะเห็นดาวเทียมดวงไหนบ้าง ณ สถานที่ใหม่(จาก Almanac Data ในหน่วยความจำ)....เครื่องจะเปิดช่องรับสัญญาณดาวเทียมชุดใหม่ให้สอดคล้องกับสถานที่เลย โดยไม่ต้องวนค้นหาดาวเทียม ...เป็น Cold Start Mode
  • แต่ถ้าสถานที่ใหม่มีดาวเทียมตามความคาดหมายน้อยกว่าสามดวง ซึ่งไม่เพียงพอที่จะใช้งาน.....เครื่องจะถามเราว่า “Are you indoor now?” ถ้าตอบว่า “No” เครื่องจะเข้าสู่ AutoLocate Mode…..วนค้นหาดาวเทียม(เปิดช่องรับสัญญาณทุกดวง)จนกว่าจะได้จำนวนเพียงพอที่จะใช้งาน

อย่าลืมว่าเครื่องของเรามีเพียง 12 Channel การ Search the Sky เพื่อวนหาว่ามีดาวเทียมดวงไหนอยู่ในท้องฟ้านั้นเป็นภาระที่หนักหนา ยิ่งในภาวะใช้งานจริงนั้น มีบางดวงถูกบังด้วย ยิ่งเพิ่มภาระในการค้นหามากขึ้นไปใหญ่ เพราะไม่รู้ว่ามีดวงนั้นมีอยู่จริงหรือไม่จริง

แต่ถ้ามี Almanac Data ....เครื่องจะเปิดช่องรับสัญญาณจากดาวเทียมที่คาดหมายไว้เลย ดวงไหนไม่ได้รับสัญญาณก็ถือว่าโดนบัง แต่ยังคงเปิดช่องนั้นไว้เผื่อว่าจะได้เห็นอีก......ลดภาระในการวนสุ่มหาดาวเทียมไปได้มากมายทีเดียว



From : Wang [ 22 พ.ค. 44 - 12:04:40 น. ]


ความเห็นที่ 79
ถ้าจะเปรียบเทียบแล้ว การที่เครื่องรับ GPS สุ่มหาดาวเทียม ก็เหมือนกับการที่เราเปิดทีวีหาช่องนั่นเอง

ถ้าเรารู้ปฏิทินรายการทีวี (Almanac Data)....เราก็สามารถเปิด ”ช่อง” ตาม ”วันและเวลา” เพื่อดูรายการที่ต้องการ ถ้าเปิดช่องนั้นแล้วไม่มีภาพ ก็แปลว่าสัญญาณขัดข้องหรือโดนบัง เราก็เพียงเปิดช่องนี้ค้างไว้ รอจนสัญญาณภาพกลับมา....แต่ถ้าไม่รู้ปฏิทินรายการ เราต้องคอยเฝ้าหน้าทีวี และหมุนดูทุกช่องวนไปวนมาจนกว่าจะเจอรายการที่ต้องการดู

ถ้าเปรียบเครื่องรับ GPS เป็นห้องๆหนึ่ง....ห้องนั้นจะมีทีวีตั้งเรียงกันอยู่ 12 เครื่อง (12 Channel GPS)....มีสถานีโทรทัศน์ 24 สถานี (ดาวเทียม GPS 24 ดวง)....สถานีโทรทัศน์เริ่มออกอากาศไม่พร้อมกัน และวันหนึ่งๆออกอากาศเพียงไม่กี่ชั่วโมง(ดาวเทียมโคจรมาให้เห็นได้วันละไม่กี่ชั่วโมง)

เครื่องรับ GPS ที่ว่านี้จะทำงานได้ก็ต่อเมื่อ มีทีวีอย่างน้อยสามเครื่องรับสถานีได้ และสถานีที่รับได้ต้องไม่ซ้ำกัน ........

คงเห็นภาพแล้วนะครับ........จะวุ่นวายแค่ไหนถ้าเครื่องรับ GPS ของเราต้องมาสุ่มหาดาวเทียมบนฟ้า


From : Wang [ 22 พ.ค. 44 - 15:37:46 น. ]


ความเห็นที่ 80
อ่านแล้วชักรู้ลึกเข้าไปทุกทีแล้วครับ อ.Wang ... ผมสงสัยจังคลื่นที่ส่งมาจากดาวเทียมนี่เราไม่สามารถรับได้พร้อมๆกันเลยเหรอ มันเป็นความถี่เดียวกันหรือเปล่าครับถึงต้องมาวนอ่านทีละดวง ..มิน่าถึงได้นานขนาดนี้

From : nbt [ 22 พ.ค. 44 - 16:53:21 น. ]

ความเห็นที่ 81
อืม เริ่มเข้าใจ

ถ้าผมอยู่ในห้อง ที่มีทีวี 12 เครื่อง ผมว่ามันต้องเป็นร้านขายทีวีแน่เลย อิอิ

เรามีวิธีให้ GPS รับสัญญาณได้ดีกว่านี้หรือไม่ครับ เช่น หาเครื่องดึงสัญญาณมาไว้ใกล้ๆ
เวลาอยู่ในรถยนต์ มันรับได้แค่หน้ากระจก ผมเอา GPS เข้าป่าแบบออฟโรดบ่อยๆ
จะซื้อแบบต่อเสาข้างนอกได้ มันก็ไม่กันน้ำอีก

From : Trek [ 23 พ.ค. 44 - 09:25:41 น. ]


ความเห็นที่ 82

อยู่ต่อในหัวข้อนี้กันอีกหน่อยนะครับ

คุณ Trek…มีผู้ผลิตเสามากมาย เช่น Lowes ---- Mighty Mouse ---- Big Brother ---- GA-26
แต่เสาทั้งหมดนี้ต้องเสียบเข้าเฉพาะเครื่องที่มีเต้าเสียบเสาภายนอกได้เท่านั้น ไม่เคยอ่านเจอ Booster ที่เพิ่มสัญญาณโดยการ”วาง”ใกล้ๆเลย

คุณโน....เครื่องที่เราใช้กันอยู่นั้นเป็น Parallel Multi-Channel อยู่แล้ว ใช้ตัวอย่างทีวีต่อนะครับ ด้วยสมมุติฐานว่าสตาร์ทเครื่องด้วย Search the Sky Mode :

Serial Search
เปรียบเสมือนจ้างคนมาคนเดียว ควบคุมทีวี 12 เครื่อง (แต่ละเครื่องมี 24 ช่อง ....เพราะมีสถานีโทรทัศน์ 24 สถานี).....คนคนนี้ต้องเริ่มงานจากเปิดทีวีเครื่องแรก หมุนวนทั้ง 24 ช่องเพื่อหาสถานี เจอสถานีแรกแล้วก็ต้องไปหมุนทีวีเครื่องที่สอง หมุนช่องให้เจอสถานีต่อไป ทำอย่างนี้กับทีวีที่เหลือเรื่อยไปจนครบ 12 เครื่อง

Parallel Search
วิธีนี้ทุ่มทุนจ้างคนมา 12 คน....แต่ละคนประจำที่ทีวีแต่ละเครื่อง พอสตาร์ทปั้ป ต่างคนก็ต่างเปิดทีวีวนหาช่องเลย ใครหาช่องที่ออกอากาศได้ก็จะเทียบช่องกับคนอื่นเพื่อไม่ให้ซ้ำช่องกัน

คำว่า”วน”หาช่องของผม มีความหมายดังที่กล่าวมา

---------------------------------------------------------------------------------------------

การที่สัญญาณดาวเทียมแบ่งเป็นบล็อคหรือ Packet เล็กๆ ก็มีส่วนช่วยในการโหลดสัญญาณให้เร็วขึ้น เพราะในสภาพการใช้งานจริง จะมีการเห็นสัญญาณบ้าง-โดนบังบ้างตลอดเวลา เครื่องจะโหลดสัญญาณเฉพาะบล็อคที่ไม่โดนบัง บล็อคไหนโดนบังก็รอเฉพาะบล็อคนั้นที่จะส่งลงมาใน”รอบ”ต่อไป .... เนื่องจากแต่ละบล็อคมี “Issue of Data” (IOD) กำกับอยู่ เครื่องจึงสามารถนำบล็อคย่อยๆเหล่านี้มาปะติดประต่อกันจนได้ข้อมูลที่สมบูรณ์


From : Wang [ 23 พ.ค. 44 - 12:32:32 น. ]


ความเห็นที่ 83
to คุณTrek ครับ
สายอากาศนอกตัวเครื่อง เช่น GA26C สำหรับGPS III+ หรือ GA27Cสำหรับ eMap กันน้ำได้ครับ เท่าที่ใช้มาขับรถผ่านฝนมาหลายครั้ง ก็ยังทำงานได้ดีครับ ในคู่มือก็บอกว่ากันน้ำได้ ไม่งั้นก็เป็นสายอากาศภายนอกไม่ได้สิครับ

From : lucifer [ 23 พ.ค. 44 - 13:46:14 น. ]

ความเห็นที่ 84
อิอิอิ ป๋าลู เข้าใจความหมายผมผิด
เครื่องผมเป็น eTrex ครับ กันน้ำได้เวลาไปเดินป่า หรือขี่จักรยาน แต่มันไม่มีที่ต่อสายอากาศครับ
ส่วนรุ่นที่ป๋าลูบอกนั้น มันเป็นรุ่น indoor ครับ เอาไปขี่จักรยาน โดนฝนมีสิทธิ์พังครับ แต่ดีที่มีสายอากาศต่อออกข้างนอกรถได้ โชคดีไป

เครื่องผมไม่มีที่ต่อสายไงครับ แต่ไม่อยากได้แบบ indoor เพราะเครื่องมันชอบไปลุยหลายที่ครับ ส่วนใหญ่เป็นประเภท outdoor ทั้งหมดครับ

From : Trek UTC [ 23 พ.ค. 44 - 15:09:24 น. ]


ความเห็นที่ 85
้อ้อ..ยังงี้นี่เอง เข้าใจแล้วครับ อ.Wang
คุณ Trek UTC ... ได้ยินว่าคุณ i-drive ไปซื้อ booster มาอันนึง ติดในรถ สามารถขยายสัญญานได้ทั้ง GPS ,GSM โดยไม่ต้องต่อสายมาที่เครื่อง ได้ผลยังไงจะมารายงานอีกทีครับ

From : nbt [ 23 พ.ค. 44 - 16:10:45 น. ]

ความเห็นที่ 86
นั่งทำงานไม่เป็นสุขเพราะรู้ว่าเมื่อกลางวันตอบ”ด้วน”ไปหน่อย เติมอีกนิดนะครับ

สัญญาณจากดาวเทียมนั้น มีการ ”เข้ารหัส” เพื่อให้เครื่องรับแยกแยะได้ว่ามาจากดวงใด รหัสที่ว่าเป็นรหัสดิจิตอลที่ซับซ้อน เรียกว่า “Pseudorandom Code”.......แต่ละ Channel ของเครื่องรับ (เปรียบเสมือนทีวีแต่ละเครื่อง) ต้องทำหน้าที่ถอดรหัสนี้ (เปลี่ยนช่องทีวี).....การถอดรหัสก็เหมือนกับการไขกุญแจ ใช้ลูกกุญแจดอกแรกไม่ได้ก็ต้อง”วน”ใช้ดอกต่อไป

กุญแจในเครื่องรับมี 32 ดอก...ตั้งแต่ PRN (Pseudorandom No.)1 จนถึง PRN 32 (เคยเกริ่นไว้บ้างแล้วใน”ความเห็นที่ 67”) .... พวงโตทีเดียว

(พรุ่งนี้ : เจาะ Bar Graph บน Satellite View …………..Stay Tune)


From : Wang [ 23 พ.ค. 44 - 16:14:50 น. ]


ความเห็นที่ 87
[unorder=circle/square/disc]
  • ขอบคุณในความอุตสาหะของคุณ Wang ที่ช่วยหาทั้งข้อมูลมาตีแผ่
  • กระทู้นี้มีคำอธิบายที่ครบครัน ชนิดที่ว่าไม่อาจหาอ่านได้ในคู่มือเพียงเล่มเดียว[/unorder]


    From : Pc [ 23 พ.ค. 44 - 22:23:09 น. ]

  • ความเห็นที่ 88
    to คุณTrek
    ขออภัยครับ ตอบไม่ตรงคำถาม หรือว่าถามไม่ตรงคำตอบ
    eTrek ชื่อมันก็บอกว่า เดินป่า electronic ไม่ได้เอาไว้สำหรับติดสายรุ่มร่าม ถ้าไม่จริงจังเรื่องการบันทีกส่วนสูง ซึ่งเชื่อถือไม่ค่อยได้ ( ใช้ eMap ต่อสายอากาศนอก ยังอ่านความสูงได้ไม่ตรงกันในที่เดิมเลยครับ ขนาดaccuracy 7.0 metres ยังบอกความสูงได้ไม่ตรงกันสักวัน )

    คำตอบสุดท้ายครับ GPSIII+ ครับ ถูกใจทุกอย่าง กันน้ำ อายุใช้งานแบตนานมาก ต่อสายอากาศนอกได้ แถมสั่งให้record track หรือไม่ก็ได้

    From : ป๋าลู [ 24 พ.ค. 44 - 08:34:01 น. ]


    ความเห็นที่ 89
    ป๋าลู หาเรื่องให้ผมเสียเงินอีกแล้ว เปลี่ยนเมื่อไหร่ก็บอกนะครับ จะได้ตาม แต่ถ้าซื้อเพิ่ม โดยไม่ขายของเก่า ไม่ตาม จ้า

    From : eMap@DS1 [ 24 พ.ค. 44 - 10:53:28 น. ]

    ความเห็นที่ 90

    ในหน้า Satellite Page มีสิ่งที่น่าสนใจดังนี้ :
    - วงกลมสีส้มเป็นท้องฟ้าเหนือหัวในระดับมุมเงย 45 องศารอบตัวเรา
    - วงกลมสีฟ้าเป็นระดับประมาณเส้นขอบฟ้า
    - โซนสีเขียวเป็นเลขประจำตัวดาวเทียม …. ในรูป ..Almanac Data บอกให้รู้ว่าในขณะนั้นมีดาวเทียมเพียงสิบดวงในท้องฟ้า เครื่องจึงเปิดช่องสัญญาณเพียงสิบช่องเพื่อรับเฉพาะของดวงที่คาดว่าจะเห็น(ปิดอีกสองช่องสุดท้ายทางขวามือ)…และรู้ว่าดาวเทียม 08 กับ 20 อยู่บนฟ้าแน่นอน ถึงแม้จะไม่ได้รับสัญญาณจากทั้งสองเลย โดยตีความว่าโดนบัง จึงเปิดสองช่องนี้รอ
    - ความสูงของแท่ง Bar แสดงความแรงของสัญญาณ มีสองแบบ :
    • แท่งกลวงบอกให้เรารู้ว่า เรากำลังโหลด Ephemeris Data จากดาวเทียมดวงนั้นอยู่
    • แท่งทึบบอกให้เรารู้ว่า ได้รับข้อมูลดังกล่าวจากดาวเทียมดวงนั้นเรียบร้อยแล้ว หรือไม่ก็ข้อมูลของดวงนั้นในหน่วยความจำยังใช้ได้ ไม่ต้องโหลดใหม่
      ****เครื่องจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อมีแท่งทึบอย่างน้อยสามแท่งเท่านั้น****

    ที่น่าสังเกตก็คือ ในขณะสตาร์ทเครื่อง หากเรารู้ทิศเหนือของสถานที่นั้น ลองถือเครื่องหันหน้าไปยังทิศเหนือ สังเกตจากหน้าจอว่ามีดวงไหนที่ยังไม่ได้รับสัญญาณบ้าง แล้วแหงนมองไปยังทิศทางของดาวเทียมดวงนั้น จะเห็นไม่ภูเขา ก็ต้นไม้ หรือไม่ก็สิ่งปลูกสร้างบังท้องฟ้าด้านนั้นอยู่ ….จากตัวอย่าง จะต้องมีอะไรสักอย่างบริเวณเรี่ยๆเส้นขอบฟ้าด้านตะวันตกและด้านใต้กำลังบังสัญญาณอยู่ (สิ่งที่บังสัญญาณของดาวเทียม 20 ทางด้านใต้อาจเป็นตัวเราก็ได้)

    การดู Startup Status :

    • ถ้าเปิดเครื่องแล้วไม่เห็นเลขประจำตัวดาวเทียม แปลว่าไม่มี Almanac Data ที่ใช้การได้ในหน่วยความจำ….เครื่องจะสตาร์ทด้วย Search the Sky Mode
    • ถ้าเปิดเครื่องแล้วเห็นเลขประจำตัวดาวเทียม และเห็นแท่งกลวง+แท่งทึบรวมกันไม่ถึงสามแท่งเป็นเวลาเกินสองหรือสามนาที เครื่องจะถามว่าเราอยู่ในร่มหรือเปล่า ถ้าตอบว่า”ไม่” เครื่องจะเข้าสู่ AutoLocate Mode
    • ถ้าเปิดเครื่องแล้วเห็นแท่งทึบน้อยกว่าสามแท่ง..และแท่งกลวง+แท่งทึบรวมกันได้สามแท่งหรือมากกว่า เครื่องกำลังสตาร์ทด้วย Cold Start Mode
    • ถ้าเปิดเครื่องแล้วเห็นแท่งทึบสามแท่งหรือมากกว่า แท่งกลวงจะมีหรือไม่ก็ตาม…เครื่องกำลังสตาร์ทด้วย Warm Start Mode

    (Next : มีเทอโมมิเตอร์อยู่ใน Garmin ทุกเครื่อง !?! ….ใช้ประโยชน์อะไร?)


    From : Wang [ 24 พ.ค. 44 - 11:30:42 น. ]


    ความเห็นที่ 91
    พูดเรื่องความสูงนี่ คงจะต้องบอกไว้นิดหนึ่งว่ามันก็เกี่ยวโยงกับคำว่า accuracy ด้วย
    สิ่งที่ผมพบในการใช้งาน eMap ร่วมกับGA27C เวลาวิ่งอยู่บนถนนหลวงที่เปิดโล่ง ในเวลาที่ดาวเทียมทั้ง 12 ดวงโผล่มาให้เห็นพอดี ผมก็สามารถเห็นดาวเทียมทั้ง 12 ดวงได้ barทึบทั้ง 12 แท่ง แสดงสัญญาณแทบจะเต็มแท่งในทุกๆอัน accuracy ที่ได้สูงสุดก็คือ 7.0 เมตร เป็นอย่างมากที่สุด

    คำว่า Accuracy 7.0 m ก็หมายถึง คุณอาจจะอยู่ในที่ใดที่หนึ่งในปริมาตรทรงกลม ที่มีรัศมี 7เมตร( ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่วงกลมอย่างเดียวนะครับ เพราะว่าการที่เห็นดาวเทียมได้มากขนาดนี้ มันจะเป็น3 dimension อย่างสมบูรณ์มากๆ ) ที่มีจุดสูงกลางอยู่ในพิกัด และระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล (ที่เส้นศูนย์สูตร )ตามที่GPS แสดง ความสูงจึงมีโอกาสผิดพลาดจากความเป็นจริงได้ถึง 7 เมตร ( ยิ่งอยู่ในป่า ที่เห็นดาวเทียมได้บางดวง หรือ แค่ 4-5 ดวง มันอาจจะบอกaccuracy 21 metres ก็ลองคิดดูก็แล้วกันครับว่าความสูงนั้นเชื่อถือได้แค่ไหน ถึงแม้ว่าจะมีbarosensorมาช่วยแก้คาบต่างให้ใกล้เคียงก็ตาม ) ผมก็เลยเข้าใจถึงบางอ้อว่า ทำไมขับรถอยู่บนถนนเพชรเกษมหน้าบ้านตัวเอง แต่GPS บอกว่าอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล - 6 เมตร พอมาถึงตอนนี้แล้วข้อมูลเรื่องความสูงที่บันทึกออกมาจากป่าที่เราเข้าไป ชักจะไม่ค่อยมีน้ำหนักให้เราใส่ใจมากไปกว่า รูปร่างของtrackที่เราเข้าและออกมาสักเท่าไหร่เลย

    ถ้าหากคุณTrek สนใจGPS III+ ลองคุยกับป๋าโนดูได้ครับ

    คุณ eMap@DS1 อย่าตามผมเลยครับ บ่อยครั้งผมเสียเงินเพื่อศึกษา มากกว่าเพื่อใช้งาน
    เฮียหวังครับ เทอร์โมเซนเซอร์หนะ เฮียเฉลยให้ผมฟังแล้ว ผมขอสละสิทธิ์ไม่ตอบนะครับ

    From : lucifer [ 24 พ.ค. 44 - 12:13:08 น. ]


    ความเห็นที่ 92
    อิอิอิ เจ้าeMap กับ DS1 มันเหมาะสมกันดี ตอนแดดร้อน เปรี้ยงๆ แต่พอเมฆดำเริ่มก่อตัวขึ้นมา eMap ดันไม่ชอบ สภาพอากาศ แบบ คิมมูไก ชนิดนี้ ซึ่งขี่จักรยานได้ สนุก ไม่ร้อนใต้หมวก ดูเหมือนเจ้า eMap ชอบที่จะอยู่อาศัยกับเจ้า มังกรดำ มากกว่า เจ้า ds1 หนะครับ ก็เลย งอนๆ เขานิดหน่อยครับ

    From : eMap@DS1 [ 24 พ.ค. 44 - 13:31:03 น. ]

    ความเห็นที่ 93

    เอ...ทำไมต่อเสาภายนอกป๋าลูยังได้ accuracy ดีสุดแค่ 7 ม.เองเหรอครับ ... ผมลองวัด III+ โดยไม่ใช้เสาภายในเทียบกับ legend ที่จุดเดียวกันได้ผลดังรูป ... จะเห็น ค่า EPE (estimated position error)ของ III+ ยังได้แค่ 4 ม.เอง เทียบกับ legend บอกว่า accuracy 8 ม. .... ตกลงมันค่าเดียวกันหรือเปล่าเนี่ย ท่านอ.Wang ช่วยวิเคราะห์หน่อยครับ

    From : nbt [ 24 พ.ค. 44 - 15:52:02 น. ]

    ความเห็นที่ 94
    สงสะสัย สามบวก ดีกว่า คุณแมว ซะแล้ว ป๋าลู เตรียมตังค์ได้แล้วครับ

    From : eMap@DS1 [ 24 พ.ค. 44 - 16:21:33 น. ]

    ความเห็นที่ 95
    อูยเขียนผิด... III+ ใช้เสาภายในตัว ไม่เคยใช้เสานอกครับ

    From : nbt [ 24 พ.ค. 44 - 16:35:33 น. ]

    ความเห็นที่ 96

    เจ้าบูสท์เตอร์สัญญาณที่คุณ Trek ถามนั้น ผมเองก็เคยคิดว่าฝรั่งก็คงเรียกเจ้าอุปกรณ์นี้ว่าบูสท์เตอร์อะไรสักอย่างมาตลอด ที่ไหนได้ เค้าดันเรียกว่า Re-Radiating Antenna

    อุปกรณ์นี้ประกอบด้วย....ส่วนที่ไว้นอกรถ(Radome) เป็นตลับสี่เหลี่ยมกันน้ำ.....เสาเล็กๆไว้ติดภายใน.....และสายต่อเข้าที่เสียบบุหรี่

    ส่วนคำถามของคุณโน.....นึกถึงตอนที่ผมกับเพื่อนในก๊วนซื้อ eTrex สามเครื่องพร้อมกัน เซลขนมาห้าเครื่อง เลยจับใส่ถ่านลองมันทุกเครื่องเลย เปิดเครื่องพร้อมกัน วางใกล้ๆกัน เห็นดาวเทียมจำนวนเท่ากัน ได้ Accuracy ต่างกัน พิกัดที่อ่านได้ก็ต่างกัน !!!!

    ตอบแบบกำปั้นทุบดินว่า ชิ้นส่วนภายในมีคุณภาพต่างกัน Sensitivityต่างกัน คิดว่าความบกพร่องเล็กๆน้อยๆ(ที่ยอมรับได้)ในขั้นตอนการผลิตมีผลในส่วนนี้ นอกจากผมเชื่อว่าเกิดจากความคลาดเคลื่อนเล็กๆน้อยๆในการ Calibrate เครื่องด้วย ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยภายในเครื่อง ซึ่งรวมไปถึง Mathematical Model ที่อาจต่างกันตามเวอชั่นของซอฟแวร์และรุ่น

    สนใจเรื่องการทดสอบ Accuracy ลองเข้า - http://users.erols.com/dlwilson/gps.htm


    From : Wang [ 24 พ.ค. 44 - 20:25:47 น. ]


    ความเห็นที่ 97
    ไม่รู้เหมือนกันนะป๋าโน ดีสุดมันก็accuracy 7.0 m ไม่เห็นจะน้อยกว่านี้เลย แต่ปรากฏว่าหลังจากที่GPSนั่งเล็งดาวเทียมจนแทบจะครบทุกดวงแล้ว trackที่มันบันทึกในแต่ละวันในช่วงเวลาเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน ( ดาวเทียมอยู่ในตำแหน่งเดิมตามที่เฮียหวังว่าไว้นั่นแหละ ) มันก็แทบจะทับกันทุกที ห่างกันก็แค่2-3 เมตร เท่านั้น ทั้งๆที่มันก็ยังยืนยันaccuracy ไม่น้อยไปกว่านี้แล้ว แต่สิ่งที่มันแสดงให้เห็นก็ค่อนข้างจะไว้ใจได้ในความแน่นอนของมัน ทำให้โดยเฉพาะเวลาที่ขับรถไปโรงยิมแถวๆพระราม2 จุดกลับรถจะเปะทับที่เดิมทุกครั้งไป ( ยังไงมันก็ยังอยู่ในวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 m ตามความสามารถที่GPS reciever ที่ไม่ได้ใช้ DGPS หรือ WAAS พึงจะมีครับ ) แต่ก็แปลกนะ เวลาขับใต้ทางยกระดับราชชนนี จะเห็นดาวเทียมเฉพาะด้านขวาและซ้ายเท่านั้น หน้าหลังและบนจะถูกบัง accuracy จะเป็น 20 เมตร แต่trackก็ยังทับหรือใกล้เคียงของเดิมอยู่ ก็อาจจะสรุปได้ว่ามันมั่วข้อมูลให้ได้ใกล้เคียงกันทุกวัน ตามฟังก์ชั่นที่มันถูกโปรแกรมมา เอิ๊กกกกก

    accuracy ก็คงจะเป็นสิ่งที่มันบอกอะไรเผื่อๆไว้ตามความน่าจะเป็นว่าน่าจะมั่วได้ไม่เกินแค่นั้นแค่นี้ สิ่งที่พบในทางราบคือสิ่งที่ยืนยันพิกัดในแนวราบได้ว่าชัวร์พอจะฝากผีฝากไข้ได้ แต่สำหรับaltitude ยังกังขาอยู่ครับ

    อีกอย่างหนึ่ง accuracy ที่ว่า 7.0 m นี้ เป็นค่าที่วัดในขณะที่รถวิ่งครับ ( วิ่งเร็วๆเสียด้วยสิ ) ยังไม่เคยดูตอนหยุดอยู่กับที่จริงๆจังๆสักทีว่ามันจะแม่นไหม?

    ส่วน Re-Radiating Antenna จริงแล้วไม่ใช่เรื่องใหม่ครับ ในวงการกิจการวิทยุสมัครเล่นเขาก็ทำเล่นกัน อย่างในกรณีที่เข้าไปในถ้ำ ซึ่งไม่สามารถจะติดต่อกันได้ง่ายๆ เขาก็จะทำสายอากาศรอบตัวที่มีเกณฑ์ขยายสูงๆ มาตั้งไว้นอกถ้ำ แล้วต่อสายนำสัญญาณลากเข้าไปในถ้ำไปต่อกับสายอากาศทิศทางที่มีเกณฑ์ขยายสูงๆอีกต้นหนึ่ง ชี้เข้าไปในก้นถ้ำ โดยวิธีนี้ก็ทำให้สามารถว.คุยกันระหว่างในและนอกถ้ำได้เช่นกัน ถึงแม้จะไม่มีamplifierสำหรับขยายสัญญาณแบบactive แต่วิธีแบบpassive เช่นนี้ก็สามารถเพิ่มความสามารถในการสื่อสารได้เช่นกัน

    แต่สำหรับGPS คงทำยาก เพราะว่าแหล่งกำเนิดสัญญาณคือดาวเทียมนั้น ไม่ได้ส่งสัญญาณที่แรงมากนัก ความถี่ก็สูงถึงระดับ 1.5 GHz การสูญเสียในสายนำสัญญาณจึงค่อนข้างจะสูง การใช้วิธีpassive จึงไม่ค่อยได้ผล จำเป็นต้องใช้วิธีแบบactive โดยใช้amplifierช่วยอีกแรงหนึ่ง ปัญหาก็คงจะหนีไม่พ้นqualityของamplifier ว่ามันมีเกณฑ์ขยาย signal to noise ratio มากน้อยแค่ไหน และกำลังขยายที่มันขยายออกมาแล้วออกสายอากาศอีกต้นแล้วมาแพร่กระจายคลื่นในรถเราเนี่ย กำลังมันมากน้อยประการใด ก็เห็นตื่นตระหนกกันถึงภัยโทรศัพท์มือถือ หรืออันตรายจากการแพร่คลื่นวิทยุของวิทยุรับส่งมือถือกันมานานพอสมควร เจ้าอุปกรณ์ที่เรียกกันว่า Re-Radiating Antenna ในกิจการวิทยุสมัครเล่นก็เลยไม่ค่อยได้รับความนิยมกันนัก สู้ต่อสายนำสัญญาณไปยังสายอากาศนอกตัวรถให้มันปลดปล่อยคลื่นความถี่ข้างนอกซะจะดีกว่า อิ อิ อิ

    ปัญหาของGPS 3 ตัวที่เฮียหวังเคยเล่าให้ฟัง นับถึงวันนี้ก็ยังสงสัยอยู่ดีว่า ถ้าหากเราเข้าไปดูmenu เกี่ยวกับtime แล้วโทรไปหา 181 เทียบเวลากัน ถ้าหากเครื่องไหนให้เวลาตรงกับ 181 ถึงแม้ว่ามันบอกว่าaccuracy 9 m มันก็ยังน่าเชื่อกว่าอีกเครื่องที่นาฬิกาเดินไม่ตรงนะครับ นั่นหมายถึงว่าคงต้องให้เวลามันสัก 10-15 นาที ในการที่มันจะปรับเวลาในตัวของมันให้เดินตรง

    ในกรณีของeMap เองถ้าหากไม่ได้เปิดเครื่องหลายวัน เวลาเปิดใหม่และอยู่กลางแจ้งก็เคยเจอว่า ถึงแม้accuracy จะบอกว่า 7-9 เมตร แต่นาฬิกาก็ยังเดินไม่ตรง 181 อยู่ดีครับ ต้องเปิดเครื่องไว้สัก10-15 นาที หรือขับรถไปสัก 10 กม.หนะ แล้วลองโทรเทียบเวลาใหม่ก็จะพบว่านาฬิกามันทำการปรับเทียบจนตรงเอง แต่accuracy ก็ยังป้วนเปี้ยนที่ 7 m นั่นแหละ

    ในกรณีของเฮียหวัง ถ้าเฮียมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง น่าจะให้โอกาสมันreset เวลาในเครื่องให้มันเดินตรงกันเสียก่อน แล้วค่อยดูพิกัดที่มันอ่านได้เปรียบเทียบกันจะดีกว่าครับ

    From : lucifer [ 24 พ.ค. 44 - 23:49:18 น. ]


    ความเห็นที่ 98
    ขอบคุณครับอ.หวัง,อ.ลู ... เรื่อง Re-Radiating Antenna ถ้าเขาออกแบบมาใช้ในรถยนต์ ก็ไม่น่าจะส่งต่อคลื่นออกมาแรงมากนะครับ (เดา) .. แต่สำหรับผมคงไม่จำเป็นเท่าไหร่ ไม่ค่อยได้เข้าป่าทึบๆครับ

    From : nbt [ 25 พ.ค. 44 - 04:56:11 น. ]

    ความเห็นที่ 99
    อีกประการหนึ่ง ผมเริ่มสับสนกับGarmin พอสมควร ไม่รู้ว่าคำว่า accuracy หมายถึงว่า อยู่ในวงกลมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 7.0 m หรือว่า รัศมี 7.0 m กันแน่ เพราะว่าเขาเปลี่ยนคำพูดบ่อยมาก โดยเฉพาะในGPSIII+ ที่ใช้คำว่า EPE คงจะหมายถึงรัศมี

    เพราะในความหมายว่า accuracy <15ม เขาอธิบายหมายถึงว่าอยู่ในวงกลมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 m ดูรูปเอาก็แล้วกันนะ
    [img]http://casanovasadventures.com/catalog/gps/WAASaccuracy2.gif[/img]

    From : lucifer [ 25 พ.ค. 44 - 11:04:50 น. ]


    ความเห็นที่ 100

    ส่งใหม่ก็แล้วกัน

    From : lucifer [ 25 พ.ค. 44 - 11:06:43 น. ]

    ความเห็นที่ 101

    รูปมันไม่ค่อยชัด แก้หน่อยก็แล้วกัน

    From : lucifer [ 25 พ.ค. 44 - 11:12:55 น. ]

    ความเห็นที่ 102

    ขอบคุณครับ

    สัญญาณไม่แรงไปกว่าเอาเครื่องไปวางบนหลังคารถหรอกคุณโน.........
    พอดีเห็นรายงานทดสอบ(อิสระ)เจ้าเสาตัวนี้..... “This antenna makes the GPS perform almost as it would under normal conditions.”….. ความแรงของสัญญาณที่ได้ในร่มพอๆกับความแรงของสัญญาณที่ได้จากการนำเครื่องรับ GPS ไปวางไว้ภายนอก ณ ตำแหน่งที่วางตลับ

    มิน่าเค้าถึงไม่เรียกว่าตัวบูสท์สัญญาณ เป็นเพียงตัวผ่องถ่ายสัญญาณเข้ามาภายในเท่านั้นเอง ยังไงก็คงมีประโยชน์กับเครื่องที่ไม่สามารถเสียบเสานอกได้ ดีกว่าเอาเครื่องไปตากแดดขัดไว้ระหว่างคอนโซลกับกระจกหน้า เห็นท้องฟ้าเพียงด้านหน้าอย่างเดียว


    From : Wang [ 25 พ.ค. 44 - 12:20:47 น. ]


    ความเห็นที่ 103
    ช่วยเปรียบเทียบ Function ของ 3 ตััวนี้ให้หน่อยครับ
    eMap, Legend, Vista
    ขอแบบละเอียดหน่อยนะครับ
    จะใช้เป็นข้อมูลการตัดสินใจครับ

    ขอบคุณล่วงหน้านะครับ

    From : astina96@hotmail.com [ 25 พ.ค. 44 - 13:13:02 น. ]


    ความเห็นที่ 104
    แล้วไปบู๊ตเนี่ย ราคาสักเท่าไหร่ครับ
    ผมใช้งานหลายอย่างครับ

    ป๋าลูครับ ผมใช้ eTrex Summit ซึ่งวัดความดันได้ (มีรูด้านหลัง)
    คิดว่าความสูงที่ได้ คงไม่ได้มาจากการคำนวนครับ
    เพราะอยู่ในตึกไม่มีดาวเทียม มันก็โชว์ระดับความสูงได้ตลอดครับ
    ส่วนรุ่น III+ นั้น ตอนที่ผมซื้อ ต้องการขนาดเล็กๆครับ เพราะเอามาติดจักรยาน
    เลยเลือก eTrex Summit เพราะวัดความสูงได้ด้วย บารอมิเตอร์
    ส่วน III+ รูปร่างมันใหญ่และแลดูโบราณไปหน่อย
    ซึ่งเมื่อเทียบกับ eTrex Summit แล้วมันเล็กที่สุดครับ

    แต่ตอนหลังผมเอามันเข้าป่าไปด้วย แต่มันไม่มีเสาอากาศ
    ต้องเอาไปขัดๆไว้กับ คอนโซนหน้า เลยอยากหาบู๊ตครับ


    From : Trek UTC [ 25 พ.ค. 44 - 14:39:56 น. ]


    ความเห็นที่ 105
    จากความเห็นที่ 102
    ไม่ทราบว่าตัวที่ อ.wang อธิบายคือตัวเพิ่มสัญาณให้กับ GPS รุ่นที่ไม่สามารถต่อเสาออกนอกรถใช่มั้ยครับ มีขายที่ไหนครับ แล้วได้ผลมั้ยครับ ต้องใช่ไฟเลียงหรือไม่ ทำงานอย่างไรครับ ขอบคุณครับ

    From : hope [ 25 พ.ค. 44 - 16:13:15 น. ]

    ความเห็นที่ 106

    คุณ Hope.......
    มีเขียนเรื่องนี้ไปบ้างแล้วในความเห็นที่ 96 ....

    ลองคลิกเข้าไปดูที่ร้านนี้ - http://www.gpsoutfitters.com/ แล้วคลิก Antennas
    ดูทั้ง Active และ Smart Antennas ……..มีอะไรให้ตื่นตาตื่นใจหลายอย่าง


    From : Wang [ 26 พ.ค. 44 - 11:51:29 น. ]


    ความเห็นที่ 107
    คุณTrekครับ การที่summit สามารถคำนวณความสูงได้จากbarometer นั้น ก็ไม่ใช่แบบที่คุณเข้าใจหรอกนะครับ

    การคำนวณความสูง โดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงความกดอากาศอย่างเดียวนั้นยังไม่เป็นที่ยอมรับกัน เพราะว่ายิ่งสูงอุณหภูมิจะลดลงด้วย และบ่อยครั้งที่อุณหภูมิสูงขึ้น แต่ความกดอากาศต่ำลง เพราะว่าฝนกำลังจะตก การคำนวณความสูงโดยอาศัยสมการคณิตศาสตร์จึงต้องอาศัยทั้งการเปลี่ยนแปลงค่าความกดอากาศ ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ( สูตรผมลืมไปแล้ว มีมาให้กับนาฬิกา Casio Protrex ครับ )

    ดังนั้นการคำนวณความสูงของSummit จึงจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจากดาวเทียมร่วมด้วย เพื่อให้มีจุดอ้างอิงจากความกดอากาศที่วัดได้ในระดับความสูงนั้นๆ(ซึ่งคำนวณได้จากGPS )เมื่อเราขยับขึ้นสูงขึ้นไปอีก และมองไม่เห็นดาวเทียม สมการในการคำนวณของsummit ก็จะใช้ข้อมูลความกดอากาศที่วัดได้ เปรียบเทียบกับความกดอากาศที่วัดได้ตอนที่ยังเห็นดาวเทียมอยู่ (และรู้ระดับความสูง) มาทำการคำนวณเปรียบเป็นค่าความสูงที่ควรจะเป็น ซึ่งหมายความว่าถ้าฟ้ายังคงเหมือนเดิม คือ ไม่มีเมฆฝน ไม่มีฝนตก ความกดอากาศลดลงตามความสูงที่เพิ่มขึ้นโดยไม่มีผลข้างเคียงจากสิ่งอื่นมากระทบ ความสูงที่summitคำนวณให้ก็จะเป็นค่าที่ใกล้เคียงค่าที่แท้จริงครับ

    From : ป๋าลู [ 26 พ.ค. 44 - 19:23:06 น. ]


    ความเห็นที่ 108
    แหม ขอบคุณครับป๋าลู ได้ความรู้ขึ้นอีกเยอะเลย
    ตอนนี้กำลังมองๆ เจ้า Vista อยู่ ป๋าลูมีความเห็นว่าอย่างไรครับ
    ราคาอยู่ที่ สองหมื่นต้นๆ

    From : Trek UTC [ 27 พ.ค. 44 - 11:48:12 น. ]

    ความเห็นที่ 109
    ก็เพิ่ม memory ขึ้นมาเป้น 24MB + เข็มทิศและบารอมิเตอร์ กับอายุแบตเตอรี่ใช้งานได้แค่ 12 ชม. ต่อสายอากาศนอกเครื่องไม่ได้เหมือนกันครับ จอเล็กเท่าๆกับetrex ( ถึงแม้ resolution จะดีกว่าก็ตาม) มองในรถลำบากครับ

    ถ้าหากต้องการใช้แค่ในรถอย่างเดียว eMap + สายอากาศนอกรถ ก็OKดี จอใหญ่มองเห็นได้ง่าย แต่เสียที่กันน้ำได้นิดเดียว( แค่น้ำกระเซ็นเป็นละอองเท่านั้น ) และไม่สามารถหยุดการrecord log tractได้

    ส่วน GPSIII+ เวลาติดกับแฮนด์จักรยานนี่ก็ไม่ได้เกะกะนักหรอกครับ มั่นคงดี เสียแต่ที่มันไม่บันทึกส่วนสูงเท่านั้น แต่functionในการใช้งานดีมาก downloadแผนที่จากMapsourceได้เหมือนๆกัน แต่ได้จำกัดกว่าเท่านั้นเอง ( memory แค่ 1.44 MB เท่าFD 1 แผ่นครับ ) ตีสายอากาศนอกเครื่องได้ สั่งไม่บันทึก log tract ก็ได้ ราคาลดแล้ว ก็อยู่ที่ 2หมื่นเกือบกลางๆ

    From : lucifer [ 27 พ.ค. 44 - 17:50:24 น. ]


    ความเห็นที่ 110
    ถ้าไม่ติดที่ต่อเสาอากาศภายนอกไม่ได้หรือสามารถหา Re-Radiating Antenna ได้ .....ผมว่า legend น่าใช้ที่สุดในตอนนี้ครับ ถ้าจำเป็นว่าต้องการเข็มทิศและวัดความสูงได้ก็เป็น vista แต่ก็เปลืองแบตขึ้นมาก ถ้าต่อที่จุดบุหรี่ในรถยนต์ได้ก็ไม่เป็นไร .... แต่ด้วยหน้าจอที่เล็ก แต่ความละเอียดสูงมาก ถ้าไม่สายตายาวก็คงไม่มีปัญหาครับ แต่ถ้าใช้ในรถยนต์คงมองลำบากหน่อย

    From : nbt [ 28 พ.ค. 44 - 01:59:59 น. ]

    ความเห็นที่ 111
    ส่วนใหญ่เวลาใช้ในรถยนต์ คนขับจะไม่ได้ดูเองครับ
    เนฯ ที่อยู่ด้านหน้าจะคอยบอกตลอดครับ
    ผมเข้าป่ากันที่หลายคัน เบื่อที่มันชอบบันทึกแทรกไปด้วย
    ตอนขากลับ เปลืองเมมโมรี่มาก ตอนนี้แก้ด้วยการโหลดเข้า Palm แทน
    Vista นั้น สามารถกำหนดให้บันทึกหรือไม่บันทึกแทรกได้ใช่ไหมครับ
    เห็นบอกว่าแถมแผนที่เมืองไทยให้ ]ละเอียดแค่ไหนครับ ถ้าเอาไปใช้ในป่าครับ


    From : Trek UTC [ 28 พ.ค. 44 - 09:30:40 น. ]

    ความเห็นที่ 112
    ขอเสริมท่านลูนิดนึงนะครับ

    สมัยมัธยมปลาย เราก็เคยเรียนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างความกดดันของอากาศ-อุณหภูมิ-และความสูงมาแล้ว การทำงานของเครื่องรับ GPS ที่มี Barometer ก็ใช้ความสัมพันธ์อันนี้

    ผมเข้าใจว่าโปรแกรมปฏิบัติการของเครื่องรับ มีเกณฑ์และเงื่อนไขในการให้น้ำหนักค่า”ระดับความสูง” ที่คำนวนได้จากสัญญาณดาวเทียม กับ ค่าที่คำนวนได้จากการเปลี่ยนแปลงความกดอากาศ....โดยขณะที่เริ่มใช้เครื่อง เมื่อเห็นดาวเทียมจนได้ Accuracy ดีแล้ว เครื่องจะอ้างอิงระดับความสูงที่อ่านได้จากสัญญาณดาวเทียมกับความกดอากาศในขณะนั้น(Calibrate)......และจะมีการ Re-Calibrate เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อใดที่ความกดอากาศเปลี่ยนแปลงไป”แต่”ไม่มีการเปลี่ยนตำแหน่งในมิติใดมิติหนึ่ง (3D Navigation)

    การที่คุณ Trek อ่านค่าความสูงได้ในอาคารนั้น ก็เพราะเมื่อเครื่องรับไม่เห็นท้องฟ้า จึงให้น้ำหนักค่าที่คำนวนได้จาก Barometer นั่นเอง.......แต่ค่านี้ไม่อาจเชื่อถือได้มากนัก เพราะความกดอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา (ถ้าความกดอากาศค่อยๆเพิ่มขึ้น สภาพอากาศจะมีแนวโน้มดี-ฟ้าจะเปิดโล่ง.......แต่ถ้าความกดอากาศลดลงเรื่อยๆ สภาพอากาศในชั่วโมง(s)ข้างหน้าจะแย่ลงจ้า)


    From : Wang [ 28 พ.ค. 44 - 11:40:18 น. ]


    ความเห็นที่ 113
    ผมเคยใช้เครื่องวัดความสูง จากจุดเริ่มต้น 80 เมตร พอขี่วนกลับมาที่เดิม มันกลับวัดได้ 50 เมตรเอง ยังงงว่า มันเป็นเพราะอะไร

    From : Trek [ 29 พ.ค. 44 - 09:13:20 น. ]

    ความเห็นที่ 114
    (เฉลย – Thermometer)

    เราทราบกันมาแล้วว่า “เวลา” มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการทำงานของเครื่องรับ GPS....นาฬิกาในเครื่องก็เช่นเดียวกับนาฬิกาควอทซ์ทั่วไป ที่”นับ”การสั่นสะเทือนของผลึกควอทซ์.... โดยมีอุปกรณ์ Quartz Oscillator ส่ง Pulse สู่ Counter ด้วยความถี่คงที่ 32,768 รอบต่อวินาที(Hz)

    เนื่องจากอุณหภูมิมีส่วนสำคัญที่ทำให้ความถี่จากผลึกควอทซ์นี้เปลี่ยนไป ถึงจะไม่มากจนเป็นที่ยอมรับได้ในการใช้หลักการนี้กับนาฬิกาทั่วไป.... แต่สำหรับเครื่องรับ GPS แล้ว ความคลาดเคลื่อนเล็กๆน้อยๆนี้ มีผลอย่างมากต่อการคำนวนระยะทางระหว่างตัวเครื่องกับดาวเทียม

    โปรแกรมปฏิบัติการในเครื่อง มีตารางความถี่ของควอทซ์ ณ อุณหภูมิต่างๆ....Temperature Sensor จึงมีความสำคัญในการส่งสัญญาณบอกโปรแกรมให้เลือกใช้ค่าที่ถูกต้องตาม”อุณหภูมิภายในเครื่อง”ในการแปลงความถี่ของผลึกควอทซ์ให้เป็น”เวลา”

    โปรแกรมปฏิบัติการในเครื่องยังมีความฉลาด(AI- Artificial Intelligence ใครเป็นแฟนเกม Strategy ย่อมรู้ดี) ในการปรับปรุงตารางดังกล่าวนี้ได้เองโดยการเทียบเวลากับดาวเทียม ทำให้เราได้ความแม่นยำของเวลาถึงแม้ Chip ของวงจร Counter จะเสื่อมไปบ้างแล้วก็ตาม

    ถึงอย่างนี้ก็ตาม ความแม่นยำของเวลาที่ได้ยังเทียบไม่ได้เลยกับนาฬิกานิวเคลียร์(Atomic Clock)ที่ใช้บอกเวลามาตรฐานและใช้บนดาวเทียม GPS......ซึ่งนับความถี่จากการแผ่รังสีของ Caesium Atom ที่ 9,192,631,770 Hz

    นอกจากนั้น Temperature Sensor ยังส่งสัญญาณไปปรับความเข้มของ”จอ” ให้น้อยลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ..... ด้วย

    (Next : ลับเฉพาะ....ประตูหลังสู่ : Test, Reset & Diagnostic Mode)


    From : Wang [ 29 พ.ค. 44 - 11:35:04 น. ]


    ความเห็นที่ 115
    To P'Wang
    ตอนนี้ผมหัดใช้ Ozi อยู่แต่ยังไม่มีแผนที่เลย
    ไม่ทราบว่า P'Wnag มีหรือเปล่าครับ ที่บ้านมีแต่เป็นกระดาษ
    แต่ไม่ Scanner ครับ รบกวนช่วยส่งมาให้หน่อยนะครับ
    (เอากรุงเทพฯก่อนก็ได้ครับ) แล้วแผนที่ที่ละเอียดหาได้ที่ไหนครับ

    ขอบคุณล่วงหน้าครับ
    หน่อง (astina)

    astina96@hotmail.com


    From : astina [ 30 พ.ค. 44 - 10:34:43 น. ]


    ความเห็นที่ 116
    ของผมใช้วิธีสแกนจากแผนที่ทหารหนะครับ Scannerของผมขนาดก็เพียง A4 เท่านั้น .....เวลาสแกนเนื้อที่ใหญ่ๆละก็ “อวก”เลยครับ อย่างแผนที่ตอนเหนือของ กทม จากสวนรถไฟไปแค่เมืองเอกก็ล่อเข้าไปสี่หน้าสแกนเข้าไปแล้ว Stitchกันจนตาลาย ...ทำไว้ดูเองยังไม่เท่าไหร่.....แต่โหดตรงที่ต้องเผื่อไว้โพสท์ด้วย ต้องมีการย่อให้เห็นเส้นทางขี่ตลอดเส้นทางในความกว้างหนึ่งหน้ากระทู้ (640 Pixels).....จึงจำเป็นต้องเก็บไฟล์แผนที่แบบ Bit Map…เพื่อเก็บรากเหง้าของรายละเอียดทุกพิกเซลไว้ไม่ให้สูญหายไปกับการโดนบีบอัด.....แค่ไฟล์ North Gor Tor Mor ฯ ไฟล์เดียวก็ร้อยกว่าเม็กแล้ว

    แผนที่ กทม ส่วนใหญ่ไม่ใส่ Grid บอกรุ้งแวง มีแต่ของกรมแผนที่ทหารเท่านั้นที่มี แต่ไม่บอก Datum…เวลา Calibrate แผนที่ กทม ต้องลองทุก Datum ที่ควรจะเป็นแล้วก็ยังไม่ Work......พลอทเพี้ยนไปเป็นกิโล.......เข้าใจว่าเป็นกุศโลบายในการลวงข้าศึกไม่ให้ตั้ง ICBM (Intercontinental Ballistic Missile) ติดหัวรบ Multiple Thermal Nuclear Warheads ยิงโจมตีข้ามทวีป หรือประเภท Tomahawk ยิงระยะสั้น Sea Surface Skim จากเรือศัตรูในอ่าวไทย สุดความสามารถของ รล จักรีนฤเบศร์ ที่ AV-8 Sea Harrier VTOL (Vertical Takeoff & Landing) ยังรออะไหล่จากเซียงกง...เข้าสกัดกั้นได้ .........ในที่สุดก็ต้อง Calibrate จาก WP หลักๆของเส้นทาง ได้ Map ที่เที่ยงตรงน่าพอใจ.....ต้องระวังตัวแจ กลัวตกเป็นเป้าของ CIA, KGB และหน่วยสืบราชการลับของเมียนม่าร์อีกต่างหาก


    From : Wang [ 30 พ.ค. 44 - 12:51:05 น. ]


    ความเห็นที่ 117
    โหมดพิเศษ

    ก่อนอื่น ขอทำความเข้าใจในการเข้าโหมดพิเศษก่อนนะครับ ด้วยเหตุว่าเอกสารที่ได้มานั้น เขียนครอบคลุมอย่างกว้างๆ ไม่ได้บอกลำดับการกดคีย์ในเมนูที่จะเจอของแต่ละโหมดพิเศษเหล่านี้มาอย่างละเอียด และเมนูเหล่านั้นยังแตกต่างกันตามรุ่นและเวอร์ชั่นของซอฟแวร์ แถมยังไม่ได้บอกขั้นตอนในการยกเลิก(Cancel/Escape)ออกจากโหมดนั้นๆด้วย

    เครื่องหมายลำดับในการกดคีย์ –
    (A+B)+C.........กดคีย์ A และ B ค้างไว้....แล้วกด C
    A > B > C........กด A...แล้วกด B...แล้วกด C


    Reset Mode

    eTrex : .....……………..….....(UP + ENTER) + ON
    eTrex (รุ่นมี Click Stick) : …..(“กด Click Stick ลง” + PAGE) + ON
    eMap : …………..…………..(ESC) + ON
    Other Garmin : …………...…(MARK) + ON

    โหมดนี้จะล้าง ทุกอย่างที่ผู้ใช้เก็บอยู่ในเครื่อง รวมถึงข้อมูลจากดาวเทียมทั้งหมด...Option ทั้งหลายจะถูกเซ็ทกลับไปสู่สภาพออกจากโรงงาน....หลัง Reset เครื่องจะสตาร์ทอย่างยาวนานด้วย Search the Sky Mode

    ข้อควรระวัง....การ Reset นี้อาจไม่มีการ”ถามทวน” หรือถามเพื่อ Confirm …… กดพรวดแล้ว Reset ทันที

    *** การ Reset เครื่องนี้อาจเป็นทางแก้”สุดท้าย”หากเครื่องขัดข้อง ...ก่อนส่งซ่อม ***

    (ยังมีต่อ)


    From : Wang [ 31 พ.ค. 44 - 11:59:56 น. ]


    ความเห็นที่ 118
    เกือบจะกดแล้วเชียว...

    From : nbt [ 31 พ.ค. 44 - 23:42:35 น. ]

    ความเห็นที่ 119
    Test Mode

    eTrex……………………….(UP + PAGE) + ON
    eTrex (Click Stick)……...…(“กด Stick ลง”) + ON
    eMap……………………….(ENTER) + ON
    Other Garmin……………...(ENTER) + ON

    • เป็นโหมดในการทดสอบและ Calibrate เครื่อง
    • อย่าเข้าสู่โหมดนี้ขณะเครื่องเห็นดาวเทียม...เครื่องอาจเข้าใจผิดคิดว่าข้อมูลจากดาวเทียมเป็นข้อมูลที่ Tester ป้อนเข้ามาเพื่อ Calibrate
    • เข้าสู่โหมดนี้แล้วกด ENTER > ENTER .....เครื่องจะเช็คแต่ละ Pixel ของหน้าจอ เพื่อหา”จุดบอด” (เหมือนหา Bad Sector โดยการ Scandisk)
    • มีการเช็ค Temperature Sensor และรายงานอุณหภูมิภายในเครื่อง (แต่เอกสารไม่ได้บอกขั้นตอนการกด)
    • มีการทดสอบ ROM Test แล้วอาจรายงาน”ผิด”ว่าหน่วยเก็บข้อมูล”เสียหรือขัดข้อง”......เนื่องจากเครื่องไม่ได้พ่วงต่อกับ Tester
    • มีการแสดงผล Battery Voltage, Software Version ฯลฯ

    (ยังมีต่อ)


    From : Wang [ 1 มิ.ย. 44 - 12:10:07 น. ]


    ความเห็นที่ 120
    ที่คุณ Wang บอกมาเนี่ย ผมไม่กล้ากดเลยอ่ะ กลัวพัง

    From : Trek UTC [ 1 มิ.ย. 44 - 16:10:41 น. ]

    ความเห็นที่ 121
    ข้าน้อยฯ ขอคาระวะ ท่านซือแป๋หวัง แห่งสำนัก บ่งชี้โลกาสถิตย์ 1 จอก ครับ

    From : gps novice [ 1 มิ.ย. 44 - 16:47:45 น. ]

    ความเห็นที่ 122
    Diagnostic Mode

    eTrex (Click Stick)………On เครื่องตามปกติ แล้วเข้า “Trip Computer Page” .....จากนั้นคลิก ZOOM OUT > ZOOM IN > ZOOM OUT

    Other Garmin…………….ON > กด Arrow Keys ทั้ง 4 ปุ่ม ปุ่มละครั้ง เรียงอย่างไรก็ได้

    eTrex และ eMap…………ไม่มีโหมดนี้

    ในโหมดนี้เครื่องจะบอกข้อมูลสำหรับให้ช่างวิเคราะห์การทำงาน


    ผมเองก็ไม่กล้า”ลอง”เหมือนกันครับคุณTrek ไม่สะดวกที่จะวิ่งส่งเครื่องกลับ ESRI หากเป็นอะไรไป แต่ในที่กล่าวมานี้ทั้งหมด ผมว่าโหมด Reset น่าจะมีประโยชน์ที่สุด รู้ไว้ใช่ว่า เอาไว้เผื่อเครื่องขัดข้อง ทำยังไงก็ไม่หาย ก็ลอง Reset ดูก่อนส่งซ่อม....ไม่มีอะไรให้สูญเสีย


    From : Wang- [ 3 มิ.ย. 44 - 21:28:05 น. ]


    ความเห็นที่ 123

    การทำ Moving Map โดยไม่ง้อ BaseMap และ NB/PDA

    ครั้งที่ผมกับเพื่อนทำการสำรวจ”ลำพญา”เพื่อจัดทริปเมื่อปีกลายนั้น เกิดอุปสรรคในการ”ชี้”ตำแหน่งของตัวเราเองในภูมิประเทศที่แปลกใหม่..... ไหนจะต้องจอดจักรยาน.. ไหนจะต้องกางแผนที่กระดาษ.. ต้องอ่านพิกัดจาก GPS..แล้วนำค่าที่อ่านได้มาหาจุดตัดของตำแหน่งตัวเองบนแผนที่......ยุ่งยากและเสียเวลา การขี่จักรยานก็ไม่ต่อเนื่อง ก็เลยคิดวิธีนี้ขึ้นมาลองใช้ดู ได้ผลดีครับ แสดงตำแหน่งแบบ Real Time อย่างต่อเนื่องในขณะขี่ และที่สำคัญ ไม่ต้องต่อพ่วงสัญญาณ NMEA และอะไรต่อมิอะไรให้พะรุงพะรัง...... ก็ได้โอกาสนำวิธีนี้มาถ่ายทอดเล่าสู่กันฟังนะครับ เผื่อเกิดประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย

    ประการแรกต้องขีดวงภูมิประเทศที่เราจะไปสำรวจอย่างคร่าวๆก่อน จากนั้นสแกนแผนที่บริเวณนั้นเข้า Ozi…. เสร็จแล้วเราก็สร้างจุดอ้างอิงบนแผนที่ โดยการใช้ Ozi สร้าง WP แบบปูพรม จะปักจุดอย่างไรก็ได้ตามสะดวกนะครับ ในตัวอย่างข้างบนผมปัก WP ตามจุดตัดของเส้นรุ้งและแวง สร้างเป็นฉากหลัง”ตาหมากรุก”ให้ดูเรียบร้อยกันไปเลย ....จากนั้นก็พิมพ์แผนที่(พร้อม WP)ส่วนนั้นออกมาโดยย่อส่วนลงให้ได้ขนาดที่เหมาะสม แล้วเอาไปติดไว้กับแฮนด์ ขณะเดียวกันก็โหลด WP เหล่านี้เข้าเก็บในเครื่องรับ GPS… เป็นอันเสร็จพิธี.......ในขณะสำรวจ เมื่อเราขี่ผ่านจุดอ้างอิงเหล่านี้ซึ่งเห็นได้บนจอเครื่อง เราก็สามารถเหลือบไปดูแผนที่บนแฮนด์บอกตำแหน่งเราได้ทันที

    เนื่องจากแผนที่บนแฮนด์นั้น ด้านบนเป็นทิศเหนือตลอดเวลา แนะนำล็อคทิศเหนือไว้ด้านบนของจอ GPS ด้วย ... โดยเลือกให้แสดงแบบ Orient Map Northwards (เครื่องรุ่นใหม่ใช้คำว่า North Up) ...เพื่อความสะดวกในการดูจอและแผนที่บนแฮนด์ให้สอดคล้องกัน


    From : Wang- [ 3 มิ.ย. 44 - 21:30:24 น. ]


    ความเห็นที่ 124
    อืม... ไอเดียเจ๋งมากเลยครับอ.Wang

    From : nbt [ 4 มิ.ย. 44 - 00:48:24 น. ]

    ความเห็นที่ 125
    GPS III Plus
    To view the software version, complete the following steps:

    1. Turn unit off.
    2. Press and hold the Enter key while turning the unit on.

    The software version will be displayed in the upper right corner.

    Mark or Enter is same botton.




    From : lucifer [ 5 มิ.ย. 44 - 01:51:36 น. ]


    ความเห็นที่ 126
    เรียนพี่หวัง
    ผลการทดสอบกับ GPS III+ กด Enter + on = test mode ไม่มีปัญหา
    กด Menu + on = reset ข้อมูลดาวเทียมเท่านั้น ส่วนset up และ ข้อมูลเวลายังเหมือนเดิมครับ

    ส่วนE-map กด Enter + on = test mode ไม่มีปัญหา
    กด ESC + On มันจะถามว่าต้องการerase user data หรือไม่ ก็เลยตอบNo แล้วเลิกก่อน อิ อิ อิ จะนอนแล้ว

    From : lucifer [ 5 มิ.ย. 44 - 02:15:39 น. ]


    ความเห็นที่ 127
    อ๊ะ….เพิ่งรู้ว่าหมอลูนอนดึกเหมือนกัน....สงสัยเล่น III+ เพลิน

    III+……………(Enter) + On = Test Mode และใช้ดูเวอร์ชั่นของ Software …….ขอบคุณครับ

    ใจถึงดีนะครับ ไว้ว่างๆลองเข้าให้ถึง Temp Sensor Test ดูซีครับ อยากรู้ว่าถ้าเอาไปหนีบจั๊กกะแร้จะวัดไข้เจ้าของได้หรือเปล่า ?.......จะได้รวบรวมไว้เป็นอีกหนึ่งคุณประโยชน์ของ GPS ......เดี๋ยวนี้ผมไม่เสีย”สามบาท”โทรเทียบเวลามาตรฐานไทยแล้ว เปิด GPS ตากแดดสักสิบนาทีก็ใช้เทียบได้เลย ได้เวลาสุริยะไทยเที่ยงตรงระดับนิวเคลียร์ตามมาตรฐานสากลของเอกภพ


    From : Wang [ 5 มิ.ย. 44 - 11:50:11 น. ]


    ความเห็นที่ 129

    เริ่มต้นจากการเกิดไฟไหม้ Viejas Fire ซึ่งข่าวบอกว่าได้ไหม้พื้นที่ป่าใน Cleveland National Forest ใน California เป็นพื้นที่กว่า 10,000 เอเคอร์เลยทีเดียวครับ สร้างความเสียหายไม่น้อยเลย ทางทีมดับไฟป่าเขาก็มีการนำเอาระบบ GPS เข้ามาเพื่อสำรวจพื้นที่ความเสียหาย และวางแผนที่จะสกัดไฟ โดยได้นำเอาเครื่อง PocketPCs เข้ามาเชื่อมต่อกับระบบ GPS ที่มีอยู่ โดยจะทำให้ที่ผู้เชี่ยวชาญสามารถเก็บและแสดงข้อมูล ได้แบบ real-time และสามารถทำเอกสารรายงานความเสียหายได้ทันที

    มีเหตุผลหนึ่งที่เขาได้บอกเอาไว้ ก็คือน้ำหนักครับ น้ำหนักของอุปกรณ์ต่างๆ เป็นอุปสรรคกับการทำงานของพวกเขามาก โดยเฉพาะการหิ้ว Notebook ที่มีน้ำหนักถึง 10 ปอนด์จะทำให้การเคลื่อนย้ายทำได้ลำบาก

    ข่าวจาก: paksoi.com

    From : nbt [ 6 มิ.ย. 44 - 23:59:01 น. ]


    ความเห็นที่ 130

    รู้จัก Heading / Bearing

    “ผมกำลังมุ่งหน้า 90 องศา จากจุด A”..…หรือ…..”ผมออกจากจุด A…แบริ่ง 90 องศา”

    ทั้งสองประโยคนี้มีความหมายเดียวกันคือ ผมกำลังเคลื่อนที่ออกจากจุด A ไปทางทิศตะวันออก”

    การบอกทิศเป็นองศานั้น จะเริ่มจากทิศเหนือเสมอ โดยกำหนดให้ทิศเหนีอเป็น 0 องศา แล้วนับองศาตามเข็มนาฬิกา….ดังนั้น :
    000 องศา = ทิศเหนือ
    090 องศา = ทิศตะวันออก
    180 องศา = ทิศใต้
    270 องศา = ทิศตะวันตก………………เสมอ

    แต่ถ้าไปดูตาราง TrackLog ของ Ozi อาจเกิดความมึนงงได้ เนื่องจากการลง Heading/Bearing นั้น….เหมือนลง”ช้า”ไปหนึ่งช่อง เช่นจากตัวอย่างข้างบน…….Heading ของจุด 1 = 207.7 องศา .. น่าจะอยู่ในแถว 1 …แต่ Ozi เอามาลงไว้ในแถว 2

    ที่เป็นเช่นนี้เข้าใจว่า “ตรรกะ” ของ Ozi คือ ….ต้องมีปลายทาง(ในที่นี้คือจุด 2)จึงจะรู้ทิศของต้นทาง(จุด 1) ……หรืออีกนัยหนึงคือ ต้องมีจุดสองก่อนจึงคำนวนได้ว่าเราเดินทางจากจุดหนึ่งไปในทิศใด…..และเมื่อคำนวน Heading ได้ จึงใส่ค่าที่คำนวนได้ในตารางของจุดสอง(แทนที่จะใส่ไว้ในจุดหนึ่ง)……ก็ขอให้เป็นที่รู้กันนะครับว่า Ozi เค้า”ลง”ค่า Heading ในลักษณะนี้ ….เวลาดูตารางจะได้ไม่งงนะครับ

    ทำความเข้าใจกับ Bearing/Heading ให้ดีนะครับ….คราวหน้าจะเข้าเรื่อง Course Line – Bearing Line – Course Error ?!?


    From : Wang [ 7 มิ.ย. 44 - 02:33:45 น. ]


    ความเห็นที่ 131
    อิอิอิอิ หนังเรื่องนี้ต่อหลายภาคจัง
    ผมรออ่านเรื่องต่อไปอยู่ครับ ได้ความรู้เยอะดี ทีหลังนัดเพื่อนกินเหล้า
    บอกเพื่อนว่า "ออกจากร้านริมทะเล แบริ่ง 90 องศา " ถ้าจะดี

    From : Trek UTC [ 7 มิ.ย. 44 - 08:19:48 น. ]

    ความเห็นที่ 132
    เรื่องต่อไปต้องใช้เวลาทำรูปอีกหน่อย ถ้าอยากให้เร็ว ส่งน้ำผลไม้ที่บ่มจนได้ที่มาอีกหลายๆจอกก็ได้นะครับ

    คุณ Trek อยู่เมืองชล นัดเพื่อนแบริ่ง 90 องศา.....ไม่บอกระยะทาง ... เพื่อนข้ามไปเขมรแน่เลยครับ หรือไม่ก็เดินทางรอบโลกกลับมาที่เดิม

    แต่ถ้าเป็นเพื่อนที่ไม่ชอบหน้าเท่าไหร่ ให้เค้าใช้แบริ่ง 270 องศาขณะกำลังเมา ....แล้วรอน้ำซัดขึ้นหาดตอนเช้า


    From : Wang [ 7 มิ.ย. 44 - 11:32:29 น. ]


    ความเห็นที่ 133
    ไม่ทราบว่า eMap สามารถหาระยะทางจาก WayPoint นึงไปอีก WayPoint นึงได้ไหมครับ
    แล้ว เมนู Measure Distance ไว้ทำอะไรแล้วใช้อย่างไรครับ

    From : BuleXTC [ 7 มิ.ย. 44 - 17:11:17 น. ]

    ความเห็นที่ 134

    พอดีผมใช้แค่ eTrex เหลือง.....ก็ขอตอบตามที่ทราบแล้วกันนะครับ.....ส่วน eMap จะทำได้หรือไม่นั้น เดี๋ยวเพื่อนๆที่ใช้ eMap คงมาช่วยตอบนะครับ

    ในกรณีที่มี WP บันทึกอยู่ในเครื่องแล้ว ต้องการทราบระยะทางระหว่าง WP .....eTrex ทำไม่ได้นะครับ......ดูจากตัวอย่างข้างบน เรามี WP1 และ WP2 บันทึกอยู่ในเครื่อง แต่ตำแหน่งปัจจุบันอยู่ที่ A ....... eTrex บอกระยะระหว่าง WP1 กับ WP2 ไม่ได้นะครับ .....นอกจากว่าเราไปอยู่ที่ตำแหน่ง WP ใด WP หนึ่ง .... แล้วใช้คำสั่ง Go To ...ก็จะเห็นระยะห่างปรากฏบนจอ

    แต่ถ้าเราโหลด WP ทั้งสองนี้เข้า Ozi....ก็จะหาระยะห่างระหว่างกันได้ ในตัวอย่าง Ozi บอกระยะห่างระหว่าง WP ทั้งสองเท่ากับ 867 กม.......แบริ่งของ WP2 จาก WP1 เท่ากับ 114 / 92 องศา

    แบริ่งมีสองค่า
    True Bearing………....นับองศาจากทิศเหนือที่เส้นแวงซึ่งเป็นเส้นอ้างอิงไปตัดกันที่ขั้วโลกเหนือ
    Magnetic Bearing…...นับองศาจากทิศเหนือแม่เหล็กซึ่งอยู่บริเวณประเทศแคนาดา

    แต่ถ้าเราไม่มี Ozi และตำแหน่งปัจจุบันอยู่ที่ A …..เราก็สามารถคำนวณระยะห่างระหว่าง WP1 กับ WP2 ได้โดยใช้คำสั่ง Go To WP1 แล้วจดระยะห่างและ Bearing ไว้ ......ทำวิธีนี้กับ WP 2 เช่นกัน.........เราก็จะได้สามเหลี่ยมที่รู้มุม a และความยาวแขนระหว่างมุม a ทั้งสองด้าน......แล้วเอาไปให้ลูกที่กำลังเรียนตรีโกณคำนวณความยาวด้านที่เหลือ......จ้า


    From : Wang [ 8 มิ.ย. 44 - 12:12:55 น. ]


    ความเห็นที่ 135
    ทำไม่ได้ครับ
    เมนู Measure Distance มีไว้วัดระยะทางจากตำแหน่งปัจจุบันไปยังจุดอื่นๆที่เราต้องการเช่นwaypoint หรือ จุดใดจุดหนึ่งบนแผนที่ ซึ่งจริงๆแล้วเราก็สามารถลากเอาเองได้โดยการใช้ Rocker patch โดยไม่ต้องผ่านmenuนี้ก็ได้ครับ ( ไม่รู้ว่าจะมีไปทำไม เพราะว่าถ้าจะหาจาก waypoint ก็แค่ Find waypoint แล้ว เลือก จากนั้นก็เคาะที่map มันก้อจะปรากฏตำแหน่ง พร้อมทั้งบอกระยะทางจากตำแหน่งที่เราอยู่ในปัจจุบัน รวมไปถึงBearing

    From : eMap user [ 10 มิ.ย. 44 - 09:43:23 น. ]

    ความเห็นที่ 136
    ใช่ครับ ทำไม่ได้ ยืนยันอีกคน
    GPSIII+ ที่มีfunction แพรวพราวกว่ายังไม่รู้เลยว่าทำได้หรือเปล่า แบบว่ายังขุดได้ไม่หมด
    แต่ถ้าเอามาทำบนOziหละก้อ Oh Yes

    From : lucifer [ 10 มิ.ย. 44 - 15:58:36 น. ]

    ความเห็นที่ 137
    ขอแย้งหน่อยนะครับ E mapวัดระยะทางจากจุดใดๆไปยังอีกจุดหนึ่งได้ครับเช่นถ้าเราอยู่ที่จุด a แต่เราสามารถวัดจากจุด bไปยังจุดcได้
    โดยเริ่มที่เข้าไปที่เมนูMeasure Distance เราจะเริ่มที่จุด A ถ้าเราต้องการหาระยะทางจากจุดBให้เลื่อนลูกศรไปยังที่จุดBแล้วกด ent แล้วเลื่อนลูกศรไปยังจุดC จะได้ระยะทางจากจุดB-Cครับ

    From : peter [ 10 มิ.ย. 44 - 23:21:36 น. ]

    ความเห็นที่ 138

    Course Line, Bearing Line & Course Error

    คำจำกัดความของคำเหล่านี้ เป็นประโยชน์มากในการสื่อสารระหว่างผู้ใช้ GPS ด้วยกัน และพบบ่อยมากในคู่มือด้วย….แต่ผมก็แปลกใจที่ Garmin ไม่ได้เจาะจงอธิบายความหมายของคำเหล่านี้ไว้เลย….. ปล่อยให้พวกเราต้อง”งม”หาความหมายของคำเหล่านี้กันเอง ….. ลองทำความเข้าใจกับตัวอย่างนี้ดูนะครับ

    ติ๊ดต่างว่า …
    - จุด T (Target) คือเป้าหมายของเรา
    - จุด G คือจุดที่เรากดคำสั่ง Go To T
    - เส้นสีเทาคือถนนสายเดียวเท่านั้นที่นำเราไปสู่จุด T และเราไม่อาจใช้เส้นทางอื่นได้
    - จุด C (Current Position) คือตำแหน่งปัจจุบันของเรา

    Course Line
    ทันที่ที่เรากดคำสั่ง Go To T ณ จุด G…..เราจะเห็นเส้น Course Line ปรากฏบนเครื่อง (เลือก – Show Course Line)……เส้นนี้จะเป็นเส้นตรงทึบบนจอ ซึ่งโยงจากตำแหน่งที่เรากด Go To ไปยังเป้าหมาย เส้นนี้จะอยู่นิ่งไม่ไหวติงไม่ว่าเราจะเคลื่อนที่ไปทางใดก็ตาม ทั้งนี้เพื่อให้เราได้ใช้เส้นทึบนี้เป็นเส้นอ้างอิงในการมุ่งสู่เป้าหมาย หากเราเคลื่อนที่ได้ใกล้เคียงกับเส้นนี้ที่สุด เราก็จะใช้ระยะทางสั้นที่สุดสู่เป้าหมาย ….. เส้น Course Line ก็คือเส้นสีเหลืองในตัวอย่างนี้…. และมุม t ก็คือ Course Bearing นั่นเอง

    Target Bearing, Bearing Line
    แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่มีเส้นทางใดโรยด้วยกลีบกุหลาบให้เราดำเนินชีวิตไปได้อย่างสะดวกโยธิน ไม่มีถนนสายใดที่จะตรงเป๊ะพาเราสู่เป้าหมาย ในตัวอย่างนี้เราต้องตรากตรำใช้เส้นทางที่อ้อมค้อมวกวน และเส้นทางนั้นพาเรามาสู่ตำแหน่งปัจจุบันที่จุด C…….ณ จุดนี้ Pointer บนเครื่องจะยังคงชี้ตรงไปยังตำแหน่งเป้าหมาย(ลูกศรสีฟ้าในรูป) …..เส้นตรงที่ลากจากตำแหน่งปัจจุบัน©ไปยังเป้าหมาย(T)เรียกว่า Bearing Line…..มุม a ที่เกิดจาก Bearing Line คือ Target Bearing ของตำแหน่งปัจจุบัน…..ซึ่งแน่นอนว่า Target Bearing จะไม่เท่ากับ Course Bearing แน่นอน….เพราะเราออกนอกCourse Line (Off Course)……และเมื่อใดก็ตามที่ตำแหน่งของเรากลับเข้าสู่จุดใดจุดหนึ่งบน Course Line….เมื่อนั้น Target Bearing จะเท่ากับ Course Bearing

    Course Error (Garmin ใช้คำว่า “Off Course” ใน Data Field)
    คือตัวเลขที่บอกให้เรารู้ว่า เราอยู่ห่างจาก Course Line เพียงใด…..ในตัวอย่างนี้ Course Error ของตำแหน่ง C คือ …ความยาวของเส้นตรงที่ลากจากจุด C ไป”ตั้งฉาก”กับ Course Line (เส้นสีส้มในรูป) …..เส้นตรงนี้จะเป็นระยะทางที่สั้นที่สุดที่จะพาเราไปสู่ Course Line……..ดังนั้นถ้า Course Error ยิ่งมาก….เรายิ่งต้องใช้ระยะทางมากขึ้น(ยิ่งอ้อม)ในการเดินทางสู่จุดหมาย

    Heading / Track Bearing
    ในตัวอย่างนี้เรากำลังถูกบังคับให้เคลื่อนที่ไปตามถนนสีเทา….. ทิศที่เรากำลังมุ่งหน้า(Heading)คือ b องศา……..หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ ทิศทางที่เรากำลังเคลื่อนที่(Track Bearing) คือ b องศานั่นเอง


    ทำความเข้าใจกับคำเหล่านี้ให้ดีนะครับ ….เวลาอ่านคู่มือลึกๆจะมีคำเหล่านี้โผล่ออกมาตลอดเวลา…..ต่อไปนี้คงไม่มึนแล้วนะครับว่าเค้าหมายถึงอะไร……และคำเหล่านี้ Garmin ยังใช้ใน TracBack Mode ด้วย…….ลอง Apply ดูซีครับ


    From : Wang [ 11 มิ.ย. 44 - 00:12:25 น. ]


    ความเห็นที่ 139
    ลองหยิบ Legend มาดูเมนู Measure Distance ตามที่พี่ peter แนะนำ ...อ้าว legend ไม่มีฟังก์ชันวัดระยะทางนี่หว่าหาไม่เจอเลย ... ตอนนี้ทั้ง emap กับ III+ ก็ไม่อยู่แล้ว เคยกดเล่นๆไม่ได้ใช้จริงจังแต่คุ้นๆว่าทำได้ครับ

    จากเรื่องที่ อ.Wang เขียนมา ผมลองไปดูในหน้า map ที่ legend สามารถ customize field ที่จะโชว์บนหน้าจอได้ว่าจะให้แสดงค่าอะไร จะมีค่าให้เลือกที่เกี่ยวข้องคือ Heading ,Pointer ,Bearing,Course,Off Course , To course .... ผมเคยใช้แต่ Pointer ที่เอาไว้ชี้เส้นทางที่จะไป ที่เหลือคงหมายถึงที่ อ.Wang เขียนไว้ครับ ...

    เรื่องการเปลี่ยนแปลง field ที่จะแสดงในหน้าจอนี้ มีประโยชน์มากครับ ... เราสามารถตั้งให้แสดงค่าต่างๆหรือคำนวณค่าที่เราต้องการได้เช่น ความเร็วปัจจุบัน, ระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้เดินทางถึงปลายทาง (เอาไว้ดูว่าควรจะขับเร็วขึ้นหรือช้าลงอีก เอาไว้ rally ดีเลยครับ) .... หรือจะแสดงเป็นเวลากี่โมงกี่ยามที่คาดว่าจะถึงปลายทาง หรือระยะทางที่เหลือ. ซึ่ง field ที่เลือกได้มีเยอะมากครับ .... โดยในรุ่น etrex (เหลือง)หรือ emap จะ custom เปลี่ยนไม่ได้ .... แต่จะทำได้ใน III+ หรือ eTrex รุ่นใหม่อย่าง Legend ครับ

    From : nbt [ 11 มิ.ย. 44 - 02:18:30 น. ]


    ความเห็นที่ 140
    อิอิอิ มีทางนึงครับ ที่ตรงเป๊ะเลย
    ผมไปเขื่อนศรีฯมา เอาเรือออกไปตกปลา ขับไปตั้งสิบกิโล ขากลับตั้งให้เครื่องมันนำทาง
    วางไว้ที่คนขับเรือ ซึ่งเค๊าใช้จำเอา ผมเอา GPS ไปให้เค๊าใช้ ปรากฎว่าเค๊าชอบใจใหญ่เลย
    เพราะวิ่งกลับมาเป็นเส้นทาง ถึงที่หมายได้เร็วกว่าเดิม

    From : Trek UTC [ 12 มิ.ย. 44 - 10:49:01 น. ]

    ความเห็นที่ 143
    หลายท่านอาจจะไม่ทราบนะครับว่า ความแม่นยำของเวลาหรือนาฬิกาที่ใช้ใน GPS นั่้นแม่นยำและเที่่่่ยงตรงที่สุดในจักรวาล (แฮ่ม เพราะยังเทียบเท่ากับนาฬิกาที่ใช้ในดาวเทีียมด้วย) ทั้งนี้และทั้งนั้นเพราะหลักการคำนวณตำแหน่งของ GPS อาศัยการคำนวณเวลาการเคลื่อนที่ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากดาวเทียมสู่เครื่องรับ ทีนี้ดาวเทียมทุกดวงใช้ Atomic clock เป็นหลัก เลยพอจะเทียบไ้ด้ว่า GPS ทุกเครื่องมีนาฬิกาที่แม่นยำเทียบเท่า อะตอมิกคล็อก ทีเดียว

    ที่สำคัญ นาฬิกาบน GPS นั้นถูกปรับให้เทียบเท่าดาวเทียมอยู่ตลอดเวลา

    อันความแม่นยำนั้น ว่ากันว่า ถึง เศษหนึ่งส่วนพันล้านวินาที (1 nanoseconds)

    ใครไม่เชื่อลองนำเวลาบน GPS มาเทียบกันดูก็ได้



    From : BikeMind [ 12 มิ.ย. 44 - 22:42:01 น. ]


    ความเห็นที่ 144
    ยำ้อีกทีครับ ว่านาฬิกาที่ใช้ใน GPS ความจริงก็เป็นนาฬิกา Quartz ธรรมดานี่แหละ มีความแม่นยำธรรมดาด้วย แต่พอได้รับสํญญาณจากดาวเทีียมอย่างน้อย 3 ดวงก็จะปรับเวลาตัวเองโดยอัตโนมัติเทียบเท่านาฬิกาของดาวเทียมทั้ง 3 ดวงซึ่งต่างก็ใช้ Atomic clock ซึ่งมีความแม่นยำสูงทั้งหมด

    From : BikeMind [ 12 มิ.ย. 44 - 22:56:46 น. ]

    ความเห็นที่ 145
    Oziexplorer version ใหม่ออกแล้วนะ 3.85.4.5 รู้จัก ตระกูล eTrex รุ่นใหม่ๆแล้ว และก็ใช้ฟังก์ชันของ icon ได้ด้วย .... ส่วน crack password ของเดิมยังไม่ลองกับ version ใหม่ครับ

    From : nbt [ 12 มิ.ย. 44 - 23:38:42 น. ]

    ความเห็นที่ 146
    ขอบคุณครับคุณ BikeMind
    เรื่อง นฬก มีเขียนไว้ในความเห็นที่ 59 และ 114 แล้วครับ ....ขอบคุณที่ช่วยย้ำอีกทีนะครับ

    From : Wang [ 13 มิ.ย. 44 - 11:00:29 น. ]

    ความเห็นที่ 147
    ซึ้งคุณ Trek จิงๆ.. แจมเข้ามาเหมือนรู้ใจ กะจะข้ามเรื่อง DRIFT อยู่พอดีเชียว ….อดลักไก่เลย

    ขณะที่คุณ Trek ใช้ GPS ช่วยในการล่องเรือนั้น คุณ Trek ไม่ได้ Stay on COURSE LINE เหมือนอย่างที่คิดไว้หรอกนะครับ ค่อยๆอ่านต่อไป (คราวนี้ได้โอกาสผนวกเรื่อง GPS กับ Windsurf ที่เคยบ้าอยู่หลายปี)


    From : Wang [ 13 มิ.ย. 44 - 11:01:10 น. ]


    ความเห็นที่ 148

    สมมติเราอยู่ในที่โล่งๆ ไม่มีแม่น้ำ ห้วยหนองคลองบึง ภูเขาและภรรยามาขวางกั้น.....เราออกเดินจากจุด G ......เป้าหมายอยู่ที่ T......Course Bearing 90 องศา......ถ้าเราใช้เพียง”เข็มทิศ” และเดินตามเข็มมุ่งหน้าไปทางตะวันออกตลอดเวลา…

    ถามว่า.........เส้นทางเดินของเราจะยังคงอยู่บน Course Line (เส้นสีเหลือง) หรือไม่ ?

    ตอบว่า........ได้สบาย … ถ้าเริ่มเดินจากจุดใดจุดหนึ่งบน Course Line…ใช้ Heading เท่ากับ Course Bearing….เราจะเดินทับ Course Line เสมอ…..ตราบเท่าที่มีทางไป


    From : Wang [ 13 มิ.ย. 44 - 11:02:20 น. ]


    ความเห็นที่ 149

    แล้วถ้าเราเดินทางลักษณะเดียวกันนี้บนท้องน้ำหละ........เราจะยังคงรักษา Course Line ได้หรือไม่ ?

    คำตอบคือ.........ไม่ ….เพราะ..พื้นดินอยู่กับที่….. แต่พื้นน้ำเคลื่อนไหวตลอดเวลา

    ในตัวอย่างต่อไปนี้ ขอมักง่ายให้คลื่นลมมาจากทางเหนือทิศเดียวกันนะครับ จะได้ไม่ต้องใช้เวคเตอร์แตกแรง เลี่ยงการอธิบายความด้วยวิชาสแตติคส์ ไดนามิค และควอนตั้มฟิสิกส์ ซึ่งอาจเปิดช่องให้ผู้อ่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ขึ้นใช้เองในบ้านได้ .......ผิดวัตถุประสงค์ของเวปนี้

    ในตัวอย่างนี้ เรือของเราจะ DRIFT ตามอิทธิพลของกระแสน้ำและกระแสลม .... จากรูป ..สมมติว่าสามเหลี่ยมสีดำคือเรือ.... ถึงแม้ว่าเราจะดู”เข็มทิศ”และเลี้ยงหางเสือให้หัวเรือมุ่งหน้าไปทางตะวันออก(Heading 90 องศา)ตลอดเวลาก็ตาม กระแสน้ำจะ Drift เรา Off Course ไปโดยที่เราไม่รู้ตัว


    From : Wang [ 13 มิ.ย. 44 - 11:03:07 น. ]


    ความเห็นที่ 150


    แล้วถ้าเราบังคับหัวเรือให้มุ่งหน้าตาม Pointer ของ GPS หละ…. จะช่วยให้เราอยู่บน Course Line ได้หรือไม่

    ตอบว่า.......ไม่อีกเช่นกัน

    ถึงแม้ GPS จะชี้เป้าให้เราตลอดเวลาด้วย Bearing Line ก็ตาม แต่เส้นทางจริงยังถูกอิทธิพลของกระแสน้ำ/ลม อยู่ดี .......ในรูป เรือออกจากจุด G .....เราบังคับหางเสือให้หัวเรือมุ่งหน้าไปทางตะวันออกตาม Pointer หรือ Bearing Line ของ GPS........แต่ด้วยอิทธิพลของระแสน้ำ เรือเราจะ Drift ออกนอก Course Line อย่างช่วยไม่ได้........เมื่อออกนอก Course Line...Target Bearing ก็จะเปลี่ยนไปเพราะ GPS ชี้เข้าเป้าตลอดเวลา.....เราก็ต้องหักหางเสือเปลี่ยนทิศของหัวเรือตาม Pointer เพื่อให้หัวเรือหันเข้าเป้า (Heading ของเรือเท่ากับ Target Bearing ตลอดเวลา).....เส้นทางเดินเรือของเราจะโดน Drift เป็นเส้นโค้งสีแดง


    From : Wang [ 13 มิ.ย. 44 - 11:04:18 น. ]


    ความเห็นที่ 151


    แต่ถ้าเป็นคนเดินเรือที่ชำนาญ เค้าจะ”ไม่”บังคับให้หัวเรือพุ่งตรงไปยังเป้าหมาย..........แต่จะบังคับหัวเรือพุ่งสวนกระแสน้ำขึ้นไปก่อน(Heading สวนกระแสน้ำ) แล้วค่อยๆปรับทิศหัวเรือเข้าหาเป้า….โดยใช้ Course Line เป็นหลัก....เส้นทางเดินเรือจะเป็นเส้นสีเขียวดังในรูป …. ผู้ชำนาญเท่านั้นที่จะสามารถกะ Heading ให้เส้นสีเขียวเข้าใกล้ Course Line มากที่สุด …. การเดินทางจะใช้ระยะทาง เวลา และเชื้อเพลิงน้อยที่สุด

    แต่ถ้าเครื่องรับจีพีเอสของเราไม่แสดง Course Line การหันหัวเรือตาม Pointer หรือ Bearing Line ของ GPS ก็ยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดรองลงไป .....แต่ไม่ได้หมายความว่าเรากำลังใช้เส้นทางที่สั้นที่สุดหรือประหยัดเวลาที่สุดนะครับ

    เครื่องบินที่ต้องสู้กระแสลมก็ใช้หลักการเช่นนี้ โดยใช้สมองกลปรับ Rudder และ Flap ให้หันหัวชดเชย… เพื่อให้เส้นทางบินใกล้เคียง Course Line ที่สุด


    From : Wang [ 13 มิ.ย. 44 - 11:05:09 น. ]


    ความเห็นที่ 152



    ถ้าเราใช้หน้า Map บนจอ GPS ช่วยในการเดินเรือ....ประสิทธิภาพจะดีกว่าการใช้ Pointer ในความเห็นที่ 150 หรือไม่

    คำตอบคือ.......น่าจะดีกว่า แต่ถ้าเครื่องมี D-Bar ... เราจะได้ประโยชน์สูงสุด

    เพราะ.....ในหน้า D-Bar เราจะเห็น –
    - Pointer ที่หัวลูกศรชี้เข้าเป้าหมายตลอดเวลา
    - D-Bar ซึ่งทำให้รู้ทิศของ Course Line
    - “Off Course” ซึ่งเป็นตัวเลขบอกระยะห่างระหว่างตำแหน่งปัจจุบันกับ Course Line


    ถึงแม้เราจะไม่รู้ทิศของกระแสลมหรือกระแสน้ำก็ตาม แต่ด้วยการผสมผสานข้อมูลตั้งสามตัวนี้ในการกำหนด Heading ของเรือ...... จะช่วยให้เรา”เกาะ” Course Line ได้ดีกว่า....เส้นทางเดินเรือของเราจะซิกแซกเป็นเส้นสีน้ำเงิน


    From : Wang [ 14 มิ.ย. 44 - 11:53:30 น. ]


    ความเห็นที่ 153

    ผมเคยอ่านบทความของต่างประเทศ วิจารณ์ Garmin รุ่น III+ ว่ามีข้อดีที่ใช้กับทางเรือได้ดี เพราะมีฟังก์ชันแสดง page แบบ Highway ... ผมก็ยังงงๆมันเกี่ยวอะไรกับทางเรือน่าจะเหมาะกับถนนมากกว่า ... พอมาอ่านที่ อ.Wang เขียนแล้วร้องอ๊อเลย ... ก็คล้ายๆกับการดู D-bar นั่นแหละ ... แต่จะดูแล้วแสดงภาพแบบดูง่ายกว่า ( user friendly) ... ให้ใครมาขับเรือแทนก็ได้ไม่ต้องอธิบายมาก พยายามดูเป็นจอให้วิ่งอยู่บนถนนก็พอ

    From : nbt [ 14 มิ.ย. 44 - 21:27:58 น. ]

    ความเห็นที่ 154
    มิน่าหละครับ ….. III+ ถึงอยู่ยงคงกระพัน ไม่ Discontinue เสียทีทั้งๆที่ออกมานานมากแล้ว กำลังรออยู่ว่าจะมีเชื้อสายใหม่ๆที่จอใหญ่ กันน้ำ ต่อสายอากาศนอกได้ ออกเมื่อไร......สงสัยคงต้องรออีกเป็นนานแน่ครับ

    เพื่อนๆคงเห็นแล้วนะครับว่า การเดินทางบนพื้นดินกับพื้นน้ำต่างกันอย่างไร........ บนจักรยาน เรามุ่งหน้าตามที่ของล้อหน้าพาไป ... Track ของเราจะตาม Heading ที่ Stem (หัวรถ) ชี้ออกไป...........แต่การเดินทางบนผิวน้ำ Trackของเรือไม่ตามหัวเรือ เนื่องด้วยอิทธิพลของกระแสน้ำและลมดังที่กล่าวมา


    From : Wang [ 15 มิ.ย. 44 - 12:03:52 น. ]


    ความเห็นที่ 155
    คิดว่าเรื่องการนำล่องบนเรือคงจะได้ข้อคิดไปพอหอมปากหอมคอแล้วนะครับคุณ Trek (ผู้ทำให้เกิดหัวข้อนี้).......ไม่ทราบยังติดตามอ่านอยู่หรือเปล่า ….หรือปล่อยผมน้ำลายฟูมปากอยู่คนเดียว ?

    From : Wang [ 15 มิ.ย. 44 - 12:15:08 น. ]

    ความเห็นที่ 156
    มีเพื่อนโทรมาถามผมว่า Highway ที่คุณโนพูดถึงนั้น ทำไมอยู่ในน้ำ......Highway ที่ว่านี้คือเส้น Course Line นั่นเอง ....เป็นเส้นจินตนาการขึ้นมาเพื่อช่วยในการบังคับทิศทางการเคลื่อนที่ของเราไม่เป๋ออกนอกเส้นนี้ ..... เหมือนเล่นวีดีโอเกมส์เลยครับ

    From : Wang [ 15 มิ.ย. 44 - 12:46:51 น. ]

    ความเห็นที่ 157
    ครับได้ความรู้ดีมากครับ ตามอ่านอยู่
    เครื่องผมมันมีเข็มทิศด้วย เวลาสั่ง Goto มันก็จะบอกทิศไปด้วยครับ
    ใช้งานเหมือนเข้มทิศเลย อิอิอิ แต่ก็ไม่ได้ไปทางเรือบ่อยครับ ไปทางป่าซะมากกว่า
    ที่อยากทราบอีกคือ ไปจอ eTrex เนี่ย มันยาวๆ แล้วตำแหน่งที่เราอยู่มันก็มาอยู่ซะเกือบชิด
    ขอบล่างเลย อย่างนี้หากซูมแผนที่ให้มันกว้างขึ้น เช่น จะดูว่าตำแหน่งที่เรามาร์คไว้
    อยู่อีกไกลไหม อยากทราบว่าระยะทางจุดที่เราอยู่ไปถึงขอบบนสุดของจอ กับระยะไปที่ขอบด้านซ้ายและขวาของจอ มันจะเท่ากันไหมครับ เพราะเดินทางในป่า แผนที่มันจะหมุนไปมาตลอดเวลาครับ

    From : Trek UTC ถามอย่างเดียว [ 15 มิ.ย. 44 - 13:15:52 น. ]

    ความเห็นที่ 158

    คุณ Trek รู้ใจอีกแล้ว....กำลังหาเรื่อง”อู้”อยู่พอดี.....ยังคิดไม่ออกว่าจะทำรูปประกอบคำบรรยาย Tracback ยังไงดี.......ได้คำถามนี้มาช่วยชีวิต

    ทุกขนาดของการซูมบนหน้าจอ จะมี”สเกล”ปรากฏอยู่ที่มุมล่างซ้ายเสมอ ในตัวอย่างนี้ ความยาวของเส้นสีแดงบอกระยะทาง 120 ft (ฟุต).........ถ้ากะด้วยสายตา ความกว้างของจอประมาณห้าเท่าของเส้นสีแดง ก็พอประมาณได้ว่า ณ ซูมขนาดนี้ จอแสดงภูมิประเทศให้เราเห็นตามด้านกว้างได้ 600 ฟุต

    ความยาวของเส้นสีแดงเปลี่ยนตามขนาดของซูมด้วย ไม่ตายตัวเป็นห้าเท่าของความกว้างของจอตลอดเวลานะครับ


    From : Wang [ 16 มิ.ย. 44 - 11:45:58 น. ]


    ความเห็นที่ 159
    อ่านคำถามคุณ Trek อีกรอบแล้วยังเป็นงงว่าผมตอบตรงคำถามหรือป่าว......สเกลเส้นสีแดงแทนความยาวทั้งสองมิตินะครับ....ทั้งด้านกว้างและด้านยาวของจอใช้สเกลเดียวกัน......ถ้าตอบไม่ตรงคำถามก็ถามใหม่ให้ตรงคำตอบก็ได้นะครับ

    From : Wang [ 16 มิ.ย. 44 - 12:07:16 น. ]

    ความเห็นที่ 160
    ไม่ตรงครับ เครื่องผมหน้าตามันไม่เหมือนที่คุณหวังเอามาโชว์น่ะ
    คือสมมุติว่าเราเดินทางเข้าป่าไปเราจะได้ Track มาหนึ่งอัน
    ซึ่งระหว่างทางจะมาร์ค Point ไปเรื่อยๆ ว่าตรงไหนคืออะไร

    แต่พอตอนกลับก็เปิด GPS ให้มันวิ่งบอกทางที่เข้ามา ซึ่งบางครั้งเพื่อนถามว่า
    หมู่บ้านข้างหน้านั้นอีกไกลไหม ผมก็จะซูมภาพให้กว้างออกมา เพื่อหาจุดมาร์คของหมู่บ้าน
    ที่นี้ก็จะเดาๆ เอาได้ว่า อยู่ไกลแค่ไหน เมื่อเทียบกับสเกลที่มุมล่าง แต่เวลาเราเลี้ยวไปตามทางที่คดเคี้ยว เจ้าจุดมาร์คมันก็จะหมุนไปเรื่อย ไปอยู่บนจอบ้าง มาอยู่ด้านซ้ายบาง มาอยู่ด้านขวาบ้าง

    แต่ไอ้ตัวคนที่แสดงตำแหน่งเรามันอยู่ที่ด้านล้างของจอ ไม่ได้อยู่กลางจอ
    ปมเลยถามว่าระยะจากจุกที่มีรูปตัวคน ไปจนถึงขอบบนจอ
    มันจะเท่ากันกับจุดที่ไปอยู่ด้านซ้ายของจอหรือเปล่าครับ เพราะจอมันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าอ่ะ

    ไม่มีรูปด้วยสิ

    From : Trek UTC [ 18 มิ.ย. 44 - 10:08:24 น. ]


    ความเห็นที่ 161
    งง.....ที่ผมเขียนไว้ในความเห็นที่ 159 ว่า..... “สเกลเส้นสีแดงแทนความยาวทั้งสองมิติ....ทั้งด้านกว้างและด้านยาวของจอใช้สเกลเดียวกัน”……น่าจะเป็นคำตอบแล้วนะครับว่าไม่ว่าจะวัดจากซ้ายไปขวา หรือวัดจากบนไปล่าง หรือวัดทแยงใดๆก็ตาม ทุกท่าใช้มาตราส่วนเดียวกัน เป็น True Dimension ทั้งจอ .....แต่ถ้ายังไม่ใช่คำตอบ....สงสัยต้องถามด้วยภาพเสียแล้วครับ

    ผมเข้าใจว่าปัญหาของคุณ Trek คือ.....ในขณะที่เราเคลื่อนที่ เป้าหมายของเราจะหมุนอยู่รอบจอเพราะเราไม่ได้มุ่งหน้าไปยังทิศเดียวตลอด....ทำให้เป้าหมายหลบไปทางซ้ายบ้าง ขวาบ้าง บางทีก็ตกจอ ......วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้เรารู้”แนว”ของเป้าหมายตลอดเวลาก็คือ ใช้คำสั่ง Go To ไปยังเป้าหมายนั้น แล้วเลือก Show Bearing Line .....ซึ่งจะทำให้หน้าแผนที่ของจอ”แสดง”เส้นตรงที่โยงจากตำแหน่งปัจจุบันไปยังเป้าหมาย (เส้น C – T ดังในรูปข้างล่างนี้)

    และถึงแม้เราจะเคลื่อนที่ออกจากจุด C ไปแล้วก็ตาม......เส้นตรงนี้ก็จะยังคงโยงระหว่างจุด T กับตำแหน่งปัจจุบัน(ตำแหน่งใหม่)ของเรา.......ถึงแม้เป้าหมายจะตกจอไปแล้ว แต่เส้น Bearing Line นี้จะยังช่วยให้เรารู้แนวของเป้าตลอดเวลา


    From : Wang [ 18 มิ.ย. 44 - 11:50:01 น. ]


    ความเห็นที่ 163
    ก่อนเข้าสู่ TracBack Mode ขออธิบายศัพท์โดยสังเขปดังนี้

    - Track คือเส้นทางการเดินทางของเรา เปรียบเสมือนรอยยางของเราที่บันทึกไว้บนผืนดิน

    - Tracklog Point หรือ Track Point คือ จุด Way Point ที่เครื่องทำการบันทึกเองโดยอัตโนมัติตลอดการเดินทางของเรา เมื่อลากเส้นโยง Track Point ตาม ”ลำดับ” ก็จะได้ Track นั่นเอง

    - Tracklog คือ Track Point หลายๆจุดที่รวมกันเป็นหนึ่งชุด ซึ่งประกอบกันขึ้นมาเป็นหนึ่งเส้นทาง

    - Active Log (Main Log) คือ Tracklog ที่เครื่องกำลังทำการบันทึกอยู่ การบันทึกยังเป็นไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะปิดเครื่อง

    - Saved Log คือ Active Log ที่ผ่านกรรมวิธี “เซฟ” เก็บเข้าช่องความจำที่เครื่องจัดสรรไว้……….การเซฟนี้จะมีการตัดทอนจำนวนของ Track Point ลงไปเหลือประมาณ 10 % เท่านั้น ….แน่นอนว่ารายละเอียด (Resolution) ของ Saved Log จะด้อยลงกว่า Active Log มาก………..อ่านเพิ่มเติมได้ที่กระทู้นี้ครับ –
    http://www.thaimtb.com/webboard/10/05431.html


    From : Wang [ 19 มิ.ย. 44 - 00:20:27 น. ]


    ความเห็นที่ 164

    เส้นทางใน Saved Log ที่เราต้องการจะขี่ย้อนอดีตนั้น ……. ได้มาจากการบันทึกครั้งก่อนที่เรา(หรือเพื่อนที่ส่งเส้นทางนี้ให้เรา)เริ่มขี่จากจุด Begin เรื่อยมาจนสิ้นสุดที่จุด End….. ระหว่างที่ขี่ เครื่องทำการบันทึกเส้นทางของเราโดยบันทึก Tracklog Point ไว้ตามรายทาง โดยเรียง”ลำดับ”ของจุดจากเลขน้อยไปหามาก …..ในขณะทำการบันทึกนั้น เครื่องจะเก็บ Tracklog Point ทั้งหลายใน Active Log…….และเมื่อจบเส้นทางแล้ว เราก็ทำการเซฟเส้นทางนี้ไว้ใช้ในโอกาสต่อไป….Saved Log ที่ได้ในตัวอย่างนี้ สมมุติว่ามี Tracklog Point (จุดขาว) เพียง 6 จุดดังในรูป

    เมื่อใช้คำสั่ง TracBack …เส้นทางทั้งเส้นที่เราต้องการย้อนอดีต(เส้นสีเหลือง)นั้นจะกลายเป็น Course Line ของเรา (ต่างกับ Course Line ในคำสั่ง Go To) …และคำสั่งนี้มีสองทางเลือก :

    - To Begin ใช้เมื่อเราต้องการ”ย้อนทางเดิม”กลับไปจุดเริ่มต้น ….Pointer จะชี้พาเราจาก Tracklog Point หนึ่งไปยัง Tracklog Point หนึ่ง ..โดยเรียง”ลำดับ”จากเลขมากไปหาน้อย

    - To End ใช้เมื่อเราต้องการขี่เส้นทางนี้ซ้ำจากจุดเริ่มต้น…..Pointer จะชี้พาเราจาก Tracklog Point หนึ่งไปยัง Tracklog Point หนึ่ง….โดยเรียง”ลำดับ”จากเลขน้อยไปหามาก

    ปัญหามีอยู่ว่า ถ้าเราไม่ได้เริ่มต้นที่จุด Begin หรือ End……Pointer จะพาเราไปไหน ?……เช่นตัวอย่างนี้เราออกนอกเส้นทาง ไปแวะเข้าห้องน้ำที่จุด C ..เมื่อเสร็จธุระตามอัธยาศัยแล้ว ….Pointer จะพาเราไปไหนจากตำแหน่ง C (Current Position)

    มีความเป็นไปได้สามประการคือ

    1) Pointer พาเราเข้าสู่ Tracklog Point ที่ใกล้ที่สุดก่อน ในที่นี้คือจุด 2 …แล้วค่อยพาเราไล่ตามลำดับของจุดไปสู่ Begin หรือ End ตามที่ได้เลือก ….วิธีนี้จะสิ้นเปลืองทรัพยากรในการคำนวนน้อยที่สุด

    2) เครื่องจะสรรหา Tracklog Point ที่ใกล้ที่สุดสองจุด ในที่นี้คือจุด 2 และ 3…แล้วจะพาเราเข้าหาเลขน้อย(จุด2) หากเราเลือก To Begin……หรือพาเราเข้าหาเลขมาก(จุด3) หากเราเลือก To End……แล้วค่อยพาเราไล่เรียงตามลำดับของจุดไปสู่จุดหมาย

    3) Pointer จะพาเราเข้าสู่จุดที่ใกล้ที่สุดของ Course Line ….ในที่นี้คือจุด X…..แล้วไล่เรียงตามลำดับเลขไปสู่ Begin หรือ End…..วิธีนี้จะสิ้นเปลืองทรัพยากรในการคำนวณมากที่สุด

    Garmin ไม่เปิดเผยตรรกะอันนี้ และยังไม่มี Independent Test ใดฟันธงวิธีที่ Garmin ใช้เป็น Solution สำหรับการนี้…..หรือ Garmin อาจใช้ทั้งสามวิธีนี้ผสมผสานตามแต่ Conditional String/Branching ที่ผู้เขียนโปรแกรมเห็นว่าเหมาะสม (ยิ่งสิ้นเปลืองทรัพยากรในการคำนวณเข้าไปใหญ่)….ก็เป็นได้


    From : Wang [ 19 มิ.ย. 44 - 11:02:35 น. ]


    ความเห็นที่ 165
    กระทู้นี้ยาวมากแล้ว ขอไปต่อที่กระทู้ใหม่นะครับ
    http://www.thaimtb.com/webboard/13/06601.html

    From : nbt [ 19 มิ.ย. 44 - 23:45:51 น. ]

    Wang
    ความเห็นที่ 166 [ 15 ส.ค. 45 - 11:57:24 น. ]

    web moderator

    เพื่อนๆที่เริ่มสนใจ GPS ลองค่อยๆศึกษาจากสารพันข้อมูลในคลังกระทู้นี้นะครับ

    ............................................................................................................................ wang



    From : Wang    [ 15 ส.ค. 45 - 11:57:24 น. ]


    ความเห็นที่ 167
    I Love GPS ....
    From : DUCKY ASS [ 28 ก.ย. 47 - 03:06:50 น. ]

    ความเห็นที่ 168
    I LOVE YOU TOO...MY BIG BEAR
    From : DUCKY ASS [ 28 ก.ย. 47 - 03:20:11 น. ]

    ความเห็นที่ 169

    โทรศัพท์มือถือจีพีเอส มีแผนที่ประเทศไทย http://www.smallgps.com
    From : customer service [ 3 พ.ย. 47 - 09:09:14 น. ]

    ความเห็นที่ 170
    ท่านสามารถซื้อ Garmin ได้แล้วในต่างจังหวัดนะครับ ที่ขอนแก่น สามารถสอบถามได้ที่เบอร์ 043-243421 CDG Khonkaen ครับ
    เพื่ออำนวยความสะดวก และ ไม่ต้องเดินทางไปซื้อที่ กทม
    ขอบคุณครับ
    From : cdg [ 9 มี.ค. 48 - 08:44:47 น. ]

    ความเห็นที่ 171
    จะทำอย่างไรดีครับ download OZI จาก http://www.thaimtb.com/download/
    เมื่อใส่ name และ serial พร้อม save แล้วเมื่อ restart programe ก็ยังไม่Regis โปรแกรม
    From : por [ 1 ก.ย. 48 - 00:25:52 น. ]

    ความเห็นที่ 172
    อยากได้ คู่มือและวิธีใช้งานภาษาไทย ของรุ่นนี้ครับ พอหาได้หรือเปล่าครับ ช่วยแนะนำด้วยครับ ขอบคุณครับ
    From : ศักดิ์ดา 05-8150963 [ 9 มี.ค. 49 - 16:16:53 น. ]

    ความเห็นที่ 173
    หึหึ... งงดีจัง อยากเข้าใจด้วย แต่ว่า... แหะๆ งง
    From : งงจัง [ 27 ส.ค. 50 - 15:49:17 น. ]

    ความเห็นที่ 174
    dimension คืออะไร
    From : อยากถาม [ 11 ธ.ค. 50 - 18:25:50 น. ]

    ความเห็นที่ 175
    dimension คืออะไร
    From : อยากถามจัง [ 11 ธ.ค. 50 - 18:26:06 น. ]

    ความเห็นที่ 176
    dimension คืออะไร
    From : อยากถามจัง [ 11 ธ.ค. 50 - 18:26:15 น. ]

    ความเห็นที่ 177

    อยากถามค่ะว่าdimansion คืออะไร
    From : superseya [ 11 ธ.ค. 50 - 18:29:11 น. ]

    ความเห็นที่ 178

    อยากถามค่ะว่าdimansion คืออะไร
    From : superseya [ 11 ธ.ค. 50 - 18:29:16 น. ]


    กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
    ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ