00001
Danger in Shampoo
ข้อความต่อไปนี้ได้รับจากเพื่อนที่ทำงาน (เป็น .jpg file เกรงว่าแทรกมาพร้อมกับข้อความจะเห็นไม่ชัด ก็เลยพิมพ์ใหม่) เห็นว่าควรจะเผยแพร่ให้ทราบต่อ ๆ กันไป ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการกล่าวโจมตีผลิตภัณฑ์ใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะตัวเองเป็นผู้บริโภคคนหนึ่งเท่านั้น แต่ก่อนก็เคยใช้แชมพูทั่วไป ผมร่วงไปเยอะแล้ว ปัจจุบันใช้แชมพูสมุนไพรธรรมชาติ ของไทย ๆ นี่แหละดี ปกติก็สระผมแทบทุกวัน ถ้าปั่นจักรยานมาจะต้องสระอีกเพราะมีเหงื่อมาก ลองอ่านดูนะครับว่าอันตรายมาจากอะไร

เรื่อง สารมีพิษที่ผสมในผลิตภัณฑ์
ให้ลองดูส่วนผสมที่อยู่ข้างผลิตภัณฑ์แชมพูว่ามีส่วนผสมของ "โซเดียมรอเร้นท์ซัลเฟส" หรือ "SLS" อยู่หรือเปล่า ซึ่งเป็นสารที่แชมพูส่วนใหญ่ใช้ผสมลงไปเพื่อทำให้เกิดฟองมาก ๆ และที่สำคัญมันราคาถูกมาก แต่ความเป็นจริงมันเป็นสารที่ใช้สำหรับขัดถูพื้นถนนเพื่อชำระล้างสิ่งสกปรก ผลข้างเคียงในระยะยาวมันจะก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลย ผมกลับมาบ้านแล้วลองพลิกใต้ขวดแชมพูดู (Vidal Sasoon) ปรากฎว่าไม่มีสารนี้อยู่ แต่อย่างไรก็ตามมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารนี้เช่น Vo5, Palmolive, Paul Mitchell, Saloon Selective, the new Hemp Shampoo ต่างก็ผสมสารชนิดนี้
สำหรับสารชื่อว่า Herbal Essences ในแชมพู Clairol ที่จริงก็คือสาร SLS ตัวนี้ ดังนั้นผมจึงโทรไปที่บริษัทหนึ่งและบอกว่าผลิตภัณฑ์ของคุณมีสารซึ่งอาจจะก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้กับผู้ใช้ทั่วไป แต่คำตอบที่ผมได้รับก็คือ "ใช่แล้ว และเราก็รู้ในเรื่องนี้เหมือนกันแต่ว่าไม่รู้จะทำอย่างไรนี่ เราต้องการมันเพื่อสร้างฟอง" วิธีผลิตยาสีฟันคอลเกตก็เช่นเดียวกัน ได้ใช้สารชนิดนี้ด้วยในการสร้างฟอง แต่ไม่พบสารชนิดนี้ในยาสีฟัน Oral-B และ Darlie พวกเขาบอกผมว่าจะส่งรายละเอียดในเรื่องนี้มาให้ผม โดยผลของการสำรวจในปี 1980 ได้ชี้ให้เห็นว่าโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งขึ้นได้แค่ 1 ใน 8000 เท่านั้น แต่เมื่อได้ทำการสำรวจอีกทีในปี 1990 พบว่าโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งสูงขึ้นอีก 1 ใน 3 ซึ่งไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลย
ผมหวังว่าคุณคงจะเห็นเช่นเดียวกับผมว่า นี่เป็นเรื่องที่ซีเรียสมาก ๆ บอกเรื่องนี้ให้ผู้คนที่คุณรู้จักทุก ๆ คน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เราจะสามารถหยุดยั้งการยัดเยียดโรคมะเร็งร้ายให้กับตัวของเราเองได้ นี่เป็นเรื่องซีเรียสจริง ๆ หลังจากที่คุณได้อ่านจดหมายนี้แล้ว ส่งจดหมายนี้ต่อไปให้มากเท่าทื่จะทำได้ นี่ไม่ใช่การเล่นเกมส์จดหมายลูกโซ่ แต่เป็นเรื่องของสุขภาพของตัวเราเอง

Michelle Hailey, Executive Secretary
University of Pennsylvania Health

By : Vinai-820 [ 25 ม.ค. 44 - 09:02:49 น. ]

ความเห็นที่ 1
thank very much

From : xmo [ 25 ม.ค. 44 - 15:00:43 น. ]

ความเห็นที่ 2
ผมก็ได้ จม. นี้เหมือนกัน ก็เลย mail ไปถามที่ อย. และทาง อย.ก็ตอบข้อข้องใจมาดังนี้ครับ
ลองอ่านดู

ข่าว "กลุ่มเน็ตตื่นแชมพู-ยาสีฟัน มีสารก่อมะเร็ง"
โดย ภญ. พรพรรณ สุนทรธรรม

ที่มาของข่าว
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2541 ลงข่าวในหัวข้อข่าว
"กลุ่มเน็ตตื่น แชมพู-ยาสีฟัน มีสารก่อมะเร็ง"
ว่าผู้เล่นอินเตอร์เน็ตตื่นตระหนกกับข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต ในหัวข้þþอ "Hot Mail
" กล่าวถึงสารทำให้เกิดฟอง Sodium Laureth Sulfate (SLS) หรือ Sodium Dodecyl
Sulfate ที่ใช้ในแชมพูและยาสีฟันว่าเป็นสารสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็ง
ความสนใจจากประชาชน
ก่อนหน้าที่จะเป็นข่าวได้มีประชาชนจำนวนมากโทรศัพท์มาสอบถามกองควบคุมเครื่องสำอ
าง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อขอทราบข้อเท็จจริง
เนื่องจากทั้งยาสีฟันและแชมพูเป็นเครื่องสำอางที่ทุกคนจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจ
ำวัน
ส่วนใหญ่เกรงว่าจะเป็นการสะสมปþþัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็งซึ่งเป็นโรคที่ทุกคนกล
ัว และพยายามลดปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องหรืออาจเป็นสาเหตุของมะเร็ง
กองควบคุมเครื่อþþงสำอางได้ชี้แจงข้อเท็จจริงกับผู้สอบถามไปแล้ว
แต่เพื่อให้ข้อมูลที่ประชาชนได้รับถูกต้อง
และไม่เกิดความตื่นตระหนกจนเลิกใช้ยาสีฟันและแชมพูสระผม
จึงขอนำเสนอข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบแล้ว ณ ที่นี้
ข้อเท็จจริง
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
โดยกองควบคุมเครื่องสำอางได้ตรวจสอบข้อมูลจากรายละเอียดของข่าวแล้ว
มีข้อสรุปดังนี้
ชื่อของสารที่ปรากฏตามข่าวมีความสับสนเล็กน้อย กล่าวคือ
สารที่กล่าวถึงน่าจะหมายถึงสารในกลุ่ม surfactant จำนวน 3 ชนิด ได้แก่
* Sodium Lauryl Sulfate ชื่อย่อที่นิยมใช้กันทั่วไป คือ SLS
* Sodium Laureth Sulfate หรือชื่อทางเคมีคือ Sodium Lauryl Ether Sulfate
ชื่อย่อที่นิยมใช้กันทั่วไป คือ SLES
* Sodium Dodecyl Sulfate ชื่อที่ถูกต้องน่าจะเป็น Sodium Dodecylbenzene
sulfonate
กองควบคุมเครื่องสำอางได้ประสานกับนักข่าþþวของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
เพื่อขอข้อมูล Hot Mail ที่เป็นที่มาของข่าว พบว่าเจ้าของข้อมูล คือ Michelle
Hailey, Executive Secretary, University of Pensylvania Health system, Office
of Legal Affairs, Human Resource Department มีข้อสังเกต คือ
ผู้ให้ข้อมูลไม่ได้เป็นนักวิชาการ
จากการตรวจสอบข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต
เพื่อหาข้อมูลที่คาดว่าน่าจะเป็นต้นตอของข่าว Hot Mail
จนถึงข่าวในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
พบว่าข้อมูลปรากฏบนอินเตอร์เน็ตในหัวข้อเรื่องว่า "The 10 Most Unwanted
Cosmetic Ingredients You Should Avoid" เป็น ใส่ในน้ำและอาหารให้สัตว์ทดลองกิน
รวมทั้งผลต่อการใช้กับผิว ไม่พบว่าก่อให้เกิดโรคมะเร็ง
* จาก US FDA Cosmetic Handbook มีข้อมูลที่กล่าวถึง Nitrosamine และ
1,4-Dioxane ดังนี้
? Nitrosamines เป็นสารที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็ง
ในสหรัฐอเมริกามีการติดตามเรื่องนี้มาตั้งแตþþ่ต้นปี ค.ศ. 1977 โอกาสที่จะเกิด
Nitrosamines ในเครื่องสำอางคือ กรณีที่ในสูตรมีส่วนผสมของสารในกลุ่ม amines
หรือ amino derivatives (โดยเฉพาะสาร diethanolamine หรือ triethanolamine)
กับสารที่มีคุณสมบัติเป็น Nitrosating agents ตัวอย่างเช่น
2-bromo-2-nitropropane -1,3-diol หรือ 5-bromo-5-nitro-1,3 - dioxane
จะทำปฏิกิริยาเกิดสาร Nitrosamines ในช่วงของการผลิตหรือช่วงของการเก็บรักษา
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 27) พ.ศ.

From : GIANT [ 26 ม.ค. 44 - 10:48:54 น. ]

ความเห็นที่ 3
ขอบคุณครับคุณ GIANT แต่ผมหันมาคบกับแชมพูสมุนไพรนานแล้วครับ ขยาดฟองมาก ๆ น่ะ

From : Vinai-820 [ 26 ม.ค. 44 - 14:51:02 น. ]


กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ